ตอนที่ 18 จูบแรก
เด็กน้อยยังไม่เชื่อใจซิน เมื่อเซจังปล่อยตัวเด็กน้อยเขาก็ดีดตัวออกวิ่งไปทิศทางหนึ่งทันที
“จะให้ตามไปไหมคะ” เซมถาม
“ไม่ต้องมีคนปกป้องเด็กพวกนั้นอยู่ผมต้องไปคุยและขออนุญาตจากเขาก่อนเื่เด็กพวกนั้น” ซินกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะมองไปทิศทางหนึ่งซึ่งเป็ทิศที่เด็กน้อยคนนั้นวิ่งหนีไป
“หวังว่าจะได้เจอกันเร็วนะครับ” ซินกล่าวก่อนที่จะก้มหัวทำความเคารพไปยังทิศทางนั้นด้วยความสุภาพจนหญิงสาวอีกสองคนต้องทำตามอย่างไม่มีท่าทางกังขา
“ไปกันเถอะ” ซินกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะให้เซมเปิดประตูมิติให้พวกเขาเดินเข้าไปก่อนที่จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ทางด้านของเด็กน้อยเขาวิ่งหนีอย่างสุดชีวิตเพราะกลัวว่าพวกซินจะติดตามตนมา
“ถ้าเจอปู่ละก็” เด็กน้อยนึกถึงปู่ขอทานคนหนึ่งที่คอยดูแลพวกตนอยู่ แม้ว่าปู่จะดูอ่อนแอแต่ก็จัดการพวกอันธพาลหลาย ๆ คนที่เขามารังแกเด็ก ๆ ได้อย่างง่ายดาย
“โฮะ ๆ ถึงเจอปู่ไปปูก็ไม่คิดจะทำอะไรหรอกนะ” เสียงชายชราดังขึ้นข้างกายของเด็กน้อยทำให้เขาใจเย็นลงเป็อย่างมากเพราะนั้นคือเสียงของปู่ของเขา
“ปู่!!” เด็กน้อยะโเรียกชายชราด้วยความดีใจ
“ฟีน่าข้าบอกเ้าแล้วว่าตอนกลางคืนนั้นอันตรายเ้าก็ยังที่จะไปแอบปล้นขโมย ดีที่ได้เจอพวกเขาไม่ใช่คนอื่นไม่อย่างนั้นเ้าอาจถูกจับตัวไปแล้ว ไม่ก็ตาย” ปู่ของเด็กสาวดุกล่าวด้วยเสียงแข็ง
เขาไม่อยากจะว่าหลานสาวของเขามากนักแต่บางทีก็ต้องกล่าวเตือนให้รู้สึกตัวบ้างว่าสิ่งที่ตนทำนั้นมันอันตรายแค่ไหน
“แต่ว่าถึงอย่างนั้นปู่ก็มาช่วยข้าอยู่ดีนิ” เด็กสาวก่อนอย่างยินดีไม่มีคาบของเด็กผู้เ็าหลงเหลืออยู่เลย
“ไม่หรอกครั้งนี้อาจเป็ครั้งสุดท้ายแล้วที่ข้าปรากฏตัวออกมาแบบนี้” ชายชรากล่าวอย่างยิ้ม ๆ เป็นัย ๆ ซึ่งเด็กสาวอายุอานามไม่ถึงสิบสองปีไม่มีทางรู้สิ่งที่ชายชราจะสื่อได้เลย
“ทำไมละปู่” เด็กสาวถามอย่างสงสัย
“เดี๋ยวเ้าก็เข้าใจเองละ ฮา ๆ ๆ ” ชายชรากล่าวพร้อมกับหัวเราะราวกับคนบ้า สายตาของเขามองไปยังทิศทางที่ซินจากไปด้วยสายตาหลากหลายอารมณ์
‘ไม่ใช่เ้าพวกนั้น แถมดูเหมือนจะแข็งแกร่งมากกว่าที่เห็นเสียอีก’ ชายชรารอบประเมินอยู่ในใจไม่ให้เด็กสาวรู้ก่อนที่จะเดินจากไปยังบ้านเล็กในสลัมของพวกเขา
หลังจากที่ซินเดินเข้าประตูมิติออกมาแล้วเขาก็ทรุดลงพื้นทันทีก่อนที่จะกระอักเืออกมา
แค็ก ๆ
ร่างกายของเขาท่วมไปด้วยหยาดเหงื่อ หญิงสาวทั้งสองใกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากจนเริ่มมาพยุงตัวของซินและใช้พลังรักษา
“แค็ก ๆ ผมแค่โดนแรงกดดันนิดหน่อยนะ” ซินกล่าวด้วยรอยยิ้มเปื้อนเืของเขา
ใครจะไปคิดว่าตัวตนที่แข็งแกร่งระดับนั้นจะมาอยู่ในสลัมที่ทุกคนต่างรังเกียจ แต่ถึงแบบนั้นก็อาจเป็ที่ซ่อนตัวที่ดีที่สุดสำหรับัหมอบแบบเขาก็ได้
‘เด็กที่มีดวงตาพิเศษกับชายชราลึกลับที่มีพลังสามารถฆ่าคนได้แค่เพียงแรงกดดัน’
ซินไม่รู้ว่าชาชรานั้นปล่อยพลัง้าฆ่าเขาหรือทดสอบเขากันแน่แต่สถานการณ์ตอนนี้เป็หรือตายก็ไม่ต่างกันมากนัก
ผ่านไปสักพักฟ้าเริ่มสว่างซินลืมตาตื่นขึ้นโดยที่มีเซมนั่งเฝ้าอยู่
“เซจังไปแล้วสินะ” ซินกล่าวถามด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“ใช่ค่ะ” เซมกล่าวเบา ๆ ก่อนที่จะมองไปยังซินด้วยสายตาห่วงใยเป็อย่างมาก
“ดิฉันขอได้ไหมคะ ว่าอย่าฝืนตัวเองแบบนี้อีก” เซมกล่าวออกมาก่อนที่น้ำตาของเธอจะไหลลงบนหน้า
“อ่า ผมเป็ผู้ชายที่แย่เสียจริงที่ทำให้ผู้หญิงร้องไห้ได้เนี้ย” ซินกล่าวด้วยรอยยิ้มเศร้าก่อนที่จะยกมือของตนเองปราดน้ำตาของเซมอย่างอ่อนโยน
“ผมไม่สัญญาในสิ่งที่ผมทำไม่ได้หรอกนะ” ซินกล่าวก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนเพื่อนปลอบโยนให้แก่เซม
“นั่นสินะคะ สมกับเป็ท่านดี” เซมกล่าวออกมาก่อนที่จะก้มหน้าลงจุมพิตไปที่ริมฝีปากของซิน
จนเ้าตัวใเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธความอ่อนนุ่มของริมฝีปากหญิงสาวผู้นี้
ผ่านไปสักพักทั้งสองเดินลงมาด้วยอาการปกติทั้งคู่แต่มีพีบีจ้องทั้งสองด้วยสีหน้าแดงก่ำ
“คะคือว่าพ่อบอกว่าให้ตามพี่ชายไปหาค่ะ” พีบีกล่าวก่อนที่จะรีบวิ่งหนีทั้งสองคนไปอย่างเร่งรีบ
ซินเห็นอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาก่อนที่จะเดินตามเด็กสาวไปอย่างไม่เร่งรีบ
ห้องทั้งห้องใต้ดินแผ่ความร้อนออกมาราวกับอยู่ในนรกซินห้ามให้เซมใช้พลังเวทสร้างบาร์เรียน้ำเพราะกลัวว่ามันจะเปลี่ยนอุณหภูมิของห้องทำให้การตีอาวุธหรืออุปกรณ์นั้นเสียหายได้
เขาจ้องมองไปยังชายวัยกลางคนที่กำลังสลักบางอย่างลงไปบนหน้ากากสีเงินก่อนที่มันจะเสร็จสมบูรณ์แสงสีม่วงจะปรากฏขึ้นมาเพื่อยืนยันว่าสิ่งของข้างหน้านั้นถูกสร้างออกมามีระดับสีม่วงซึ่งทุกคนต่าง้าเป็อย่างมาก
“หน้ากากนี้มันถูกสร้างมาด้วยอะไรกันนะ ทำไมระดับมันถึงกลายเป็สีม่วงได้” ซินกล่าวถามอย่างสงสัย
“เอ่อหนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะพ่อแค่บอกว่าให้เอาเส้นผมของพี่ชายมาก่อนที่จะใส่ลงไปรีบของอุปกรณ์ก็กลายเป็สีม่วงเฉยเลย” พีบีกล่าวก่อนที่จะมองไปยังเส้นผมสีขาวของซินด้วยตาเป็ประกาย
‘ยัยเด็กนี่คงไม่คิดจะเด็กผมของผมไปหมดหัวหรอกนะ’
“แน่ใจนะว่ามาจากเส้นผมของผม”
“ใช่ค่ะเพราะหนูก็ลองกับดาบอีกเล่มที่สร้างขึ้นมาระดับของมันก็ถูกเพิ่มขึ้นเป็สีแดงเฉยเลย” พีบีกล่าวมาอย่างงงโดยที่ตนเองไม่รู้สึกว่าการสร้างอาวุธระดับนั้นมันผิดปกติอะไรมาก
“นี่อาวุธสีแดงมีกี่ชิ้นบนโลกนี้เหรอลุง” ซินถามลุงที่กำลังดูหน้ากากด้วยสีหน้าภูมิใจ
“โอ้มาแล้วเหรอเ้าหนูดูนี่สิหน้ากากระดับม่วงเลยนะ ฮ่า ๆ ๆ ข้าอยากจะบ้าตายของระดับม่วงกับกลายเป็แค่หน้ากาก” น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดูถูกหน้ากากนั้นสักนิดแต่คำพูดแม้แต่คนฟังใครได้ยินก็อยากจะเอาหมัดไปซัดสักทีหนึ่ง
“โอ้ส่วนเื่ที่เ้าถามมีประมาณสามเล่มทั่วโลก มีปรากฏให้พวกเราเห็นละนะบางทีอาจมีมากกว่านั้น แต่ที่ยืนยันได้มีแค่สามเล่มเท่านั้นไม่รวมเ้าดาบเล่มนี้” ลุงกิลดาสกล่าวก่อนที่จะชี้ไปยังดาบสีขาวเล่มั์ที่ดูใหญ่โตกว่าร่างของซินเป็อย่างมาก
ท่าเทียบกันแล้วน่าจะมีขนาดรอบอกของซินพอดีส่วนความยาวนั้นสูงกว่าสองเมตรการจะกวัดแกว่งแต่ละที่คงต้องใช้กำลังมหาศาลซินคิดแบบนั้น
“ดาบนั้นไม่มีน้ำหนักหรอก แถมคมสุด ๆ ด้วย” ลุงกิลดาสเหมือนรู้ในสิ่งที่ซินคิดอยู่เขาหยิบดาบขึ้นมาด้วยมือข้างเดียวก่อนที่จะโยนไปหาซินราวกับไร้ซึ่งน้ำหนักจนเขาใ
“ดาบใหญ่ที่ไร้ซึ่งน้ำหนักเหรอ” ซินคิดสภาพของเขาที่วาดดาบเล่มนี้ในสนามรบอย่างเมามัน
‘อืมน่าสนุกดีแฮะ ไม่สิเข้าอันตรายชัด ๆ เลยนิหว่า’
“เพราะงั้นเ้าก็รีบ ๆ ออกจากเมืองนี้ไปได้แล้วเพราะพวกข้าก็กำลังจากออกเดินทางเหมือนกัน” ลุงกิลดาสกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียจริงจังเพราะเขากลัวว่าใครจะมาพบดาบเล่มนี้เขาก่อนที่ซินจะแข็งแกร่งพอปกป้องตนเอง แต่คิดไปคิดมาถ้ามันโง่ขนาดนั้นก็ปล่อยให้มันตายไปแล้วกัน
“ลุงก็จะออกจากเมืองนี้อย่างนั้นเหรอ” ซินถามด้วยความสงสัย
“ใช่เพราะว่าทางการคงไม่ส่งคนมาปกป้องเมืองหน้าด่านนี่หรอก ก็นะเพราะมันเป็าภายในยังไงเมืองหลวงก็ต้องเป็สถานที่นองเือยู่แล้วสิ ถ้าพูดตรง ๆ เมืองนี้อาจปลอดภัยจากาก็จริงแต่กับอัศวินหนีทัพ พวกกองโจร เป็เหมือนที่ซ่องสุมที่ดีเลยละ” ลุงกล่าวออกมาพร้อมหัวเราะทันที ที่จริงตัวของเขาก็ไม่สามารถกำหนดให้ลุงและครอบครัวของพวกเขาทำอะไรได้อยู่แล้ว ทว่า
“ถ้าอย่างนั้นผมมีโอเอซิสสำหรับการสร้างลุงสนใจไหม” ซินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงลึกลับ
จนสองพ่อลูกตาเป็ประกาย
“ที่ไหนเ้าหนูบอกข้ามาเร็ว ๆ ” ลุงกิลดาสกล่าวด้วยความร้อนรน เขาเชื่อสุดใจว่าเ้าหนูข้างหน้า นี่ไม่ได้โกหกเขาจริง ๆ แน่ ไม่งั้นเขาคงไม่คิดจะคบเป็สหาย
“แต่นายท่านปู่ต้นไม้เขา..”
“นั้นเป็เมืองของผม” ซินเอ่ยคำขาดจนเซมไม่อาจแย้งได้
เธอแค่กังวลเกี่ยวกับทั้งสองคนจะมีเื่กันเพราะปู่ต้นไม้ดูเหมือนจะไม่ชอบมนุษย์ ซินรู้แบบนั้นอยู่แล้วจึงส่งคนที่เป็เหมือนกับคนดีที่เป็ส่วนน้อยของโลกไปให้ปู่ต้นปรับตัวก่อนที่จะเจอพวกคนชุดใหญ่
“เซมช่วยทั้งสองคนเก็บของก่อนที่จะถึงเวลานัดกับพวกนั้นเราจะไปส่งพวกลุงกิลดาสก่อนที่จะไปเมืองหลวง”
ซินออกคำสั่งก่อนที่จะไปหยิบหน้ากากมาสวมทันใดนั้นภาพมุมมองของเขาที่มีต่อโลกใบนี้ก็เปลี่ยนไป