ขออธิบายก่อนจะได้อ่านแบบไม่ติดขัดเื่ศัพท์เวลาของจีน
ในสมัยโบราณคนจีนจะแบ่ง 1 วัน เป็ 12 ชั่วยาม เพราะฉะนั้น 1 ชั่วยาม จึง เท่ากับ 2 ชั่วโมง
โดยแต่ละชั่วยามจะมีชื่อเรียกดังนี้
ยามจื่อ (子:zǐ) 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว (丑:chǒu) 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น (寅:yín) 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า (卯:mǎo) 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน (辰:chén) 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ (巳:sì) 09.00 - 10.59 น.
ยามอู่ (午:wǔ) 11.00 - 12.59 น.
ยามเว่ย (未:wèi) 13.00 - 14.59 น.
ยามเซิน (申:shēn) 15.00 - 16.59 น.
ยามโหย่ว (酉:yǒu) 17.00 - 18.59 น.
ยามซวี (戌:xū) 19.00 - 20.59 น.
ยามห้าย (亥:hài) 21.00 - 22.59 น.
เฉินกงอิงพินิจจดหมายก็พลันรู้ได้ทันทีว่ามันแนบความนัยหมายไว้ว่าอย่างไร เอียวสิ้วผู้นี้เล่ห์เหลี่ยมเสียจริง แม้นหากว่าเป็ศัตรูก็คงสร้างความเสียหายเป็อย่างมากมาย กลับกันหากเป็มิตรก็ย่อมสร้างคุณูปการมหาศาล
"ท่านทั้งหลายอย่าได้กังวล ฟ้าส่งเอียวสิ้วมาเปิดทางให้พวกเราแล้ว" เฉินกงอิงว่า
"นี่ท่านหมายถึง เอียวสิ้วกับอองลองจะเปิดประตูยอมแพ้จริงๆ ใช่หรือไม่ ถ้าเช่นนั้นก็ดีแล้ว ตัวข้าเองก็มิใคร่อยากเข่นฆ่าผู้ใด" จูล่งถึงแม้จะเป็นายทัพผ่านการฆ่าฟันมามาก แต่ก็ใช่จะชื่นชอบการบั่นทอนชีวิตผู้อื่น ที่กระทำไปก็ด้วยหน้าที่และเหตุจำเป็
"มิใช่อองลอง แค่เอียวสิ้วเพียงคนเดียว"
แม่ทัพทั้งหมดยืนทำหน้าฉงนกันทั่วไป ม้าเท้งจึงกล่าวถามเฉินกงอิงให้ช่วยไขความกระจ่างให้แก่ตน
"ตามจดหมายว่า อองลองจะขอเวลาหนึ่งคืนเกลี้ยกล่อมพวกนายทหารแล้วพรุ่งนี้ยามซื่อ(9 โมงเช้า) ค่อยเปิดประตูเมืองต้อนรับ แท้จริงแล้วนี่เป็อุบาย"
อุบาย!! ม้าเฉียว ม้าต้าย หันหน้ามองกันและกัน ต่างฝ่ายต่างก็ไม่เข้าใจ แลปล่อยให้เฉินกงอิงอธิบายต่อโดยมิขัดขึ้น
"ท่านดูนี่ก่อน ฉบับที่สอง มีคำอยู่สามคำ" เขาเปิดจดหมายฉบับที่สองอันแนบอยู่ข้างหลังฉบับก่อนหน้า มันเป็จดหมายแผ่นเล็กๆ เหมือนแนบมาโดยใช้แผ่นแรกที่ใหญ่กว่าปิดทับเอาไว้
ประตู
เปิด
ยามอิ๋น
"แล้วมันหมายความว่ายังไงเล่าท่านเฉิน ตกลงว่าประตูจะเปิดยามซื่อ (9 โมงเช้า) หรือจะเปิดตอนยามอิ๋น(ตีสาม) กันแน่" ม้าเฉียวมิได้คลายความข้องใจลงเลยแม้แต่น้อย
"ท่านแน่ใจได้อย่างไร ข้าเกรงว่านี่จะเป็อุบายซ้อนอุบาย เพื่อล่อให้พวกเราเข้าไปติดกับ" ม้าต้ายแทรกพูดขึ้นมาบ้าง
เฉินกงอิงหัวเราะแต่มิได้แสดงอาการดูถูกดูแคลนในความคิดเห็นของม้าต้าย แต่เพราะชอบใจในความระมัดระวังของเด็กหนุ่มเช่นนี้
"ท่านดูนี่ ลายมือทั้งสองเป็ของคนๆ เดียวกัน เมื่อกี้ขณะที่อองลองเจรจาอยู่กับท่านม้าเท้ง เอียวสิ้วเป็ผู้เขียนจดหมายแลก่อนจะส่งลงมานั้นก็ให้อองลองอ่านดูข้อความข้างใน ที่เป็เช่นนี้เพราะคนที่เอียวสิ้ว้าหลอกนั้นคืออองลองมิใช่พวกเรา" สิ้นคำพูดของเฉินกงอิง ม้าเท้งก็ออกอาการเห็นด้วย เขาแน่ใจเป็หนักหนาว่าที่เฉินกงอิงวิเคราะห์ออกมานี้ถูกต้อง
"ท่านพ่อ ข้าว่า..." ม้าเฉียวกำลังจะพูดต่อไป แต่ม้าเท้งห้ามเอาไว้ก่อนด้วยเดาความคิดลูกชายออก
"อันที่จริงเอียวสิ้วนั้นเป็ลูกของเอียวปิว เอียวปิวเป็ผู้จงรักภักดีกับราชวงศ์มาแต่เดิม เพียงแต่่หลังมานี้โจโฉเกิดระแวงในตระกูลเอียวกลัวว่าจะแอบทำการลับอันใด เอียวปิวเลยถูกปลดออกจากทุกตำแหน่งในวังหลวง ตอนที่ข้าได้ยินว่าเอียวสิ้วเข้ารับราชการในบังคับบัญชาของโจโฉก็ยังนึกแปลกใจว่าเหตุใดเอียวสิ้วถึงทำเช่นนั้น" ม้าเท้ง ถึงแม้จะอยู่ไกลถึงเสเหลียง แต่ข่าวความเคลื่อนไหวภายในภาคกลางทั้งในนครฮูโต๋กลับแจ่มแจ้งชัดเจน
"พวกเราตั้งค่ายชั่วคราวขึ้นก่อน เตรียมตัวให้พร้อม ตรวจเช็คอาวุธ คืนนี้ประตูเปิดก็ยกเข้าตี" เฉินกงอิงออกความคิด
"ดี ตกลงเอาตามนี้" ม้าเท้งรับคำ พร้อมกับส่งสัญญาณให้อองลองที่รอคอยคำตอบอยู่บนกำแพง
อองลองเมื่อเห็นว่าม้าเท้งยินยอมตามนั้นก็นึกดีใจว่าเ้าพวกนี้เก่งแต่ใช้กำลังอันไร้ซึ่งสติปัญญา พรุ่งนี้ยามซื่อ ตนจะซุ่มทหารเอาไว้ เใมื่อม้าเท้งเข้ามาก็ปิดประตูขัง พวกพลธนูระดมยิงใส่ เปรียบดั่งแมลงเม่าตกตายอยู่ในกองไฟ เหมือนดั่งพญาช้างตกบ่อหล่มโคลน ไร้หนทางต่อสู้หลบหนี
"เอียวสิ้ว" อองลองเรียก
"ข้าน้อยอยู่นี่" เอียวสิ้วเดินขึ้นหน้ามาหา
"เ้าไปช่วยพวกจงฮิว จัดแจงเตรียมอาวุธให้พร้อม โดยเฉพาะลูกธนูอย่าให้ขาด"
"ขอรับ"
เอียวสิ้วรับคำอองลองแล้วก็มุ่งหน้าตามไปจัดการ พวกจงฮิวกับโจฮิวกำลังเตรียมทหารแลชุดเกราะออกรบ เอียวสิ้วก็บอกว่า "พวกท่านจะรีบร้อนกันไปไหน พวกเราจะเปิดประตูล่อพวกนั้นในยามซื่อ พรุ่งนี้ตื่นมากินข้าวกินปลาเสร็จค่อยเตรียมก็ยังทัน"
"ก็จริงของท่านเอียวสิ้ว อันที่จริงพวกข้าอาจวิตกเกินไปหน่อย" จงฮิวว่า
"พวกท่านมิต้องเป็ห่วงไป กำแพงเมืองลกเอี๋ยงมีสองชั้น ถึงเราจะพลาดท่าสู้ไม่ไหวก็ให้ปิดประตูเสีย พวกเราขึ้นบนกำแพงระดมยิงใส่ ถึงทัพเสเหลียงจะเก่งดั่งเทวดาก็หนีไปไหนไม่รอด ต้องจบสิ้นที่เมืองลกเอี๋ยงแห่งนี้" เอียวสิ้วกวาดคำ เขาเก่งนักเื่ใช้วาจาไม่ว่าเื่เล็กหรือใหญ่ ไม่ว่าจะคิดเยินยอหรือเชือดเฉือนจิตคน แค่ล่อหลอกให้พวกจงฮิวคล้อยตามนั้นสุดแสนง่ายดาย
"ท่านเอียวสิ้วพูดถูกแล้ว ข้ากับท่านจงฮิวพึ่งแพ้มาก็เลยมองอะไรไม่จะแจ้ง" โจฮิวกล่าว
เอียวสิ้วหัวเราะดังขึ้น สั่งให้พวกทหารพักผ่อนแลไม่ต้องวิตกเื่ทัพเสเหลียง พวกทหารได้ฟังก็พากันกลับเข้าที่พัก บ้างก็ดื่มสุรา ส่วนจงฮิวกับโจฮิวสองนายทัพ เอียวสิ้วพามาดูมหรสพนางรำแล้วจัดเลี้ยงด้วยสุราอย่างดี พวกนั้นพึ่งผ่านเหตุการณ์ร้ายแรงมา เหมือนปลาเจอน้ำใส หลงระเริงจนเมามายอยู่ในเรือนของเอียวสิ้วนั่นเอง
"เ้าสองคนคอยดูที่นี่ไว้ พอพวกมันหลับกันหมดก็จับมัดเสีย เข้าใจหรือไม่" เอียวสิ้วสั่งข้าบ่าวของตระกูลเอียวที่คอยติดตามมารับใช้
"ขอรับ" บ่าวสองคนคำนับลง พวกมันทั้งคู่รู้ใจเอียวสิ้วดีทั้งยังภักดีต่อตระกูลเอียวเสียยิ่งกว่าสิ่งใด บิดาของเอี้ยวสิ้วเคยมีบุญคุณชุบเลี้ยงพวกมันจนเติบใหญ่ ทั้งคนในครอบครัวนายบ้านตระกูลเอียวก็รับดูแลทั้งสิ้น แค่ให้มัดคนสองคนย่อมไม่ใช่เื่ใหญ่ ต่อให้ฆ่าเสียด้วยก็ไม่เห็นเป็ธุระหนักหนาอะไร
ทางฝ่ายอองลองเมื่อกลับถึงเรือนแล้วก็เรียกบ่าวไพร่เอาชุดมาเปลี่ยน อองลองวางใจเอียวสิ้วเป็ยิ่งนัก ด้วยงานราชการต่างๆ เอียวสิ้วก็ช่วยแบ่งเบาทำทดแทนเสียทั้งสิ้น เป็อย่างนี้มานานปี เื่การจัดการเอียวสิ้วก็มิเคยทำให้ผิดหวัง อองลองจึงผ่อนใจวางความกังวลลง ครั้นพออาบน้ำชำระร่างกายเสร็จสรรพก็ขึ้นหมอนเอนหลังลงอ่านคัมภีร์ จวบจนเวลาเย็นก็ลุกขึ้นมากินอาหารจนอิ่มหน่ำสำราญใจแล้วหลับไป โดยมิได้ระแวงระวังภัยอันตรายที่ก่อตัวขึ้นนอกกำแพง
ค่ำคืนดึกเงียบ นกกลางคืนเปล่งเสียงออกล่าเหยื่อ พวกมันรู้ว่าเหยื่อซุ่มซ่อนอยู่ที่ใด ดวงตามันมืดบอดในแสงตะวันแต่สดใสแจ่มกระจ่างท่ามกลางหมู่ดาว พวกทหารเสเหลียงแบ่งออกเป็สองทัพ ทัพหน้ามีม้าเฉียวคุมอยู่ แถวหน้าสุดมีแต่พวกเดนตายกระหายา หน้าที่เดียวคือฟัน ฟันทุกสิ่งอย่างที่ปรากฏขวางอยู่ข้างหน้า
ทัพหลังม้าเท้งควบคุมอยู่ ค่อยยกตามหลังเข้าไปเรียกได้ว่า ทัพหน้าบุกทะลวง ทัพหลังเก็บกวาด ที่จัดอย่างนี้ก็ด้วยต้องตามใจม้าเฉียวเสียสักครั้ง มิเช่นนั้นก็จะโวยวายหน้าบึ้งจนเป็ที่น่ารำคาญอยู่เรื่อยไป
พอได้เวลายามอิ๋น เอียวสิ้วแอบส่งคนเข้าเชือดทหารยามเฝ้ากำแพง ปลดสลักยกกลอนเปิดประตูเมืองตะวันตก จากนั้นขึ้นกำแพงจุดคบเพลิงโบกเป็สัญญาณให้ทัพของม้าเท้ง
เฉินกงอิงเห็นสัญญาณดังนั้นก็เร่งบอกให้ม้าเท้งทราบ ม้าเท้งสั่งการลั่นกลองศึกดังสนั่น ม้าเฉียวพาพวกกระโจนม้าโห่ร้องราวกับฟ้าผ่า เสียงเฮโลกึกก้องไปทั้งเมือง ม้าเฉียวนำทัพบุกเข้ามาจนถึงกลางเมือง เอียวสิ้วส่งทางให้ไปจับตัวอองลอง มันชี้บอกเส้นทางให้แก่ม้าเฉียว พวกทหารในเมืองเมื่อได้ยินเสียงกลองศึกดังเช่นนั้นก็ใ พากันคว้ามีดคว้าดาบออกมา
ม้าเฉียวกระชับม้าสั่งแนวหน้าฆ่าให้สิ้น ส่วนตนเองนำทหารกองหนึ่งพุ่งตรงไปยังจวนใหญ่ เป้าหมายคือหัวของอองลอง
ทัพม้าเสเหลียงหั่นเฉือนฝ่ายตรงข้าม พวกนั้นดั่งเป็ดดั่งไก่ บ้างวิ่งหนี บ้างคลานถอย ความเมตตาเดียวที่ได้รับคือคมดาบอันหนักหน่วงรวดเร็ว มีทันที่ิญญาจะฉีดขาดร่างเนื้อก็แยกจากเป็สองท่อน เืแดงฉานทาไปทั่วพื้อถนน มันสะท้อนแสงคบไฟแลแสงดาวระยิบ ผิดแต่มิอาจทนดูอย่างชื่นชมได้
ม้าเท้งพาทัพหลังบุกเข้ามา มีสิ่งให้กระทำได้ไม่มากนัก เป็แต่ไล่ต้อนและจับกุมเสียบางส่วน เช่นนี้เพราะส่วนใหญ่ล้วนหนีหายแลตกตายกันเกลื่อนไปสิ้นแล้ว
อองลองได้ยินเสียงกลองลั่นสนั่นหวั่นไหวใเรียกหาเอียวสิ้ว พวกบ่าวไพร่ว่าเอียวสิ้วเข้าพวกกับทัพเสเหลียงแอบเปิดประตูให้ข้าศึกเข้ามา อองลองได้ฟังก็ฉุนใจจะขาด คิดแค้นแต่ต้องรีบหนี
"แล้วพวกจงฮิวกับโจฮิวอยู่ที่ไหน" อองลองถามบ่าวที่กำลังใกล้จะขาดสติ
"ไม่ทราบขอรับนายท่าน นายท่านรีบหนีก่อนเถอะ พวกนั้นใกล้จะมาถึงที่นี่แล้ว"
"โถ่โว๊ยยยย" อองลองถีบบ่าวผู้ภักดีจนกลิ้งไปไม่เป็ท่า มันคว้าเสื้อนอกได้เพียงอย่างเดียว รีบขยับหนีออกมาทางด้านหลัง มันปรี่ไปที่ม้าตัวเขื่องตัวงาม มันซื้อมาในราคาแสนแพง คราวนี้แล้วจะได้ใช้งานให้เหมาะสมกับราคา อองลองควบม้าหนีออกทางประตูตะวันออก ผ่านด่านเฮาโลก๋วนสั่งนายทหารให้ปิดด่านอย่างมั่นคงแล้วพุ่งหนีไปยังเมืองตันลิว
ม้าเฉียวเมืองมาถึงเห็นว่าอองลองหนีไปแล้วก็โมโห ทำลายข้าวของจนกระจายไปทั่ว ม้าต้ายเข้ามาก็ว่า "ท่านพี่อย่าพึ่งใจร้อน เอียวสิ้วมีบางสิ่งมามอบให้ท่าน"
"อะไรงั้นหรือม้าต้าย" ม้าเฉียวถึงแม้จะได้ออกกำลังไปบ้างที่ในเมือง แต่ก็ใช่จะดับความกระหายอยากของเขาได้ เขาดั่งพญาัอ้าเขี้ยวเงื้อเล็บ อยากขย้ำพยัคย์ หงษ์ไฟ อย่างไรอย่างนั้น พวกทหารหยาบช้าไร้ฝีมือเป็ได้แต่เพียงสิ่งยั่วโทสะ
"เดี๋ยวทุกคนมาพร้อมแล้ว ท่านก็จะรู้เอง"
ม้าเท้งนำพวกเก็บกวาดสิ่งที่ม้าเฉียวทำเอาไว้ก่อนหน้า ความบ้าเืนี้เขาคุ้นชินดี ม้าเท้งให้บังเต๊กควบคุมสถานการณ์ในเมืองต่อไป พวกทหารที่ยอมแพ้ม้าเท้งมิให้ทำร้าย เป็แต่จับมัด เกราะอาวุธหอกดาบ บังเต๊กรู้หน้าที่ดี เขาให้พวกทหารเก็บรวบรวมเอาไว้ทั้งหมด อันที่จริงกองทัพเสเหลียงถึงจะเกรียงไกรแต่นั่นก็เป็มีม้าชั้นดี ผิดกับอาวุธยุทโธปกรณ์อันเป็สิ่งหายากและราคาแพง
ไม่นานม้าเท้ง จูล่ง เฉินกงอิง ก็มาสมทบกับม้าเฉียว ม้าต้าย ที่ในจวนใหญ่
เอียวสิ้วเห็นเหตุการณ์ใกล้สงบแล้วก็ให้คนลากตัวจงฮิวกับโจฮิวที่กำลังเมามายไร้สติเข้ามา