เฉินฮูหยินตบปากตัวเองเบา ๆ สองครั้ง เมื่อเห็นบุตรสาวไม่พอใจก็รีบเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ดูปากแม่ซิ ฮ่าฮ่า เ้ากินโอสถแล้วเตรียมสร้างรากฐานปราณเถอะ เื่อื่นเ้าไม่ต้องสนใจ แม่จะจัดการให้เอง”
เฉินจื่ออีพยักหน้ารับ มองโอสถสร้างรากฐานปราณในมือ ในใจก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
มีโอสถสร้างรากฐานปราณขั้นสูงเช่นนี้ ในที่สุดความแตกต่างระหว่างนางกับพี่เฟิงก็จะลดลงแล้ว!
ครั้งนี้นางต้องสร้างรากฐานปราณให้สำเร็จจงได้!
……
เฉินจื่ออีเริ่มเข้าฌานบำเพ็ญเพียรในวันนั้นทันที เพื่อสร้างรากฐานปราณ ส่วนเฉินเหมียวเหมี่ยวก็ใช้ชีวิตแต่ละวันอย่างสบายอารมณ์ เฉินหยวนได้เตรียมเรือนที่มีไอิญญาหนาแน่นที่สุด และหรูหราที่สุดให้แก่นาง เทียบกับเรือนร้างที่เสี่ยวเหมียวเหมี่ยวเคยอยู่แล้ว เรียกได้ว่าต่างกันราวฟ้ากับเหว
เฉินเหมียวเหมี่ยวจึงวางท่าเป็ผู้สูงส่งและพักอยู่ที่นี่อย่างสบายใจ ไม่เพียงเท่านั้น นางยังพยายามหาข้อตำหนิ ทั้งเสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย การเดินทาง ทุกอย่างต้องไร้ที่ติ จนทำให้คนของตระกูลหลักอึดอัดแทบทนไม่ไหว แต่ก็ต้องจำทน
หากมีแค่นางคนเดียวก็ไม่เท่าไร แต่เฉินเหมียวเหมี่ยวกลับให้คนของตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวมาอยู่กับนางที่เรือนด้วย และสอนให้พวกเขาเป็คนจู้จี้จุกจิกและไม่มีความเกรงใจอีก
“ชิ ชาิญญานี่ทั้งฝาดทั้งขม ชาเช่นนี้ยังกล้าเอามาให้พวกเราดื่มอีกงั้นหรือ เอาไปเปลี่ยน!”
“อาหารวันนี้กลืนไม่ลงจริง ๆ แม้ข้าไม่จำเป็ต้องกินอาหารก็อยู่ได้ แต่เด็ก ๆ ของตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัว พวกเ้ากล้าทำอาหารที่ไม่ได้เื่ให้พวกเขากินอย่างนั้นหรือ เอาไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้!”
“นี่มันเครื่องหอมอะไรกัน ไร้รสนิยมสิ้นดี เอาไปเปลี่ยน!”
“เครื่องเรือนเหล่านี้เก่าคร่ำครึ กระจอกสิ้นดี เอาไปเปลี่ยน!”
เดิมเฉินเหวินและคนตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวยังเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่บ้าง แต่เมื่อมีเฉินเหมียวเหมี่ยวเป็ตัวอย่างใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อ พวกเขาจึงค่อย ๆ ซึมซับและเริ่มไม่มีความเกรงใจเช่นกัน ทั้งของกิน ที่พัก ของใช้ต่าง ๆ ล้วนต้องเป็ของดี หากมีสิ่งใดไม่พอใจก็จะชักสีหน้าใส่คนของตระกูลหลักทันที
โดยเฉพาะเฉินเหวิน!
เขาเป็ถึงผู้าุโของตระกูลรอง นอกจากจะไม่เป็ตัวอย่างที่ดีแล้ว ยังตั้งตัวเป็ผู้นำทำเื่แย่ ๆ อีกด้วย สิ่งใดก็ตามที่เขาพึงพอใจก็จะต้องเอามาให้ได้ ไม่ว่าจะเป็พืชิญญา ยาิญญา โอสถมาร และอื่น ๆ ทั้งยังอ้างว่าจะนำกลับไปหลอมเป็โอสถ และจะนำมามอบให้แก่ตระกูลหลัก ช่างไร้ยางอายสิ้นดี!
คนของตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวเห็นดังนั้น สถานการณ์ก็ยิ่งไปกันใหญ่ ค่าใช้จ่ายยามที่พวกเขาออกไปข้างนอกจึงสูงไม่น้อย ถูกใจของชิ้นไหนก็ลงบัญชีของตระกูลหลักเอาไว้ เพียงสิบวัน บัญชีที่เฉินหยวนได้รับก็ยาวนับแปดจั้ง*เลยทีเดียว!
(* จั้ง เป็มาตรวัดของจีน มีความยาวเท่ากับ 2.5 เมตร)
“มีอย่างที่ไหนกัน!” เฉินหยวนปาจอกชาในมือจนแตกด้วยความโมโห พลางเอ่ยด้วยความเดือดดาล “พวกเ้าไม่ได้ตามประกบอยู่ข้างกายพวกสารเลวนั่นหรอกหรือ เหตุใดถึงปล่อยให้พวกมันทำเื่เช่นนี้ได้!”
เพราะเฉินเหมียวเหมี่ยวแม้จะจู้จี้จุกจิก แต่นั่นก็แค่่แรก ๆ เท่านั้น หลังจากที่จัดเตรียมของให้ตามที่นาง้าครบแล้ว เฉินเหมียวเหมี่ยวก็เข้าฌานบำเพ็ญเพียรไม่ออกมาภายนอกอีก เขาจึงพอทนได้
แต่พวกเฉินเหวินล่ะ?
ทั้ง ๆ ที่เป็แค่เศษสวะอาศัยบารมีของเฉินเหมียวเหมี่ยว แต่กลับกล้าทำตัวยโสโอหัง และล้ำเส้นเขาครั้งแล้วครั้งเล่า!
น่าเจ็บใจยิ่งนัก!!!
หากตอนแรกเขาสามารถดึงเฉินเหมียวเหมี่ยวมาเป็พวกได้ บัดนี้ไหนเลยเฉินเหวินจะมีโอกาสมาพูดพล่อย ๆ ใส่เขา
เฉินฉีเองก็ลำบากใจเช่นกัน “นายท่านขอรับ ไม่ใช่ว่าผู้น้อยไม่ดูแล แต่ว่า...ผู้น้อยดูแลไม่ได้ขอรับ คนจากอวิ๋นหลัวเ่าั้วางมาดใหญ่โตและยโสโอหังยิ่งนัก เฉินเหวินยิ่งไม่ฟังคำใด ๆ เมื่อพวกเราเอ่ยปากขอร้อง พวกเขาก็จะเอ่ยว่าเราไม่มีสิทธิ์ไปสั่งสอนพวกเขา มีสิ่งใดข้องใจให้ไปพูดกับเฉินเหวิน เื่นี้...เฮ้อ”
เฉินหยวนโมโหจนแทบกระอักเื “เ้าพวกสุนัขไร้การศึกษา สักวันข้าจะต้องถลกหนังพวกมันให้จงได้! อีกห้าวันก็จะถึงพิธีแต่งงานแล้ว รองานแต่งจบลง ให้รีบไล่พวกเขากลับไปทันที!”
“ผู้น้อยรับทราบขอรับ เพียงแต่...”
“เพียงแต่อะไร?”
“เพียงแต่ทางครอบครัวรอง ครอบครัวสาม เหมือนจะไม่พอใจเท่าไรนัก...บอกว่าเราให้ท้ายตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวเกินไปขอรับ”
เฉินหยวนแค่นเสียงเย็นออกมา “พวกเขามีอะไรไม่พอใจกัน ไม่มีความสามารถอะไรแล้วยังจะปากดีอีก หากพวกเขาไม่พอใจก็ให้ไปเจรจากับผู้าุโชุดขาวเองได้เลย บอกพวกเขาไปตามนี้!”
ขณะที่เฉินหยวนกำลังเอ่ยอยู่ ทันใดนั้นในอากาศก็เกิดคลื่นไอิญญาลอยมา ดวงตาของเฉินหยวนพลันเป็ประกาย เขารีบเอ่ยขึ้น “เร็ว รีบไปดูเร็วเข้า ว่าคุณหนูบรรลุแล้วหรือไม่!”
“ขอรับ!”
เฉินฉีรับคำก่อนจะรีบออกไป ไม่นานก็กลับมารายงาน
“เรียนนายท่าน บรรลุแล้วขอรับ บรรลุแล้ว คุณหนูบรรลุแล้วจริง ๆ ขอรับ!”
เฉินหยวนดีใจอย่างมาก
“ดี ๆ ๆ นับว่าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริง ๆ ฮ่าฮ่าฮ่า ไป ตามข้าไปแสดงความยินดีกับนาง!”
เฉินหยวนเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าจะได้เห็นภาพเช่นนี้ เฉินจื่ออีได้บรรลุจากระดับรวมชีพจรขั้นเก้า ขึ้นไปเป็ระดับสร้างรากฐานปราณขั้นสูง แม้แต่ไอพลังก็ยังเพิ่มขึ้นด้วย อีกเพียงนิดเดียวก็จะไปถึงระดับสร้างรากฐานปราณที่สมบูรณ์แล้ว หากไม่ใช่เพราะตัวนางเองรู้สึกว่าจิตใจยังไม่มั่นคง จึงสะกดความคิดที่จะบรรลุต่อแล้วละก็ บางทีเฉินจื่ออีอาจจะกลายเป็ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแดนสร้างแก่นไปแล้วก็ได้!
“ท่านพ่อเ้าคะ!” เฉินจื่ออีมองเฉินหยวนด้วยความดีใจ “ท่านพ่อ โอสถสร้างรากฐานปราณยอดเยี่ยมจริง ๆ เ้าค่ะ!”
ดวงตาเรียวยาวของเฉินฮูหยินเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา “์ทรงเมตตา คราวนี้ข้าจะดูซิว่ายังมีใครกล้าบอกว่าบุตรสาวข้าไม่คู่ควรกับคุณชายตระกูลเซิ่งอีก!”
ระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน จากระดับรวมชีพจรขั้นเก้าบรรลุถึงระดับสร้างรากฐานปราณสมบูรณ์ หากบอกว่าเฉินจื่ออีเป็ยอดสตรีก็ไม่เกินไปแม้แต่น้อย!
แต่ที่จริงแล้ว เฉินจื่ออีเป็อัจฉริยะหรือไม่ เฉินหยวนและเฉินฮูหยินต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจ
เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เฉินจื่ออีสร้างรากฐานปราณ ทว่าก่อนหน้านั้นทุกครั้งกลับล้มเหลวมาโดยตลอด การที่ครั้งนี้บรรลุได้อย่างราบรื่น แปดส่วนเป็เพราะโอสถสร้างรากฐานปราณขั้นสูงของเฉินเหวิน
“น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก!” เฉินหยวนทอดถอนใจออกมา แม้นิสัยของเฉินเหวินจะร้ายกาจเพียงใด แต่ฝีมือการหลอมโอสถของเขานั้นเป็อันดับหนึ่งจริง ๆ โอสถสร้างรากฐานปราณขั้นสูงไม่ธรรมดาจริง ๆ
คราวนี้ไม่เพียงเฉินหยวนเท่านั้นที่ยกย่องเฉินเหวิน แม้แต่ครอบครัวรองและครอบครัวสามของตระกูลเฉิน ต่างก็ยกให้เฉินเหวินเป็แขกคนพิเศษของจวน และเลื่อมใสเขาอย่างมาก
แน่นอนว่านักหลอมโอสถที่สูงส่งเช่นเฉินเหวินต้องได้รับความนับถืออยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเฉินเหมียวเหมี่ยวที่ไปคุยโวแทนเขาอยู่ที่หน้าประตูจวน
‘สามปีก็สามารถกลายเป็นักหลอมโอสถระดับห้า’ ‘โอสถที่หลอมออกมาล้วนเป็ขั้นสูง’ ‘นางจะร่วมหัวจมท้ายไปกับเขา’ และอีกมากมาย
บวกกับที่เฉินจื่ออีใช้โอสถสร้างรากฐานปราณขั้นสูงที่เขาหลอมแล้ว สามารถบรรลุจากระดับรวมชีพจรขั้นเก้า ขึ้นเป็ระดับสร้างรากฐานปราณได้ภายในครั้งเดียว ความมหัศจรรย์เช่นนี้ เฉินเหวินจึงสมกับที่ถูกยกย่องว่าเป็หนึ่งในใต้หล้า!
เมืองฟ่านเฉิง…ไม่สิ ต้องบอกว่าในดินแดนตงโจว ทุกราชวงศ์ ทุกตระกูล ทุกสำนัก แม้แต่นิกายดาวเหนือ นิกายวั่นฟ่า นิกายเทียนหยาน และนิกายอื่น ๆ ที่ห่างไกลออกไปนับพันลี้ บุคคลที่มีชื่อเสียงมากมายจนนับไม่ถ้วน ต่างยื่นไมตรีมาให้กับตระกูลเฉิน
ต่อหน้าก็แสร้งทำเป็บอกว่ามาร่วมแสดงความยินดีในงานวิวาห์ของเฉินจื่ออีและเซิ่งเฟิง แต่ความจริงแล้วพวกเขาอยากมาเจอสุดยอดนักหลอมโอสถอย่างเฉินเหวินผู้นี้ต่างหากล่ะ!
เทียบขอเข้าพบทั้งหมดย่อมถูกส่งมาถึงมือของเฉินหยวน เขาตื่นเต้นจนมือทั้งสองข้างสั่นเทา และยิ่งไม่มีเหตุผลใดที่จะปฏิเสธ ฟ้าดินต่างรู้ดีว่าเขารอ่เวลาเช่นนี้มานานเพียงใด
เฉินหยวนรับเทียบเ่าั้มาด้วยความดีใจ นอกจากนี้ยังได้เปลี่ยนสถานที่จัดพิธีของฝ่ายหญิงอีกด้วย เขาอยากจะจัดงานเลี้ยงที่นอกเมืองฟ่านเฉิงเสียด้วยซ้ำไป
ในฐานะที่จะเกี่ยวดองกับตระกูลเฉิน ตระกูลเซิ่งก็ย่อมต้องแสดงอะไรให้เฉินเหวินที่เป็คนสำคัญในตอนนี้ได้เห็นบ้าง
สมบัติวิเศษ เงิน ทอง หินิญญานับไม่ถ้วน ไหลมาสู่มือของเฉินเหวินราวกับสายน้ำ ทำให้เขามีความสุขยิ่งจนทำอะไรไม่ถูก
หนึ่งคนบรรลุเป็เซียน หมูหมากาไก่รอบตัวก็พลอยได้ขึ้น์ไปด้วย ดังนั้นเวลานี้คนของตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวต่างก็มีฐานะสูงส่งตามไปด้วย พวกเขาใช้จ่ายกันอย่างไม่คิด ถูกใจสิ่งใจก็เอ่ยแค่ว่า ‘ลงบัญชีเอาไว้’
ความโลภและความฟุ้งเฟ้อราวกับแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว ไม่เพียงกลืนกินตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวเท่านั้น แต่ยังกลืนกินตระกูลเฉินแห่งเมืองฟ่านเฉิงอย่างเงียบ ๆ ด้วยเช่นกัน...