月火 เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ(Book2 On going...)

    บทที่ 54 ความเสียใจ

            บทที่ 54 ความเสียใจ

     

            “แก... เป็นไปได้ยังไงกันแก่เป็นมันนี่เอง!”

            ในทันทีที่สายฟ้าสีทองวาดผ่านลงบนร่างของมันอดีตร่างของจางเหว่ยที่ตอนนี้ไหม้เกรียมแทบจะดำเป็นตอตะโกก็แผดเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธ เมื่อมันสามารถจำได้แล้วว่าเจ้าหมาสีทองนี่มันคือตัวอะไรกันแน่

            ‘แกบังอาจนัก! กล้าดียังไงถึงมายุ่งเกี่ยวกับนายของข้า!!’

            “ทำไมสัตว์อสูรระดับเซียนอย่างแกถึงมารับใช้นังเด็กนี่กัน”เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยโทสะของอีกฝ่าย ร่วมกับที่ตัวมันในตอนนี้แทบจะไร้ซึ่งเรี่ยวแรงร่างไหม้เกรียมจึงได้พยายามเบี่ยงเบนความคิดของอีกฝ่ายเพื่อที่จะเอาชีวิตรอดจากจากเจ้าราชันสีทองอีกครั้ง

            ‘นั่นมันเรื่องของข้า! แต่ตอนนี้เจ้าตายไปได้แล้ว กลับลงไปในหลุมของเจ้าซะบนโลกนี้ไม่ใช่ที่ที่สัตว์นรกอย่างเจ้าจะขึ้นมาได้ รีบตายตายแล้วกลับลงไปได้แล้ว!!’

            “...”

            เมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังเร่งพลังสายฟ้าสีทองออกมาจนถึงขีดสุดความคิดของเจ้าสัตว์นรกก็ได้หมุนวนแล่นไปมาด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่มันจะทำได้เพื่อที่จะค้นหาเส้นทางการเอาชีวิตรอด...

            ขนาดเป็นในช่วงเวลาที่มันแข็งแกร่งที่สุดก็ยังไม่อาจที่จะสร้างรอยขีดข่วนให้อีกฝ่ายได้เลยแต่ในตอนนี้เป็นตอนที่มันอ่อนแอลงมากกว่าแต่ก่อนหลายสิบหลายร้อยเท่าแล้วหากมันโดนสายฟ้านั้นเขาจังจังอีกครั้ง มันคงได้กลับลงไปในหลุมนรกจริงๆแน่

            “!!”

            แต่เมื่อสายตาของมันหันไปมองเห็นเด็กหญิงที่อยู่ด้านหลังของเจ้าหมายักษ์ความคิดของมันก็ทอประกายขึ้นมาในทันทีทันใด “เจ้าก็เลือกเอาว่าจะฆ่าข้าให้ได้หรือว่าจะช่วยนายหญิงของเจ้าเข้าแล้วกัน!”

            วูบบบ

            ร่างไหม้เกรียมสะบัดมือส่งคลื่นพลังไร้สภาพสีดำสนิทพุ่งอ้อมไปหาเด็กหญิงอย่างรวดเร็ว ราชันสีทองที่เห็นดังนั้นแม้มันในตอนนี้จะสามารถที่จะแยกประสาทสัมผัสเพื่อทำทั้ง 2 อย่างพร้อมๆกันได้แต่ถ้าหากทำเช่นนั้นมันเองก็ไม่มั่นใจว่า จะสามารถช่วยเด็กหญิงได้ไหมหากเกิดว่าคลื่นพลังสีดำเล็กๆนั้นมีอะไรมากกว่าที่มันคิดมันไม่ยากที่จะคิดเลยว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้

            ปั้ง!!

            จนสุดท้ายมันก็ได้ตัดสินใจเข้าไปขวางคลื่นพลังสีดำนั้นเอาไว้ซึ่งมันก็เป็นไปตามคาด คลื่นพลังสีดำเบาบางที่ดูเหมือนไม่มีพลังอันใดเลยตอนที่มันตกกระทบลงบนสายฟ้าสีทองที่อาบอยู่บนร่างของเจ้าสังมันก็สูญสลายหายไปกับสายลม...

            ฮะฮะ ฮ่า

            “ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่เจ้าหลงกลข้าจำไว้ว่าครั้งหน้าที่เจอกันข้าไม่เอาพวกเจ้าเอาไว้แน่ไอ้หมาเวร!”ร่างของจางเหว่ยที่ก่อนหน้านี้เคยดำสนิท ค่อยๆซีดเสียวลงทีละนิด ทีละนิด ในขณะที่จังหวะสุดท้ายมันได้มองไปทางร่างของเด็กหญิงก่อนที่มันจะฝากคำพูดสุดท้ายเอาไว้ พร้อมๆ กับกลุ่มเขม่าควันสีดำ ที่จางหายไปท่ามกลางสายลม

            “ในเมื่อสายเลือดแห่งจันทราสีเพลิงได้ถือกำเนิดขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากนี้ก็เป็นเวลาของพวกเราที่จะตื่นขึ้นมาอีกครั้งเช่นกันจากนี้ไปจะไม่ใช่เพียงแค่ข้าเท่านั้น แต่สัตว์นรกทุกตนที่หลุดออกมาเมื่อพันปีก่อนก็จะลืมตาตื่นขึ้นมาอีกคราอย่างแน่นอน...

            พวกเจ้าล้างคอรอไว้ได้เลย”

            หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมากมายแต่ทั้งหมดเเล้วนับรวบรวมเวลาได้ภายในไม่กี่ใจเท่านั้น ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับมาสงบลงในท้ายที่สุดเจ้าสังหันไปมองผู้เป็นนายและเด็กๆที่พยายามปกป้องนายของมันมันจึงใช้พลังส่งร่างทั้งหมดกลับไปอยู่ในบ้าน ให้นอนในท่าที่สบายที่สุด

            มันหันไปมองทางด้านตีนเขาอยู่ครู่นึงเมื่อมั่นใจแล้วว่าทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาสู่สภาวะปกติแล้ว สายฟ้าสีทองทั่วร่างของมันก็ค่อยๆจางหายไปสภาพอากาศที่เคยเลวร้ายก็กลับมาสู่สภาวะปกติอีกครั้ง ก่อนที่ร่างสีทองจะค่อยๆคืนสภาพกลับมายังร่างเดิมของมัน เป็นสุนัขทิเบตัน มาสทิฟฟ์สีน้ำตาลแดงที่นอนเฝ้าเจ้านายของมันและเด็กๆคนอื่นอยู่หน้าบ้านดังเดิมราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

            .

            .

            .

            3 วันผ่านไป

             

            ในช่วงตลอดเวลา 3 วันที่ผ่านมามีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย เริ่มต้นจากในตอนแรกที่พวกผู้ใหญ่กลับมาถึงหมู่บ้านต่างก็พากันสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่มีใครรู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างทุกคนจึงได้รีบมุ่งหน้ามายังเรือนหลังน้อยที่ชายเขา ถึงได้พบเจอเจ้าสั่งนอนหมอบอยู่ที่เดิมของมัน

            ที่สำคัญที่สุดก็คือร่างของหลานชายของจางหลงเองที่นอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น ไม่มีใครรู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…

            “...”

            จางหลงมองไปทางเจ้าหมาตัวโตราวกับว่าต้องการถามว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่เจ้าสังมิได้ตอบอะไรแต่อย่างใด ซึ่งมันก็คงไม่แปลกสำหรับพวกเขา แต่เจ้าสังก็หันหน้ามองไปทางตัวบ้านครั้งหนึ่งแล้วฟุบหลับลงไปทั้งอย่างนั้น จึงทำให้ทุกคนในหมู่บ้านได้รู้ว่าเด็กๆทุกคนที่อยู่ที่นี่ได้หลังหมดสติไปทั้งหมด

            โดยที่มีนางเซียนน้อยของพวกเขาหลับอยู่ด้านในสุดนอนอยู่บนเตียงประจำของนาง...

             

            ทุกคนที่ไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมจู่ๆเจ้าสังถึงได้รีบเร่งกลับมาที่นี่ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับเด็กๆทุกคน รวมไปถึงนางเซียนน้อยของพวกเขาที่หลับไหลมิได้สติ

            แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนก็สามารถโล่งใจได้เปราะหนึ่งเนื่องจากเจ้าหมาตัวยักษ์ที่ก่อนหน้านี้แสดงพลังอำนาจล้นฟ้าไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมา อย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็สามารถมั่นใจได้ว่า เด็กหญิงยังไม่เป็นอันตรายอะไรทุกคนต่างก็พากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก

            หลังจากนั้นไม่นานนักจางหู่ก็ได้กลับมาถึงหมู่บ้าน พร้อมกับลากร่างไร้วิญญาณของคนคนหนึ่งกลับมาด้วยจากนั้นเขาก็ได้อธิบายเรื่องในส่วนที่เขารู้ให้ทุกคนได้ฟังถึงการบุกเข้าโจมตีของมนุษย์มาร ส่วนเรื่องที่เด็กๆกับนางเซียนน้อยหมดสติไป

            รวมถึงความตายของจางต้าพังนั้นทุกคนพึงจะได้รู้หลังจากที่ตะวันตกดินไปแล้ว เด็กๆ บางส่วนถึงได้ลืมตาตื่นขึ้นมาบอกเล่าเรื่องราว ต่างๆ

            ตั้งแต่การมาถึงของจังเว้ยที่ผิดแปลกไปจากปกติ และการที่เขาเป็นคนลงมือสังหารลูกชายของเขาด้วยตัวเองหลังจากนั้นก็เหมือนกับว่าเขาได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน...

            จากนั้นเด็กๆทุกคนก็ได้ทยอยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในมุมของตัวเองให้พวกผู้ใหญ่ได้รับฟังซึ่งมันก็ทำให้ทุกคนแทบไม่ยากที่จะเชื่อหูตัวเอง เมื่อพวกเขาได้ยินเรื่องราวที่คิดเกี่ยวข้องกับสัตว์นรกที่ว่ากันว่าพวกมันถูกทำลายล้างไปแล้วเมื่อตั้งแต่พันปีก่อน

            แต่สำหรับในตอนนี้ ตลอดในช่วงเวลาหนึ่งเดือนเศษที่ผ่านมาพวกเขาต้องได้เจอกับสัตว์นรก แล้วยังมีมนุษย์มารอีกมันจึงไม่ใช่เรื่องเล็กๆอีกต่อไปสำหรับพวกเขา

            ผู้คนจึงเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวตนของนางเซียนน้อยที่พวกเขาเรียกขานกันถึงขั้นมีบางส่วนที่กล่าวโทษต่อว่าต่อขานนาง หาว่านางนั้นเป็นตัวซวยที่เรียกสิ่งไม่ดีเข้ามาในหมู่บ้าน

            แต่สุดท้ายแล้วคำพูดเหล่านั้นก็ถูกลบลบหายไปด้วยความที่นางนั้นได้ช่วยเหลือพวกเขา จากหุบเหวแห่งความตายและความอดอยากที่ต้องเผชิญหน้ากับมันในตลอดช่วงระยะเวลากว่า 10 ปี

            ท้ายที่สุดแล้ว แม่ของจางเหว่ยจางหู่และจางหลง ได้เป็นคนออกมากล่าวขอโทษทั้งน้ำตาด้วยตัวเองว่านางนั้นได้เห็นความผิดปกติของลูกชายมาหลายปีแล้ว รวมไปถึงเหตุการณ์ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับพวกมนุษย์มาร ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับจางเหว่ยโดยตรงนางที่เอาแต่โทษตัวเองเกี่ยวกับการตายของจางต้าพัง ว่าเป็นตัวนางเองที่ปล่อยประละเลยจนทุกสิ่งทุกอย่างเลยเถิดไปเป็นแบบนี้...

             

             

             

    คล้ายกับเรื่อง月火 เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ(Book2 On going...) ที่คุณอ่าน