แสงอาทิตย์ค่อยๆอาบไปทั่วพื้นฟ้าฉายแสงผ่านทิวเขาที่ซับซ้อนกระทบผืนป่าที่พินาศสิ้น
เหล่าผู้คนที่ค่อยๆทยอยมาเก็บเลเวลต่างตกตลึงเมื่อพบว่าผืนป่ากลายเป็นทะเลเพลิง
“พี่ศิ! เสียงหวานใส่คล้ายกับสายลมของเหมันต์ดังกระซิบในระยะลมหายใจสัมผัสถึงเสียงนั้นคล้ายกำลังบอกเล่าถึงความเจ็บปวดแทนชายหนุ่มเนื่องจากทนเห็นคนของเธอโดนดูถูกไปมากกว่านี้ไม่ได้
“พี่ไม่เป็นไร อดีตก็คืออดีตปัจจุบันพี่มี.....”
ศิลาเว้นคำพูดไว้พร้อมกับเอามือรูบไปตามผืนผ้าพลันคอคล้ายกำลังรูบหัวหญิงสาวที่สถิตอยู่ด้านใน
ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยเสียงที่แข็งกล้า
“แกคนแรกเลยนะบูรพาที่สู้กับฉันได้สูสีขนาดนี้ต้องขอบใจแกจริงๆ
ในทุกๆอย่าง
ขอบใจแกจากใจจริงที่ทำให้ฉันไม่เหลืออะไรขอบใจแกที่เอาหญิงใจง่ายไปจากฉันขอบใจแกที่ทำให้ฉันอยากแก้แค้นจนเข้ามาในโลกแห่งนี้ วันนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นความแค้นของฉันที่มีต่อแก่จะจบลงฉันจะฆ่าแกสิบครั้งให้กลับมาอีกไม่ได้”
ศิลาพูดพร้อมกับชี้ปลายดาบหันไปทางหน้าของบูรพาจนมันต้องสะดุ่งเฮือก เพราะมันรู้ดีว่าบูรพานั้นเป็นคนพูดจริงทำจริง
“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...เอาที่เเกสบายใจจะบอกอะไรให้นะว่าฉันรวยถึงตายไปสิบครั้งฉันจ่ายเงินก็กลับเข้ามาใหม่ได้”
บูรพาหัวเราะลั่นออกมาราวคนบ้าก่อนที่ศิลาจะพูดขึ้นต่อ
“งั้นฉันก็จะฆ่าแกอีกสิบครั้งไม่สิร้อยครั้งพันครั้งหมื่นครั้งฉันก็จะทำ”
“ก็ดีงั้นในระหว่างที่แกอยู่ในโลกนี้พ่อแม่แกที่นอนอยู่ที่โรงพยาบาล
อัลไซส์ล่ะจะเป็นไง พอดีว่าพ่อฉันพึ่งจะตกลงร่วมหุ่นส่วนกับเจ้าพ่อมาเฟียใหญ่สะด้วย” มันพูดออกมาอย่างยียวนก่อนจะเอ่ยขึ้นต่อ
“อ๋อ เผลอๆนะฉันอาจจะได้นั่งเก้าอี้บริหารเกมนี้ก็ได้วะได้ข่าวว่าจระกูลอัลไซส์มีลูกสาวแสนสวยเหมาะกับคนอย่างฉันทุกอย่างเดี๋ยวฉันเขี่ยยัยพลัมคืนให้แกแล้วกัน”
คำพูดนั้นของบูรพาถึงกับเรียกอารมณ์ขุ่นมันของศิลาถึงขีดสุดจนทะลุเกินขีดจำกัดเพราะนั้นคือสิ่งที่ศิลาเถิดทูลและจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายไม่มีลูกคนไหนทนฟังคนอื่นพ่ามๆขู่เอาชีวิตพ่อแม่ตัวเองได้หลอก
และบูรพานั้นถือว่าคิดผิดการที่สัตว์อสูรหรือมารมีความแค้นเคืองถึงขีดสุดมันจะเป็นพลังกระตุ่นการก้าวข้ามขีดจำกัด
เปรี้ยงงงงงง ครืนนนนนน
เมฆดำคลึ้มลอยขึ้นเหนือม่านฟ้าปกคลุมไปทั่วทิศเหนือรวมถึงเมืองสยบฟ้า
สายฟ้าสีดำซัดไปมาอย่างบ้าคลั่งไอมารแผ่ปกคลุ่มไปทั่วทวีปเหนือ
“อยู่ไม่ได้แล้ว
“ตัวห่าอะไรจะออกมาอีกวะ
เสียงผู้เล่นที่อยู่ในเมืองสยบฟ้าและทิศเหนือต่างพากันหนีตายจากสายอัสนีบาตสีดำที่ผ่าใส่ปัฐพีอย่างบ้าคลั่งและไอมารที่กัดกินพลังชีวิตของทุกสรรพสิ่ง
เคร้ง เคร้ง
ร่ำไห้และโหยหาตกลงพื้นหลุดออกจากมือของศิลา
บูรพาเองต้องเบิกตามองด้วยความตลึง
ศิลาเองที่ส่งเสียงโหยหวนบาดลึกแทบขาดใจฟ้าครามที่สถิตอยู่ในผ้าพลันคอเองก็กรีดร้องระงมรวมถึง
สดายุสัมพาทีและซุนหงอคง
“อ๊ากกกกกก อ๊ากกกกกกกก”
วินาทีต่อมาปรากฎสายฟ้าสีดำนับพันสายพุ่งผ่าใส่ร่างของศิลาทุกทิศทาง
“จักรพรรดิมารศิลา ได้รับการวิวัฒนาการ ทำการจุติ”
เสียงจากระบบดังขึ้นในหัวของศิลาพร้อมกับสายฟ้าสีดำที่ผ่าใสร่างของศิลาลงมาจากฟากฟ้าไม่ขาดสาย
เปรี้ยง เปรี้ยง ครืนนนน เปรี้ยงง
เสียงฟ้าผ่าดังจนหูดับครืนลมส่งเสียงคำรามโหยหวนคล้ายเสียงกระซิบของผีร้ายมาทวงถามวิญญาณ
เสียงอัสนีบาตผ่านับพันนับหมื่นครั้งดังสนั่นไปทั่วหล้าถึงชั้นฟ้าดาวดึงคล้ายกองบรรเลงขับขานส่งสัญญาณถึงทวยเทพเทวาเพื่อให้ลงมาเป็นสักขีพยานการถือกำเนิดของเทพมารตนนี้
แสงอาทิตย์ที่มืดสนิททำให้โลกากลับคืนสู่กลางคืนที่ไร้ดวงดาราและจันทรา ราวกับเป็นฤกษ์งามยามดีที่เทพมารผู้ขีดเขียนตำนานจะถือกำเนิด
เสียงอากาศที่โหยหวนเสียงคลื่นลมที่กระโชกอย่างบ้าคลั่งคล้ายกำลังบรรเลงบทเพลงทวงทามหาวิญญาณ
เพื่อเป็นเครื่องสังเวยให้เทพมารที่กำลังจะจุติเกิดมาเพื่อล่าเลือดเนื้อ ล่าวิญญาณ ล่าชีวัน
เปรี้ยงงงงง ครืนนนนนนน
สายอัสนีบาตสีดำเส้นสายใหญ่เท่าตึกผ่าใส่ร่างศิลาครั้งสุดท้ายจนผืนธรณีสะท้านไปทั่วโลกาทำให้พื้นโลกวิปโยคไปทั่วหล้า
“อ๊ากกกกกกก”
ร่างของศิลาแตกกระจุยกลายเป็นละอองแสงก่อนจะปรากฎบอลสีดำขึ้นโอบล้อมละอองแสงสีแดงนั้นทุกอย่างเงียบสงบจนได้ยินเสียงของลมหายใจ
ท้องฟ้ายังคงมืดมัวสลั่วไปทั่วปัฐพี
เสียงลมหวิวๆเย็นเฉียบเสียดสะท้านถึงวิญญา
เป๊ะ....เป๊ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ผ่านไปราวหนึ่งนาทีบอลสีดำขนาดใหญ่เกิดลอยร้าวขึ้นส่งเสียงเสียดหูสะท้านวิญาณไอมารระดับเทพมารค่อยๆแผ่ออกมาจากภายใน
เพ๊งงงงงงงๆๆๆๆ
“แฮ๊ก แฮ๊ก!
วินาทีต่อมาปรากฎร่างของศิลาเหมือนเดิมทุกประการณ์จนบูรพาต้องถอนหายใจทว่าเสียงที่คล้ายกับเสียงของมัจจุราชก็ดังขึ้นทั่วบริเวณ
“เทพมารศิลาระดับ1 ถือกำเนิด
ธาตุว่างเปล่าผู้ใดถูกสังหารรอเกิด90 วันเวลาในเกม สูญเสียระดับทั้งหมด สูญเสียไอเท็มทั้งหมดหากผู้ใดตายโดยที่เทพมารศิลาไม่ได้ใช้ทักษะเขตแดนระดับจะติดลบ20ขั้น”
“เทพเทพีมารรัตติกาล ระดับ1 ถือกำเนิดธาตุความมืด ผู้ใดถูกสังหารรอเกิด20วันในโลกความจริง สูญเสียระดับทั้งหมด สูญเสียไอเท็มทั้งหมด
หากผู้ใดตายโดยที่ไม่ได้ใช้ทักษะเขตแดนระดับจะติดลบ20ขั้น”
“เทพมารสัมพาทีระดับ1 ถือกำเนิดธาตุว่างเปล่า ผู้ใดถูกสังหารรอเกิด30วันในเกมสูญเสียระดับทั้งหมด สูญเสียไอเท็มทั้งหมดหากผู้ใดตายโดยที่เทพมารไม่ได้ใช้ทักษะเขตแดนระดับจะติดลบ20ขั้น”
“เทพมารสดายุระดับ1ถือกำเนิด ธาตุไฟ ผู้ใดถูกสังหารรอเกิด30วันในเกม สูญเสียระดับทั้งหมดสูญเสียไอเท็มทั้งหมดหากผู้ใดตายโดยที่เทพมารไม่ได้ใช้ทักษะเขตแดนระดับจะติดลบ20ขั้น”
“เทพมารซุนหงอคงระดับ1 ถือกำเนิดธาตุความมืด ผู้ใดถูกสังหารรอเกิด30วันตามเวลาในเกมสูญเสียระดับทั้งหมดสูญเสียไอเท็มทั้งหมด
หากผู้ใดตายโดยที่เทพมารไม่ได้ใช้ทักษะเขตแดนระดับจะติดลบ20ขั้น”
สิ้นเสียงประกาศเตือนที่ดังไปทั่วโลก
ตามมาด้วยเสียงของคนทั่วทั้งโลกแตกตื่นและเกิดเป็นความโกลาหลเสียงผู้คนมากมายช่องสารมวลชนโกลาหลยกใหญ่ปนความหวาดกลัว
แต่มีคนกลุ่มหนึ่งที่เมืองวังวลอัสนีกำลังโห่ร้องดีใจถึงขีดสุดเหล่าอาชญากรจำนวนสองแสนคนที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกกิลด์Destroyer กำลังโห่ร้องกันสุดสุดเสียง
“ดูสะ! โลกแห่งนี้จะต้องจารึกพวกเราไว้ตลอดกาลความแข็งแกร่งของศิลาความแข็งแกร่งของราชันย์เหนือหัวของพวกเรา”
“เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ
“เฮฮฮฮฮฮฮฮ
เพิร์จที่ยืนอยู่บนยอดปราสาทที่กำลังก่อสร้างชูดาบขึ้นประกาศลั่นพร้อมเบื้องล่างคือเหล่าอาชญากรนับแสนที่มาช่วยกันสร้างเมืองวังวลอัสนี
โดยเพิร์จรวมเอาเฉพาะอาชญากรเท่านั้นและเป้าหมายของเขาคือถล่ม
กิลด์เก้ามายาที่แย่งชิงหัวใจภูติธาตุสายฟ้าตัดหน้าพวกเขาไปนั่นถือเป็นคำสั่งแรกของศิลาแต่เขาทำไม่สำเร็จมันขัดกับวิถีนักดาบของเขาที่รับคำสั่งมาจากผู้เป็นนายแล้วต้องทำให้สำเร็จ
ทำให้ในอีกเร็ววันนี้จะเกิดสงครามโลก Demonlord ครั้งที่หนึ่งที่นำโดยเพิร์จที่ตอนนี้กลายเป็นผู้เล่นที่มีค่าหัวไปเรียบรอยแล้ว
ณ.ทวีปทางเหนือ
ท้องฟ้ายังคงมืดมัวไอมารแผ่ออกจากร่างของศิลาไปทั่วบริเวณไอมารออร่าสีดำลอยฝุ้งในอากาศจนบูรพาแทบหายใจไม่ออก
ศิลายืนมองสภาพรอบๆพร้อมกับสำรวจตัวเองพบว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงยกเว้นเลเวลที่กลับมาเหลือหนึ่งถือเป็นการ อเวคร์อีกครั้งของศิลาค่าสถานะต่างๆทั้งหมดถูกยกระดับขึ้นสูงปรี๊ดพลังชีวิตที่มากถึง 7,00,000,000 หน่วย
มานามากถึง 9,900,000,000 หน่วย
“จะโกงเกินไปหน่อยไหมขนาดเลเวลหนึ่งเองนะโดนฟันกี่ทีถึงจะตาย”
ศิลามองดูค่าสถานะด้วยหน้ามุ่ยนิดๆมันอาจจะทำให้การเล่นเกมของเขาหมดสนุกก็เป็นไปได้
“ไป!! ”
ศิลาตวาดลั่นพร้อมกับปรากฎเงาสามสายพุ่งออกจากกำไลข้อมือต่างหูและดาบไม่กี่วินาทีต่อมาเสียงร้องระงมของสัตว์อสูรก็ดังขึ้นผสมกับผู้เล่นโชคร้ายที่เจอกับสัมพาทีสดายุ
ซุนหงอคง
ศิลาปรายตามองดูค่าประสบการณ์ที่กำลังเพิ่มขึ้นเลื่อยๆไม่ขาดสาย
**********************************
ณ.โลกความจริง
“ท่านประธานครับทำไมเราต้องแจ้งเตือนเรื่องต่างๆของผู้เล่นศิลาให้ทุกคนรับทราบด้วยครับถ้าเขาฟ้องเรา
ระเมิดสิทธิ์ส่วนตัวเราจะแย่นะครับ”
ชิงหลงเอ่ยถามประธานที่ตอนนี้กำลังนั่งดูภาพเหตุการณ์การวิวัฒนาการของศิลาอย่างใจจดจ่อ
“เดี๋ยวมันทำภารกิจปลดล็อคเนื้อเรื่องส่วนแรกได้จะปรากฎเผ่าพันธ์ต่างๆ ให้ผู้เล่นเลือกเข้าใช่ไหมล่ะผู้เล่นจะได้รู้ว่าศิลามันก็ไม่ได้วิเศษไปกว่าคนอื่นเพียงแค่มันได้เผามารมาก่อนคนอื่นแค่นั้น” ประธานเอ่ยเสียงเรียบ
“ประธานครับไม่ตรงประเด็น”
ชิงหลงขยับแว่นหนึ่งครั้งก่อนจะตอบค้านหัวหน้าในคำตอบที่ไม่ตรงคำถามจนพ่อของฟ้าครามสะดุ่ง
“เออ ก็แบบไอ้หมอนี่มันมีลูกสาวฉันเป็นภูติประจำตัวใช่ไหมถ้ามันเกิดทะลึ่งเคลียร์เกมได้อาจจะมีข้อกางขาว่าเอาข้อมูลมาจากลูกสาวฉันหรือเปล่า ฉันจะได้มีข้อโต้แย้งบ่างว่าศิลาไม่ได้มีความเป็นส่วนตัวไม่มีข้อมูลไหนของเขาที่ผู้เล่นทั่วไปไม่รู้”
“ท่านประธานครับ”
“อะไรอีก”
“ท่านใช้คำเรียกศิลาอย่างสนิทเลยนะครับยังกับเรียกลูกหลานแบบนั้นแหละ”
“เออน่าช่างเหอะแล้วส่งคนไปทำตามที่ยัยหนูบอกมาหรือยัง”
พ่อของฟ้าครามรีบเอ่ยเปลี่ยนเรื่องทันที
“แล้วครับตอนนี้คนของเราไปถึงโรงพยาบาลแล้วครับ”
ชิงหลงตอบพร้อมขยับแว่นอีกหนึ่งทีแบบงามๆ
“เอาล่ะโทรไปหาโนอาร์ที่ว่าฉันนัดคุยจบเรื่องการทำธุรกิจร่วมกันรวมถึงหุ่นส่วนต่างๆที่มีต่อกันและเรียกเก็บหนี้สินทั้งหมดภายในเจ็ดวันหากมันไม่ทำตามฉันจะส่งนิวเคลียร์ไประเบิดหัวมัน เหออเอาแต่ใจจริงๆลูกสาวฉัน”
พ่อของฟ้าครามนั่งกุมขมับอยู่บนโต๊ะทำงานพร้อมกับพนักงานรอบกายกำลังหัวเราะคิกคักเพราะพ่อสุดโหดที่มีนักฆ่ามือปืนคอยรับใช้ไม่สามารถขัดคำขอลูกสาวสุดหวงได้สักเรื่องรวมถึงเรื่องเมื่อครู่ที่เธอพึ่งส่งข้อความมาจากในโลกเกมให้ทำแบบเร่งด่วนจนวุ่นวายกันยกใหญ่
เรียกได้ว่าเจ้าหล่อนมีวาจาสิทธิ์ชี้เป็นชี้ตายเลยก็ว่าได้
***********************************
“ก็ไม่เท่าไหร่นี่หว่าไอ้ขยะ”
บูรพาเอ่ยขึ้นพร้อมกับทั่วร่างปกคลุมไปด้วยออร่าสีแดงครั้งนี้เป็นศิลาที่ต้องเบิกตากว้างอย่างตลึงเมื่อออร่ารอบตัวบูรพาขยายออกไปรอบด้านก่อตัวเป็นโดมใสสีแดงเข้ม
“เขตแดนของสัตว์อสูรหรือว่าแกเองก็”
ศิลาหรี่ตาลงพูดขึ้นแต่สายตายังคงสงบนิ่งจากนั้นเสียงจากระบบก็ดังขึ้น
“สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิบูรพา ระดับ150 ปรากฎตัว”
“เขตแดนของบูรพาทำให้รับการโจมตีเบาลง50%และศัตรูถูกโจมตีแรงขึ้น50% พลังของบูรพาเพิ่มขึ้น20%”
สิ้นเสียงจากระบบบูรพาก็เอ่ยขึ้นอย่างมาทมั่นและมั่นหน้าถึงขีดสุด
“มันไม่ใช่แกแต่คนเดียวหลอกที่ทำได้”
ทว่าศิลาเองไม่ได้ตกใจอะไรถึงขั้นนั้นเขาคิดมาตลอดอยู่แล้วว่าในเมื่อเขาสามารถข้ามมาเป็นมารได้แล้วทำไมผู้เล่นคนอื่นๆจะทำไมได้และอีกอย่างชื่อของเกมมันก็บอกอยู่ในตัวของมันรวมถึงเขาเองก็ไม่ได้วิเศษไปกว่าคนอื่นตรงไหนถ้าไม่นับความโกงอะนะแต่คนอย่างเขามันเทพช่วยไม่ได้มีแฟนเป็นลูกเจ้าของเกมก็แบบเนี่ย
เปรี้ยงงงงง
สัมพาทีสาดยุซุนหงอคงกลับมาจากการสังหารหมู่กลับเข้าไปหาศิลาไม่ได้เพราะติดเขตแดนของสัตว์อสูร
“ไอ้เจ้านั่นเป็นสัตว์อสูรแบบเดียวกับเจ้านาย”
สัมพาทีในร่างคนเอ่ยขึ้นพร้อมสีหน้าตกใจเล็กน้อยโดยบนไหลของมันปรากฎสดายุในร่างเด็กสามขวบนั่งค่อมบ่าทั้งสองข้างอยู่พร้อมกับซุ่นหงอคงในร่างมารทั่วร่างชุดเกราะเป็นสีดำแดงเลือดพยักหน้ารับคำก่อนมันจะเอ่ยขึ้น
“ยังไงพวกเราก็ยังกลับเข้าไปไม่ได้ไปไล่ฆ่าคนกันต่อเถอะ”
มั่นเอ่ยชวนเพื่อนร่วมอุดมณ์การไปฆ่าผู้เล่นราวกับชวนกันไปหาข้าวเที่ยงกินจากนั้นพากันเดินดุ่มๆออกไป
“ต้องขอบใจแกจริงๆที่ทำให้ฉันโกรธถึงขีดสุดจนได้พลังความแข็งแกร่งระดับนี้มา”
ศิลาเอ่ยขึ้นพร้อมกับออร่าสีดำจิตคลุกครามแผ่ไปทั่วบริเวณจนอากาศสั่นสะเทือนยามกระทันหันร่างของศิลาพลันหายไปในพริบตา
ฟุ๊บ!
บูรพาเบิกตากว้างอย่างตกตลึงในความเร็วเมื่อร่างของศิลาหายไปจากสายตา ในชั่วพริบตาปรากฎร่างของศิลาขึ้นทางด้านหลังของบูรพาราวกับอากาศธาตุ
ดาบร่ำไห้ในมือขวาตวัดลงฟันใส่ร่างของบูรพาทันทีอย่างรวดเร็วและไม่รีรอ
ฉัวะ ฉึก
เสียงเนื้อฉีกขาดดังขึ้นสองครั้งติดพริบตาต่อมาเลือดสีแดงฉานของบูรพาสาดพุ่งกระจายดุจน้ำพุย้อมร่างของศิลาที่อยู่ใกล้สุดให้แดงชุ่มฉ่ำไปด้วยเลือดของศัตรูคู่แค้นจากนั้นศิลาจึงค่อยๆกล่าวออกมา
“แกดูถูกคนอื่นมากเกินไปแกไม่ได้มั่นใจในตัวเองหลอก แกแค่เหลิงในอำนาจมากกว่าคำว่ามั่นใจในตัวเองกับคำว่าเหลิงมันต่างกันแค่กระดาษกั้น
แกดูถูกพลังระดับเทพมากเกินไป”
“ฮึ ฮึ ฮึ อย่าคิดได้ใจไปหน่อยเลยไอ้ขยะ”
บูรพาเอ่ยขึ้นพร้อมกับโถ่มตัวไปข้างหน้าเพื่อดึงตัวเองให้หลุดออกจากคมดาบของศิลา