แสงแดดยามเช้าส่องเข้ามาภายในบ้านดิน ที่หลังคามุงด้วยฟางหนา เสียงนกร้องต้อนรับดวงอาทิตย์ที่เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้า บุหลันขยี้ตาอย่างเกียจคร้าน หลังจากบิดตัวเพื่อยืดเส้นยืดสายแล้วพบว่าเตียงที่นอนอยู่มันแข็งจนต้องลืมตาตื่น
บุหลันเบิกตามองหลังคามุงฟางที่อยู่เบื้องหน้า เธอดีดตัวลุกขึ้นมาจากเตียงนอน มองผ้าห่มผืนเก่าแต่สะอาดสะอ้านที่ห่มบนตัวอย่างสงสัย เมื่องมองไปรอบๆ เห็นกำแพงดินสี่ด้านที่ก่อตัวเป็บ้าน เธอนอนอยู่บนเตียงไม่ไผ่หลังเก่าที่ยังดูแข็งแรง ด้านข้างมีโต๊ะหัวเตียงเล็กๆที่วางตลับแป้ง และหวีไม้ไว้
“นี่คือ? ”เมื่อคืนเธออ่านนิยายอยู่หน้าจอคอมจนเผลอหลับไปนี่นาแล้วที่นี่ที่ไหนกัน
เดี๋ยวนะ!! หรือว่า…(o_O)!
โดนลักพาตัวหรอเนี่ย?
ไม่ใช่สิ… คนโดย่านคนรวยที่บอดี้การ์ดเฝ้า 24 ชั่วโมงจะมีโจรมาลักพาตัวได้ยังไงจะบ้าแล้ว อีกอย่างสาวอวบอย่างเธอต้องใช้หลายคนยกนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
บุหลันยกมือทั้งสองข้างของตัวเองขึ้นมาลูบผมอย่างเคนชิน เพียงแต่รู้สึกว่าแขนสองข้างของเธอมันเบาแปลกๆจนต้องยื่นมาดูเบื้องหน้า (ノ -.-) ノ
“ผอมเกินไปแล้ว”
เธอได้แต่พึงพำกับตัวเอง พลิกมือไปมา แล้วะโลงจากเตียง หุ่นเธอไม่ใช่แบบนี้ สาวกของหวานจะผอมได้แบบนี้ที่ไหนกัน
มือเรียวงามเล็บขาดวิตามินซีนี่อีก
ไม่มีความสุขภาพดีเลยสักนิด
แล้วชุดโบราณนี่มันอะไรกัน
“แม่จ๋าาาาาา !”
บุหลันร้องะโด้วยความสับสน มือทั้งสองข้างจับที่ใบหน้าของตนเอง ััแรกคือหน้ารูปไข่เรียวเล็ก ลูบแล้วลื่นมือพอได้ ไม่ถึงกับนุ่มเด้งอย่างคนที่ดูแลผิวด้วยเครื่องประทินโฉมอย่างดี แต่คือใบหน้าที่ได้รับการดูแลไม่มีสิวหรือผดผื่นปรากฏอยู่เลย อย่างกะหน้าเด็กอายุสิบขวบงั้นแหล่ะ ! โฮะๆๆ
ในขณะที่ยังงุนงงอยู่นั้น ฉับพลันมีหญิงสาวหน้าตางดงามผมด้านหลังม้วนขึ้นอย่างคนแต่งงานแล้วในนิยายจีนที่เคยอ่าน
“อวิ๋นซี! ลูกเป็อะไรรึเปล่า?” หญิงวัยกลางคนหน้าตาตื่นตระหนกวิ่งเข้ามาจับตัวบุหลันหันซ้ายหันขวา
“ลูกเป็อะไร ร้องจนแม่ใไปหมดแล้ว”เธอยังคงตื่นใยื่นมือมาลูบใบหน้าของบุหลันอย่างตระหนก
“อวิ๋นซี… ไม่เป็อะไรใช่หรือไม่ลูก” นางยังคงถามบุหลันเมื่อเห็นว่าบุหลันไม่ยอมตอบอะไรสักคำ
“อวิ๋น…อวิ๋นซีหรือ?….”บุหลันงงยิ่งกว่าเดิม อวิ๋นซีไหนอีก นี่มันบุหลันชัดๆนะคะ !
…โอ้มายยย อย่าบอกนะว่าอวิ๋นซีนังตัวร้ายในนิยายที่ยังอ่านค้างนั่นน่ะ?
ฉันทะลุมิติเข้ามาเป็ตัวร้ายในนิยายน่ะนะ!!
นางร้ายที่หนีออกจากบ้านเพื่อไประเหเร่ร่อนเพียงลำพัง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนที่ไม่มีความสามารถอย่างอวิ๋นซีจะใช้ชีวิตไปได้กี่วัน นางร้ายสมควรตายผู้นั้น ฉันทะลุมิติเพื่อมาเป็นางร้าย !
ดีจริงๆ (x. x) ~~
บุหลันในร่างอวิ๋นซีเป็ลมล้มพับลงในอ้อมแขนของผู้เป็แม่ที่ยังไม่หายตระหนก แล้วยังต้องตระหนกอีกรอบ
“ท่านพี่!! เร็วเข้าอวิ๋นซีล้มไปแล้ว” … ฮุ่ยเหนียงะโอย่างตระหนกเมื่อเห็นอวิ๋นซีเป็ลมล้มลง
“อวิ๋นซีๆๆ ฮุ่ยเหนียงลูกเป็อะไร? ข้าจะไปตามท่านหมอจางเดี๋ยวนี้ ” ลู่เซียวรีบวิ่งออกจากบ้านเพื่อไปตามหมอ
หลังจากท่านหมอมาตรวจอวิ๋นซีที่ยังคงหมดสติ ก็จ่ายยาให้แล้วเก็บล่วมยาจากไป โดยมีลู่เซียวเดินไปส่งเขาที่หน้าประตูบ้านพร้อมจ่ายเงินค่ารักษา ลู่เซียวมองก้อนเงินน้อยนิดที่เหลืออยู่ในถุงเงินด้วยสีหน้าปวดใจ
“ฮุ่ยเหนียงท่านหมอจางก็มาตรวจแล้ว อวิ๋นซีแค่ใมากไปก็เท่านั้น เ้าอย่าเป็กังวลมากไปเลยนะ” ลู่เซียวได้แต่ปลอบโยนฮุ่ยเหนียงผู้เป็ภรรยา เขาก็เป็ห่วงลูกสาวมากเช่นกัน อาจะเป็เพราะเขาไม่มีความสามารถทำให้ลูกและภรรยาต้องลำบาก เขาต้องขยันออกไปทำงานให้มากกว่านี้
“แล้วลู่เซิงล่ะ จนป่านนี้ตื่นรึยัง?” ลู่เซียวถามถึงลูกชายคนเล็กด้วยสีหน้าบึ้งเล็กน้อย เขากับฮุ่ยเหนียงแต่งงานกันมานานหลายปีแล้ว มีลูกสาวคนโตคือ อวิ๋นซี เขารักลูกสาวคนนี้อย่างมากเพราะนางหน้าตาถอดแบบจากภรรยามาดูน่าถนุถนอมอย่างยิ่ง หลายปีมานี้ั้แ่อวิ๋นซีเล็กจนเติบใหญ่ไม่เคยลำบาก หรือทำงานหนัก ทำให้อวิ๋นซีมีนิสัยเอาแต่ใจ และเย่อหยิ่ง ตอนนี้นางอายุสิบสองปีหน้าตาก็ยิ่งเหมือนฮุ่ยเหนียงขึ้นไปอีก
ต่างจากลู่เซิงลูกชายคนเล็กที่ตอนนี้อายุเก้าปีเขาไม่ได้ใบหน้าที่เหมือนมารดาเลย แต่ได้จมูกคมสัน ริมฝีปากหนาชุ่มชื่นอย่างผู้เป็พ่อ แต่ด้วยร่างกายที่ไม่ได้อยู่ดีกินอิ่มจึงมีรูปร่างผอมบางไม่ต่างจากเด็กๆในหมู่บ้านคนอื่นๆนัก
บ้านดินของพวกเขาสี่คนพ่อ แม่ลูก ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้านซึ่งอยู่ติดริมธารที่ไลลงมาจากูเา พื้นที่โดยรอบปกคลุมไปด้วยเนินป่าทำให้การใช้ชีวิตของคนในหมู่บ้านไม่ได้ยากจนเกินไปนัก เวลาว่างจากการเพาะปลูกยังสามารถหาผักป่า หรือจับสัตว์ป่าตัวเล็กๆมาทำเป็อาหารหรือไปขายในตำบลเพื่อแลกเงินได้
ลู่เซียวก็เช่นเดียวกันเขาสารมารถเข้าป่าเพื่อจับสัตว์เล็กไปขายเพื่อจุนเจือครอบครัวเล็กๆนี้ได้เป็ครั้งคราว แต่การเข้าไปในป่าก็ไม่ได้มีโชคทุกครั้งไป ทำให้หลายๆครั้งเขาก็กลับออกมาจากป่าโดยเก็บได้เพียงผักป่าและผลไม้ป่าบ้างเท่านั้น
“เขาตื่นนานแล้ว ตอนท่านออกไปตามท่านหมอจางข้ากลัวเขาจะเป็ห่วงอวิ๋นซีเลยให้ไปเก็บผักป่ามาเลี้ยงไก่แล้ว” ฮุ่ยเหนียงมองผู้เป็สามี สามีของนางก็ดีไปทุกอย่าง ติดแค่ขี้กลัว ใสซื่อ หัวอ่อนไปหน่อย
“งั้นเ้าก็อยู่ดูแลอวิ๋นซีเถอะ ข้าจะออกไปข้างนอกสักหน่อย” ตอนนี้ที่บ้านใช้เงินไปไม่น้อยแล้ว เขาต้องเข้าป่าไปเสี่ยงโชคสักหน่อย อวิ๋นซีจะได้มีของบำรุงกิน นางอ่อนแอจนเป็ลมขนาดนี้เขาจะสบายใจอยู่ได้อย่่างไร?
หลังจากฮุ่ยเหนียงเฝ้ามองอวิ๋นซีจนแน่ใจว่านางนอนหลับไปแล้ว จึงลุกเข้าครัวออกไปทำอาหารเช้า อวิ๋นซีที่นอนอยู่บนเตียงเมื่อความเงียบเข้าปกคลุมรอบตัวเธอจึงค่อยๆลืมตาขึ้นเพื่อมองไปรอบๆอีกครั้ง นางถอนหายใจอย่างโล่งอก เฮ้อ
“ก็แค่ใจนเป็ลมไปแปปเดียวเอง ต้องตื่นเต้นกันขนาดนี้เลยหรอ?” บุหลันได้แต่บ่นพึมพำกับตนเอง
นางตื่นขึ้นมานานแล้วแต่ได้ยินเสียงคนที่ไม่คุ้นเคยนางจึงทำเป็นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเตียงเพื่อทำความเข้าใจกับสิ่งรอบตัว อันที่จริงบุหลันคิดว่าตัวเองต้องใร้องไห้อยากกลับบ้าน แต่ตอนนี้เธอรู้สึกตื่นเต้นมากกว่า
ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเข้ามาเป็ตัวละครในนิยายที่ตัวเองอ่านได้อย่างเธอนะ เหมือนฝันเลยเนี่ย …
บุหลันรู้ว่าลู่อวิ๋นซีมีน้องชายหนึ่งคนชื่อลู่เซิง บิดาของนางชื่อลู่เซียว ส่วนมารดาของนางชื่อฮุ่ยเหนียงเป็หญิงสาวหน้าตางดงาม
ทั้งครอบครัวเป็คนชนบทที่มีอาชีพทำไร่นา ขึ้นเขาหาของป่าเพื่อหารายได้เพิ่มเป็บางครั้ง
บ้านของนางอยู่ท้ายหมู่บ้านติดกับตีนเขาเหล่าเพื่อนบ้านอยู่ไกลออกไประยะหนึ่งจึงไม่ค่อยวุ่นวายกันสักเท่าไหร่ นี่ก็ถือว่าเป็เื่ดีเพราะนางไม่อยากวุ่นวายจริงๆนั่นแหละ
เพราะลู่อวิ๋นซีคนเก่าเป็ลูกสาวที่ถูกสองสามีภรรยาประคบประหงมอย่างมาก แม้แต่น้องชายอย่างลู่เซิงคนนั้น ก็ยังไม่น้อยหน้า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอวิ๋นซีได้นิสัยแปลกๆนี่มาจากไหน ใช้ชีวิตที่สุขสบายโดยมีคนตั้ง 3 คนคอยเอาใจ แม้แต่งานเล็กๆน้อยๆในบ้านก็ยังไม่แตะต้อง
นี่เลี้ยงลูกสาวมหาเศรษฐีกันอยู่หรือไงนะ?
ชาวบ้านถึงได้นินทากันไง พวกป้าข้างบ้านน่ะ
ถึงอย่างนั้นก็เถอะ อวิ๋นซีในนิยายคนนั้นก็ไม่เคยมองเห็นความรักเอาใจใส่ของครอบครัวสักนิด เอาแต่ตามล่าความรักวัยรุ่นอยู่กับพระเอก จนต้องเองต้องกลายเป็แบบไหนไปแล้ว เฮ้อสิ้นคิดจริงๆ มีคนคอยเอาใจทั้งวันแบบนี้ไม่ดีหรือไงนะ แค่จนนิด..หน่อยเอง
“เอ๋…นางร้ายคนจนคนนี้ บ้านจนนี่นา” อวิ๋นซีมองสำรวจเครื่องนอนตัวเอง แล้วมองไปรอบๆห้องอีกครั้ง ในนิยายเล่าว่าครอบครัวของนางร้ายอวิ๋นซียากจนอยู่บ้างแต่ก็ไม่ถึงขั้นอดอยากไม่มีอาหารประทังชีวิต เพราะลู่เซียงผู้เป็บิดากล้าขึ้นป่าจับสัตว์ป่าตัวเล็กตัวน้อยไปแลกเงิน หรือไม่ก็เก็บสมุนไรในป่าไปขายบ้าง
ต้องไปสำรวจบ้านสักหน่อยรึเปล่านะว่าจนถึงขั้นไหน แต่ดูจากสถานการณ์ไม่น่าจะถึงขั้นยากจนข้นแค้นมั้ง!!
ว่าแล้วอวิ๋นซีก็เริ่มลุกจากเตียงแล้วเดินออกไปจากห้องเพื่อสำรวจบ้าน ….