หลุมที่ทอดยาวมาถึงฐานทัพของกองทัพก็อบลินและออร์คนี้เกิดขึ้นหลังจากวาสสืบรู้มาว่าพวกมันอาศัยอยู่ใต้ดิน ชายหนุ่มจึงได้ใช้ให้ซากทัพไส้เดือนกระหายเลือดที่มีความสามารถในการขุดดินสร้างหลุมลึกนี้ขึ้นมา
ทุกคืนนอกจากจะคอยออกล่าก็อบลินแล้ว วาสยังแวะเวียนมาที่หลุมสอดแนมนี้เป็นระยะๆ
สิ่งที่ชายหนุ่มสวมหน้ากากต้องทำก็คือการนั่งอยู่เฉยๆ เปิดหูคอยรับฟังพวกก็อบลินและออร์คพูดคุยกัน แม้ส่วนใหญ่พวกมันจะนิยมพูดคุยกันด้วยภาษาเผ่าพันธุ์ของพวกมัน แต่ก็มีบางตัวที่ชอบพูดด้วยภาษากลางเช่นกัน
วาสนั่งนิ่งคอยสังเกตและดักฟังเงียบๆ วันนี้ชายหนุ่มรู้สึกว่าฝ่ายศัตรูดูผิดปกติกว่าทุกวัน เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ ที่เล็ดลอดออกมาเหมือนกับว่าพวกมันกำลังยินดีกับบางอย่าง
‘หรือว่าพวกมันคิดจะจัดการกับมนุษย์อย่างเด็ดขาดแล้ว!’หัวใจวาสตกไปอยู่ตาตุ่ม
แต่หลังจากฟังไปนานๆสีหน้าของวาสก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ครั้นรู้ว่าแม่ทัพก็อบลินของพวกมันได้สั่งถอนทัพ แล้วยิ่งคืนนี้ทั้งแม่ทัพก็อบลินและขุนพลก็อบลินต่างไม่อยู่ที่แห่งนี้
‘โอกาสช่วยเชลยมาถึงแล้ว!’
ในหัววาสแล่นเร็วจี๋คิดแผนการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ถ้าพลาดโอกาสนี้ไปเขาก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอีกตอนไหน ชายหนุ่มเอาใบหน้าแนบชิดไปกับกำแพงดิน แอบใช้ดวงตาส่องผ่านรูสอดแนมโดยระมัดระวังไม่ให้ฝ่ายศัตรูสังเกตเห็น
‘ตรงนั้น!’วาสคิดในใจอย่างลิงโลด ที่อยู่ถัดไปไม่ไกลมีก็อบลินหลายตัวกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหาร หม้อต้มอาหารกำลังเดือดปุดๆ กลิ่นอาหารลอยอบอวลไปทั่ว จากเท่าที่วาสเคยมาสอดแนม เวลานี้ใกล้จะได้เวลาแจกจ่ายอาหารของพวกมันแล้ว
ชายหนุ่มนำถุงมิติออกมา ควานหาบางอย่างอยู่ครู่หนึ่งแล้วหยิบกระปุกไม้ออกมา ภายในบรรจุไว้ด้วยยานอนหลับชนิดรุนแรง!
‘ต้องไปใกล้กว่านี้’ชายหนุ่มหยิบหินก้อนเล็กไปอุดรูไว้ตามเดิม ก่อนที่วังวนสีฟ้าจะโผล่มาที่ด้านข้างชายหนุ่มแล้วมีซากทัพไส้เดือนกระหายเลือด 4 ตัวโผล่ออกมา
วาสสั่งให้พวกมันขุดไปที่มุมหนึ่ง เพียงไม่นานเขาก็ได้เส้นทางที่ไปอยู่ด้านหลังห้องครัวของพวกก็อบลิน
ชายหนุ่มสวมหน้ากากใช้มีดเล่มบางงัดแงะกำแพงดินด้วยความแผ่วเบา ก่อนจะเกิดรูโหว่ขึ้น แสงจากภายในค่ายพักทหารส่องทะลุเข้ามาในหลุมอีกครั้ง
ตรงหน้ารูโหว่คือหม้อต้มอาหารใบยักษ์เกือบๆ 100 ใบ ชายหนุ่มย่นคิ้ว กว่าจะให้ใส่ยานอนหลับลงไปหมดมีหวังพวกมันรู้ตัวก่อนแน่
‘ใช่แล้วเครื่องปรุง!’การทำอาหารต้องมีเครื่องปรุง ชายหนุ่มคอยสังเกตไปรอบๆก่อนจะเหลือบไปเห็นถังไม้เกือบ10ใบที่วางอยู่ถัดไปอีก ภายในถังไม้บรรจุไว้ด้วยของเหลวสีแดงคล้ายซอสมะเขือเทศและปล่อยกลิ่นเครื่องเทศออกมา
‘ต้องไปใกล้กว่านี้อีก’ชายหนุ่มเอาหินอุดรูไว้อีกรอบและสั่งให้ซากทัพไส้เดือนกระหายเลือดขุดต่อไปอีก
ในที่สุดเขาก็มาโผล่ที่หลังถังไม้เครื่องปลุก ชายหนุ่มใช้มีดบางเจาะรูอีกครั้ง ตรงหน้าของเขาคือถังไม้เครื่องปรุงที่วางเรียงรายอยู่ ดูเหมือนเขาจะต้องรีบแล้วเพราะเนื้อบางอย่างในหม้อเริ่มส่งกลิ่นหอม อีกไม่นานคงถึงเวลาที่ต้องปรุง
วาสเปิดกระปุกยาออกมาหยิบเม็ดยาสีเขียวใส ชายหนุ่มเกร็งนิ้วและออกแรงดีดเม็ดยาให้มือให้พุ่งเข้าไปตกในถังเครื่องปรุง
จ๋อม! จ๋อม!..
เม็ดยานอนหลับจมลงไปในถังเครื่องปรุงทีละถังจนครบทุกใบ โชคดีที่เหล่าพ่อครัวก็อบลินต่างกำลังยุ่งอยู่กับอย่างอื่นจนไม่สังเกตเห็น
วาสพ่นลมหายใจอย่างโล่งอกและหย่อนกายรอผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น
แก๊งๆๆ!
เสียงเคาะหม้อดังขึ้น ก็อบลินและออร์คจำนวนมากเดินมาต่อแถวกันยาวเหยียด พวกมันรับชามไม้ที่มีแกงต้มเนื้อบางอย่างมานั่งรับประทาน หลังจากตักให้ครบหมดแล้วก็ถึงคิวของคนครัวที่ตักอาหารออกมารับประทานบ้าง
เสียงพูดคุยเอะอะโวยวายดังขึ้นตลอดช่วงเวลาทานอาหาร พวกมันพากันสวาปามอาหารในมืออย่างเอร็ดอร่อย วันนี้พวกมันรู้สึกว่าอาหารอร่อยเป็นพิเศษ(?) บางตัวถึงกับเอ่ยปากชมพ่อครัวเสียงดัง
หลังจากทั้งหมดทานอาหารเสร็จก็ตั้งใจว่าจะอยู่พูดคุยกันอีกสักหน่อย แต่ความรู้สึกง่วงนอนกลับเริ่มรุมเร้า บางตัวเริ่มที่จะนั่งสัปหงก เสียงหาวดังผสมไปกับเสียงกรนต่อเนื่องไม่หยุด
แน่นอนว่าต้องมีก็อบลินบางตัวที่ฉลาด พวกมันรู้สึกเอะใจและตั้งใจจะออกไปตามหาแม่ทัพก็อบลินและขุนพลก็อบลิน แต่ก้าวขาออกไปไม่นานก็เข่าอ้อนล้มพับลงกรนเสียงดัง
‘หลับหมดแล้ว’วาสที่เฝ้าสังเกตตลอด ลุกขึ้นนั่งยองๆยกขาขวาขึ้นและถีบเข้าที่กำแพงดินเต็มแรง
กำแพงดินบางพังทลายลงเป็นช่องกว้าง ชายหนุ่มรีบคลานสี่ขาออกมาและลุกขึ้นกวาดตามองไปรอบๆ
บนพื้นเต็มไปด้วยก็อบลินและออร์คนอนหลับใหล ที่มุมหนึ่งมีกรงเชลยที่วางซ้อนกันเป็นชั้น พวกเขาต่างเห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดตั้งแต่ต้น เมื่อเห็นวาสคลานออกมาจากช่องว่างดวงตาพวกเขาก็ฉายแววคาดหวัง หลายคนเตรียมที่จะตะโกนเรียกวาส
ชายหนุ่มสวมหน้ากากยกนิ้วชี้ขึ้นจุ๊ปากส่งสัญญาณบอกว่าอย่าส่งเสียง เขาไม่แน่ใจว่าทหารฝ่ายศัตรูได้หลับไปหมดแล้วหรือยัง
ชายหนุ่มออกวิ่งตรงไปที่กรงเชลยแล้วกระซิบบอกพวกเขา
“พวกคุณช่วยกันดันซี่กรงให้เปิดออก เงียบๆด้วยละ”วาสไม่ได้ใช้ดาบยักษ์ตัดกรงเพื่อช่วยเชลยแบบที่เคย เพราะเขาไม่ต้องการให้เกิดเสียงดังแล้วเรียกพวกก็อบลินข้างนอกมา
เหล่าเชลยชายทั้งหลายพยักหน้ารับ ชายฉกรรจ์หลายคนเดินมาประชิดกรงขังและช่วยกันออกแรงง้างซี่กรงให้กว้างออก
วาสหันไปมองรอบๆก่อนจะก้าวเดินตรงไปยังกางเขนเหล็กที่ตรึงร่างหลงไว้อยู่
“ไม่ต้อง!”หลงเอ่ยเสียงเรียบแล้วออกแรงกระชากรวดเดียวก็หลุดจากพันธนาการ
วาสอ้าปากค้างกับเรี่ยวแรงมหาศาลของชายหัวล้านตรงหน้า อันที่จริงหากไม่มีกองทัพก็อบลินและออร์คนับหมื่นคอยคุมอยู่ หลงก็สามารถหลบหนีออกไปได้ด้วยตัวคนเดียว
“ขอบใจนายมากที่มาช่วยฉันกับเชลย แล้วคนอื่นละ?”หลงนวดบริเวณข้อมือ การโดนจับมัดติดต่อกันหลายวันสร้างความปวดร้าวให้ร่างกายเขาไม่น้อย
“ฉันมาคนเดียว”วาสพูดหน้าตาเฉย หลงตะลึงงันแล้วฉีกยิ้มถูกใจออกมา
“รีบไปช่วยคนอื่นกันเถอะ”
เพียงไม่นานเชลยทั้งหมดก็ถูกปลดปล่อยออกมา เหล่าบุรุษจำนวนหลายหมื่นยืนออกัน หลายคนมองก็อบลินและออร์คที่นอนหลับอยู่บนพื้นด้วยแววตาอาฆาตอยากจะใช้โอกาศนี้ฆ่าพวกมันให้หมดแต่วาสห้ามไว้ พวกเขาไม่อาจเสียเวลาไปได้มากกว่านี้แล้วเพราะแม่ทัพก็อบลินและขุนพลก็อบลินสามารถกลับมาได้ทุกเมื่อ
วาสบอกให้เหล่าบุรุษทั้งหมดหยิบอาวุธไปจากศัตรู
“ที่ทางออกมีพวกก็อบลินคอยเฝ้ายามอยู่คุณช่วยออกไปจัดการกับฉันได้ไหม?”วาสหันไปถามหลง ซึ่งเขาก็พยักหน้าด้วยความยินดี
วาสไม่สามารถให้เชลยใช้หลุมสอดแนมของเขาในการออกไปได้เพราะมันเล็กเกินไป กว่าจะออกไปได้หมดคงจะถึงเช้าพอดี
สองชายต่างวัยเดินย่องไปยังปากทางเข้า เป็นไปตามที่วาสคิดที่ปากทางเข้ามีก็อบลิเกือบ 10 ตัวยืนเฝ้ายามอยู่โดยไม่ได้หลับใหล
มนุษย์ทั้งคู่พุ่งทะยานใช้อาวุธในมือคร่าชีวิตพวกมันด้วยความเร็วสูง ดาบยักษ์ในมือวาสตัดฉับก็อบลินที่เดียว 5 ตัว ทวนในมือหลงก็แทงออกไปด้วยความเร็วราวกับกระสุนทะลุศีรษะพวกมันไม่ปล่อยให้ส่งเสียงร้องสักแอะ!
หลงมองทวนในมือด้วยความไม่คุ้นชิน น่าเสียดายที่ทั้งวาสและเหล่าศัตรูไม่มีใครใช้ง้าวเขาเลยต้องใช้สิ่งนี้ประทังไปก่อน
วาสเดินกลับไปเรียกเหล่าอดีตเชลยให้เดินตามมา โดยมีเขาเดินปิดท้าย แต่ก่อนจะเดินออกไปกันนั้น
“เราจะปล่อยพวกมันไปอย่างนี้จริงๆนะหรอ”ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างเสียดาย
“ไม่ต้องห่วง ผมมีวิธีฆ่าพวกมันทั้งหมด แต่พวกคุณต้องออกไปก่อน”ชายหลายคนมองหน้าวาสด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่เอ่ยถาม
หลังจากทั้งหมดเดินไปหยุดที่ปากทางเข้าแล้ว ตรงหน้าของพวกเขาคือหินก้อนยักษ์ปิดทางออกไว้ เขาขอให้ชายฉกรรจ์หลายคนช่วยกันดันมันออกแล้วพูดกับหลงว่า
“ข้างนอกยังมีพวกมันเฝ้าอยู่อีก”หลงรับคำ
ทันทีที่หินถูกดันออกทั้งคู่ก็กระโจนออกไปสะบัดอาวุธไปรอบทิศทาง
ก็อบลินสวมเกราะตัวหนึ่งที่เฝ้าทางเข้าไว้อ้าปากค้าง ไม่ทันได้เอ่ยอะไรปลายแหลมของทวนก็แทงทะลุปากมันไป!
“พวกคุณรออยู่ที่นี่ ฉันขอเวลาครู่เดียว”วาสกล่าวจบก็เดินกับเข้าไปภายในฐานทัพศัตรูอีกครั้ง
เขาเดินมาหยุดอยู่ที่จุดศูนย์กลางของค่ายพักทหาร ชายหนุ่มล้วงท่อนฟืนออกมาหลายท่อนและกองกันไว้แล้วหยิบขวดยาใสหลายใบ แต่ละใบเต็มไปด้วยของเหลวหลากสี
ชายหนุ่มสุดลมหายใจเข้าลึกและกลั้นไว้ เขาขว้างขวดใสทั้งหมดไปรอบๆ เสียงขวดแตกกระจายดังขึ้นพร้อมกับกลุ่มควันหลากสีที่ลอยฟุ้ง
จากนั้นจึงหยิบสมุนไพรหลายชนิดที่มีสีสันฉูดฉาดวางทับลงบนกองฟืนและจุดไฟ
‘เสร็จสักที’ของทั้งหมดที่วาสนำออกมาคือพิษล้วนๆ แต่ละอย่างมีสรรพคุณต่างกัน แต่ล้วนแล้วอันตรายทั้งสิ้น ชายหนุ่มเชื่อว่ากองทัพก็อบลินและออร์คที่นอนอยู่ไม่มีทางรอดไปได้
ลมหายใจของเขาใกล้หมดแล้ว ชายหนุ่มเตรียมออกวิ่งไปปากทางเข้า แต่หางตาของเขากลับเหลือบไปเห็นบางอย่างเข้าซะก่อน
มันคือผ้าผืนเก่าที่คลุมบางอย่างไว้ วาสลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจเดินไปเปิดผ้าออก
สิ่งที่อยู่ใต้ผ้าคือกรงเหล็กชั้นดีสีเงินวาวและโลงศพ สิ่งที่ถูกขังอยู่ข้างในกรงคือ..
‘ต้นไม้?’
ตรงหน้าวาสคือต้นไม้ต้นเล็กที่สามารถหาได้ตามป่าพงไพร ชายหนุ่มคิดว่าพวกก็อบลินคงเสียสติไปแล้วถึงได้เอาต้นไม้มาขังกรง แต่แล้ววาสก็ต้องรู้สึกอึ้ง เมื่อต้นไม้ตรงหน้าเริ่มขยับตัวก่อนจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่มีรูปร่างเหมือนต้นไม้แต่มีตากลมโตสีเขียวอ่อนและมีจมูก ปาก แขนขาคล้ายมนุษย์จับจ้องเขาอยู่
“ท่านเป็นเผ่าพันธุ์อะไร?”ต้นไม้เอ่ยถามวาส
‘ฉันสิต้องถาม!’วาสคิดในใจแต่ไม่เอ่ยอะไรออกมา
ต้นไม้ต้นน้อยขมวดคิ้วที่เห็นวาสไม่ตอบ แต่ครั้นเขาเหลือบไปเห็นควันหลากสีที่ลอยฟุ้งอยู่ก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“ท่านเป็นศัตรูกับพวกออร์คและก็อบลินสินะ ถ้าอย่างนั้นได้โปรดช่วยข้าด้วย!”วาสขมวดคิ้ว เขาไม่อยากจะหาเรื่องใส่ตัวเท่าไหร่นัก
“ถะ..ถ้าท่านช่วยข้า ข้าสัญญาว่าจะตอบแทนท่านแน่นอน”ต้นไม้น้อยที่เห็นสีหน้าวาสก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นระริก
‘เอาเถอะ ช่วยๆไปละกัน’
สกิลช่องว่างมิติ!
วังวนสีฟ้าปรากฏขึ้นต่อหน้าวาส ชายหนุ่มออกแรงยกกรงเหล็กและโยนมันเข้าไป เสียงสุดท้ายที่เขาได้ยินคือ…
“ไม่น่าเชื่อ! ท่านมีสกิลช่องว่างมิติด้ว...”
วาสรู้สึกสงสัย เจ้าต้นไม้ตัวน้อยรู้จักสกิลนี้ได้อย่างไร
‘เอาไว้ค่อยถามแล้วกัน’วาสคิดในใจ หันไปสนโลงศพที่วางอยู่ข้างๆกัน เขางัดฝาโลงให้เปิดออกเผยให้เห็นศพออร์คร่างใหญ่ที่ถูกผ่าเป็น 2 ส่วน
“เจ้านี้มัน... ขุนพลออร์คสินะ”ถึงวาสจะไม่เคยเห็นวาลอคด้วยตาตัวเอง แต่ดูจากร่างกายที่สูงใหญ่และดูแข็งแกร่งกว่าออร์คทั่วๆไปเขาก็พอเดาได้
ชายหนุ่มเก็บศพของขุนพลออร์คไว้ในถุงมิติและรีบวิ่งออกไปทันที
“ปิดปากทางเข้าไว้”วาสไม่อยากให้ควันพิษลอยออกมาอย่างเปล่าประโยชน์ ชายหลายคนแม้สงสัยแต่ก็ทำตามที่เขาบอก
“ไปกันเถอะ”
วาสและหลงออกนำขบวนอดีตเชลยหลบหนี ระหว่างทางพวกเขาเจอทหารยามก็อบลินถี่ยิบ และทุกครั้งพวกเขาต้องพยายามสังหารพวกมันทิ้งไม่ให้หนีไปได้
“ทำไมเวรยามพวกมันเยอะอย่างนี้?”ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างไม่เข้าใจ แต่วาสกลับยิ้มแห้งๆในใจ
ต่อให้ระมัดระวังแค่ไหนก็ไม่มีทางที่คนนับหมื่นจะหนีรอดการค้นพบไปได้
“กี้ๆๆๆ พวกมนุษย์หลุดออกมาแล้วรีบไปรายงานท่านแม่ทัพเร็ว!”
พวกเขาเจอะเข้ากับกลุ่มก็อบลินหลายสิบตัว พวกมันวิ่งแตกกระจายไปคนละทาง ยากที่จะสังหารได้หมด
“ชิ! วิ่งเดี๋ยวนี้ เราจะต้องไปถึงค่ายฝ่ายเราก่อนที่แม่ทัพก็อบลินจะหาเราเจอ”วาสไม่อยากเสี่ยงเผชิญหน้ากับแม่ทัพก็อบลินเพราะเขาไม่เคยเห็นฝีมือมันมาก่อน แต่ที่แน่ๆต้องแข็งแกร่งกว่าขุนพลก็อบลินอย่างแน่นอน
ระหว่างที่ออกวิ่งนั้นอยู่ๆทั้งโลกในสายตาวาสก็หยุดหมุน ทุกอย่างหยุดการเคลื่อนไหวอย่างน่าอัศจรรย์
.
.
.
-ขอแสดงความยินดี ตอนนี้ท่านบรรลุถึงเลเวล 17 แล้ว-
-ขอแสดงความยินดี ตอนนี้ท่านบรรลุถึงเลเวล 18 แล้ว-
-ขอแสดงความยินดี ตอนนี้ท่านบรรลุถึงเลเวล 19 แล้ว-
-ขอแสดงความยินดี ตอนนี้ท่านบรรลุถึงเลเวล 20 แล้ว-
-เนื่องจากท่านบรรลุถึงเลเวล 20 ทำให้ท่านสามารถเลือกได้ว่าจะเข้ารับบททดสอบอาชีพหรือไม่-
- หากปฏิเสธการทดสอบอาชีพหรือล้มเหลวในการทดสอบอาชีพ ท่านจะไม่สามารถเลื่อนเลเวลได้อีก คำเตือน การทดสอบบางอาชีพอาจอันตรายถึงชีวิต-
‘!!!!!’