จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 157 สิ้นสุด

              ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +10: เมื่อรับการโจมตี มีโอกาส 9%ที่จะดูดซับพลังโจมตีบางส่วนและเปลี่ยนเป็นพลังโจมตีให้แก่ผู้สวมใส่ในการโจมตีครั้งต่อไปสามารถรักษาพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นไว้ได้สามวินาที เมื่อเปลี่ยนเป็นพลังโจมตีจะไม่เกินพลังป้องกันของอุปกรณ์ชิ้นนี้

              เดิมทีไป๋หยุนเฟยเพียงคิดจะป้องกันการโจมจากผลึกน้ำแข็งเท่านั้นแต่คาดไม่ถึงว่าจะโชคดีกระตุ้นให้เกิดผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +10 ได้สำเร็จพลังธาตุน้ำแข็งถูกดูดซับเข้าสู่ปลอกแขนมีดเพลิงก่อนจะส่งผ่านเข้าสู่แขนขวาแน่นอนว่าไป๋หยุนเฟยย่อมไม่ปล่อยโอกาสอันดีนี้ให้สูญเปล่า รีบโคจรพลังลงสู่สองขาจากนั้นถีบเท้าจนพื้นยุบเป็นรอยเท้าลงไปครึ่งนิ้วพริบตาเดียวก็ทะยานถึงเบื้องหน้าจ้าวซีลั่ว หมัดขวากำแนบแน่นก่อนจะชกใส่ทรวงอกอีกฝ่ายโดยปราศจากการพลิกแพลง

                ดวงตาจ้าวซีลั่วทอประกายวูบทั้งไม่หลบและไม่หลีก เพียงขยับร่างถอยเท้าซ้ายครึ่งก้าวพร้อมกับวาดมือมือขวาอยู่บนมือซ้ายอยู่ล่างราวกับประคองวัตถุไว้ตรงหน้าโอบใส่กำปั้นของไป๋หยุนเฟยมือทั้งสองข้างคล้ายไม่คิดจะป้องกันทรวงอกของตนแม้แต่น้อย

                จากนั้นวาดมือทั้งสองครึ่งรอบ มือซ้ายขวาก็สลับตำแหน่งพร้อมกับหมอกสีน้ำเงินปรากฏขึ้นตามจังหวะเคลื่อนไหวของมือหมัดที่พุ่งเข้าถึงตัวจึงถูกหมอกน้ำเงินห่อหุ้มเอาไว้

            ไป๋หยุนเฟยจู่โจมใส่ด้วยความดุดันและฉับไวแต่เพียงพริบตาที่กำปั้นเคลื่อนเข้าสู่หมอกสีน้ำเงินนั้นสภาวะก็อ่อนโทรมลงอย่างชัดเจน ไป๋หยุนเฟยรู้สึกราวกับกระแทกหมัดใส่ของเหลวหยุ่นเหนียวยิ่งหมัดขวาล่วงลึกเท่าใดโดยเฉพาะเมื่อห่างจากทรวงอกราวสามนิ้วความรู้สึกก็ยิ่งรุนแรงขึ้น จนไป๋หยุนเฟยรู้สึกได้ว่าพลังหมัดถูกบั่นทอนลงถึงสามส่วนขณะที่หมอกสีน้ำเงินมีสีเข้มขึ้นก็แปรสภาพกลายเป็นลูกโป่งวารีกระพริบแสงห่อหุ้มหมัดของไป๋หยุนเฟยเอาไว้ระหว่างมือทั้งสองของจ้าวซีลั่ว 

            หนึ่งวินาที!

                เพียงลมหายใจเดียวหมัดขวาของไป๋หยุนเฟยก็ถูกบั่นทอนพลังลงเกือบครึ่งซึ่งมันเองก็รับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าลูกโป่งวารียิ่งมายิ่งอัดแน่นและเย็นลงทุกทีเชื่อว่าอีกไม่ถึงหนึ่งลมหายใจพลังหมัดคงถูกสลายไปหมดสิ้นพร้อมกับที่กำปั้นถูกแช่แข็ง!

            ท่าทีของจ้าวซีลั่วยังคงปลอดโปร่งไม่เปลี่ยนแปลง มันยิ้มแย้มราวกับไม่ลำบากกินแรงไป๋หยุนเฟยแค่นเสียงแผ่วเบาพร้อมกับบิดกำปั้นขวา

            สองวินาที!

            “ตูม!”

            แขนขวาของไป๋หยุนเฟยเปล่งแสงสีแดงฉานเจิดจ้า จากนั้นบังเกิดเปลวไฟฉีกทำลายลูกโป่งวารีราวกับถูกระเบิดจนกระเซ็นซ่านไปรอบทิศเพียงพริบตาเดียวน้ำทั้งหมดก็ถูกเผาจนระเหยเป็นไอลอยขึ้นสู่อากาศ

            สามวินาที!

            ชั่วขณะที่จ้าวซีลั่วตะลึงงันหมัดขวาที่ถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีแดงก็กระแทกใส่ไหล่ซ้ายอย่างถนัดถนี่

            “ปัง!”

                จ้าวซีลั่วกระเด็นล่าถอยออกไปถึงหกก้าวมิหนำซ้ำทุกก้าวที่เหยียบย่ำยังปรากฏรอยแตกร้าวที่พื้นใต้ฝ่าเท้ายามสัมผัสถึงพลังมหาศาลที่แล่นผ่านมาตามไหล่แววตาจ้าวซีลั่วก็ยิ่งตื่นตะลึงยิ่งกว่าเดิมมันรู้สึกราวกระดูกไหล่จะแตกร้าว --- แม้ว่าพลังหมัดจะถูกลดทอนลงไปแล้ว แต่ยังสามารถทำให้บรรพวิญญาณระดับกลางบาดเจ็บได้ถึงเพียงนี้มิหนำซ้ำท่าจู่โจมนี้ถึงกับมาจากภูตวิญญาณระดับปลายอีกด้วย!

            แน่นอนว่านี่เป็นเพราะความตื่นตะลึงจ้าวซีลั่วจึงไม่ทันตั้งรับเต็มกำลัง แต่ด้วยเรื่องที่เกิดขึ้นก็เพียงพอให้มันต้องกลับมามองไป๋หยุนเฟยใหม่อีกครั้ง

            หลังจากออกกระบวนท่าจู่โจมด้วยพลังหมัดเก้าทบผสานกับพลังโจมตีที่ได้จากผลกระทบเพิ่มเติมของปลอกแขนมีดเพลิงแล้วยามจ้าวซีลั่วเงยหน้าขึ้นก็พบว่าไป๋หยุนเฟยรุกไล่เข้ามาจู่โจมหมัดที่สองแล้ว

            จ้าวซีลั่วเขม้นมองโดยไม่หลบเลี่ยงเช่นเดิมมันรวบกำหมัดขวาก่อนจะชกออกโดยแรง

                “ปัง!!”

            ยามที่หมัดทั้งสองปะทะกัน ก็บังเกิดพลังสีแดงและน้ำเงินแตกปะทุออกจ้าวซีลั่วพลิ้วถอยหลังไปสองก้าว แต่ไป๋หยุนเฟยกลับต้องกระเด็นออกไปถึงห้าก้าว

                แววตาไป๋หยุนเฟยเปี่ยมไปด้วยความกระหายใคร่ต่อสู้ร่างมันส่ายโงนเงนสองคราค่อยทรงตัวอยู่ หลังจากสะบัดมือขวาเบาๆก็เร่งเร้าพลังวิญญาณขึ้นเตรียมรุกจู่โจมอีกครั้ง

                มิคาดว่าขณะที่ไป๋หยุนเฟยจะพุ่งเข้าหาจ้าวซีลั่วกลับยิ้มออกมาพร้อมกับโบกมือ “ฮ่า ฮ่า พอแล้ว พอแล้ว ไม่ต่อยตีแล้ว”

            กล่าวจบก็คลายพลังธาตุน้ำที่อยู่รอบกายออก พร้อมกับรั้งพลังวิญญาณกลับคืนเพื่อแสดงท่าทีว่าตนเองไม่คิดจะประมืออีกแล้ว

            ไป๋หยุนเฟยหอบหายใจจากการฝืนรั้งพลังวิญญาณเพื่อหยุดกระบวนท่าอย่างกะทันหันมันมองไปที่จ้าวซีลั่วด้วยสีหน้าไม่พอใจ --- นี่มันเรื่องอะไรกัน?เมื่อครู่เพิ่งอบอุ่นร่างกายเสร็จ ตอนนี้กลับจะไม่สู้ต่อ?หรือท่านจงใจกลั่นแกล้งกัน?

            ที่จริงไป๋หยุนเฟยคิดจะกล่าวว่า ‘ข้ายังไม่สมใจพวกเรามาต่อกันอีกกระบวนท่าเถอะ’ แต่เมื่อมองดูท่าทีของคนรอบข้างประกอบกับจ้าวซีลั่วที่ยิ้มแย้มมองมาโดยไม่มีทีท่าจะลงมือต่อมันก็จำใจรั้งพลังวิญญาณกลับคืนพร้อมกับมองดูอีกฝ่ายอย่างเงียบงัน

            “หลานซีลั่ว ไฉนเจ้าจึงทำเช่นนี้? คุณชายไป๋เป็นแขกคนสำคัญของตระกูลเย่เจ้ากลับลงมือต่อเขาเช่นนี้?” เย่ถิงที่เดินมาถึงข้างกายไป๋หยุนเฟยขมวดคิ้วจ้องมองจ้าวซีลั่วพร้อมกับปลดปล่อยพลังวิญญาณของผู้บรรลุด่านบรรพวิญญาณออกมาฟังจากน้ำเสียงแล้วดูท่าจะไม่พอใจไม่น้อย

            “ฮ่า ฮ่า! ท่านอาเย่โปรดระงับโทสะผู้หลานไม่ได้มีเจตนาร้ายอันใดเพียงต้องการเห็นฝีมือของน้องไป๋ที่ผู้คนร่ำลือกันเท่านั้นอายุยังน้อยแต่กลับบรรลุถึงด่านภูตวิญญาณระดับปลายได้แล้วจึงอยากจะขอแลกเปลี่ยนวิชาดูสักหน่อยเท่านั้น” จ้าวซีลั่วประสานมือคารวะพร้อมกับยิ้มพลางกล่าวว่า “พี่น้องแซ่ไป๋ช่างสมเป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์จริงๆไม่เพียงมีพรสวรรค์อันโดดเด่น ยังมีฝีมือร้ายกาจ ช่างน่าเลื่อมใสยิ่งนัก”

            ไป๋หยุนเฟยเบะปากคิดในใจว่า เพียงสองกระบวนท่าเท่านั้นอาวุธที่ผ่านการอัพเกรดของข้าก็ยังไม่ทันได้ใช้ออกแม้แต่ชิ้นเดียว ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าฝีมือร้ายกาจแต่มันก็ไม่สนใจต่อ ‘การแลกเปลี่ยนวิชา’อีก เพียงถามกลับด้วยความสงสัย “ฟังจากคำพูดของคุณชายจ้าวคล้ายกับว่าท่านรู้จักข้ามาก่อน? ไม่ทราบว่าท่านทราบจากผู้ใด?”

            “ฮ่า ฮ่า น้องไป๋ไม่ต้องสงสัยบอกตามตรงข้าเองได้รับทราบมาจากผู้อาวุโสหยิวชิงเฟิงแห่งสำนักธาตุไม้ระหว่างที่ข้าเดินทางกลับมาที่นี่บังเอิญได้พบกับท่านและได้รับฟังเรื่องของน้องไป๋มาจึงคาดว่าเจ้าน่าจะต้องผ่านมาที่เมืองเกายี่แห่งนี้ซึ่งก็ได้รับการยืนยันจากท่านอาหลิวว่าเจ้าพักอยู่ที่บ้านตระกูลเย่วันนี้ข้าจึงได้แวะมาพบกับเจ้า คนหนุ่มมากความสามารถที่ผู้อาวุโสหยิวให้การสนับสนุน”จ้าวซีลั่วอธิบาย

            “ท่านผู้อาวุโสหยิว...” สีหน้าไป๋หยุนเฟยผ่อนคลายลงยามนี้จึงคลายความเคลือบแคลงสงสัยต่ออีกฝ่าย มันพยักหน้ากล่าวว่า“เป็นเช่นนี้นี่เอง คิดไม่ถึงว่าพี่ใหญ่จ้าวจะรู้จักกับผู้อาวุโสหยิวเช่นกัน...”

            “อืม ท่านผู้อาวุโสหยิวยังฝากข้ามาว่าหากได้พบกับเจ้าให้บอกว่าถ้ามีโอกาสให้ไปที่สำนักธาตุไม้ท่านพาเด็กสาวที่ชื่อฉู่อวี้เหอไปที่สำนักธาตุไม้แล้วนางเป็นน้องร่วมสาบานกับเจ้ากระมัง?”

            “อวี้เหอไปที่สำนักธาตุไม้แล้ว?” ไป๋หยุนเฟยประหลาดใจอยู่บ้าง แต่ก็พยักหน้ากล่าวว่า“จริงหรือ? ขอบคุณพี่ใหญ่จ้าวที่บอกกล่าว”

            “ฮ่า ฮ่า! ที่แท้เป็นเช่นนี้หลานซีลั่วเจ้าขู่ขวัญข้าแทบตายแล้วข้าเข้าใจว่าเจ้ากับคุณชายไป๋มีเรื่องบาดหมางอันใดต่อกันเสียอีกทุกคนอย่ามัวแต่ยืนสนทนากันด้านนอกเช่นนี้เลย เข้าไปด้านในค่อยพูดคุยกันเถอะ”เย่ถิงเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลา ยามนี้ค่อยปรากฏรอยยิ้มและเอ่ยปากขึ้น

            จ้าวซีลั่วสั่นศีรษะกล่าวว่า “ขอบคุณท่านอาแต่ผู้หลานบรรลุวัตถุประสงค์ในการมาครั้งนี้แล้วอีกอย่างที่บ้านยังมีเรื่องราวให้สะสางจึงไม่อาจรั้งอยู่นานได้วันหลังค่อยมาเยี่ยมคารวะท่านอาเย่อีกครั้ง”

    คล้ายกับเรื่องจ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน