ข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ

    ตอนที่137 ความกระตือรือร้นของพวกพี่ชาย หลานชาย

         พวกท่านพ่อ ท่านแม่ที่ได้ฟังคำร้องขอจากพวกเด็กๆว่าต้องการพักแรมที่ใต้หุบเหวลึกแทนด้านบนเสียแล้ว ก็ต้องพากันทำใจ และแยกกลุ่มของพวกพี่ชาย และหลานชายไปจัดการเก็บของด้านบนให้หมด เพื่อมาไว้ด้านล่างหุบเหวลึกแห่งนี้แทน

         “คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วล่ะเจ้าค่ะท่านพี่ พวกท่านจัดการหน่อยแล้วกันนะเจ้าคะ”ท่านแม่

         “ได้จ้ะน้องหญิง…”ท่านพ่อ ตอบเสียงอ่อยๆแบบไม่มีแรงแล้วจริงๆ แค่มองตามแผ่นหลังท่านแม่ที่เดินจากไปเงียบๆหลังจากสั่งงานท่านเสร็จเรียบร้อยแล้ว และยังไม่ทันท่านพ่อของเหนี่ยวเหนี่ยวจะได้ทันพูดอะไรออกมาเลย พวกพี่ชาย หลานชายของเหนี่ยวเหนี่ยวต่างอาสาไปเก็บข้าวของด้านบนกันแทบจะแย่งกันไปแบบเต็มใจมากันจริงๆ 

         “ข้าไปเองขอรับ….”พี่ใหญ่ซื่อจื่อ

         “ให้ข้าไปขอรับ ข้าจะไปเก็บของด้านบนเองขอรับท่านพ่อ ท่านลุง”พี่รองเหล่าหู

         “............”ท่านพ่อ ท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือ

         “ไม่ต้อง ไม่ต้อง พวกเจ้าไม่ต้องไปก็ได้ข้าจะไปเก็บของด้านบนเอง พวกเจ้ารออยู่ตรงนี้แหละ”คนจากตระกูลฉือ 

         “...........”ท่านพ่อ ท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือ เริ่มพากันคิ้วกระตุกอารมณ์เริ่มครุกรุ่นกันเรื่อยๆแล้ว ที่ได้ยินเสียงเหล่าบรรดาลูกชาย หลานชายดูจะกระตือรือร้นเกินเหตุไปมากจริงๆกับการอาสาขึ้นไปบนหุบเหว เพื่อทำการย้ายข้าวของด้านบนลงมาที่ด้านล่างหุบเหวลึกนี้

         “ข้าเอง ข้าเต็มใจไปเองพวกเจ้าไม่ต้องเหนื่อยไปเก็บของด้านบนหรอก”คนจากตระกูลอี้

         “หยุดดดดดดดดด………!!!”ท่านพ่อ ท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือ

         “...................”พวกพี่ชาย หลานชาย

         “หุบปากให้หมดดดดด….!!!”ท่านพ่อ ท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือ

         “..................”พวกพี่ชาย หลานชาย

         “หนอยไอ้เจ้าพวกนี้ ทีนี้ขยันขันแข็งกันเกินกว่าเหตุเชียวนะ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าพวกเจ้าคิดจะทำอะไรกันน่ะ เหอะ…”ท่านพ่อ

         “เอ่อ………แหะ…แหะ…..”พวกพี่ชาย หลานชายพากันแสดงอาการเก้อเขินออกมากันอย่างชัดเจน เพราะพวกท่านพ่อ ท่านลุงดันรู้ทันเสียนี่

         “คิดจะเอาตัวรอดหนีจากตรงนี้ไปเพื่อพักหูของตัวเองกัน พวกเจ้ามันเห็นแก่ตัวนัก!!”ท่านพ่อ

         “เหอะ…นึกว่าพวกข้าจะไม่รู้ทันพวกเจ้างั้นเหรอไอ้พวกนี้เนี่ย”ท่านลุงอี้

         “.............”พวกพี่ชาย หลานชาย ได้แต่ยืนฟังพวกท่านพ่อ ท่านลุงทั้งสองดุด่ากันไปก่อน เพราะอย่างน้อยๆก็ขอให้ได้ไปเก็บของด้านบนสักพักใหญ่ ดีกว่าจะต้องอยู่ด้านล่างหุบเหวแห่งนี้ที่เต็มไปด้วยมลพิษทางเสียงตลอดเวลา !! แม้เพียงแค่สิบลมหายใจพวกเขาก็ยินดีที่จะไปจากตรงนี้!!

         “เอ่อ…ท่านพ่อ ท่านลุงขอรับ พวกข้าไปได้แล้วหรือยังขอรับ??”พี่ใหญ่ซื่อจือ

         “นั่นน่ะสิขอรับ”พี่รองเหล่าหู

         “ไสหัวไปเลย เจ้าพวกตัวเหม็น!!”ท่านพ่อ ท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือ

         “แว๊บ…..แว๊บ….”

         “เฮ๊ย......................!!!”ท่านพ่อ ท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือ

         “เจ้าพวกนี้นี่เร็วเหลือเชื่อเลยจริงๆมันน่านักเชียว..ฮึ๋ย..!!”ท่านพ่อ

         “คงรอโอกาสแบบนี้มานานแล้วล่ะสิ เหอะ…เอาตัวรอดกันจริงๆ”ท่านลุงอี้

         “นิสัยแบบนี้ไอ้เจ้าพวกนี้มันเหมือนผู้ใดกัน เหอะ..”ท่านลุงฉือ

         จะเหมือนใครไปได้เล่าถ้าไม่เหมือนท่านพ่อของพวกเขากันน่ะ พวกท่านก็บ่นไปด่าไปแต่ก็เข้าตัวพวกท่านเองไม่รู้ตัวกันเลย!!

         เพียงแค่พริบตาเดียวพวกบรรดาลูกชาย หลานชาย ทั้งสามตระกูลก็พากันหายไปหมดทุกๆคนจากด้านล่างหุบเหวลึกแห่งนี้ราวกับว่าไม่เคยมีพวกเขามาก่อนเลย!! ส่วนทางด้านเหล่าบรรดาฮูหยินที่ได้ยินบทสนทนาของท่านพ่อ ท่านลุงทั้งสองคนก็อดไม่ได้ที่จะนินทาพวกท่านกันต่อเลยว่า…

         “ถามกันมาได้ว่าเจ้าพวกลูกชาย หลานชายนั้นเหมือนผู้ใดหรือใครกัน??”ท่านแม่ เหล่ตามองท่านพ่อ ท่านลุงทั้งสองที่โดนลูกชาย หลานชายทิ้งโดดเดี่ยวกันไปแล้ว

         “เหอะ…คงจะไม่รู้ตัวกันละมั้งว่าพวกนั้นเหมือนใครกันน่ะ”ท่านป้าอี้

         “ถอดกันมาขนาดนี้เนี่ยนะจะไม่รู้จริงๆน่ะว่านิสัยเหมือนใครกัน?? ให้มันได้อย่างนี้สิ วุ่นวายกันตั้งแต่รุ่นเล็ก ยันรุ่นชรากันเลยจริงๆ”ท่านป้าฉือ

         “จริงเจ้าค่ะ..”บรรดาลูกสะใภ้

         “ฮ่า…ฮ่า….”สุดท้ายแล้วเหล่าบรรดาฮูหยินพอมองหน้ากันไปมาก็พากันหลุดหัวเราะออกมาดังๆอีกครั้ง

         “แต่ความวุ่นวายตรงหน้าพวกเรานี่สิ คงจะอีกนานใช่ไหมข้าคงจะนอนฝันร้ายแน่ๆล่ะคืนนี้น่ะ”ท่านแม่

         “ตอนนี้หูของข้าอื้ออึงไปหมดแล้วจริงๆนะ แสบจริงๆเจ้าลูกลิงทะโมนตัวน้อยๆพวกนี้เนี่ยเฮ้อ….”ท่านป้าอี้

         “เล่นเอาพวกข้ากลัวที่จะเห็นดอกราตรีบรรเลงจริงๆในครั้งต่อๆไปน่ะ ถ้ามีสภาพแบบนี้น่ะนะ”ท่านแม่

         “ขนาดว่าข้ากับพวกเจ้าที่สามารถทนอยู่กับพวกเด็กๆได้มากกว่าใครๆแล้วก็ตามทีนะ แต่ตอนนี้ขอบอกเลยว่าเกินความสามารถของข้าพอสมควรเลยล่ะ”ท่านป้าฉือ

         “ไม่ว่าจะหาอะไรเจอ ได้ของอะไรดี ของวิเศษมากมายแค่ไหนกัน ก็แปลเปลี่ยนมาทำความวุ่นวายปั่นป่วนได้เสมอๆจริงๆเจ้าลูกคนนี้”ท่านแม่

         “ใช่ๆ…”บรรดาท่านแม่ทั้งหลาย

         “นางหัวไวและฉลาดมากจริงๆนะ ดูสิจะมีผู้ใดในแผ่นดินทวีปเฟยเทียนแห่งนี้จะทำและคิดได้แบบเหนี่ยวเหนี่ยวลูกสาวคนเล็กของข้ากันเล่า?? ขนาดข้าผู้เป็นแม่ในบางครั้งยังคาดไม่ถึงจริงๆว่าลูกสาวน้อยของข้าจะสามารถคิดได้ถึงเพียงนี้กัน เฮ้อ…….”ท่านแม่

         “นั่นสินะ….”ทุกๆคน มองไปทางพวกเด็กๆกันที่กำลังพากันสนุกสนานร้องเพลงเต้นรำ ทำเสียงดนตรีกันอย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยใดๆเลยแม้แต่น้อยนิด

         “ออกท่าทางเต้นเสียขนาดนี้ คืนนี้พวกเราคงจะสบายกันเร็วหน่อยล่ะ ได้พักผ่อนกันนานแน่นอน”ท่านแม่

         “จริงเจ้าค่ะท่านแม่ ก็ทั้งร้อง ทั้งเต้นกันนานขนาดนี้ร่วมจะครึ่งชั่วยาม(1 ชั่วยาม 2 ชั่วโมง) แล้วเจ้าค่ะ”พี่สะใภ้ใหญ่

         “ร้องเพลงมากๆก็ไม่เป็นปัญหาพวกเด็กๆมีน้ำผึ้งมะนาวจิบตลอดเวลาอีกด้วยนะเจ้าคะ”พี่สะใภ้รอง

         “นั่นน่ะสิแบบนี้ คงจะต้องพากันอดทนฟังเสียงเพี้ยนๆกันต่อล่ะนะ”ท่านแม่

         “เฮ้อ…………”ท่านแม่ ท่านป้า พี่สะใภ้ หลานสะใภ้อดไม่ได้จริงๆที่จะพากันทอดถอนหายใจกันออกมาอยู่เป็นระยะๆแล้วในตอนนี้

         ทางด้านพวกท่านพ่อ ท่านลุงทั้งสองคนเองก็ปิดหูตัวเองตลอดเวลาเช่นกัน เรียกได้ว่าตอนนี้แทบจะใช้ภาษามือกันแทน หรือไม่ก็อ่านปากกันว่าพูดกันว่าอะไรบ้าง เพราะถ้าหูทั้งสองข้างได้ยินเป็นปรกติแน่นอนว่าคงจะต้องรับฟังจังหวะเพี้ยนๆ เสียงแหลมๆเล็กๆเสียดแก้วหูอีกอย่างแน่นอน

         “นี่ข้าว่าพวกเราไปช่วยไอ้เจ้าพวกลูกชาย หลานชายขนย้ายเก็บข้าวของมาที่หุบเหวด้านล่างนี้ดีกว่าไหม??”ท่านพ่อ

         “ข้าก็ว่างั้นแหละ อย่างน้อยๆก็ไปจากบริเวณนี้เสียหน่อยก็ยังดีนะ ข้าอยากหาทางออกจากตรงนี้จริงๆ!!”ท่านลุงอี้ 

         “แล้วจะปล่อยให้พวกผู้หญิงกับพวกเด็กๆอยู่กันตามลำพังที่ก้นหุบเหวด้านล่างนี้น่ะเหรอฮะ??”ท่านลุงฉือ

         “เอ่อ……..”

         “ช่างเหอะลืมไปซะ อยู่ที่นี่นั่นแหละ”ท่านพ่อ

         “เฮ้อ……..”ท่านพ่อ ท่านลุงทั้งสองคน

         “ไอ้พวกลูกชาย หลานชายก็รู้จักหลบหลีเสียจริงๆ ดูสิพากันไปตั้งนานแล้วยังไม่มีผู้ใดสักคนหนึ่งลงมายังด้านล่างหุบเหวกันเลย มันจะเก็บอะไรกันนานขนาดนั้นน่ะฮะ?? ไปกันตั้งหลายสิบคนแท้ๆ”ท่านพ่อ

         “ไอ้เจ้าพวกตัวเหม็นพวกนั้นมันรู้อย่างไรเล่า ขืนถ้าเก็บกวาดเร็วก็ต้องทนมาอยู่ตรงนี้กับพวกเราเร็วขึ้น มีหรือจะพากันรีบกลับมาเร็วๆน่ะ เชื่อข้าได้เลยถ้าถามว่าทำไมไปกันนานนัก”ท่านลุงอี้

         “จริง เจ้าพวกนั้นมันก็จะตอบประมาณว่าข้าวของมันเยอะแยะต้องตรวจทานให้ดีว่าลืมอะไรทิ้งไว้หรือเปล่า เหอะ…”ท่านลุงฉือ

         “ฮัดเช้ย…..ฮัด…เช้ย….”พวกลูกชาย หลานชาย 

         ในระหว่างที่คนอยู่ก้นหุบเหวลึกกำลังนินทาอยู่ คนด้านบนก็พากันเรื่อยเฉื่อยเก็บข้าวของเข้าแหวนมิติกัน และพากันจามกันเพราะโดนท่านพ่อ ท่านลุงทั้งสองพูดกล่าวถึงกันไม่หยุดหย่อนเลยทีเดียวล่ะนะ

         “โอ๊ย….ทำไมจามบ่อยจังเลย”พี่ใหญ่ซื่อจื่อ

         “ข้าว่าสงสัยพวกท่านพ่อคงจะบ่นเราเป็นแน่ล่ะนะ ป่านนี้คงจะยังไม่หยุดพูดว่าพวกเราแน่นอน”คนในตระกูลอี้

         “ใช่ๆ ไหนๆก็จะต้องโดนดุด่าอยู่แล้วที่พากันมานานแบบนี้ก็เอาแบบเต็มที่ไปเลยล่ะกันพวกเรา”พี่รองเหล่าหู

         “จริงๆ”คนทั้งสามตระกูลพากันตอบรับอย่างสบายอกสบายใจ มีการนั่งพักผ่อนชมวิวกันอีกต่างหากด้วยไม่ได้เร่งรีบจะเก็บข้าวของแต่อย่างใดเลย

         “แต่ว่าอย่าพากันเพลินมากนักนะ เดี๋ยวเลยเวลามากเกินไปจากที่จะเป็นพวกท่านพ่อของข้ากับพวกเจ้าบ่นและดุด่า เปลี่ยนมาเป็นพวกท่านแม่และฮูหยินล่ะก็นะ….!!”พี่รองเหล่าหู

         “ก็ตายอย่างเดียว…!!!”พวกพี่ชาย และหลานชาย

         “อึ๋ย…..!!”เมื่อนึกถึงสีหน้าแววตา ท่าทางเหล่าบรรดาฮูหยินและพวกท่านแม่ของพวกเขาตั้งท่าจะบ่นก็นึกให้ขนลุกขนพองกันแล้ว จากที่ทำตัวสบายๆกันก็เร่งมือเก็บข้าวของกันเร็วขึ้นกว่าเดิมโดยทันทีทันใดกันเลย

         “เดี๋ยวอย่าลืมมองพวกผักป่าสดๆไปเพิ่มด้วยนะ พวกผู้หญิงคงจะชอบล่ะ”พี่ใหญ่ซื่อจือ

         “ได้ๆ”คนจากสองตระกูล

         “เจ้าขาวผ่องรอก่อนนะ”พี่รองเหล่าหู

         “ตามสบายเลยพี่ชายของเจ้านาย ข้าเองก็ไม่เร่งรีบเช่นกัน”เจ้าขาวผ่องเองก็นอนแผ่หงายพุงพักผ่อนแบบสบายๆเช่นกัน เพราะมันเองก็ทนฟังเสียงของเจ้านายของมันนั้นหอน!!! เอ๊ยไม่ใช่ร้องเพลงออกมาไม่ได้เช่นกัน!!

         “แม้แต่เจ้าขาวผ่องยังอยากหลบหลีกหนีหุบเหวด้านล่างเช่นเดียวกันนะพี่ใหญ่”พี่รองเหล่าหู

         “ตอนนี้ข้าว่าแม้แต้ต้นไม้ยังอยากจะถอนรากถอนโคนตัวเองย้ายไปเติบโตตรงอื่นเช่นกันล่ะ ข้าเชื่อแบบนั้นเลย!!”พี่ใหญ่ซื่อจือ

         “จริงพี่ใหญ่”พี่รองเหล่าหู

         และก็เป็นดั่งพวกพี่ชายฝาแฝดพูดถึงกันนั่นแหละ ต้นไม้ ต้นหญ้า หรือสิ่งใดๆที่มีพลังธาตุระดับต้นขึ้นไปก็เหมือนจะเดี๋ยวเติบโต เดี๋ยวเหี่ยวเฉา สลับสับเปลี่ยนไปๆมาๆอยู่อย่างนั้น 

         จริงๆแล้วเสียงเพลงบรรเลงขับขานของดอกราตรีบรรเลงมีคุณสมบัติดีเยี่ยมมากๆ สำหรับการเจริญเติบโตของพวกต้นไม้พันธุ์ไม้ต่างๆรอบด้าน

         แต่ประสบการณ์สำหรับต้นไม้ต่างๆที่เติบโตมาเกินพันปี หมื่นปี บางต้นย่อมต้องเคยประสบพบเจอและรับฟังการขับกล่อมบรรเลงจากดอกราตรีบรรเลงกันบ้างในช่วงชีวิตของการเป็นต้นไม้พลังธาตุ แต่สิ่งที่เหล่าต้นไม้เก่าแก่โบราณได้ยินออกมาตอนนี้มันไม่ใช่จริงๆน่ะสิ มันน่าสยดสยองมากสำหรับการเจริญเติบโตของพวกมัน เล่นเอาพลังธาตุภายในลำต้นไม้ปั่นป่วนกันพอสมควรเลยทีเดียวกับประสบการณ์แปลกใหม่ในการขับกล่อมบรรเลงจากดอกราตรีบรรเลงในครั้งนี้

         แรกๆ การที่ดอกราตรีบรรเลงจู่ๆก็เติบโตเบ่งบานเต็มที่ขึ้นมาทั้งๆที่ผ่านมาร่วมร้อยปีแล้วก็ไม่เคยมีมนุษย์ สัตว์อสูร หรือต้นไม้ในป่าเขตใดเคยได้ยินพวกมันบรรเลงเพลงขับกล่อมอีกเลย พวกมันก็รู้สึกดีใจและตื่นเต้นเปิดรับการขับกล่อมของดอกราตรีบรรเลงกันเต็มที่ แต่พอได้ยินเสียงมนุษย์ตัวจ้อยร้องเสียงแหลมๆ ดังๆออกมาประสานเสียงนี่สิเล่นเอาพวกมันพลังธาตุแปรปรวนกันทันทีเลย และไหนจะเปลี่ยนจังหวะเพลงที่บรรเลงอันเป็นปรกติของดอกราตรีบรรเลงนี่เอง พวกมันอยากเหี่ยวเฉาตายเสียตอนนี้กันเลย เพื่อความสงบสุขของชีวิตพวกมัน!!

    ************

         ในตอนนี้จะมีผู้ใดในเขตป่าเมืองเฮยอ้านที่อยู่ใกล้เหนี่ยวเหนี่ยวมากที่สุดสามารถหลบหนีลี้ภัยกันได้บ้าง??? ผู้ที่อยู่ไกลหน่อยถือว่าโชคดีจริงๆ

         ร่วมไว้อาลัยสำหรับสัตว์อสูร มนุษย์ ต้นไม้ต่างๆที่ต้องทนรับฟังเสียงเพลง จังหวะเพลง บรรเลงขับกล่อมโดยเหนี่ยวเหนี่ยว

     


    คล้ายกับเรื่องข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ ที่คุณอ่าน