56 1-2
ตอนที่97 กิ้งก่าพิษ
ไป๋หลี่หานเหล่มองไปทางเซียถงนัยน์ตาทอประกายส่องแสงเจือผสมแววหงุดหงิดอยู่หนึ่งส่วนอยากรู้อยากเห็นอีกหนึ่งส่วนกระแสความเจ็บปวดที่ส่งแปลบมาจากหลังเท้าที่โลดแล่นขึ้นมา ทำเอาสีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยไม่มีใครสามารถทำให้เขาสัมผัสถึงความเจ็บปวดได้นานหลายปีแล้วแต่การเหยียบเท้าครั้งนี้ของเซียถงชนิดไม่มียั้งแรง ทำเอาใจดวงนี้บีบเกร็งได้
ใจหนึ่งก็อยากรู้เสียเหลือเกินที่แค่ตีนเดียวกลับสามารถงัดเอาความเจ็บปวดเผยแสดงออกมาได้ หากนี่ไม่ใช่เขาเกรงว่านิ้วเท้าคงแหลกเละคาพื้นไปแล้วจริงๆ
ส่วนอีกใจหนึ่งก็หงุดหงิดเล็กน้อยเพราะทุกครั้งที่เขาเข้าปะทะกับเซียถงเสมือนว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ตนต้องสูญเสียไปไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมก็ตามถึงขั้นที่ว่าบางที นางเองก็เป็นฝ่ายประสบความสูญเสียเช่นกัน
สองคู่สายตาเข้าสบประสานงาเซียถงตั้งท่าเตรียมสัประยุทธ์เต็มรูปแบบทางด้านไป๋หลี่หานเองก็ยังฉายแววอยากรู้อยากกเห็นอยู่เช่นเดิมตั้งแต่แรกพบกับหญิงสาวนางนี้ก็คล้ายกับว่านางมักจะสร้างความประหลาดใจให้แก่เขาอยู่เสมอเบื้องหลังของนางมีความลึกลับเก็บงำซ่อนอยู่มากมาย ส่วนเรื่องรูปลักษณ์น่ะรึ? เขาไม่เคยสนใจอยู่แล้วไม่ว่าเซียถงจะมีหน้าตายังไง มันก็ยังทำให้เขารู้สึกสนใจนางไม่แปรเปลี่ยน
สายลมโบกสะบัด ต้นไม้พฤกษากิ่งก้านกวัดแกว่ง กลีบดอกบุปผาหลายหลากสีสันไสวโปรยปราย
ท่ามกลางบรรยากาศดอกไม้บุปผาสะพรั่งพึงหนึ่งคนอยู่ในศาลา ส่วนอีกหนึ่งอยู่นอกศาลาต่างฝ่ายต่างสบสายตาครุ่นพินิจพิจารณากันและกันพลันปรากฏประกายแสงส่อแววประหลาดสาดฉายออกจากนัยน์ตาของแต่ละคน
“ท่านอาจารย์หานเรื่องขององค์หญิงในวันนี้ไม่เกี่ยวข้องอันใดทั้งสิ้นกับเซียถงหากท่านอาจารย์ปรารถนาต้องโทษลงทัณฑ์ ได้โปรดลงกับข้าแทนเถิด”
คั่นกลางระหว่างสองฝ่ายมีร่างอรชรเพรียวบางแลซ้ายทีขวาทีก่อนที่สุดจะหันไปขอร้องขอโพยกับไป๋หลี่หานพร้อมสีหน้าซีดเซียว
“เซียถงเจ้ายังเป็นหนี้บุณคุณข้าคนนี้อยู่ หากเจ้าสัญญาว่า จะไม่ทำร้ายองค์หญิงอีกในอยาคตเท่านี้ถือเป็นการทดแทนบุญคุณแล้ว”
ไป๋หลี่หานสะบัดแขนเสื้อยาวยกมือทั้งสองข้างไพล่หลัง ดวงตาสาดกะพริบฉายแววชั่วร้ายเคลือบเย็นชา
“...ก็ได้”
พอหวนรำลึกถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่ไป๋หลี่หานช่วยเหลือท่านแม่ของนางเอาไว้เซียถงก็ขมวดคิ้วแน่น พยักหน้าตอบตกลงอย่างไร้หนทาง
ผู้ใดมีบุญคุณจำต้องตอบแทนนี่คือหลักการพื้นฐานของมนุษยชน และเนื่องด้วยไป๋หลี่หานนับเป็นผู้มีบุญคุณคนหนึ่งถึงแม้ว่าภายในใจของเซียถงจะไม่ยินยอมเพียงใด แต่สุดท้ายจำใจต้องตกลง
เซียถงที่ยอมตอบตกลงอย่างว่านอนสอนง่ายปานนี้เล่นเอาไป๋หลี่หานผงะไปชั่วครู่หนึ่ง ทีแรกเขาคิดไว้ว่า จำเป็นต้องใช้เวลาเจรจากับนางมากกว่านี้
ดูท่าแล้วหญิงสาวผู้มีจิตใจอำมหิตและทะนงตนผู้นี้จะให้ค่าคำว่า บุญคุณ อยู่เหนือสิ่งใด!
“ในเมื่อตกลงกันได้แล้วเช่นนั้นขอตัวลา”
เซียถงเอ่ยกล่าวขึ้นอีกคราโดยคราวนี้ไม่แม้กระทั่งเหลียวมองไป๋หลี่หานอีกต่อไปนางดึงแขนของฉีหมิงเยว่และเดินจากออกไปทันที
“เซียถงนี่เจ้ารู้จักกับท่านราชันหมาป่าสวรรค์ด้วยงั้นรึ?”
ฉีหมิงเย่ปริปากเอ่ยถามขึ้นทันใดสีหน้าท่าทางดูอยากรู้อยากเห็นมิใช่น้อยทว่าอีกฝ่ายกลับไม่แม้แต่เหลียวหลังหันมามองด้วยซ้ำ ปราศจากเสียงตอบรับใดๆจากหญิงสาวที่กำลังฉุดลากให้นางเดินหน้าต่อไปราวกับว่าภายในหัวของอีกฝ่ายกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่อย่างใดอย่างนั้น
“นี่เจ้ากำลังคิดอันใดอยู่?”
ฉีหมิงเยว่เอ่ยถามพลางออกแรงเล็กน้อยกระตุกแขนเสื้อเรียกเซียถงเบาๆ
“ข้ากำลังคิดว่าจะล้างแค้นอีกฝ่ายอย่างไร”
เซียถงหันขวับสาดประกายตาสีเย็นชาเข้าใส่ฉีหมิงเยว่แน่นอนอีกฝ่ายที่นางหมายถึงย่อมมิใช่ไป๋หลี่หานแต่เป็นพวกที่ทำลายชุดน้ำชาของฉีหมิงเยว่จนไม่เหลือชิ้นดี
“เซียถงเจ้าอย่าคิดสั้นเช่นนั้น”
ฉีหมิงเยว่รีบคว้าแขนเสื้อของเซียถงหยุดเอาไว้ในทันใด ส่ายหน้ากล่าวตอบอย่างวิตกกังวลใจว่า
“เจ้าสร้างศัตรูไปทั่วสารทิศเกินพอแล้วจะไปยั่วยุพวกนั้นอีกเช่นนี้ เกรงว่าต่อไปเจ้าจะไม่เหลือที่ยืน”
เซียถงส่งยิ้มให้ฉีหมิงเยว่บางๆและไม่ปริปากกล่าวอะไรอีกเลย หลังเสร็จจากคาบเรียนวิชากลยุทธ์ในช่วงบ่ายเซียถงก็ได้หายตัวไปจากสถานศึกษาไป
กลางป่าสนยามพลบค่ำ ณ หนองน้ำภายในป่าเบื้องลึกสถานที่เฉกเช่นนี้นับเป็นเรื่องยากมากสำหรับมนุษย์ที่จะบุกสำรวจเข้าไปเนื่องด้วยทั่วทั้งบริเวณอุดมไปด้วยไอพิษตลอดทั้งปีและยังมีสัตว์อสูรนิสัยดุร้ายป่าเถื่อนอาละวาดไม่เว้นวาย กล่าวได้ว่าอันตรายอย่างแท้จริง หากผู้ใดไม่สนความเป็นความตายและมองข้ามเรื่องความปลอดภัยไปที่แห่งนี้คือแหล่งสมุนไพรชั้นเยี่ยม
“เสี่ยวฮั่วเจ้าแน่ใจหรือว่าภายในนี้มีกิ้งก่าพิษอาศัยอยู่?”
ในบึงหญ้าสูงเท่าครึ่งตัวคนปรากฏหญิงสาวในชุดสีขาวกำลังก้มหน้าก้มตามองหาอะไรบางอย่างอยู่และนางคนนี้ดูสง่างามยิ่งยวด ดวงตาคู่ดำขลับดั่งหมึกทมิฬเข้มข้นทอแสงสาดประกายระยิบ ช่างแพรวพราวราวกับดวงดาราจรัสฟ้าราตรี
“กิ้งก่าพิษมักจะเดินเตร่ในสถานที่เช่นนี้ท่านต้องใช้ความอดทนในการเสาะหาเสียหน่อย”
เสี่ยวฮั่วส่งเสียงผ่านห้วงความคิดของเซียถง
พอได้ฟังดังนั้นเซียถงก็ก้มศีรษะกดองศาลง ใช้มือทั้งสองข้างกวาดต้นไม้ใบหญ้าที่รกเร้าเส้นสายตาให้พ้นออกไปเวลาผ่านไปจนจันทราขึ้นจากทิศตะวันออก กำลังจะร่วงโรยสู่ทิศตะวันตกแล้วแต่เซียถงก็ยังอยู่ในท่าเดิมควานหาต่อไปอย่างไร้ที่สิ้นสุดในขณะนี้นางเริ่มกระสับกระส่ายเล็กน้อยอย่างอดมิได้
จนท้ายที่สุด พลันเห็นร่างกิ้งก่าพิษโผล่หัวออกมาจากพื้นดินชั่วพริบตาเดียว เซียถงสะบัดข้อมือยิงมีดสั้นพุ่งออกไปตรึงร่างของกิ้งก่าพิษทะลวงเป็นรูโบ๋ นางคว้าร่างของมันขึ้นมาใส่ถุงผ้าเล็กๆที่สะพายติดมามันยังคงพยายามออกแรงดิ้นหนีตายสุดชีวิตอยู่ในถุงดังกล่าวไม่หยุดหย่อนเซียถงแสยะยิ้มฉีกขึ้นมุมปากทันที
อาศัยกิ้งก่าพิษตัวนี้ขอดูเสียหน่อยว่าข้าจะวางยาพิษใส่ไป๋หลี่อวี๋อิงกับบรรดาสาวๆพวกนั้นได้สำเร็จหรือไม่
ยืดร่างเหยียดขึ้นตรงอย่างเมื่อยล้าชั่วขณะอึดใจคล้ายกับว่าปลายหางตานางพลันสังเกตเห็นเงาร่างบางสิ่งพุ่งโฉบมาจากทางด้านในของหนองน้ำแห่งนี้ลึกลงไปอีกเป็นเงาแซ่ซ้อนประดุจฟ้าแลบแล่นผ่าน พบเห็นดังนั้นเซียถงรีบผูกปากถุงไว้กับเอวกระชับมีดสั้นไว้ในมือ ย่อตัวเสมอพื้นดินและเริ่มย่องเบาติดตามไป
ปรากฏเป็นชายคนหนึ่งที่กำลังไล่ล่าใครบางคนที่ในตอนนี้สิ้นแรงนอนระทมเจ็บอยู่กับพื้นชายคนนั้นถือดาบเดินตรงเข้าไปใกล้อีกฝ่ายมากขึ้นและมากขึ้นเซียถงฉวยโอกาสนี้ลอบสังหารชายถือดาบคนนั้นโดยตรงคู่เท้ากระตุกวูบกระโจนเข้าจู่โจมโดยทิ้งเข่าขวากระทุ้งกลางแผ่นหลังของมันจนเสียจังหวะล้มคะมำลงเซียถงยกมีดสั้นในมือชูขึ้นฟ้า พร้อมดิ่งพสุธาปักปลายมีดคมกริบเสียบทะลุกะโหลกของชายคนนั้นตายคาที่ทันทีคล้อยหลังจัดการกับอีกฝ่ายเสร็จสรรพ เซียถงก็ลุกขึ้นมองดูอีกฝ่ายที่ถูกไล่ล่าแต่จำต้องตกตะลึงสุดขีด เพราะคนที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้นกลับมิใช่ใครอื่นนอกเสียจากหยุนซีจริงๆ!
“ท่านอาจารย์หยุนซี!?”
“เร็วใช้ได้!”
หยุนซีมีอาการไอรุนแรงอยู่สองสามทีก่อนจะพยุงร่างตัวเองขึ้นจากพื้น พลางตบเศษดินเศษฝุ่นบนเสื้อผ้าร่างกาย
เซียถงขมวดคิ้วทักแน่นเป็นปมจับจ้องหยุนซีด้วยความประหลาดใจ ในเวลานี้สภาพของหยุนซีกล่าวได้ว่าดูไม่จืดเลยธารเลือดสีแดงสดเปรอะเปื้อนทั่วทั้งใบหน้า ชุดเสื้อผ้าของนางขาดรุ่งริ่งจนเสมือนกับว่ามีเศษริ้วเศษผ้าติดเนื้อติดกายมามากกว่าไม่ว่าจะมองยังไง พึงตระหนักทราบได้ทันทีว่าหยุนซีคนนี้เพิ่งผ่านการสู้ศึกสัประยุทธ์ดุเดือดมาหมาดๆ
อาศัยควาแกร่งกล้าของหยุนซีกระทั่งตัวเซียถงเองก็มั่นใจว่า หากต่อสู้กับตัวนางมีโอกาสชนะมากกว่าแพ้ซึ่งการที่ได้เห็นหยุนซีมาอยู่ใฝนสภาพเช่นนี้ได้ นับว่าทำให้เซียถงประหลาดใจโดยแท้
“เจ้ามองอะไร? ไม่เคยเห็นคนสวยรึไง?”
พอเห็นเซียถงจับจ้องตาเขม็งพินิจอย่างตั้งใจหยุนซีก็เหลือบหางตามอง กล่าวเย้าหยอกออกไปคนหนึ่ง