อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 111 คุณชายเสิ่น

    บทที่ 111 คุณชายเสิ่น




    “โชคดีที่มันประมาทเกินไป” ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ก่อนหน้านี้พวกเขาเองก็ไม่ได้คิดว่านักเรียนปีหนึ่งที่เพิ่งเรียนรู้การใช้พลังงานจะสามารถช่วยพวกเขาในการต่อสู้ได้


                


    แม้อีกฝ่ายจะเป็นคนที่ประธานจางเลือกมาด้วยตัวเอง แต่พวกเขากลับคิดว่าเด็กสาวคงจะแสดงสุดยอดทักษะที่เกี่ยวกับการวิจัยออกมา ไม่อย่างนั้นจะให้พวกเขาพามาที่ฐานลับนี้ทำไม แถมยังเคยได้ยินว่าก่อนหน้านี้เข้าไปช่วยงานที่กองทัพฝ่ายสนับสนุนการศึกษาวิจัยมาก่อน ไหนเลยจะคิดว่าทักษะการต่อสู้กลับสุดยอดไม่แพ้กัน


                


    ถ้าพวกเขารู้ตั้งแต่ตอนแรก คงจะไม่กังวลมากขนาดนี้ ไม่แน่ว่าทักษะที่สุดยอดของเธอ อาจจะพอๆกับพวกนักล่าระดับกลางขององค์กรแล้วก็ได้




    “ความเสียหายของฐานวิจัยลับนี้ถูกพวกเราหยุดเอาไว้ได้ คิดว่าหลังจากนี้คงจะได้รับค่าตอบแทนอย่างดีแน่ ฉันเองจะรายงานไปตามความจริง นักเรียนอัน...เธอก็จะต้องได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมด้วย” นักล่าคนที่ได้รับบาดเจ็บก่อนหน้านี้แสดงความเคารพต่อเด็กสาว


                


    เขารู้ว่าชีวิตของตนเอง ส่วนหนึ่งรอดมาได้เพราะซูหยวน หากเธอยืนยันที่จะหนีออกไปให้ได้ เขาก็อาจจะต้องบาดเจ็บมากขึ้น แม้จะมั่นใจว่าตัวเองไม่น่าตายจากเหตุการณ์นี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องเสียเลือดเสียเนื้อไปเท่าไร กว่าจะฟื้นฟูความแข็งแกร่งกลับมาได้ อาจจะกินเวลาไปหลายปี นับว่าเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่เช่นกัน


                


    ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทัศนคติของเขาต่อซูหยวนเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ถึงตอนแรกจะไม่ได้มีความคิดที่ไม่ดี แต่การมองว่าอีกฝ่ายเป็นมิตรนั้นไม่เหมือนกัน ซูหยวนที่เพิ่งอายุเท่านี้กลับไม่เห็นแก่ตัวเลย ทั้งยังใจเย็นในการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ คาดว่าในอนาคตย่อมต้องไปได้ไกลแน่ และพวกเขาก็สาบานว่าจะเป็นหนึ่งในสายพานที่สนับสนุนให้เธอไปไกลกว่านี้




    “ขอบคุณค่ะ แต่อันที่จริง...ฉันสนใจเรื่องร่างกลายพันธุ์นี้นะคะ ไม่ทราบว่าพอจะขอ....”


                


    ฟวับ!!


                


    ไม่รอให้ซูหยวนพูดจบ นักล่าของตระกูลจางผู้นั้นก็ตัดเอาแขนของร่างทดลองโยนให้เธอหนึ่งแขนทันที




    “เก็บมันไปสิ เดี๋ยวฉันจะไปขอโหลแก้วเก็บตัวอย่างการทดลองให้” เขาพูดอย่างใจกว้าง


                


    แม้ว่าร่างทดลองนี้จะเป็นของฐานลับแห่งนี้ แต่ร่างทดลองที่ถูกพวกเขาจัดการก็ถือว่าเป็นของเขาได้เช่นกัน ดังนั้นแขนข้างหนึ่งของร่างทดลองจะให้ซูหยวนก็ไม่ใช่เรื่องที่จะถูกตำหนิได้


                


    เด็กสาวรับแขนนั้นมาถือไว้ เธออยากขอตัวอย่างเลือดเล็กๆน้อยๆเท่านั้น ไม่คิดว่าจะได้รับแขนที่สมบูรณ์ขนาดนี้ ดีที่ขวดโหลเก็บตัวอย่างวิจัยที่นี่มีมากเกินกว่าจะต้องใช้เวลาในการค้นหา อีกทั้งพวกนักวิจัยก็ต้องการตอบแทนพวกเขาด้วย จึงไปนำขวดโหลที่มีคุณภาพมาให้เธอ ดังนั้นแขนของร่างทดลองที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ก็ถูกเก็บให้ซูหยวนทั้งแบบนี้


                


    ข่าวเรื่องห้องวิจัยที่เกือบถูกทำลายแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว อันที่จริงมันถูกแจ้งตั้งแต่มีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว แต่เจ้าของฐานลับนี้ต้องใช้เวลาในการสั่งการและเดินทาง ทำให้กว่าจะมาถึงที่นี่ ซูหยวนและคนของสกุลจางก็กลับออกไปแล้ว พวกเขาไม่ได้เจอกันโดยตรง แต่กล้องวงจรปิดที่แสดงให้เห็นวิธีจัดการร่างทดลองที่เป็นปัญหาก็ทำให้เขาสนใจเด็กสาวคนนี้มากขึ้น




    “ประธานจางครับ คุณชายเสิ่นติดต่อมาครับ”




    “ติดต่อมาเรื่องอะไร?” จางอู่หยางตอบกลับโดยไม่ได้เงยหน้ามองผู้ช่วยของตัวเองด้วยซ้ำ




    แม้ว่าคุณชายเสิ่นที่อีกฝ่ายพูดถึงจะเป็นคนหนึ่งที่มากอำนาจก็ตาม ทว่าในสายตาของเขา...อีกฝ่ายก็แค่เด็กหนุ่มที่มีปู่เป็นคนเก่งเท่านั้น ตัวเขาถ้าไม่ได้มีปู่ที่ฉลาดเป็นกรด ก็ไม่น่าจะก่อร่างสร้างตัวได้ขนาดนี้ ดังนั้นถ้าไม่ใช่ประธานเสิ่นตัวจริงโทรมา จางอู่หยางก็คร้านที่จะให้ความสำคัญ




    “เอ่อ คุณชายเสิ่นอยากคุยเกี่ยวกับนักเรียนทุนอันครับ” ผู้ช่วยคิดเล็กน้อยก่อนจะพูดชื่อของเด็กสาวที่ประธานจางสนใจออกไปโดยตรง แน่นอนว่าประธานจางที่ง่ายยุ่งตลอดเวลาก็หยุดมือของเขาทันทีอย่างที่คิดเอาไว้




    “ทำไม” คิ้วหนาของจางอู่หยางขมวดเข้าอย่างไม่พอใจ นึกถึงใบหน้าของ “คุณชายเสิ่น” ที่เหมือนกับพวกผู้หญิงแล้วก็หงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง


                


    ถึงจะรู้ว่าอันซูหยวนชอบการล่ามากกว่าเป็นนักวิจัย แต่เด็กสาวก็มีพรสวรรค์มากเกินไป เขากลัวว่าถ้าเธอชอบคนฉลาดแบบคุณชายเสิ่นคนนั้นขึ้นมา จะทำให้เขาตกกระป๋อง (?) ไป


                


    จางอู่หยางพื้นเพแล้วเป็นคนเห็นแก่ตัวมาก ไม่ใช่แค่นั้น...นิสัยที่แย่ที่สุดของเขาก็คือการหวงของ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ถ้าได้ชื่อว่าเป็นของเขาแล้วก็จะไม่ยอมแบ่งให้ใคร ซึ่งตอนนี้ในสายตาของเขา อันซูหยวนคือผู้หญิงของเขา และก็ไม่คิดจะแบ่งความสนใจของเธอไปที่คนอื่น!


                


    คนสนิทของประธานจางกระแอมเล็กน้อย เขาติดตามอีกฝ่ายมานานแล้วจะไม่รู้นิสัยนี้ได้ยังไง ดังนั้นก่อนหน้าจึงได้คิดแล้วว่าควรจะพูดออกไปไหม ทว่า...ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ตัดสินใจจะพูดออกมาโดยตรง ไม่ใช่แค่กลัวว่าทางนั้นโมโหหลังจากได้รู้เรื่องการติดต่อระหว่างนักเรียนทุนอันกับคุณชายเสิ่น แต่ลึกๆแล้วเขากลับชอบเห็นท่าทางที่ “เหมือนมนุษย์” ของประธานจางเช่นนี้มากกว่า




    “คุณชายเสิ่นรู้สึกว่านักเรียนทุนอันน่าจะมีความสนใจเกี่ยวกับร่างทดลองนั้น จึงอยากจะชวนเข้าร่วมห้องทดลองลับของเขาครับ”




    “ไม่สนใจ”




    “ครับ?”




    “บอกปฏิเสธไป ซูหยวนไม่สนใจเรื่องการทดลองในตอนนี้” จางอู่หยางพูดโดยไม่ต้องคิด 




    หากเป็นคนอื่นอยากติดต่อซูหยวน เขาก็อาจจะใช้โอกาสนี้ติดต่อหาเด็กสาวเพื่อพูดคุยเป็นการส่วนตัว แน่นอนว่าเขารู้คำตอบที่ซูหยวนจะมอบให้ อีกฝ่ายไม่มีทางสนใจการวิจัยนี้ในเวลานี้เพราะมันไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม สาเหตุที่เขามั่นใจมากก็เพราะนิสัยของซูหยวนไม่ได้ต่างกับเขาเลย




    ถ้าเด็กสาวสนใจจริงๆ เธอคงไม่เก็บชิ้นส่วนร่างทดลองเอาไว้ แต่จะพูดกับเขาโดยตรงว่าอยากขอรางวัลเป็นอะไร เพราะเธอรู้ว่าตัวเองได้สร้างความดีความชอบเอาไว้ เขาจะต้องช่วยให้เธอได้อย่างที่ต้องการแน่




    ทว่า การที่เธอไม่พูดถึงนั้น แปลว่าความสนใจของเธอในตอนนี้ยังไม่เกี่ยวกับร่างทดลอง ยิ่งเห็นเธอเก็บชิ้นส่วนเอาไว้ คาดว่าคงจะมีแผนการศึกษาของตัวเองในอนาคตแล้ว




    เพราะแบบนั้น จางอู่หยางจึงกล้าตอบแทนเธอ ถึงจะอยากใช้โอกาสนี้เพื่อไปพบเธอ แต่ถ้าต้องใช้เรื่องของคุณชายเสิ่นเป็นหัวข้อสนทนา จางอู่หยางกลับปัดตกไป




    เขาไม่ต้องการให้ตัวตนของคุณชายเสิ่นผู้นี้อยู่ในความสนใจของซูหยวน แค่ได้ยินผ่านๆก็ไม่ได้!




    “ประธานครับ ไม่ใช่ว่านักเรียนอันเอาชิ้นส่วนร่างทดลองกลับมาหรอครับ อีกอย่างการที่จะได้โอกาสเข้าร่วมทีมวิจัยฐานลับสกุลเสิ่นก็ยากมากๆ บางทีเรื่องนี้นักเรียนอันอาจจะได้ประโยชน์ไม่น้อยเลย”




    “ถ้าเธอต้องการ ฉันจะหาวิธีส่งเธอเข้าไปจนได้เอง ไม่จำเป็นต้องใช้ความเมตตาของเด็กสกุลเสิ่นคนนั้น” จางอู่หยางยิ่งฟังยิ่งไม่พอใจ น้ำเสียงของเขาก็ยิ่งเข้มงวดมากขึ้นไปอีก




    “.............”




    “ยังจะมองอะไร รีบปฏิเสธมันไป แล้วก็บอกว่าอย่ามาถามเรื่องนี้ซ้ำอีก”




    “อ่า ครับ”




    “อ้อ แล้วก็บอกไปด้วยว่าซูหยวนยุ่งมาก ไม่จำเป็นต้องติดต่อเธอ ถ้าอยากจะพูดคุยอะไรก็ติดต่อผ่านองค์กรสกุลจาง” ราวกับกลัวเหลือเกินว่าไอ้คุณชายเสิ่นคนนั้นจะยังอยากเจอซูหยวนของเขา จางอู่หยางรีบกำชับคนของตัวเองให้พูดให้ชัดเจนมากขึ้น


                


    ผู้ช่วยส่วนตัวเกือบจะซ่อนรอยยิ้มไว้ไม่ไหว เขาถึงกลับกระแอมออกมาเพื่อเรียกสติ 




    “ครับ เข้าใจแล้วครับ” เมื่อเห็นว่าคนของตนเองเข้าใจเจตนาแล้ว จางอู่หยางก็หันกลับมาอ่านเอกสารโครงการสำคัญต่อ แต่สุดท้าย...เขากลับรู้สึกไม่มีสมาธิเอาเสียเลย




    “ประธาน?”




    “ติดต่อคนแซ่เสิ่นให้หน่อย”




    “ครับ?”




    “ฉันต้องการพูดคุยเรื่องซูหยวนด้วยตัวเอง” คล้ายกับเป็นพวกย้ำคิดย้ำทำ ตราบเท่าที่ไม่ได้ยินน้ำเสียงที่เข้าใจแจ่มแจ้งของคุณชายเสิ่น จางอู่หยางก็ไม่สบายใจเอาเสียเลย


                


    โดยไม่รู้ว่าเรื่องราวเบื้องหลังเป็นอย่างไร ซูหยวนกลับใช้ชีวิตในสถาบันอย่างปกติสุข ถึงจะต้องเข้าออกห้องทำงานของ “นรกเหวิน” ที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็น “รังนกเหวิน” เพราะมีเสียงจอกแจกจอแจมากมาย แถมอาจารย์เหวินคนนั้นก็ไม่มีแม้แต่เวลาจะพักหายใจ เธอย่อมไม่สามารถมาก่อกวนซูหยวนได้


                


    เพราะโครงการของเธอได้รับการสนับสนุนเป็นหลักร้อยล้านเครดิต ดังนั้นงานจึงยุ่งมาก และไม่รู้ว่าสกุลจางตั้งใจหรือไม่ แต่พวกเขาบังคับให้อาจารย์เหวินรวบรวมข้อมูลไปรายงานความก้าวหน้าทุกสัปดาห์ ที่สำคัญที่สุด...ตัวแทนของสกุลจางที่มาตรวจความก้าวหน้านั้น สามารถหาจุดบกพร่องในกระบวนการศึกษาของเธอได้แม้แต่เรื่องเล็กน้อยก็ตาม


                


    ทุกครั้งที่กลับออกมาจากห้อง อาจารย์สาวคนนี้ก็ถึงกับหน้าเสียออกมา เธอรู้สึกเหมือนไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยซ้ำ หลายครั้งเธอพยายามจะหาสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร 




    เธอเคยกระทั่งเปลี่ยนข้อมูลของอาจารย์นักวิจัยคนอื่นที่เข้าร่วมศึกษาให้เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ส่วนเนื้อหานั้นกลับถูกพูดถึงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เธออยากจะพูดออกไปเหลือเกินว่าทำแบบนี้...ไม่ต่างอะไรกับการกลั่นแกล้งเธอเลย!!


                


    เหมือนกับคนใกล้ตายที่จะมีภาพความทรงจำในอดีตย้อนกลับมา อาจารย์สาวคิดถึงช่วงเวลาที่เธอเคยเล่นสนุกกับนักเรียนบางคน พอเห็นพวกเขาแสดงสีหน้าเหมือนอยากจะตายออกมา เธอกลับมีความสุขไปทั้งวัน


                


    คาดว่าคนของสกุลจางก็คงจะเป็นแบบนั้นใช่ไหม? ถ้าเธอรู้ว่าการยุ่งเกี่ยวกับเด็กของสกุลจางแล้วจะถูกลงโทษแบบนี้ อาจารย์เหวินผู้นี้จะแก้ไขมันทั้งหมด หากคุกเข่าขอโทษเธอแล้วจะได้รับการให้อภัยโดยสกุลจาง เธอก็พร้อมที่จะทำ!




    “นักเรียนทุนอัน งานส่วนที่เธอรับผิดชอบสัปดาห์นี้ก็ยังได้รับคำชมเหมือนเดิม ขอให้เธอตั้งใจทำงานให้ดีต่อไปนะ” อาจารย์ที่ควบคุมงานของซูหยวนกล่าวชมโดยตรง


                


    คำชมของเขายิ่งเป็นการตบหน้าอาจารย์เหวินมากขึ้น เพราะในขณะที่เธอนำเสนองาน มีเพียงส่วนของเด็กนักเรียนปีหนึ่งเท่านั้นที่ได้รับคำชม ส่วนที่เธอพยายามแทบตายกลับมีแต่ข้อผิดพลาด เห็นความแตกต่างเช่นนี้แล้ว เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้อีก




    “ไม่ใช่ว่าสัปดาห์หน้า เธอต้องไปกับอาจารย์เติ้งใช่ไหม? อย่างนั้นงานของสัปดาห์ต่อไป อาจารย์จะให้อาจารย์เหวินหาคนมาช่วยรับผิดชอบแทนก็แล้วกัน” อาจารย์คนนั้นพูดต่อไป


                


    เมื่ออาจารย์เหวินได้ยินบทสนทนานี้ เธอกลับมีความคิดบางอย่างเกิดขึ้นมา




    “ได้ยินว่าอาจารย์เติ้งรับภารกิจมาเป็นจำนวนมากในช่วงนี้ เพื่อให้นักเรียนอันสามารถใช้เวลาไปกับการเตรียมพร้อมมากขึ้น ฉันคิดว่าจะให้เธอหยุดพักก่อนก็แล้วกัน อีกอย่าง...ตอนนี้มีนักเรียนช่วยงานวิจัยนี้เป็นจำนวนมาก น่าจะไม่ทำให้การวิจัยล่าช้า อาจารย์จะให้หนูพักสัก 3 เดือน ดีไหมจ๊ะ”


                


    น้ำเสียงแปลกๆของอาจารย์เหวินเรียกสายตาของนักเรียนทุกคนได้เป็นอย่างดี เธอพยายามจะพูดออกมาอย่างเป็นมิตร ทั้งที่ในใจเต็มไปด้วยแอ่งเลือด 


                


    การทำดีต่อซูหยวนทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มีปัญหากันมากมายทำให้นักเรียนที่เคยรู้สถานการณ์มาก่อนแอบมองหน้ากันเอง...


                


    พวกเขาจะไม่รู้ได้ยังไงว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงที่ผ่านมานี้ อาจารย์เหวินที่เคยสดใสกลายเป็นอาจารย์ผู้หม่นหมองไปทันที บางที....ช่วงนี้การที่อันซูหยวนไม่อยู่ห้องด้วย คงจะทำให้อาจารย์สาวผู้นี้ได้รับการปลดปล่อย


                


    อันซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนั้น เธอเห็นสายตาของความพ่ายแพ้หมดรูปจากอีกฝ่ายแล้ว ถึงอยากจะแกล้งต่ออีกหน่อย แต่เวลาก็คือสิ่งที่เธอต้องการเหมือนกัน


                


    ไม่ใช่แค่ต้องเอาไปซ้อมทักษะการยิงธนูเท่านั้น แต่เธอยังต้องการใช้เวลาไปกับการเพาะปลูกและเร่งการผลิตสิ่งต่างๆให้พร้อมเอาไว้เสมอด้วย ยิ่งเห็นประโยชน์ของการเลื่อนระดับมากเท่าไร ซูหยวนก็ยิ่งพยายามมากขึ้นเท่านั้น




    “ขอบคุณมากค่ะอาจารย์เหวิน”




    “ไม่ ไม่ ไม่ต้องขอบคุณ ในอนาคตถ้าเธอติดงานด่วนอื่นๆก็บอกฉันได้ อนาคตของเธอเป็นสิ่งสำคัญที่สุด” อาจารย์เหวินที่กลายเป็นคนใจกว้างรีบพูด


                


    ขอเพียงเด็กสาวมาบอกเธอ เธอก็จะให้อีกฝ่ายหยุดพักสักสามสี่ปี !




    …………………………………..

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน