เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่สี่สิบเก้า Craftmanship งานช่างฝีมือ

    ตอนที่สี่สิบเก้า Craftmanship งานช่างฝีมือ

    จุดเด่นของระบบทุนนิยมหรือความต้องการที่ผลิตจำนวนมากทำให้งานช่างฝีมือที่ขายสินค้าจำนวนมากกลายเป็นสิ่งที่หายากไป

    ด้วยความที่การมาถึงของเทคโนโลยีแนวคิดเทคโนแครตมาทำให้ผลิตสินค้าได้ปริมาณมหาศาลมากขึ้นจนงานช่างฝีมือประจำครัวเรือนไม่สามารถต่อสู้ได้แม้เราจะมีช่างฝีมือที่เก่งกาจปานขงเบ้งที่ผลิตได้ทุกอย่างก็ตาม

    แต่หากเราต้องการรถม้าสามล้านคัน

    ขงเบ้งคนเดียวมีพลังและเวลาจำกัดทำให้เขาไม่สามารถผลิตแข่งรถม้าหรืออุปกรณ์ต่างๆแข่งกับโรงงานอุตสาหกรรมได้

    การผลิตแบบอุตสาหกรรมมาแทนที่วงการช่างฝีมือแม้แต่วงการผลิตยาเสพติด

    เมื่อมีเครื่องจักรมาแทนแรงงานคนก็สามารถผลิตยาเสพติดราคาถูกจำนวนมหาศาลได้มากกว่าสมัยก่อนที่ต้องพึ่งแรงงานคนมากกว่านี้

    ทุนนิยมเข้ามาควบคุมทุกอย่างในชีวิตเราแม้แต่วงการค้ายาเสพติดนั่นเอง

    วงการการผลิตอาวุธก็เช่นกัน

    อาวุธที่ทำด้วยมืออย่างดีหากปราฎในแนวเกมส์ Crusader King ว่าอาวุธหรือชุดเกราะที่เราได้เป็นของขวัญ

    เราจะเก็บไว้เป็นของวิเศษที่เรามีคนเดียวหรือจะให้ช่างไปทำวิศวกรรมย้อนกลับหาทางผลิตจำนวนมาก..เราก็ดันเลือกเก็บไว้คนเดียวเพราะไม่ต้องการให้คนอื่นได้ดีมากกว่าเรา

    การผลิตสินค้าอย่างอื่นยังสามารถหาเครื่องจักรแทนได้

    แต่งานผลิตอุปกรณ์อาคมของอาจารย์คงนี้นับเป็นงานช่างฝีมือจริงๆ

    ที่ต้องใช้คนที่มีความสามารถเฉพาะเจาะจงและต้องใช้เวลาในการผลิต

    ไม่สามารถผลิตอุปกรณ์อาคมขึ้นมาจำนวนมากได้อย่างแนวคิดอุตสาหกรรมหรือเทคโนแครตที่เอาเทคโนโลยีมาแก้ไขปัญหา

    การผลิตอุปกรณ์อาคมยังคงเป็นงานฝีมือโดยแท้ที่ต้องอาศัยระยะเวลานั่นเอง

    ไม่เชื่อว่าผมต้องตกต่ำถึงขนาดต้องยอมรับความเทพของสายคราฟท์ของ

    ทำให้ผมต้องยอมละทิ้งแนวคิดของพระเอกโชวเน็นที่ว่า

    “หึ เจ้าพึ่งอาวุธมากเกินไปจนลืมวิชาฝีมือที่แท้จริง”

    และยอมรับความคิดพระเอกเกาหลีมาว่าอาวุธที่เทพคือสิ่งที่ทำให้เรากดขี่ข่มเหงพวกนู๊บคนอื่นๆได้

    เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ผมก็ต้องละทิ้งความเกลียดที่ผมมีต่อพระเอกเกาหลียอมรับงานช่างมือเช่นนี้เอาเพื่อประโยชน์ของตัวผม

    หากเวทย์คือการเสียสละ

    ตอนนี้ผมก็ต้องละทิ้งแนวคิดพระเอกโชวเน็นที่เคยมีมาของผมเพื่อทำตัวให้คล้ายกับพระเอกเกาหลีแทน

    ตัวผมคนเก่าจะคิดอย่างไรกับผมกันนะ?

    ที่ผมตกต่ำได้ถึงขั้นนี้?

    “ขอบคุณอาจารย์มากจ๊ะชั้นจะหาข้าวของที่อาจารย์ต้องการมาให้จะ”

    ตามแนวทางของพระเอกเกาหลี

    ขอเพียงมีเงินและไอเท็มมากพอ เราก็จะเก่งกาจกว่าคนอื่นๆ

    ตามแนวคิดที่ว่าค่าสถานะทางร่างกายของพวกเขาไม่สำคัญเท่ากับไอเท็มที่พวกเขามี

    อย่างที่ ฮันเตอร์X ฮันเตอร์ว่าไว้ หากเราใช้เงินหาซื้อได้ความยากของการที่จะได้ของนั้นมาก็อยู่ที่ “ง่ายที่สุด”

    ไม่ต้องพูดถึงผมคือไอ้เจิดลูกกำนันแจ่ม

    ผู้ที่สามารถนำเข้าควายเหล็กเข้ามาขายในช่วงที่ประชาชนยังแทบไม่มีไฟฟ้าใช้ได้หรือมแต่ปั๊มน้ำมันยังต้องใส่ขวดแก้วเหล้ามาเติมกันอยู่

    “ดีมาก ฮา ฮา ฮา”

    “ชั้นจะเอาทีวีและเครื่องปั่นไฟมาให้อาจารย์คงด้วยจ๊ะ”

    อาจารย์คงกลับโบกมือ

    “ไม่ล่ะข้าไม่ชอบดูเจ้าเครื่องโทรภาพนั่น แต่เจ้าเอาวิทยุทรานซิสเตอร์มาให้ข้าก็ดีเหมือนกัน”

    “ได้จ๊ะชั้นจะเอามาให้”

    อาจารย์คงสมกับเป็นสายช่างฝีมือไม่ชอบอะไรที่เกี่ยวกับไฟฟ้า

    แต่ยังไว้ใจวิทยุทรานซิสเตอร์ที่ใช้ถ่านกบเขียวม้าขาว มากกว่าจะไว้ใจโทรภาพที่ต้องใช้ไฟฟ้านั่นเอง

    “เอ่ออาจารย์คงพอจะสร้างเรือเหาะได้ไหมจ๊ะ”

    “หาว่าไงนะ”

    อาจารย์คงกล่าวอย่างตกใจ

    “เอ่อเรือเหาะน่ะจ๊ะที่จะต้องมีเรือไม้และเราสามารถบังคับให้มันลอยไปไหนมาไหนก็ได้หรือเรือนไม้หลังเล็กที่เราสามารถไปนอนในนั้นได้”

    “เจ้าโง่ ข้าจะทำได้อย่างไรกันไม้ที่เอามาแกะเรือได้มันหาได้ยากมากนะ”

    อาจารย์คงกล่าวอย่างโมโห

    “เดี๋ยวก่อน อาจารย์คงทำได้หรือจ๊ะถ้ามีไม้?”

    “ใช่สิวะ ข้าคืออาจารย์คงนะ ของแค่นี้ข้าทำได้อยู่แล้วแต่ไม้อายุรับสองร้อยปีน่ะมันหาไม่ได้ง่ายๆหรอก คนที่มีของดีเช่นนั้นก็ไม่ปล่อยออกมาง่ายๆ”

    อาจารย์คงกล่าวอย่างโมโหที่ลูกศิษย์หาว่าแกประดิษฐ์ของอาคมไม่ได้

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นไอ้เจิด ที่คุณอ่าน