สวรรค์นิรันดร์กาล

    เสี่ยวเฮ่ยระบายอารมร์

            จักรพรรดิโจวกัดฟันด้วยความโกรธเพราะเรื่องน้ำหรับพวกเขาถือเป็นความอัปยศอย่างมาก

            “อย่ามาไร้สาระพวกเราไปติดหนี้อาณาจักรสวรรค์ตอนใหน”เนี่ยชางคำรามออกมา

            “ใช่แล้วเจ้าอย่ามาใส่ร้ายพวกข้านะ”ซางเหิงเองก็ไม่ยอมรับ

            “เมิ่งฝู่เจ้าคิดจะใส่ร้ายพวกเราให้พวกเราเสียชื่อเสียงงั้นเหรอ”กู่เต้ากล่าว

            “ฮ่าฮ่า ฮ่า พวกเจ้านี่มันหน้าด้านกันจริงๆ คนอื่นเขาช่วยให้พวกเจ้ารอดชีวิตแต่กลับไม่เห็นคุณค่าและยังหลงลืมบุญคุณอีกเอาแบบนี้เป็นอย่างไร ถ้าพวกเจ้าว่าข้านั้นใส่ร้ายละก็ ต่อหน้าทุกคนที่อยู่ที่นี่ข้าจะขอสาบานต่อเต๋าสวรรค์ว่าสิ่งที่ข้าพูดมาเป็นความจริง ถ้าข้าโกหกขอให้ข้าถูกสวรรค์ลงทัณฑ์แต่ถ้าคำกล่าวของข้าเป็นจริงขอให้เส้นทางเต๋าของพวกเจ้าพังทลาย”เมิ่งฝู่คำราม

            “เมิ่งฝู่นี่เจ้า!!!!!!!!”โจวฟ่านคำรามด้วยความโกรธเขาไม่คิดว่าเมิ่งฝู่จะบ้าคลั่งถึงขนาดใช้คำสาบานกดดันพวกเขา

            “ดูเหมือนว่าเมิ่งฝู่จะกล่าวเรื่องจริงนะ”

            “ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงพวกราชวงศ์ก็หน้าด้านกันเกินไปแล้ว”

            “มันแปลกงั้นเหรอก็ปกตินี่พวกนั้นก็เป็นแบบนี้มานานแล้ว” หลายคนพากันนินทาออกมา

            เพราะในที่นี้หาใช่แค่สามขุมอำนาจใหญ่แต่ยังมีคนที่ไม่ได้เข้าร่วมขุมอำนาจใดที่มาหาโชคของตนเองอีกด้วยเพราะไม่ว่าอย่างไรที่แห่งนี้ก็ไม่มีใครเป็นเจ้าของ

            “อะไรกันโจวเทียนเจ้าคิดจะให้เส้นทางเต๋าของเด็กพวกนั้นพังทลายงั้นเหรอ” ซงเทียนอดจะเย้ยหยันออกมาไม่ได้

            “เหอะคิดว่าราชวงศ์โจวของข้าไม่มีปัญญาชดใช้หรือยังไง” โจวกวนกล่าวและโยนเม็ดยาออกมาและพุ่งตรงไปหาฉางเฟิง

            “อะไรกันเม็ดยาระดับ 7” หลายคนตกตะลึงเพราะเม็ดยาระดับ 7 นั้นช่วยให้การบ่มเพาะของระดับจักรพรรดิมากๆหรือแม้แต่ระดับเซียนก็ยังมีผลอยู่

            “น่าผิดหวังเม็ดยาระดับ 7 คุณภาพต่ำแบบนี้เจ้ายังกล้าเอามามอบให้กับข้างั้นเหรอ ดูนี่”ฉางเฟิงไม่ได้รับเม็ดยาของโจวกวนและผลักมันออกไปก่อนจะโบกมือ

            พริบตาเม็ดยาระดับ6 คุณภาพสูงสุด 10 เม็ดก็ปรากฏออกมาและลอยอยู่รอบๆฉางเฟิง

            “เม็ดยาระดับ6 คุณภาพสูงสุดเทียบได้กับเม็ดยาระดับ 7 คุณภาพต่ำหรือกลาง” โหลวหลานจงใจกล่าวออกมา

            “นี่มัน......”หลายคนพากันพูดไม่ออกอาณาจักรสวรรค์จะร่ำรวยเกินไปแล้วพวกเขาไปเอาสมุนไพรระดับสูงมาจากใหนถึงได้ปรุงยาได้มากมายขนาดนี้

            “เด็กน้อยเจ้าไม่คิดจะไว้หน้าข้าบ้างงั้นเหรอ” โจวกวนเผยจิตสังหารออกมาอำนาจของเซียนพุ่งตรงไปยังฉางเฟิง

            “รนหาที่ตาย”เสี่ยวเฮ่ยที่เกาะอยู่บนไหล่ของฉางเฟิงแม้ไม่ระเบิดพลังออกมาแต่ดวงตากลับน่ากลัวอย่างมากพลังจิตที่แข็งแกร่งสายหนึ่งพุ่งออกไปโดยไม่มีใครรับรู้

            “อัก!!!!!!!!!!!!!”โจวกวนถึงกับพ่นเลือดออกมาพร้อมกับพลังแตกซ่าน

            “ท่านพ่อ!!!!!!”จักรพรรดิโจวตื่นตระหนกเมื่อมองไปยังเสี่ยวเฮ่ย

            “พวกมันสมควรตายนายน้อยให้ข้าลงมือเลยหรือไม่”เสี่ยวจินเองก็เผยจิตสังหารเช่นกัน

            “ยังไม่ต้องพวกมันข้าจะต้องจัดการด้วยตัวเอง”ฉางเฟิงกล่าว

            “เป็นไปไม่ได้นั่นมันพลังอะไรกัน” โจวกวนเผยสีหน้าหวาดกลัว

            เพราะพลังเมื่อครู่ทำให้โจวกวนรับรู้ได้ว่าความตายของตัวเองใกล้มาถึงแล้วถ้าโจวกวนยังกล้าท้าทายอีกแน่นอนว่าจะถูกฆ่าทันที

            “ผู้อาวุโสกวนนี่มันเกิดอะไรขึ้น”เจี้ยนอี้กล่าว

            “ดูเหมือนว่าอาณาจักรสวรรค์จะไม่ธรรมดาเสียแล้วพลังระดับนั้นอย่างน้อยก็เป็นเซียนขั้นที่6 หรือ 7 เลยก็ได้” โจวกวนกล่าว

            “ถึงกับมีเซียนแอบซ่อนตัวอยู่ที่นี่ดูเหมือนที่นี่จะมีบางอย่างที่ไม่ธรรมดาไม่งั้นเซียนคนนั้นจะเฝ้าอยู่ที่นี่ทำไม ข้าคงต้องรายงานให้ตระกูลตรวจสอบถึงตัวตนของเซียนคนนั้น”เจี้ยนอี้กล่าว

            พวกเจี้ยนอี้ไม่รู้ว่าคนที่ลงมือคือเสี่ยวเฮ่ยมีเพียงจักรพรรดิโจวและพวกผู้นำนิกายซากศพที่รู้ว่าคนที่ลงมือคือเสี่ยวเฮ่ยแต่ทั้งสองก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมาเพราะดวงตาของอีกฝ่ายยังจ้องมองมายังพวกเขาอยู่

            “คลื่น!!!!!!!!!”

            ในตอนนั้นเองประตูหินขนาดใหญ่ก็ค่อยๆเปิดออกมากลิ่นอายโบราณกระจายออกมาทันทีเมื่อประตูเปิดออกค่ายกลที่ติดตั้งไว้ในประตูหินก็ทำงานและช่องว่างมิติก็เปิดออก

            “ได้เวลาแล้ว”เสี่ยวจินตื่นเต้น

            “พวกเราไปกันเถอะ”หลายคนรีบพุ่งเข้าไปทันที

            “พวกเราไป”ผู้นำนิกายซากศพนำพาคนของตนไปทันที

            “ตูม!!!!!!!!”

            แต่พริบตาร่างของผู้นำนิกายซากศพก็ถูกดีดออกมาแต่คนอื่นๆกลับไม่เป็นอะไรแล้วเข้าไปได้อย่างปลอดภัย

            “อะไรกัน”ผู้นำนิกายซากศพกลายเป็นงุนงง

            “ระดับเซียนขึ้นไปไม่สามารถเข้าไปได้หรอกนะ”พวกฉางเฟิงยกยิ้มและพากันเข้าไปทันที

            “บัดซบเอ้ย”ผู้นำนิกายซากศพคำรามด้วยความโกรธแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้มีเพียงผู้นำนิกายซากศพโจวกวนและเสี่ยวเฮ่ยที่อยู่ข้างนอก

            เมื่อผู้นำนิกายซากศพเห็นว่าเสี่ยวเฮ่ยเข้าไปไม่ได้ก็หวาดกลัวและถอยออกห่างส่วนโจวกวนก็แปลกใจที่คนที่โจมตีตนเองกลับเป็นกิ้งก่าตัวสีดำตัวหนึ่ง

            “มองทำไมมีปัญหาหรือยังไง ถ้าไม่ใช่เพราะนายน้อยห้ามข้าไว้ข้าคงฆ่าเจ้าไปแล้ว” เสี่ยวเฮ่ยกำลังอารมณ์เสียเมื่อเห็นโจวกวนมองมายังตนจึงคิดจะลงมือทุบตีอีกครั้งเพื่อระบายอารมณ์

            “เจ้ากล้าข้าเป็นผู้อาวุโสของนิกายเซียนเต๋านะ” โจวกวนคำราม

            “เซียนเต๋าบ้าบออะไรข้าไม่สนแต่ข้ากำลังอารมณ์ไม่ดีเพราะงั้นข้าขอระบายหน่อยเถอะ” เสี่ยวเฮ่ยเคลื่อนใหวด้วยความเร็วพริบตาก็ปรากฎตรงหน้าของโจวกวนและทำการทุบตีทันทีโจวกวนที่เป็นถึงเซียนแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเสี่ยวเฮ่ยกลับไม่สามารถตอบโต้ได้เลยและทำได้เพียงถูกตบตีอย่างบ้าคลั่งเท่านั้น

            ส่วนผู้นำนิกายซากศพที่หนีไปใกล้แล้วหันกลับมาเห็นภาพนี้ก็ยิ่งหวาดกลัวและเร่งความเร็วหนีไปทันทีโชคดีที่เสี่ยวเฮ่ยไม่ได้ติดตามไปไม่งั้นต่อให้เร่งความเร็วมากกว่านี้ก็หนีไม่พ้น

            เพราะงั้นถือว่าผู้นำนิกายซากศพโชคดีไปส่วนเซียนโจวกวนนั้นตอนนี้สภาพหน้าเหมือนหมูที่ถูกตบตีจนบวมไปแล้ว

            พวกฉางเฟิงที่พากันเข้าไปในประตูเมื่อปรากฎก็อยู่โลกใต้พิภพซึ่งข้างในนั้นไม่มีท้องฟ้ามีแต่ผนังหินที่อยู่ข้างบนและบนผนังก็มีแร่ชนิดหนึ่งที่คอยส่องแสงสว่างตลอดเวลาทำให้ในที่แห่งนี้ไม่ได้มืดมิดแต่อย่างใด

            “นี่คือนครใต้พิภพงั้นเหรอ”หลายคนพากันสงสัย

            “ไม่ผิดแน่พวกเราอยู่นอกตัวเมืองและตรงหน้าของพวกเราคือประตูเมืองจำเป็นต้องเข้าไปเสียก่อนถึงจะสามารถเข้าไปในนครใต้พิภพได้อย่างแท้จริง”โหลวหลานกล่าว

            ด้านหน้าพวกฉางเฟิงมีประตูเมืองขนาดใหญ่เมืองแห่งนี้ก็เหมือนกับเมืองของเผ่ามนุษย์เพียงแต่ประตูเมืองและกำแพงเมืองค่อนข้างใหญ่กว่าปกติเท่านั้นเอง

    คล้ายกับเรื่องสวรรค์นิรันดร์กาล ที่คุณอ่าน