“จุนนี่ กลับแล้วหรอ”พี่เจียคนสวยขับรถผ่านมาเจอมินจุนกำลังจั้มอ่าว จึงเอ่ยถามเผื่อมีอะไรให้ช่วย
“เปล่าครับ กำลังจะไปคอนโดพี่ธัพ”หนุ่มน้อยหยุดสาวเท้าเพื่อตอบคำถามของรุ่นพี่
“ขึ้นรถสิ พี่ผ่านทางนั้นพอดี”มินจุนเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็พาตัวเองขึ้นรถพี่สาวคนสวยมาอยู่ดี
“ทำไมหน้างอแบบนั้นล่ะ”พี่เจียสังเกตมาสักพักแล้วเห็นมินจุนนิ่งเงียบสีหน้าเหมือนคนอมทุกข์
“ผมไม่อยากไปห้องพี่ธัพ”สุดท้ายก็กลั้นใจออกปากกับพี่เจียจนได้
“ทำไมล่ะ อึดอัดตรงไหนบอกพี่ได้นะ”
“รู้แล้วอย่าล้อผมนะ จริงๆแล้วผมกลัวแมว”พอได้ยินดังนั้นพี่เจียถึงกับกลั้นขำ แล้วหลุดขำออกมาในที่สุดจนถูกหนุ่มน้อยค้อนหน้าคว่ำเข้าให้
“พี่ขอโทษ” เธอพยายามกลั้นจนหน้าแดงแล้วก็เข้าใจได้ถ้าจะมีใครกลัวสัตว์อะไรสักอย่าง แต่น้อยนักที่จะกลัวแมวกันแม้จะน่าขำก็แอบสงสารอยู่บ้าง การที่ต้องอยู่กับสิ่งที่ตัวเองกลัวมันก็ยากจะทำใจ
“มัวแต่เลี้ยงแมวจนไม่มีเวลาสืบหาพี่รหัส แล้วผมจะผ่านกิจกรรมไหมเนี่ยลายเซ็นนี่มันสำคัญไหมพี่ ขาดไปหนึ่งลายเซ็นเป็ไรไหม”
“สำคัญสิ ไม่ครบก็ไม่ผ่าน เป็ส่วนหนึ่งของกิจกรรมรับน้องเหมือนกัน” โปเต้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้แหล่ะว่าไม่ได้ก็ถามไปงั้น
“เอางี้ พี่ช่วยบอกใบ้ให้ อืม...เป็ผู้ชาย หล่อ ขรึม รักสัตว์”
“โหยากอ่ะ” มินจุนเริ่มงอแงถึงจะบอกว่าใบ้เพิ่มก็เถอะสำหรับเขามันก็ยากอยู่ดี
“อ่ะๆ อันสุดท้ายแล้วนะ เป็นักกีฬาแบด”แน่นอนว่าคีย์เวิดสุดท้ายนี้ทำมินจุนสะอึกไปไม่น้อยไม่ต้องเดาก็รู้เลยว่าเป็ใคร
“ถ้าเกิดผมรู้แล้วก็ถามพี่รหัสตรงๆเลยก็ได้ดิ”อันที่จริงก็ควรเป็แบบนั้น รู้ว่าเป็ใครก็ถามเอากับเ้าตัวเขาเลยง่ายกว่าเยอะ
“นี่มินจุนไม่ได้ฟังประธานรุ่นพูดให้จบใช่ไหม ทุกกิจกรรมก็มีกติกาของมันถ้าทำอย่างที่เราว่ามันก็ง่ายไปดิ แล้วมันจะไปตื่นเต้นอะไร จะมีความหมายอะไรถูกม้ะ ถามให้ตายพี่รหัสก็ไม่ยอมรับหรอกนะเพราะสุดท้ายจะมีบทลงโทษสำหรับคนที่ทำกิจกรรมไม่ผ่านพี่รหัสเองก็เหมือนกันถ้าถูกจับได้ว่ายอมรับก็ถูกลงโทษเหมือนกัน” พี่เจียแนะนำอะไรหลายๆอย่างกับการเป็เฟรชชี่เยอะแยะทั้งสองพูดคุยกันสนุกสนานจนมินจุนรู้สึกเริ่มผ่อนคลายหายเก็รงไม่นานนักรถก็เข้าจอดที่หน้าคอนโดมินจุนกล่าวขอบคุณพี่เจียและพาตัวเองขึ้นลิฟท์มาที่ห้องดังกล่าวเมื่อเข้ามาด้านในแล้วก็เริ่มออกสำรวจหาข้อมูลที่้าทั้งสิบข้อ
“ชื่อนายธัพธัย นามสกุลวิริยะศิลป์ ชื่อเล่นธัพ สัตว์เลี้ยงที่ชอบเป็แมว ชื่อหวานเย็นชอบเล่นกีฬาแบดมินตัน สถานะไม่รู้ อาหารที่ชอบไม่รู้ สีที่ชอบไม่รู้วันเดือนปีเกิดไม่รู้ โห๊ะ!แต่ละคำถามอย่างกับจะหาคู่ออกเดทยังไงยังงั้น”ระหว่างที่มินจุนกำลังกรอกข้อมูลอยู่นั้น เ้าหวานเย็นก็เริ่มมาวนเวียนที่ขาแต่คราวนี้เขาไม่ได้กลัวจนตัวสั่นเหมือนวันแรก แต่ก็เกร็งขาอยู่บ้างจึงกลั้นใจเกาพุง เ้าอ้วนได้ทีก็นอนแผ่ให้ซะจากสายตาที่ดูกลัวๆจึงค่อยๆเปลี่ยนมาเอ็นดูน้องในใจคิดว่าแมวคงไม่น่ากลัวไปทุกตัวหรอกมั้ง อ้อนแบบนี้ค่อยน่าเล่นด้วยหน่อย
“เหงาล่ะสิ”เ้าหวานเย็นเล่นขึ้นนอนบนแผ่นงานของมินจุน ส่งสายตาอ้อนเหมือนขอให้เขาเล่นด้วยจนมินจุนใจอ่อนยอมมัน ที่ใครเขาบอกว่าเป็ทาสแมวเป็แบบนี้กันรึป่าวว่ะ
ธัพธัยเปิดประตูห้องเข้ามาพบกับความมืดเกิดสงสัยว่ามินจุนกับหวานเย็นอยู่ไหนกัน พอเปิดไฟให้แสงสว่างจึงพบกับรุ่นน้องนอนเหยียดขาที่โซฟาโดยมีเ้าหวานเย็นนอนหลับใหลอยู่บนหน้าอกของน้องรหัสดูเหมือนทั้งสองจะเริ่มคุ้นชินกันมากขึ้น มินจุนค่อยๆตื่นเพราะถูกแสงไฟแยงตา
“อ่าวพี่ วันนี้กลับเร็วนะ”ผมเผ้าชี้โด่เด่ยุ้งเหยิงไปหมด มินจุนยกมือขึ้นยีตาและกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสง
“เหนื่อย” คนตัวใหญ่ตอบสั้นๆก่อนจะเดินเข้าห้องนอนไปั้แ่มินจุนมาก็ไม่เคยกล้ำกลายเข้าห้องนอนของพี่ธัพเลยสักครั้งวันนี้จึงแอบเดินตามไปดูเผื่อได้ข้อมูลเพิ่ม
“พี่ชอบกินอะไรเป็พิเศษป่ะ”
“จะรู้ไปทำไม”
“เอ้า ก็เผื่อผ่านหรือเจอจะได้ซื้อมาฝาก พี่กลับมาเหนื่อยๆจะได้กินเลยไง” คำถามสุดแสนธรรมดาแต่ดูเจาะจงเกินความจำเป็ทำคนพี่เริ่มสงสัย
“ของที่กูชอบก็แช่อยู่ในตู้ไง ไม่ลำบากมึงหาให้หรอก”คนฉลาดอย่างธัพธัยแน่นอนว่าต้องรู้ทันความคิดนี้ของน้องจอมบื้อแน่
“แล้วพี่ชอบสีอะไรหรอ”ไม่รู้ความซื่อหรือโง่กันที่ตั้งคำถามโต้งๆแบบนั้น
“มึงนี่โง่เนาะ แหกตาดูทั่วห้องกูดิมีสีอะไรบ้าง”มินจุนกรอกตาไปมาทั่วห้องใช้มือตีหัวตัวเองทีนึง สมแล้วที่พี่บอกว่าโง่แค่นี้กลับคิดไม่ได้ ในห้องแทบจะมีข้อมูลครบทุกอย่าง
“หมดคำถามยัง กูจะอาบน้ำ”เมื่อสติกลับเข้าร่างก็ต้องสะดุ้งตัวเล็กน้อยเพราะชายร่างใหญ่เบื้องหน้าตอนนี้เปลือยท่อนบน แล้วกำลังจะปลดท่อนล่างถึงจะเป็ผู้ชายด้วยกันก็เถอะอาจเพราะไม่สนิทมากเลยรู้สึกเขินอายกับซิกแพคแน่นๆของพี่ธัพมินจุนรีบเอามือปิดตาแต่ความอยากดูก็มีมาก ได้แต่แอบมองลอดหว่างนิ้วสองขาค่อยๆเดินเร็วออกจากห้องไป
“ทำไม ร้อนหน้าแบบนี้นะ”มินจุนใช้หลังมืออังหน้าผากตัวเอง ไม่เพียงแค่หน้าที่ร้อนผ่าวแม้แต่หัวใจของเขาเองก็เต้นเร็วผิดจังหวะธัพธัยนุ่งผ้าขนหนูจัดการอาบน้ำชำระล้างร่างกายอย่างสบายตัวออกจากห้องมาหลังจากแต่งตัวเรียบร้อยแล้วเขาชะงักเท้าอยู่หลังประตูเมื่อเห็นมินจุนคุยกระหนุงกระหนิงกับหวานเย็น วันนี้ทั้งคู่เดินทางด้วยความเงียบเช่นเคยปกติแล้วมินจุนเป็คนที่พูดเก่งพอตัวแม้แต่กับคนที่ไม่รู้จักแต่กับพี่ธัพกลับไม่มีเื่อะไรให้พูดด้วย อาจจะเพราะบุคลิกนิ่งๆขรึมๆที่ทำให้คนรอบข้างเกร็งแม้จะเป็ครั้งที่สองที่นั่งรถด้วยกันแต่มินจุนก็ยังไม่ชิน
กลับถึงหอแล้วมินจุนนอนตีลังกาขาก่ายหน้าผากอยู่ในห้องพลิกตัวไปมาหลายตลบแม้จะมั่นใจเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ว่าพี่ธัพเป็พี่รหัสแต่ขอยืนยันหน่อยแล้วกัน
ยอดตึกสูงเสียดฟ้าลมหอบไอเย็นจากแม่น้ำสายยาวเข้าประทะร่างสายตาที่นิ่งงันถูกทอดออกไปไร้จุดหมาย วิวจากระเบียงห้องยามค่ำคืนมันช่างน่าหลงใหลตืดดดดดด! เสียงเรียกเข้าทำลายความเงียบธัพธัยเหลือบมองด้วยหางตาแม้จะขัดใจอยู่บ้างที่เบอร์แปลกๆโทรเข้า
“อืม”
“สวัสดีครับพี่รหัส รับสายได้สักทีนะ” ‘เอ แล้วจะชวนคุยเื่อะไรดีนะ’
“พี่มีแฟนยัง” ด้วยความที่ไม่มีเื่คุยก็ถามมันตรงๆแบบนี้แหละ จะได้กรอกคำถามครบสักที
“ทำไม มึงจะจีบกูหรอ”ใช่ว่าจะได้คำตอบมาง่ายๆซะที่ไหนล่ะ
“ผมชอบผู้หญิงครับพี่”คิดได้ไงนะผู้ชายที่ไหนเขาจีบผู้ชายกัน
“ผู้หญิงชื่อเกลนะหรอ” ถ้าไม่เอ่ยถึงเขาก็เกือบจะลืมไปแล้วเหมือนกันเพราะ่นี้เขายุ่งมากจริงๆจึงลืมฟิลอกหักไปไม่เหลือความจำเลยแต่ที่ไม่ลืมก็คนที่กำความลับของขี้เมาอย่างพี่ธัพธัยนี่แหล่ะต้องยอมทำสิ่งที่พี่ธัพ้าก็เพราะเหตุนี้ มินจุนเคยเล่าให้เพื่อนสนิทอย่างซีนฟังเกี่ยวกับเหตุการณ์ตกเรือครั้งนั้นก็จริงแต่ก็ไม่เคยเล่ารายละเอียด่ที่ตนเมามายทะเลาะกับต้นไม้ โวยวายไร้สติให้ใครฟัง
“หุ หุ หุ จำได้ด้วย”
“เออ กูจำได้ และกูก็จำได้ที่มึงถีบกูตกเตียง หาว่ากูพรากความบริสุทธิ์มึง” ที่ธัพธัยไม่ยอมเซ็นให้ง่ายๆก็เพราะเื่นี้แหละ ต้องเอาคืนให้หนัก
“โอ้ย! พี่ก็อย่าใส่ใจนักเลย”มินจุนรีบพูดตัดบทกลัวว่าจะได้ยินด้านมืดของตัวเองเพิ่มแค่นี้ก็อายจะตายห่าอยู่แล้ว เกิดพวกเพื่อนแสบมันรู้เข้าโดนล้อยันหลานบวชแน่ ตอนไปฟอร์มว่าไม่เฮิร์ทที่ถูกทิ้งซะด้วย
“ฝันดีนะพี่ บาย” มินจุนรีบตัดสายเพราะทำใจฟังพี่ธัพแฉต่อไม่ไหว เด็กน้อยมีสีหน้าวิตกกังวลความกลัวต่างๆวนในหัว แต่เมื่อคิดไปคิดมาเขาจำได้ว่าเขายังไม่ได้ทำเื่ที่สามทั้งที่มันง่ายสุดๆเพราะมัวแต่ทำอย่างอื่นอยู่
“อยู่ไหนว่ะ” แย่แล้วสิเก็บไว้ไหนแล้วล่ะ คิดว่าคงไม่ได้เจอกันอีกแล้วแน่ๆจึงไม่ได้สนใจเก็บเสื้อผ้าที่ยืมมา
“เอสหวานน้อยครับ”กาแฟเย็นจากร้านประจำเสริฟโดยน้องรหัส ถูกประเคนไว้ที่โต๊ะอาหาร
“และนี่ เสื้อผ้าที่ยืมวันนั้น” ขณะที่คืนของให้มินจุนมีอาการเขินๆไม่กล้าสบตา ธัพธัยจับสังเกตได้บางอย่าง สายตาคู่นั้นมีเลศนัยเขายิ้มมุมปากอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า
“ตอนเย็นมารอกูหน้าคณะ”พี่รับถุงกระดาษจากมือน้องก้มหน้ากระซิบข้างหูเบาๆ แล้วเดินจากไปอย่างผู้ชนะ มินจุนเกิดอาการโมโหแต่ไม่รู้จะทำไงได้แต่กระทืบเท้าเพื่อระบายความอัดอั้น พี่ธัพธัยรู้จุดอ่อนของเขาจนได้แถมยังใช้มาข่มขู่เขาอีก
“พี่เขาพูดอะไรกับมึงว่ะ”ซีนเห็นอาการเพื่อนยิ่งทำให้ต่อมเสือกทำงานหนัก
“ไม่รู้สักเื่ได้ไหมมึงอ่ะ ไปเรียนได้แล้ว”
หน้าคณะหลังเลิกเรียน
“มินจุน” ชายหนุ่มมองหาเ้าของเสียงที่ดังมาจากด้านหลังที่ฟังคุ้นหูเขารู้ได้โดยไม่ต้องเดาว่าเป็เสียงของเกลอดีตแฟนที่ทำให้เขาต้องไปผจญกับเื่ราวที่แสนสาหัส เขาไม่ได้อยากคุยไม่อยากเจอหน้า แต่แปลกใจที่อดีตแฟนสาวมาโผล่อะไรที่หน้าคณะที่เขาเรียนทั้งที่เธอเรียนอยู่อีกคณะซึ่งอยู่คนละฝั่งกับเศรษฐศาสตร์
“สบายดีไหม”
“อื้อ ตามที่เห็น”
“เราขอโทษที่เลิกกับเธอ ทำให้เธอเฮิร์ทหนักจนไม่เป็อันทำอะไรก็เธอรักเรามากนี่เนาะ”หญิงสาวพูดเหมือนเห็นใจที่เธอเป็คนทำร้ายหัวใจมินจุนแต่กิริยาท่าทางกลับตรงกันข้ามเธอไม่ได้พูดจากใจจริง
“ไม่หรอก เกลคิดมากไป เราก็เสียใจแหละ แต่ก็ลืมได้ั้แ่สามวันแรกแล้ว” อันที่จริงเขาเฮิร์ทหนักมากๆ แต่จะแสดงให้คนที่ทิ้งไปมาเยาะเย้ยได้ยังไงและเื่หลังจากนั้นต่างหากที่มีผลกับชีวิตของเขาในตอนนี้แฟนเลิกกันไปก็เป็คนอื่น เสียใจยังไงสุดท้ายแล้วเวลาก็ช่วยเยียวยา
“แต่มินจุนก็ยังไปทริปคู่ที่จองไว้เที่ยวกับเรา”
“นั่นเพราะเราเสียดายเงินต่างหาก”เขาพูดนั่นไม่ผิดที่ไปเพราะเสียดายเงินจริงๆ
“ก็ยังเป็มินจุน เสียดายกับเงินเล็กน้อย”เงินเล็กน้อยที่เธอบอกนะ เป็เงินเกือบสองหมื่นเชียวนะ สำหรับคนฐานะอย่างเกวลินก็คงเป็แค่เศษเงินเท่านั้นแหละแต่สำหรับเขาที่ฐานะแค่กลางๆเนี่ยโคตรเสียดายเลยละถึงต้องดั้นด้นไปจนเกิดเื่ราววุ่นๆตามมา
“ที่รักรอนานไหม”ชายรูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าหล่อเหลาสไตล์ลูกครึ่งยุโรบเดินตรงมาทางคนทั้งสองเค้าโอบไหล่เกวลินทันทีที่มาถึง
“คุยกับใครหรอคะ”
“เพื่อนค่ะ”ชายผู้พึ่งมาถึงทำท่ายักคิ้วเชิงถามว่าคนที่กำลังคุยอยู่กับแฟนสาวเป็ใคร
“มินจุน นี่อัคแฟนเรา เป็หนุ่มหล่อ ที่บ้านทำธุรกิจโรงแรมนะ” เกวลินแนะนำชายที่มินจุนเองก็เดาออกว่าเป็ใครแถมยังเชยชมต่อหน้าให้ฟังไม่รู้จะอวยกันไปไหน อีกคนก็ลอยหน้าอย่างกับตนเป็เทพบุตรหมั่นไส้ในความมั่นหน้า
“มินจุน ที่เป็แฟนเก่าที่รักนะหรอ ตัวเคยเล่าให้เค้าฟังบ่อยๆว่าบ้านไม่ค่อยมีตังใช่ไหม แล้วก็อ้อนแอ้นเหมือนที่รักบอกจริงด้วย” มินจุนเริ่มหน้าตึงเพราะคนทั้งสองเริ่มพูดไม่เข้าหูซะแล้วเหยียดเก่งไม่พออดีตแฟนสาวยังทำทีเอามือป้องปากกลั้นยิ้มหันสบตากันไปมาไม่บอกก็รู้ว่าเอาเขาไปนินทาถึงไหนอะไรคืออ้อนแอ้นสูง177หนัก63ก็สมส่วนดีนี่ ถึงจะดูตัวบางไปหน่อยไม่มีกล้ามมัดใหญ่ๆเพราะไม่ชอบออกกำลังกายหนักแต่ก็พอมีกล้ามอยู่บ้างกำลังน่ารักเชียว
“รอนานไหมที่รัก”มินจุนกำลังจะอ้าปากเถียงกับสองคนที่สนทนาด้วย แต่จู่ๆก็มีมือหนาโอบกระชับไหล่พร้อมกับเสียงนุ่มละมุมหูแต่ประโยคชวนขนลุกชิบมินจุนมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังตนด้วยสีหน้างุนงง
“อะไรของพี่เนี่ย” เขาขยับตัวออกห่างแต่ไม่เป็ผลเพราะมือหนานั้นเกาะแน่นไม่พอยังรั้งร่างของมินจุนเข้าหาตัวอีก
“ที่รัก? นี่มินจุนเป็เกย์จริงหรอ” เกวลินตาค้างอ้าปากเหวอเมื่อได้ฟังคำที่ใช้เรียกแทนกันไม่เพียงแค่ใที่มินจุนเป็เกย์อย่างที่เธอคิด แต่ที่ใไปมากกว่านั้นนั่นเพราะใบหน้าที่หล่อเข้มดวงตาโตขนตายาวเป็แพชวนหลงใหลจนเกวลินเองอึ้งไปสักพัก แบบนี้สิสเปคของเธออย่างแท้จริงแต่ไหนเป็เกย์ไปได้นะ
“เกย์หรอ? ใช่มั้ง”ธัพธัยยักไหล่พลางตอบคำถามแทนรุ่นน้องที่เพิ่งตกเป็แฟนเขาเมื่อกี้
“ปล่อย” มินจุนพยายามเบี่ยงตัวหนีจากแผ่นอกของร่างใหญ่คนทั้งคณะเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว เขาไม่ได้ชอบผู้ชายด้วยกันสักหน่อย
“ไม่ต้องอายหรอกที่รัก อย่าทำตาหยี๋แบบนี้นะใครเห็นเข้าจะอยากได้มินจุนของพี่ แล้วพี่จะทำไง”ธัพธัยแกล้งหยิกแก้มเนียนเบาๆ ยิ่งทำมินจุนตาค้างกับการกระทำเข้าไปอีก และยิ่งพี่ธัพพูดมากเท่าไหร่เขายิ่งมวนท้องจะอ้วกและยังทำท่าทางส่งสายตาหวานเยิ้มละลายใจให้อีกถ้าเขาเป็ผู้หญิงคงไม่พ้นที่จะตกหลุมรักพี่ธัพแน่ๆขนาดเป็ผู้ชายทั้งแท่งยังเคลิ้มจนขนลุกจะว่าไปก็ไม่เคยเห็นพี่ธัพในแนวนี้เลยนี่น่า หล่อลากเหมือนกันนะเนี่ยความรู้สึกมีทั้งเอียนจนขนลุกและก็มีทั้งอาการใจเต้นในหัวเหมือนมีสองความคิดที่กำลังตีกันมั่วตั้วไปหมดมินจุนสลัดหัวเบาๆไล่ความคิดเ่าั้ออกจากหัวยังไงซะตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเหลวไหล
“พอเลย แล้วให้รอทำไมเนี่ย”มินจุนไม่สนใจอะไรอีกแล้วอยากหนีจากที่นี่เต็มทน
“พี่จะฝากของกลับบ้านนะครับ”อันที่จริงเขาจะฝากมินจุนไปั้แ่เช้าแล้วก็ได้แต่ที่ให้มารับตอนเย็นก็แค่อยากแกล้งเล่นก็เท่านั้น ไม่คิดว่าจะได้ใช้ประโยชน์ด้วย
“นี่อยู่บ้านเดียวกันแล้วหรอ?”ใครได้ฟังก็ต้องเข้าใจว่าทั้งคู่อยู่กินด้วยกันแล้ว เกวลินจึงดูใมากหน่อยไม่คิดว่าจะเร็วปานนี้เร็วกว่าเธอที่เป็คนบอกเลิกไปมีใหม่เสียอีก
“ปะ ปะ เปล่า/ใช่”คนหนึ่งปฏิเสธแทบตายแต่อีกคนกลับตอบรับหน้าตาเฉยเกวลินเริ่มสับสนสรุปแล้วความสัมพันธ์ทั้งคู่มันเป็ยังไงกันแน่
“อยู่เฉยๆดิ ฉันจะจัดการเอง” ธัพธัยกระซิบข้างหูของมินจุนแต่เด็กน้อยเหมือนกับจะไม่เชื่อฟัง
“หรือมึงอยากให้แฟนเก่ามึงรู้ค่ำคืนอันแสนสาหัสที่มึงคร่ำครวญหาเขา หะ!”เด็กน้อยที่กำลังจะอธิบายกับหนุ่มสาวเบื้องหน้าต้องหุบปากเสียสนิทอุตส่าห์โม้ว่าไม่เฮิร์ทเกิดเกวลินรู้คงถูกเย้ยหยันเป็ครั้งที่สองแล้วนะที่พี่ธัพใช้เื่นี้มาขู่เขาที่ต้องมารอหน้าคณะตามคำสั่งก็เพราะเื่นี้
“ป่ะพี่เดินไปส่งขึ้นรถ ป่านนี้หวานเย็นคิดถึงแย่แล้ว”ธัพธัยรั้งแขนที่คล้องคอมินจุนให้เดินตาม
“หวานเย็น! เลี้ยงน้องหมาด้วยหรอคะ”เกวลินเริ่มสนใจในเื่ที่เกี่ยวกับธัพธัยหล่อนคงหลงเสน่ห์ผู้ชายคนนี้เข้าแล้วหล่ะ คนอะไรโคตรหล่อมองมุมไหนก็มีเสน่ห์มาดขรึมและยังอบอุ่นบางเวลาอีก โหย!!!อยากได้
“หวานเย็นเป็น้องแมวครับ”คำตอบของหนุ่มหล่อดับมโนของสาวสวยอย่างเกวลิน
“มินจุนไม่ชอบแมวไม่ไช่หรอ”เธอสงสัยหนักกว่าเก่าเพราะรู้มาว่ามินจุนกลัวแมวมาก แค่เดินผ่านยังผวาเลยและแน่นอนว่านี่เป็ความรู้ใหม่ที่ธัพธัยเพิ่งทราบเมื่อนึกถึงคืนนั้นก็สามารถเชื่อมโยงเหตุการณ์ได้ทันที
“เมื่อก่อนอาจใช่ แต่ตอนนี้เรียกว่ารักมาก ทั้งกอด ทั้งหอมนอนด้วยกันใช่ไหมครับ”เขาตอบคำถามแทนน้องและยังตั้งคำถามในคราวเดียวกันซึ่งมินจุนก็ได้แต่พยักหน้าตามน้ำ
“คุณธัพธัยลูกชายคนเล็กของตระกูลวิริยะศิลป์ ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็...” อัคนีย์พูดขึ้นแทรกพอเห็นท่าทีของแฟนสาวที่มีใจต่อธัพธัยอย่างเห็นได้ชัดแล้วเริ่มใจไม่ดี เขาพูดพลางชายตามองเชิงเหยียด
“แล้วมันหนักหัวใคร”จากใบหน้าสุดละมุนกลับกลายเป็นิ่งขรึมเมื่อธัพธัยคนเดิมกลับมาธัพธัยเป็คนไม่ค่อยพูดออกจะดูเงียบขรึมซะส่วนใหญ่ท่าทีอ่อนโยนแบบนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นสักเท่าไหร่จึงป็นที่แปลกใจแก่อัคนีย์ที่เคยรู้จักแต่ธัพธัยผู้มากร้าย
“คุณกองพลรู้เข้าจะว่ายังไงนะ”อัคนีย์มั่นใจว่าเื่นี้ต้องเป็ที่สนใจของกองพลพ่อของธัพธัยเป็แน่เป็ถึงทายาทอันดับสองแต่กลับทำเื่น่าอับอายแบบนี้โอกาสที่จะยุให้แตกหักมีมากทีเดียว
“เื่ของฉันนายก็อย่าขยันเสือกนักเลย เอาไว้นายกู้วิกฤตของครอบครัวให้ได้ก่อนค่อยมาเห่าให้ฉันฟัง” ทั้งสองตระกูลขับเคี่ยวเื่ธุรกิจกันมายาวนานตีคู่สูสีกันมาั้แ่เริ่มก่อตั้ง แต่ระยะหลังมานี้ด้วยการบริหาร วิสัยทัศน์ของฝั่งคู่แข่งที่ดูเหมือนจะอ่อนด้อยลง หรืออาจจะเพราะการบริหารของวิริยะศิลป์กรุ๊ป ที่ตีนำขึ้นมาครองอันดับต้นๆในแถบทะเลอันดามันที่สำคัญกว่าก็เื่ที่ฝั่งคู่แข่งเริ่มเล่นไม่ซื่อลอบแทงข้างหลังล่าสุดที่เห็นจะเป็เื่เดินเรือท่องเที่ยวโดยไม่เช็คสภาพอากาศให้ละเอียดก่อนจนเกิดอุบัติเหตุลูกค้าพลัดตกเรือจนเกือบเป็ข่าวใหญ่โตดีที่เขากระเป๋าหนักและมีวิสัยทัศไกลจึงจัดการได้แต่ก็เล่นเหนื่อยอยู่เหมือนกันเพราะต้องสูญเงินถึงเจ็ดหลักในการซื้อขวัญและกำลังใจของลูกค้าและพนักงานทั้งลำเรือโดยฉะเพราะลูกค้าขี้เมาคนนั้น แต่ก็คุ้มกับการรักษาชื่อเสียงของโรงแรมให้คงอยู่ส่วนไอ้หนอนบ่อบไส้นะหรอตอนนี้นอนตีพุงในตารางแล้ว และฝ่ายกฎหมายก็กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อจัดการกับตัวบงการซึ่งธัพธัยเองก็รู้ว่าเป็ใคร