เจนรีบเดินไปร้านสะดวกซื้อมองไกลๆ ไปตามทางเดิน เห็นถนนมืดกว่าปกติอยู่ช่วงหนึ่งจริงตามที่พี่เจ้าของหอบอกวิไลพรเห็นเจนเดินตรงมาที่แยกใหญ่ไกลๆรีบวิ่งฝั่งถนนตรงข้ามเข้ามาหาเจนเพื่อแจ้งเตือนว่า มีคนร้าย 3คนดักซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ข้างถนน ทำให้เจนสะดุดก้อนหินล้มลงที่พื้นถนน
“ลูกแม่ๆๆ อย่าไปๆๆๆมีคนร้ายจะทำร้ายลูก...อย่าเดินมาตรงนี้ อย่าๆ ลูกอย่าเดินมา!!!!!!อย่าเข้ามา!!!” วิไลพรพยายามตะโกนสุดเสียงแต่เป็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์ มิหนำซ้ำยิ่งเธอตะโกนดังเท่าใดยิ่งทำให้เกิดลมพัดตรงที่ไปที่ตัวเจนจิราจนทำให้เธอต้องใช้มือดันพื้นถนนถอยร่นตามแรงลมที่เกิดขึ้น
วิไลพรเห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งย้อนกลับไปบริเวณแยกใหญ่อีกครั้งเธอเห็นคนร้าย 3 คนค่อยๆ ขยับตัวออกมาจากพุ่มไม้ เธอกางมือออกทั้ง 2ข้างเพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายวิ่งตรงมาที่เจนจิราที่กำลังเสียหลักนั่งอยู่บนพื้นถนน
ความห่วงใยของแม่ที่มีต่อลูกสร้างความคับแค้นใจให้กับวิไลพรอย่างถึงที่สุดเธอสื่อสารกับลูกไม่ได้ กัดฟันกรอดจนเลือดไหลผ่านร่างของเธอ ทำให้ร่างของวิไลพรค่อยๆปรากฎกายขึ้นมาต่อหน้าคนร้ายทั้ง 3 คนน้ำตาที่ไหลออกมากลายเป็นหยดเลือดแห่งความแค้นทำให้โจรตกใจกับสิ่งที่ปรากฎตรงหน้ามือไม้สั่น หวาดผวาจนพูดไม่ออก
“มึงเป็นใคร!!!...มึงมาจากไหนๆๆๆ”
“พวกมึงจะทำอะไรลูกกู!!! กูถามว่าพวกมึงจะทำอะไรลูกกู!!! พวกมึงต้องตายทุกคนที่นี่!!!!”วิไลพรเปล่งเสียงออกมาด้วยความแค้น “กูจะฆ่าพวกมึง!!!!”
ดวงตาของวิไลพรค่อยๆเปลี่ยนเป็นดวงตาเลือดด้วยความชิงชัง โกรธแค้นน้ำเสียงของวิไลพรสร้างความหวาดกลัวให้กับโจรจนต้องวิ่งแตกกระเจิงคนละทิศคนละทาง
ในขณะเดียวกันเจนจิราเสียหลักอยู่ด้านหลังวิไลพรตะโกนร้องออกมาด้วยตกใจสุดขีดเธอค่อยๆ ดันขาตัวเองทั้ง 2 ข้าง ขยับตัวหนีเช่นกัน เธอกรีดร้องเต็มเสียงจนดังลั่นรวบรวมกำลังทั้งหมดลุกขึ้นวิ่งหนีอย่างสุดแรงเกิดไปทางร้านสะดวกซื้ออย่างสุดชีวิต
ด้วยความเหนื่อยล้าอ่อนเพลียเจนจิรานอนหลับสนิทอยู่บนเตียงทั้งๆ ที่ยังจัดห้องไม่เสร็จ กระเป๋าและของใช้ส่วนตัวบางส่วนยังคงถูกวางเกะกะห้องไปหมด ที่ปลายเตียงมีขวดน้ำวางอยู่กับแก้วเปล่า
วิไลพรใช้พลังทั้งหมดไล่โจรจนทำให้เธออ่อนแรงลงอย่างมากเธอพยายามลอยตามหาจนพบว่าเจนจิรากำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงภาพตรงหน้าทำให้วิไลพรอดยิ้มไม่ได้ เธอเผลอลอยตัวลงมายืนบนเตียง ทำให้ที่นอนบริเวณเอวค่อยๆยุบตัวลงเรื่อยๆ จนทำให้เจนจิราตกใจตื่นขึ้นมา
“แม่ขอโทษแม่ไม่ได้ตั้งใจให้ลูกตื่น...”
ภาพตรงหน้าของวิไลพรกลับกลายเป็นความหวาดกลัวของลูกสาวเธอเองที่เห็นกลุ่มควันกลายร่างเป็นผีหญิงสาวผมยาวเจนจิรากรีดร้องออกมาสุดเสียงอย่างต่อเนื่องจนทำให้วิไลพรต้องเสียน้ำตา
“แม่ขอโทษ...แม่...แม่...แม่ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้...แม่...แม..แม่เสียใจ..”
หยดน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความห่วงใยของแม่ที่มีต่อลูกกลับกลายเป็นหยดเลือดเปียกชุ่มที่นอนสร้างความหวาดกลัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“แม่มีเรื่องจะบอกลูก...ฟังแม่ด้วยๆๆเจนลูกแม่...รีบไปช่วยพ่อ....ช่วยพ่อด้วยๆๆๆ แม่ไม่ไหวแล้ว ลูกต้องไปช่วยพ่อ!!!!!!”ยิ่งเธอเปล่งเสียงมากเท่าใด ยิ่งทำให้ร่างของเธออ่อนแรงลงเรื่อยๆจนในที่สุดร่างของวิไลพรสลายไป
หลวงตายังคงนั่งหลับตาสวดมนต์อยู่ภายในกุฏิจู่ๆเกิดลมพัดกะทันหันกระทบที่หน้าต่างไม้รุนแรงมากจนทำให้หลวงตาต้องหยุดสวดมนต์แล้วหันมองไป-มารอบห้องสายตาหยุดตรงที่หน้าต่างไม้กำลังสะบัดตามแรงลม
ในจังหวะนี้เองเกิดลมพัดรุนแรงขึ้นอีก1 จุดบริเวณลานวัดทำให้ต้นไม้แถวนั้นไหวเอน มีลำแสง 3จุดเคลื่อนที่รวมกันเป็นจุดเดียวขนาดใหญ่กลายร่างเป็นผีสาวลอยเข้ามาทิศทางชั้นใต้ถุนของกุฎิ
แสงไฟจากลานวัดส่องผ่านทางช่องหน้าต่างไม้ค่อยๆ สลัวลงทีละน้อยทำให้หลวงตาทราบดีว่า มีบางสิ่งลอยขึ้นมาปิดทางแสง ทั้งๆที่หลวงตาไม่ได้หันมามองหน้าต่างไม้แม้แต่น้อย
เงามืดค่อยๆลอยขึ้นมาจนถึงระดับเดียวกับหน้าต่าง กลายร่างเป็นวิไลพรปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจน
“โยมติดตามโยมเจนอยู่ใช่ไหม?โยมทำสิ่งนี้ไปเพื่ออันใด?เหตุใดโยมจึงไม่หยุดสักที”
“หลวงตาเมตตาหนูด้วยเถอะเจ้าค่ะ…กำลังจะเกิดเหตุร้ายกับสามีของหนูหนูพูดคุยกับใครไม่ได้เลย”
“โยมกำลังฝ่าฝืนลิขิตฟ้าโยมกำลังทำผิดมหันต์ โยมพูดในสิ่งที่อาตมาไม่ควรรู้?โยมเอาความลับแห่งความจริงมาบอกอาตมาไม่ได้เด็ดขาด!!!”
“หนูอยากให้ลูกไปช่วย...ไปช่วยพ่อตัวเองก็..ก็ยังดีท่านเป็นพระผู้สูงส่ง มีบารมีแก่กล้าจนหนูสามารถติดต่อกับท่านได้แต่ทำไมท่านไม่ช่วยครอบครัวหนู ลูกช่วยพ่อเป็นกุศลยิ่งใหญ่นะคะในเมื่อท่านรู้ว่าสามีหนูกำลังมีภัยร้ายแรงถึงแก่ชีวิต แต่ท่านกลับวางเฉย”
“โยมสำคัญตัวผิดแล้วชายผู้นั้นไม่ใช่สามีเจ้าอีกต่อไป เจ้าอยู่ภพภูมิไหน แล้วชายผู้นั้นอยู่ภพภูมิไหนที่สำคัญลิขิตฟ้ากำหนดให้ชายผู้นั้นมีวาสนาเพียงเท่านี้...จงหยุดเสียเถอะ!”
“แต่ท่านคะ!ถ้าสามีหนูมีวาสนาเพียงแค่นี้จริงๆ แล้วทำไมหนูจึงรู้ล่วงหน้าให้หนูรู้เหตุร้ายนี้ทำไม แล้วให้หนูมีตัวตนแบบนี้ไปเพื่ออะไร?”
คำพูดของวิไลพรสะกิดใจจนทำให้หลวงตาต้องหันกลับมามองวิไลพรทันที“เห็นไหมคะท่านเห็นหนูจริงๆ ด้วย สายตาของท่านมองมาที่ร่างของหนูจริงๆ”
“หนูเข้าไปในกุฏิท่านไม่ได้หนูทำได้เพียงกราบท่านด้วยความเคารพอย่างสูงสุดค่ะ”
“โยมกำลังทำให้อาตมาฝ่าฝืนลิขิตฟ้าอีกคนอย่างนั้นหรือ?”
หลวงตาเอื้อมมือหยิบขันเงินใบหนึ่งออกมาจากตู้ไม้มีน้ำสะอาดอยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง หลวงตาใช้ผ้าขาวผืนใหญ่ปิดขันเงินจนมิดชิด
“จงบอกลิขิตฟ้าลงในขันเงินใบนี้ แล้วเจ้าจงไปจากข้า!!”
วิไลพรยื่นมือไปในทิศทางขันเงินพร้อมกับค่อยๆแบฝ่ามืออย่างช้าๆเธอรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายจนมือสั่นส่งต่อไปที่ขันเงินเธอใช้พลังทั้งหมดที่มีอยู่ ทำให้ร่างของเธอหล่นลงมากระแทกพื้นอย่างรุนแรงจนสูญสลายไป
“ตอนนี้...หนูกำลังคิดถึงวันที่...ในวันที่หนูคิดจะทำร้ายตัวเอง...แต่แม่...แม่มาช่วยหนูต่างหากแม่ไม่ได้ทำร้ายหนูสักนิด”
ในจังหวะนี้เองผีสาวปรากฎร่างขึ้นมาอีกด้านหนึ่งของเชือกที่ตกอยู่พื้นห้องการปรากฎตัวครั้งนี้รุนแรงที่สุด ดวงตาของผีกลายเป็นแสงสีแดงทั้ง 2 ข้างหน้าเละไปหมด มีลมพุ่งตรงเข้ามาจากปากของผีสาวกระแทกเจนอย่างรุนแรงจนตกเก้าอี้ลงมากองที่พื้นความรุนแรงทำให้พลอย, ส้ม, ป้ามุก และลุงหมูรู้สึกเช่นกัน
“ไม่ใช่ผีร้ายแต่เป็นแม่มาช่วยหนูไม่ให้...หนูคิดสั้น...”
“ลูกเจนของแม่!!!!!!!!!!!ลูกอย่าทำแบบนี้....ใจแม่จะสลายอยู่แล้วววว......ลูกเจนนนนนนนนนนของแม่”
ผีร้ายหันมามองเจนด้วยดวงตาส่องแสงสีแดงทั้ง2 ข้าง เสียงคำรามยังคงดังต่อเนื่องจนทำให้เจนตาค้าง ตกใจหวาดกลัวสุดขีด “ไอ้ผีร้าย!!!!มึงใช่ไหม...ที่ตามหลอกหลอนกูมาโดยตลอด!!!!”
เจนใช้มือทั้ง 2 ข้างยันพื้นเอาไว้ สายตาของเธอจ้องมองตรงไปที่หน้าผีสาวเธอค่อยๆ ยันพื้นให้ตัวเองถอยหลังไปเรื่อยๆ จนหลังพิงกำแพงด้านหนึ่งของห้องนอน“มึงต้องการอะไรจากกู!!!ในเมื่อมึงปรากฎตัวให้กูเห็น”
ใบหน้าของผีสาวค่อยๆ ชัดขึ้นกลายเป็นใบหน้าเละจนเห็นโครงกระโหลกบางส่วน เลือดไหลเป็นทางยาวลงมาจนถึงพื้นห้องเสียงคำรามยังคงกึกก้องต่อเนื่อง ผีสาวค่อยๆ ลอยเข้ามาใกล้ๆ เจน
“ลูก.........นี่แม่เอง....แม่....ทำไมลูกต้องกลัวแม่ด้วย......นี่แม่....นี่แม่เองนะ....ลูกเจนของแม่......”
“แม่ไม่ได้ใช้เก้าอี้ทำร้ายหนูแต่แม่กำลังบอกหนูว่าความทรงจำของหนูอยู่ในห้องที่ซ่อนอยู่...แม่...แม่รอหนูอยู่ในห้องนี้ต่างหาก”
“แม่อยู่ในห้องนี้มาโดยตลอด...แม่รอหนูในห้องนี้มานานแล้ว....ลูกเจนของแม่.....”
ท่ามกลางห้องที่มีแต่ความมืดมิดเสียงค้อนทุบกำแพงดังถี่และรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งผนังปูนบางส่วนเริ่มปริแตกออกมา ทำให้แสงจากภายนอกสาดส่องผ่านรอยแตกร้าวตรงเข้ามาเงาของชายสูงวัยปรากฎตัวต่อหน้าวิไลพร ค่อยๆ เดินมุดลอดช่องเข้ามาแม้ว่าจะเห็นเพียงแค่เงา เธอก็รู้แล้วว่าชายสูงวัยผมสีดอกเลาคนนี้คือ พ่อของเธอ
“พ่อ!!!!!!!!....พ่อๆๆๆพ่อ!!!!!” วิไลพรตะโกนสุดเสียงหลายครั้งหลายหนแต่ไม่เป็นผล“พ่อ!...หนูเองงงหนูวิไลพรลูกของพ่อ....พ่อ หนูยืนอยู่ตรงนี้!!!!”
ไม่ว่าวิไลพรจะตะโกนดังขนาดไหนไพโรจน์, วีและคนอื่นๆ ที่กำลังมุดลอดช่องปูนแตกเข้ามาในห้องไม่มีใครมองเห็นหรือได้ยินเสียงเธอเลยแม้แต่น้อย
“พ่อ...ลูกเจน...ป้ามุก...ลุงหมู...หนูอยู่นี่หนูเอง ทุกคน!!!!!หนูอยู่นี่!!!”
ยิ่งเธอตะโกนดังมากเท่าใดก็ยิ่งทำให้เธอเริ่มอ่อนแรงลงทุกทีน้ำตาไหลอาบนองสองแก้มด้วยความรู้สึกสุดกล้ำกลืน “ทะ..ทำไม...ทำไมถึงเป็นแบบนี้...ทำไม...หนูคิดถึงทุกคนคิดถึงพ่อ..ลูกหนู...ทุกคนยืนอยู่ตรงหน้า แต่ไม่มีใครเห็นหนูสักคน”
ความสิ้นหวังและเสียใจอย่างถึงที่สุดวิไลพรทำได้เพียงแค่ตะโกนอย่างสุดชีวิตของตัวเอง “ทำไม!!!!!!! ถึง..เป็น…แบบนี้!!!!!!! ทำไม!!!!!” เธอรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายก่อให้เกิดแสงสีขาวขึ้นปกคลุมร่างทั้งหมดของเธอ
การปรากฎร่างของวิไลพรต่อหน้าทุกคนสร้างความความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก “ทุกคน!!!...หนูเอง...หนูวิไลพรเอง...พ่อ!!!!!....หนูเอง!!!”
ทุกๆคำพูดที่ออกไปกลายเป็นลมพุ่งไปทำร้ายไพโรจน์จนกระเด็นชนกำแพงด้านหนึ่งในขณะที่คนอื่นๆ ต่างก็ได้รับผลไม่ต่างกัน กระเด็นกันไปคนละทิศคนละทาง
“คุณตา ช่วยเจนด้วย!!!!...มันมาอีกแล้ว ไอ้ตัวนี้แหละที่มันหาเจนเจนจำมันได้เป็นอย่างดี!!!...มันจะฆ่าเจน!!!!”
“กรี้ดดดดด!!!!” ส้มร้องเสียงหลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
“แกเป็นใคร...แกใช่ไหม?ที่ติดตามหลานฉันอยู่...แกต้องการอะไรจากหลานฉัน!!!!!” คำพูดที่ออกมาจากปากไพโรจน์เต็มไปด้วยความดุดันโกรธและไม่มีท่าทีหวาดกลัวแต่อย่างใด
“คุณพ่อหนูไม่ได้มาฆ่าลูกหนู...หนูแค่มาหาลูก...หนูลูกพ่อเองนะคะ!!...หนูเองงง!!...พ่อๆๆๆๆ”วิไลพรพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าที่จะสื่อสารกับทุกคนให้ได้ แต่ผลกลับกลายเป็นว่าทุกคำพูดที่ออกไปสร้างแรงกระแทกอย่างรุนแรงทำให้เจนกระเด็นถอยหลังออกไปจนวีต้องเข้ามายืนบัง
“พ่อ!!!!....หนูเอง....หนู...วิไลพรลูกพ่อ......”
“แกต้องการอะไรจากหลานฉัน!!!!” คำพูดยังคงดุดันเช่นเดิม “แกเป็นใคร!!! แกต้องการอะไรจากหลานฉัน!!!”
วิไลพรเริ่มอ่อนแรงลงทุกที“พ่อ...หนูคิดถึงพ่อที่สุด...หนูคิดถึงลูก...คิดถึงวิทย์...ป้ามุก...ลุงหมู...ทำไมถึงเป็นแบบนี้!! หนู...หนูไม่...หนูไม่ไหวแล้ว” เธอรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายกัดฟันเดินลากขาด้วยความอ่อนล้าอ่อนแรงเต็มที แต่ละย่างก้าวของเธอเต็มไปด้วยปวดร้าวก้มลงกราบเท้าไพโรจน์ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดและขมขื่นอย่างถึงที่สุด
“พ่อ...หนูไม่ไห....วแล...แล้ว พ่อ...ครั้งนี้หนูไม่ไหวแล้วววจริงๆ” ร่างกายของวิไลพรค่อยๆสลายไปอย่างช้าๆ ต่อหน้าไพโรจน์ “แกเป็นใคร!!! แกต้องการอะไรจากหลานฉัน!!!”
“ผีร้ายตัวผู้ชายที่อยู่ในหน้านี้...คือพ่อที่กำลังเดินเข้ามาจับตัวหนูตอนเด็กแล้วโยนขึ้นในสนามหญ้าหลังบ้านเก่าต่างหากเสียงสาปส่ง เสียงอาฆาตที่เคยได้ยิน กลายเป็นเสียงแม่ที่กำลังหัวเราะอย่างมีความสุขแม่ไม่ได้เข้ามาบีบคอหนู แต่...แต่เข้ามาโอบกอดหนูต่างหาก”เจนจิราเอ่ยปากออกมาจากความทรงจำในวัยเยาว์ที่กลับคืนมา
วิไลพรเอื้อมมือเข้าไปจับองค์หญิงตัวน้อยโยนขึ้นด้วยรอยยิ้มวรวิทย์ในวัยหนุ่มยืนยิ้มตบมืออยู่ด้านหลัง
“เก่งทั้งแม่ทั้งลูก...โยนอีกไหมจ๊ะคนเก่งของพ่อ...เอาอีกไหมๆๆๆๆๆ”
“สวัสดีค่ะคุณวรวิทย์คุณวิไลพร ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ สามารถสั่งการได้ค่ะ”ระบบตอบรับอัตโนมัติดังแทรกขึ้นมาทำให้ทุกคนต้องหันมองกันเลิกลั่กไปทั่วห้องว่าเกิดอะไรขึ้น
เจนจิราอมยิ้ม“คุณวรวิทย์ คุณวิไลพร เสียชีวิตแล้วนะคะ”
“ถูกต้องค่ะขอยืนยันว่าคุณวรวิทย์กับคุณวิไลพรเสียชีวิตแล้วค่ะไม่ทราบว่าคุณเจนจิราต้องการข้อมูลด้านไหนไหมคะ?”
“ในเมื่อคุณวรวิทย์กับคุณวิไลพรเสียชีวิตไปแล้วจะมาที่นี่ได้ยังงัยคะ?” เจนจิราถามระบบกลับ
“ถูกต้องค่ะคนเสียชีวิตจะมาที่นี่ไม่ได้ค่ะ”
“แต่เมื่อกี้เธอเพิ่งบอกว่าเธอไม่ได้เจอคุณวรวิทย์กับคุณวิไลพรนานแล้ว”
“เป็นไปไม่ได้ค่ะผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว จะมาที่นี่ได้อย่างไร คุณเจนจิราพูดถูกต้องแล้วค่ะ”
“แต่เมื่อกี้นี้เธอเพิ่งทักทายคุณวรวิทย์กับคุณวิไลพรไม่ใช่เหรอ?”
คำถามของเจนจิราทำให้ระบบค้างไปชั่วขณะจนหน้าจอแดงพร้อมกับข้อความแจ้งเตือน
“Investigate seriouscontradictions” (ข้อมูลขัดแย้งอย่างรุนแรง)
“The information doesn’t makesense” (ข้อมูลไม่สมเหตุสมผล)
“Switch to recovery mode” (กำลังเข้าสู่โหมดกอบกู้ระบบ)
“ขออภัยค่ะคุณเจนจิราเราพบข้อมูลเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรง...กรุณารอสักครู่”
“หลวงตาคะ...บอกได้ไหมคะว่าตอนนี้พ่อกับแม่หนูอยู่ตรงไหน?” เจนจิราเอ่ยปากถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“โยมพ่อยืนฝังซ้ายกำลังลูบหัวส่วนโยมแม่กำลังซบไหล่ด้านขวาของโยมเจน ใช่ไหม?”หลวงตาตอบกลับแบบทีเล่นทีจริง “อย่านึกว่าอาตมาไม่เห็นนะ”
เจนจิราค่อยๆหันไปฝั่งซ้ายและฝั่งขวาอย่างช้าๆ เธอสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า...ตอนนี้ทั้งพ่อและแม่ยืนกับเธอจริงๆ