ตำนานเทพอสูรจอมราชัน NC18+

    ตอนที่63 ฟินโคตรๆ

    ตอนที่63 ฟินโคตรๆ

    'องค์ชายเก็บเนื้อพวกนี้เข้าสู่กล่องเทพเถอะมันจะรักษาความสดไว้ นี่เป็นซาลาแมนเดอร์ระดับเทพซึ่งหายากที่สุดในทวีปอสูรวารีน้ำจืดถ้าใครรู้เรื่องว่ามันทั้งสามตัวอยู่ในถ้ำแห่งนี้ และโดนนายน้อยเข่นฆ่ามันเก็บไว้ต้องมีคนมาแย่งชิงแบบบ้าคลั่งแน่นอน


    เพราะเนื้อซาลาแมนเดอร์พวกนี้สามารถเพิ่มกายอสูรระดับบริสุทธิ์ ให้กับผู้กินลงไป มันมีคุณค่าทางโภชนาการสูงล้ำ แม้แต่พวกเทพอสูรก็ยังต้องการเนื้อพวกนี้ ไม่นึกเลยว่าจะมาปรากฏในที่แบบนี้ได้


    ส่วนมากมันจะรวมตัวกันอยู่ในอาณาจักรดึกดำบรรพ์ ของเขตแดนอสูรพฤกษาที่อยู่ไกลโพ้น แม้แต่จอมกษัตริย์ของเราก็ยังไม่เคยไปในดินแดนแห่งนั้นเลย คนที่จะไปสู่ดินแดนอสูรพฤกษาได้ต้องเป็นตัวแทนของจอมจักรพรรดิอสูรวารี คือองค์รัชทายาทสายตรงเท่านั้น...'เสียงของหนิงหนิงกล่าวบอกกริชเพชรอย่างดีใจ


    'นายน้อยต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับไม่เช่นนั้น ท่านต้องโดนรังแกจากพวกเทพอสูรระดับสูงแน่ๆ ...'

    ภูตสาวกำชับนายน้อยของนาง ชายหนุ่มพยักหน้ารับแล้วกวาดเนื้อซาลาแมนเดอร์ยักษ์ขั้นเทพทุกชิ้น เก็บเข้าในกล่องเทพของเขา โดยเฉพาะไอ้ตัวที่สมบูรณ์ที่สุด เก็บได้เร็วหน่อยเพราะเนื้อมันไม่กระจัดกระจายไปทั่วถ้ำและที่มีคุณค่าสูงส่งที่สุดนั้นก็คือเห็ดชิเมจิยักษ์ดอกนั้น มันมีคุณค่าเป็นยาทิพย์ที่ชุบชีวิตให้ภูต และอสูรพัฒนาเพิ่มกายอสูรขั้นเทพได้


    'นายน้อยรีบไปเก็บเห็ดนั้นเถอะ...'เสียงหนิงหนิงร้องเตือนขึ้น กริชเพชรรีบทะยานไปเก็บเห็ดชิเมจิยักษ์อย่างระมัดระวังเขากลัวว่าจะมีสัตว์ร้ายแอบซุ่มโจมตีเขาอีกครั้ง แต่มันก็เงียบเชียบดังนั้นเขาจึงเก็บเห็ดดอกใหญ่นั่นเข้ากล่องเทพอีกชิ้นสร้างความปีติยินดีให้กับเขาจนยิ้มแก้มแทบฉีก

    'หนิงหนิงเราออกจากที่นี่กันเถอะข้าชักหิวน้ำลายสอแล้วสิ...'

    สิ้นคำพูด เขาก็ทะยานออกจากถ้ำ ไปหยุดยืนตรงหลังเนินเขาที่มีต้นไม้ใหญ่บัง ซึ่งเป็นเส้นทางที่เขาแยกกับองค์หญิงเจ้าเฟิง

    ตอนนี้มันเริ่มบ่ายคล้อยแต่กลับไม่มีผู้คนออกมาจากภูเขาใหญ่นั่นเลย พวกเขาคงจะเก็บเกี่ยวพวกซาลาแมนเดอร์ ระดับเยี่ยมกันอย่างสนุกสนาน


    "หนิงหนิงออกมาด้านนอกเถอะ.."

    หญิงสาวก็ออกมาจากดวงจิตแก่นแท้ของเขา ยืนข้างๆ มองดูชายหนุ่มอย่างฉงน


    "เจ้าบอกข้าว่าเห็ดชิเมจิสามารถช่วยเจ้าให้เพิ่มกายภูตอสูรได้ เดี๋ยวข้าจะทำอาหารให้เจ้ากินนั่งลงสิหนิงหนิง...."

    หญิงสาวนั่งลงตามชายหนุ่ม เขาหา หินมาตั้งเป็นที่รองนั่ง แล้วจับก้อนหินมาวางเป็นสามเส้า พลิกเกล็ดอาวุธเทพออกมา ส่งพลังบอลดวงจิตแก่นแท้บังคับมันให้กลายเป็น กระทะขนาดที่เขาผัดผักบุ้งไฟแดงลอยฟ้ากันแถวพิษณุโลก วางบนก้อนหินสามเส้าที่เตรียมไว้


    "นายน้อยจะทำอะไรเหรอ..."

    หญิงสาวถามพร้อมกับมองหน้าชายหนุ่มเขาพลิกข้อมือหยิบเนื้อซาลาแมนเดอร์หนึ่งชิ้นเท่าฝ่ามือออกมา เนื้อมีมันใต้ผิวหนังเล็กน้อย

    เขาใช้ปลายเล็บกรีดชิ้นเนื้อแล้ววางลงบนกะทะ เร่งพลังบอลดวงจิตแก่นแท้เพิ่มความร้อนของกะทะ ทำให้ไขมันจากเนื้อซาลาแมนเดอร์นั้น เจียวเป็นน้ำมันเดือดปุดๆหอมหวล ให้กลิ่นที่ตลบอบอวลชวนน้ำลายสอสุดๆ


    เขาพลิกข้อมืออีกครั้งก็ปรากฏเม็ดพริกขนาดใหญ่ขึ้นมาหนึ่งเม็ด ใบกะเพราขึ้นมาอีกหนึ่งใบ และที่สำคัญมีกลีบกระเทียมหนึ่งกลีบ ขนาดฝ่ามือของชายหนุ่มเขาหยิบก้อนหินสีเขียวที่แข็งดุจหินอ่อนซึ่งวางอยู่ด้านข้าง แล้วใช้ปลายเล็บกรีดควักตรงกลางออก มันก็กลายเป็นครกหินตรงหน้าชายหนุ่ม

    เขาวางกระเทียมและพริกเข้าไปในครกนั้นพร้อมกับ เอาหินที่ถูกตัดออกมาเหลาทรงกลมมนกระแทกจนเม็ดพริกและกระเทียมแตกละเอียด

    กริชเพชรเอื้อมมือไปหักต้นไม้ต้นหนึ่งที่วางอยู่ด้านข้างใช้ปลายเล็บกรีดมันออกตกแต่งให้เป็นใบพายมาตักเอาเม็ดพริกกับกระเทียมออกเทลงไปบนกระทะที่ร้อนๆ เสียงน้ำมันกับเครื่องปรุงทั้งสองชนิดแตกกระจายออกส่งกลิ่นหอม หนิงหนิงนั่งมองตาค้าง


    "นายน้อยท่านทำอะไรหรือทำไมถึงหอมยั่วยวนน้ำลายขนาดนี้...."

    เสียงของหญิงสาวถามขึ้นอย่างสงสัย นางไม่เคยเห็นใครปรุงยาได้วิเศษเหมือนเขาเลย


    "นายน้อยท่านกำลังปรุงยาตามตำรับที่ท่านซื้อมาจากตลาดมืดกระนั้นรึ..."

    นางภูตสาวถามด้วยความแปลกใจเพราะยังไม่เคยเห็นเขา เรียนรู้การปรุงยาที่ได้รับมาจากการซื้อขายครั้งนั้น


    ชายหนุ่มยกยิ้มอย่างเบิกบานจมูกเขาได้กลิ่นที่คุ้นเคย นึกถึงสมัยเรียนมหาวิทยาลัย วันหยุดต้องหาของพวกนี้มานั่งทำกินเป็นประจำมันคือผัดกะเพรานี่เอง ถ้าได้ไข่สดสักใบมาทำไข่ดาวกินด้วยมันจะวิเศษโคตรๆ เขาไม่ตอบนางแต่กลับขยับนิ้วที่คมกริบเป็นใบมีดอย่างชำนาญ

    หลังจากการเรียนอาวุธประจำกายง้าวอสูร เขาจึงมีความชำนาญในการใช้ใบมีดนี้อย่างคล่องแคล่ว ในการสับเนื้อพูดไปแล้วเหมือนยืดยาว แต่เขากลับทำได้คล่องแคล่วเหมือนทำเช่นนี้มาตลอดทั้งชีวิต


    ชายหนุ่มกวาดเนื้อที่สับละเอียดบนแท่นหินใส่ในกระทะอย่างรวดเร็ว เขาใช้ใบพายไม้ที่ทำขึ้น คลุกเคล้าเนื้อกับเครื่องปรุงพริก และกระเทียมให้เข้ากันจนสุกหอมกรุ่น ส่งกลิ่นไปไกลโดยที่ชายหนุ่มไม่รู้สึกตัว


    ถ้ามีข้าวสวยร้อนๆ และแจ่มแจ๋วเลยงานนี้เขาเริ่มน้ำลายสออยากกินผัดกะเพราเนื้อจานนี้เหลือเกิน หนิงหนิงก็ได้รับกลิ่นหอมนี้เช่นกัน เขาพลิกมืออีกครั้งเอาเห็ดชิเมจิที่ถูกฝานมาเท่ากำมือกรีดบางบางสิบกว่าชิ้นแล้ววางลงไปในกระทะพร้อมกับใช้มือซ้ายผัดเนื้ออีกครั้งหยิบใบกะเพราที่ขยี้เป็นฝอยลงไปบนกระทะคลุกเคล้ากันอีกครั้งแล้วเร่งพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ไฟของเกล็ดอาวุธเทพที่ถูกดัดแปลงเป็นกระทะดับสนิท แล้วเดินไปหยิบใบไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านข้างมาตักใส่ส่งให้หนิงหนิง


    "เจ้าลองกินดูสิฝีมือข้าจะใช้ได้หรือไม่..."

    เสียงชายหนุ่มพูดพร้อมกับยิ้มแก้มแทบฉีก ภาคภูมิใจในฝีมือปรุงอาหารของเขา


    "เสียดายไม่มีข้าวกับรถดีไม่อย่างนั้นแจ่มแมวมากกว่านี้อีก"

    หญิงสาวรับใบไม้ที่ห่ออาหารมาพร้อมกับก้มลงดมกลิ่นหอมที่ชื่นใจนั้นภูตอสูรอย่างนาง การดมกลิ่นก็เป็นการรับประทานอาหารอย่างหนึ่งนางส่งเนื้อกับเห็ดเข้าปากเคี้ยวมันหวานชุ่มฉ่ำด้วยรสชาติของเนื้อที่ปรุงสุก


    หญิงสาวไม่เคยลิ้มลองมาก่อนในโลกอสูรแล้วไม่มีใครทำเช่นนี้ที่เอาเนื้อมาปนกับสมุนไพรปรุงเป็นโอสถ นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นจึงรู้สึกทึ่งในความคิดของชายหนุ่มมากๆ มันแปลกพิกลแต่เมื่อรับประทานลงไปแล้ว กายของนางรู้สึกเดือดพล่านชุ่มฉ่ำไปด้วยฤทธิ์พลังของเนื้อซาลาแมนเดอร์เทพกับเห็ดชิเมจิยักษ์ที่หายากในทั่วทุกดินแดนมันทำให้ร่างของหญิงสาวโปร่งแสงระยิบระยับรู้สึกร่างกายผ่อนคลายสบายสมองโล่งเลือดลมที่ไม่เคยปรากฏในร่างกายภูตอสูรของนางกับเพิ่มพลังขึ้นอย่างน่ายินดี


    "นายน้อยกายอสูรของข้าเลื่อนระดับแล้ว.."หญิงสาวสุดแสนดีใจความโปร่งสบายของนางหมุนเป็นเกลียวมุ่งสู่ท้องฟ้าส่องสว่างไปไกลสุดลูกหูลูกตาเหมือนแสงไฟที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นลำส่องสว่างกายภูตอสูรของนางเลื่อนระดับขึ้นอย่างรวดเร็วข้ามระดับไปสู่ขั้นที่หก อย่างน่าใจหาย

    โดยไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงทำให้ร่างกายของนางรับความทุกข์ทรมานเข้าสู่วิกฤต การเลื่อนระดับเลย มันทำให้หญิงสาวดีใจสุดๆ


    กริชเพชรก็เอาเนื้อเข้าปากกินอย่างเอร็ดอร่อย แม้ว่าไม่มีข้าวกับไข่ดาวแต่มันก็เป็นครั้งแรก ที่เขาเกิดในโลกอสูรใบนี้ได้กินของอร่อยที่คุ้นเคย ทำให้ชายหนุ่มสุขใจสุดๆ ใบหน้าของเขาแสดงอาการฟินโคตรๆ ดวงตาส่องประกายแวววาว บ่งบอกถึงการรับรู้รสชาติอาหารสุดโปรดของเขา เพียงคำแรกที่เขากลืนกินมันลงท้องไป 


    เลือดลมภายใน ก็ลั่นสั่นสะเทือนดุจฟ้าคำรามมันเข้าไปทุกเส้นประสาท คล้ายกับว่าสายฟ้ากำลังผ่าลงกลางดวงใจของชายหนุ่ม เขาสั่นสะท้านทิ้งตัวลงนั่งบนก้อนหินมือที่จับกระทะอยู่ กำมันไว้แน่น


    "นายน้อยรีบกินมันให้หมดเนื้อและ เห็ดนี้มันเพิ่มพลังกายอสูรได้ยอดเยี่ยม ข้าไม่เคยพบเคยเห็น หรือได้รับรู้ถึงความยอดเยี่ยมของมันขนาดนี้มาก่อนเลย ตำราปรุงยาที่ท่านได้รับมามันช่างวิเศษมากๆ เมื่อผสมเนื้อกับสมุนไพรเหล่านี้กลับเพิ่มระดับกายอสูรแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียว..."

    นางกล่าวด้วยความยินดีเมื่อรู้สึกตัวเองว่า กายภูตอสูรของนางเปลี่ยนแปลงข้ามระดับไปอย่างรวดเร็ว


    "นายน้อยเราต้องเข้าห้องสีชมพูในกล่องนิลกาฬแล้ว ท่านเปลี่ยนแปลงกายอสูรอยู่ด้านนอกแบบนี้ เสี่ยงต่ออันตรายยิ่งนัก..."

    หญิงสาวร้องเตือน

    ขณะสติของชายหนุ่ม เกือบเลือนรางเมื่อได้ยินเสียงของนางภูตสาว บอกเขาเช่นนั้นกริชเพชร จึงรีบส่งร่างกายเข้าสู่ห้องสีชมพูในกล่องดำทันที จนลืมเรียกหนิงหนิงกลับเข้าไปด้วยเพราะความรีบร้อน


    "นายน้อยเอาข้าเข้าไปด้วย.."เสียงของหญิงสาวแว่วๆ ดังมาไกลๆ แต่สติสัมปชัญญะของชายหนุ่มไม่อาจจะควบคุมได้อีกต่อไปแล้ว เขาเข้าสู่ภวังค์วิกฤตการณ์เลื่อนระดับขั้นแปดอย่างรวดเร็ว ร่างกายของชายหนุ่มห่อหุ้มด้วยสายฟ้า มันกรรโชกจนกล้ามเนื้อของเขาแทบปิแตกเป็นชิ้นๆ

    ได้รับความทรมานสุดๆ แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องสีชมพู พลังของมันก็แผ่กระจายควบคุมห่อหุ้มชายหนุ่ม จนเขารู้สึกเบาจากความเจ็บปวด ร่างกายสู่สภาวะดักแด้อีกครั้ง


    องค์หญิงเจ้าเฟิงเก็บซาลาแมนเดอร์ ระดับเยี่ยมได้สองตัวนาง ก็พอใจเดินทางกลับพบเห็นองค์ชายเจ็ด และองค์ชายหกพร้อมกับองค์หญิงใหญ่ออกตระเวนหาซาลาแมนเดอร์ เหมือนกัน ทั้งสองต่างเป็นอริกันโดยมีกริชเพชรเป็นต้นเหตุ แต่ยังไงหญิงสาวก็เป็นถึงหัวหน้าองครักษ์ชั้นเจ้า คนทั้งสามจึงไม่สนใจต่างก็ออกหาซาลาแมนเดอร์ เก็บเกี่ยวทรัพยากรกันอย่างสุดฝีมือ


    องค์หญิงเจ้าเฟิงอยากจะกลับมารอองค์ชายสิบสี่ตรงที่จากกัน นางจึงเดินทางมาที่นั่นขณะที่เข้าใกล้สถานที่นั้นนางกับได้กลิ่นที่แปลกประหลาดหอมยั่วยวนใจลอยมากระทบจมูกของหญิงสาว


    องค์หญิงจึงวิ่งตะบึงมาหาต้นตอกลิ่นนั้นทันทีคาดว่าอาจจะพบทรัพยากรที่ไม่มีใครค้นพบมาก่อนเกิดขึ้นในสมรภูมิเก็บเกี่ยวครั้งนี้ มันอาจจะเป็นบุญวาสนาทำให้กายอสูรของนางเลื่อนระดับขึ้นสู่ขั้นสูงได้ไม่ยากถ้าได้ครอบครองสิ่งวิเศษนั้น


    หญิงสาวใช้เวลาชั่วอึดใจก็มาถึงใต้ต้นไม้ใหญ่กลับตกตะลึง เมื่อเห็นภูตประจำตัวของกริชเพชรนางจำได้ว่าเคยเห็นภูตสาว ตอนที่เมื่อนางอยู่หน้าประตูกำแพงเมือง ครั้งที่พบองค์ชายสิบสี่ตอนแรก


    "แม่นางเจ้ามายืนอยู่ที่นี่ผู้เดียวทำไม? นายของเจ้าไปไหนหรือ..."

    เสียงของหญิงสาวถามขณะที่ปรากฏกายขึ้น

    "องค์หญิงเจ้าเฟิงนายของข้ากำลังจำศีลเขารีบร้อนไป โดยลืมดึงข้าเข้าไปในดวงจิตแก่นแท้ของเขา ข้าจึงยืนรอนายน้อยที่นี่เจ้าค่ะ.." เสียงหญิงสาวพูดพร้อมกับก้มตัวลงคารวะองค์หญิง


    "แล้วกลิ่นอะไรนี่..."

    เสียงองค์หญิงพูดพร้อมกับมองหาต้นเหตุของกลิ่น นางเห็นใบไม้ที่หนิงหนิงถืออยู่ในมือมีคราบอาหารหลงเหลืออยู่นิดหน่อย


    "อ๋อ..กลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่นายน้อยของข้าท่านได้ปรุงโอสถ มาให้ข้ารับประทานมันก็เลยส่งกลิ่นหอมออกไปเจ้าค่ะ.."

    เสียงหนิงหนิงตอบนางเบาๆ องค์หญิงเจ้าเฟิงสั่นหน้านิดๆ นึกเสียดายกลิ่นนี้มันน่าจะเป็นกลิ่นของทรัพยากรขั้นเทพ

    แต่กลับเป็นกลิ่นปรุงโอสถขององค์ชาย สิบสี่ไปเสียได้ มันน่าสนใจจริงๆ สักวันนางจะให้เขาปรุงให้นางสักเม็ด


    "ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็คอย นายของเจ้าที่นี้เถอะ"

    องค์หญิงเจ้าเฟิงพูดพร้อมกับย่อตัวลงนั่งบนก้อนหิน ที่กริชเพชรเคยนั่งอยู่ ฉับพลันบรรยากาศ รอบใต้ต้นไม้ใหญ่ก็มืดครึ้มลงทันที ปรากฏเสียงแหลมเล็กดังสะท้อนไปทุกหนทุกแห่ง องค์หญิงเจ้าเฟิงกับหนิงหนิง ต่างลุกพรวดขึ้นหันหลังเข้าหากันมองหาเสียงลึกลับนั้น

    ..............................................................................................................................................................................................

    คล้ายกับเรื่องตำนานเทพอสูรจอมราชัน NC18+ ที่คุณอ่าน