ก่อนวันแต่งงานอีกเก้าวัน…
ที่เรือนใหญ่ของตระกูลหลง..และเป็ห้องทำงานของท่านผู้นำ...
ไป๋ลู่เค่อผู้นี้ จริงๆแล้วเขาก็ไม่ได้อยากจะมาเรือนนี้นักหรอกนะแต่หากจะไปที่เรือนของลูกเขยก็จะเป็การเสียมารยาทฮึมม..เพราะฉะนั้นมาที่นี่ดีเสียกว่า
พรึ่บ!
“เ้าควรจะพักบ้างนะหลงฉีฟา”
หลงฉีฟาที่กำลังหมกมุ่นอยู่กับงานบนโต๊ะหารู้ไม่ว่ามีใครแอบเข้ามายังเรือนของตนในยามวิกาลเช่นนี้แต่เมื่อเห็นหน้าผู้มาเยือนแบบเงียบๆท่านผู้นำถึงกับนิ่งค้าง ข่าวที่ว่าคนผู้นี้หายสาบสูญไปนั่นมันคือข่าวลวงสินะ
“ทะ..ท่าน..ท่านอาจารย์ไป๋..อาจารย์ไป๋ใช่ท่านจริงๆ หรือไหนว่าท่านหายสาบสูญไปแล้วยังไงล่ะ”
“เป็อะไรไปข้าหาใช่ภูตผีิญญาไม่ข้าก็แค่ย้ายบ้านไปอยู่แดนบนไม่ได้หายสาบสูญเสียหน่อยได้ยินข่าวว่าแคว้นนภาที่ข้าเคยอาศัยอยู่จะมีงานมงคลใหญ่จริงหรือ”
“ข้านึกว่าท่านชอบอยู่แดนล่างเสียอีกและที่ท่านมาเพราะเื่งานแต่งหรอกหรือขอรับมันเป็งานมงคลของบุตรชายคนรองของข้ากับคุณหนูไป๋ลี่หลินน่ะนางแซ่ไป๋ท่านอาจจะรู้จักนางแต่นางบอกว่าไม่ได้มีญาติผู้ใหญ่ที่ไหนเลยในเมื่อท่านไป๋มาเช่นนี้แล้วท่านพอจะเป็ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเ้าสาวให้นางได้หรือไม่ขอรับ”
“หึๆได้สิหากข้าเป็ญาติฝ่ายเ้าสาวแล้วงั้นเรามาคุยเื่สินสอดกันเถอะ”
“.......” ผู้นำตระกูลหลงถึงกับพูดไม่ออกท่านจะหน้าหนาเกินไปแล้วนะอาจารย์ไป๋ เขาแค่ขอให้เป็ญาติปลอมๆ เท่านั้นเองนะ
“เงียบทำไมรึ..หรือว่าตระกูลหลงไม่มีสินสอดให้เ้าสาวเพียงเพราะนางไม่มีครอบครัวหนุนหลัง”
“โธ่..อาจารย์ไป๋หาได้เป็เช่นนั้นไม่พวกเราตระกูลหลงทุกคนชอบนางมากนะขอรับสินสอดรับรองได้ว่าสมน้ำสมเนื้ออย่างแน่นอนเ้าแคว้นอย่างข้าจะไม่ทำให้นางรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจและขายหน้าเป็อันขาด”
“ช่างคุยโวโอ้อวดเสียจริงหากจะให้สมน้ำสมเนื้อดังเ้าว่าข้าขอเพิ่มอีกหนึ่งอย่างได้มั้ยเล่า”
“เอ่อ” นี่ท่านเป็แค่ตัวแทนหาใช่ญาตินางไม่จะมาขอเพิ่มสินสอดดื้อๆเช่นนี้หรือ หากเขาจะปฏิเสธก็คงจะไม่ดีเกิดโมโหขึ้นมาแล้วคิดถล่มแคว้นของเขาพินาศย่อยยับจะทำอย่างไรดีต่อรองกับคนแดนบนมีแต่เสียกับเสีย...
“ท่านอยากได้อะไรเพิ่มหรือขอรับ”ในที่สุดฉีฟาก็ได้เอ่ยถามออกไปอย่างช่วยไม่ได้...
“หุบเขาหมื่นิญญาเป็อย่างไร”
“เอ่อ..ท่านไป๋..ท่านจะอยากได้หุบเขาหมื่นิญญาไปทำไมขอรับที่ทางของแดนล่างไหนจะสู้แดนบนของท่านได้”
“ก็แค่จะเอาไว้สร้างจวนเล็กๆไว้พักผ่อนและเลี้ยงสัตว์อสูรไว้ดูเล่น หรือเ้าให้ไม่ได้”
‘ช่างข่มขู่ข้าเหลือเกินนะท่านแต่เลี้ยงสัตว์อสูรก็ไม่เลวนะแดนล่างยิ่งหาสัตว์อสูรยากเย็นนัก’
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกท่านหุบเขาหมื่นิญญามีผู้คนเข้าออกมากมายเพื่อหาของป่าล่าสัตว์และหาสมุนไพรหากยกให้ท่าน เกรงว่า..”
“เ้าคิดมากไปผู้คนเข้าออกก็แค่ส่วนนอกและส่วนกลาง ส่วนลึกเข้าไปนั้นข้าขอ..ข้าก็เคยอยู่มานานไม่เคยเห็นใครเข้าสู่ส่วนลึกของหุบเขาได้เลย”
“หากเป็เขตชั้นในเช่นนั้นข้าก็ตกลง”พูดไปก็ถอดถอนหายใจอย่างจำนน...
“ง่ายๆเช่นนี้ก็ดีดูแลบุตรสาวของข้าให้ดีล่ะ อย่าให้เ้าเด็กนั่นรังแกนางมากนักข้าไปแล้ว..แล้วพรุ่งนี้จะมาใหม่” ไป๋ลู่เค่อไม่ได้รั้งรอฟังคำตอบรับใดๆจากนั้นก็หายวับไปทันทีเหมือนตอนมาไม่มีผิด.. เมื่อได้ยินสิ่งที่อาจารย์ไป๋กล่าวออกมาหลงฉีฟาแทบทรุดนางไม่ใช่แค่คนแซ่ไป๋แต่นางเป็ถึงทายาทตระกูลไป๋เชียวหรือ ‘หึๆเ้ารองหากบิดาของเ้ายังโดนถึงเพียงนี้ตัวเ้าจะโดนขนาดไหนกัน’ คิดแล้วท่านผู้นำก็อยากจะให้ถึงพรุ่งนี้ไวๆ ฮ่าาๆๆ
ไป๋ลี่จูกำลังหลับแต่รู้สึกตัวเพราะคนข้างกายของนาง“ท่านพี่แอบลงไปแดนล่างมาหรือทำไมถึงไม่ชวนข้าบ้าง ข้าก็อยากจะเจอหยางจีเหมือนกันนะป่านนี้นางคงจะจำข้าไม่ได้แล้วกระมังไม่ใช่สิตัวข้าไม่ได้เปลี่ยนแต่เป็ข้าที่อาจจะจำนางไม่ได้” หยางจีกับนางเป็สหายเก่าได้พบกันเมื่อครั้งที่นางลงไปเที่ยวยังแดนล่างเมื่อนานมาแล้ว
“พี่แค่ไปเจรจาเื่สินสอดเท่านั้นเองเ้านอนต่อเถิดน้องหญิงพรุ่งนี้เราจะไปปลุกพวกเขากัน ข้าชักอยากเห็นหน้าเ้าลูกเขยตอนโดนปลุกเสียแล้วสิหึๆ”
“ท่านขำอะไรกันทำไมต้องปลุกพวกเขาด้วยเ้าคะ”คนผู้นี้ต้องวางแผนบางอย่างอยู่แน่ๆฮึ..ทำหน้าตาไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย
เช้าวันใหม่สองสามีภรรยาตระกูลไป๋ก็ได้ลงไปยังแดนล่างตามที่พูดไว้สองครอบครัวได้พบปะและสนทนากันอย่างเปิดอกไม่น่าเชื่อสองฮูหยินไป๋และหลงต่างก็คุ้นเคยกันดีเหตุเพราะเคยเป็สหายกันมาก่อนใน่เวลาสั้นๆ นั้นเอง
‘เฮ้อ..ดูแม่ของลูกสะใภ้สินางยังคงงามไม่เปลี่ยนแต่ข้าอายุก็น้อยกว่านางแท้ๆเป็แม่ของนางได้เลยนะเนี่ย’ ฮูหยินหลงโอดครวญในใจอย่างอเนจอนาถกับรูปลักษณ์ของตัวเอง...
“พี่ลี่จูท่านก็ยังคงงดงามไม่เคยเปลี่ยนเลยนะเ้าคะข้าล่ะอิจฉาท่านจริงๆ”
“เ้าก็รีบตัดผ่านปราณเซียนให้ได้ไวๆเสียสิ อย่างน้อยๆ ความงามก็เพิ่มขึ้นมาอีกเป็กอง”
“พูดน่ะมันง่ายนะเ้าคะแต่ทำยากเหลือเกิน”
“จิจิจิ..ลืมไปแล้วหรือว่าเ้ามีสะใภ้เป็คนสกุลไป๋ต่อไปมีหลินเออร์คอยช่วยคงไม่ยากแล้วกระมัง”
นั่นสินะนางยังนึกถึงของขวัญที่ลี่หลินให้มาเลยเกือบทำเอานางหัวใจวายลูกสะใภ้ของนางไม่ธรรมดาจริงๆ
และเช้าวันเดียวกันที่เรือนวายุ..สองหนุ่มสาวหาได้รู้ไม่ว่ามีคนมารั้งรออยู่ที่หน้าเรือนพายุอารมณ์แห่งความคิดถึงของเทียนหรงเพิ่งจะสงบไปไม่นานพวกเขาทั้งสองจึงพากันสลบไสลไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับผู้คนที่มารออยู่ข้างนอกเพราะแบบนี้คนด้านนอกจึงจงใจใช้เสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิม...
“อาเทียนมีคนอยู่นอกเรือนหรือไม่ข้าได้ยินเสียงคนพูดคุยกัน”
“คงจะเป็บ่าวรับใช้กระมัง อาหลินนอนต่อเถิดเดี๋ยวพี่ออกไปดูเอง”เทียนหรงก็สงสัยเช่นกัน ปกติแล้วไม่มีใครเข้ามาที่เรือนวายุหากเขาไม่เรียกหานี่นาหรือว่าจะเป็ท่านแม่โอ..ท่านแม่
“อาหลินตื่นเถิดคงจะเป็ท่านแม่แน่แล้วท่านคงรู้แล้วว่าเ้าไม่ได้อยู่ที่เรือนของอันอัน”
“อืมม หือท่านแม่หรือเ้าคะ” โอ้..นางควรหลบเข้ามิติหรือเผชิญหน้าดีน่าอายยิ่งนักลี่หลินเอ๊ย อาการของนางตอนนี้ร้อนรนเหมือนเด็กที่ถูกจับได้ว่าแอบขโมยของกินไม่มีผิดมันน่าขายหน้าจริงเชียว
“เ้าหลบไปดีหรือไม่เดี๋ยวพี่ออกไปรับหน้าท่านแม่เอง”ก็มันเป็เพราะเขาแท้ๆ ที่เหนี่ยวรั้งนางเอาไว้
“ออกไปด้วยกันนี่แหละข้ากับท่านมันเลยคำว่าน่าอายมามากแล้วหากท่านแม่จะโกรธก็ให้โกรธข้าเราออกไปกันเถอะ”
ลี่หลินของเขานางช่างใจกล้ายิ่งไม่เกรงกลัวสิ่งใดแม้แต่คำครหานินทาว่าร้ายนี่แหละคือสิ่งหนึ่งที่เขาชอบนางยิ่งนัก
ครืดดดด...
“ออกมากันแล้วหรือ” เป็เสียงของไป๋ลี่จูที่เอ่ยถาม
พวกเขาเป็ใครกันสองหนุ่มสาวมองหน้ากันอย่างงงงวย
‘ดูนางสิช่างน่าตีจริงๆ’ “สงสัยว่าข้าคือใครเช่นนั้นหรือแม่สาวน้อย”
“เ้าค่ะหากท่านผู้าุโจะกรุณาบอกข้า”
“ข้าไป๋ลี่จูส่วนบุรุษผู้นั้นคือไป๋ลู่เค่อ”
เมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้าุโกล่าวมาลี่หลินก็รีบคุกเข่าลงทันทีและเทียนหรงก็ทำตามอย่างไม่รีรอ
“ข้าไป๋ลี่หลินคารวะท่านอาจารย์ไป๋และท่านผู้าุโเ้าค่ะ/ข้าหลงเทียนหรงคารวะท่านอาจารย์ไป๋และท่านผู้าุโขอรับ”ทั้งลี่หลินและเทียนหรงเอ่ยขึ้นมาแทบจะพร้อมกันเป็ไปได้อย่างไรที่ท่านอาจารย์ไป๋จะมาอยู่ที่นี่พวกเขาใคร่สงสัยนัก
“ท่านอาจารย์อะไรกัน เ้าต้องเรียกเขาว่าท่านพ่อและแม่ก็คือแม่ของเ้า”ไป๋ลี่จูกล่าวทั้งน้ำตานางพยุงบุตรสาวให้ลุกขึ้นมาพร้อมกับกอดหอมนางระคนคิดถึงแต่ลี่หลินก็ยังคงงงงวยบิดามารดาหรือเป็ไปได้อย่างไรนางจะมีครอบครัวอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน
“มานี่สิแม่จะเล่าให้เ้าฟัง” แล้วลี่หลินก็ถูกจับจูงไปพูดคุยกันฉันครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก
ไป๋ลี่หลินนั่นคือชื่อเดิมของนาง แท้ที่จริงแล้วนางคือคนแดนบนแต่ด้วยเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นนางได้ทำให้ตัวเองสูญสลายหายไปจากวัฏจักรเหลือแค่เศษเสี้ยวของดวงจิตเพียงเล็กน้อยที่ท่านพ่อได้เก็บเอาไว้และท่านพ่อก็ได้สร้างแหวนวงนั้นขึ้นมาลงอักขระและใส่เศษเสี้ยวดวงจิตของนางลงไปแล้วส่งให้ไปตามหา และพานางกลับมา จะไม่เชื่อก็ไม่ได้เพราะทุกอย่างมันใช่ไปหมดตอนนี้นางยอมรับอย่างเต็มอกแล้วว่าทั้งสองคือบิดาและมารดาของนางจริงๆ
“เหลือเชื่อจริงๆ เลยเ้าค่ะท่านพ่อทำแบบนี้ได้ด้วยหรือเ้าคะมันดูจะฝืนโชคชะตาเกินไป”
“คิกๆ ท่านเทพแห่งโชคชะตาก็คงจะหัวเสียอยู่ไม่น้อยเชียวล่ะ”ไป๋ลี่จูเอ่ยกับบุตรสาวอย่างมีความสุขซึ่งผิดกับอีกครอบครัว...
หลงเทียนหรงกำลังถูกผู้เป็มารดาบิดจนเนื้อเขียวเพราะความตะกละของบุตรชายแท้ๆที่ทำให้นางขายหน้าต่อสหายแดนบน