ตึก!! ตึก!!
“บ้าเอ้ย!”
ตึก!! ตึก!! ตึก!!
ปึก!!!
ตึก!! ตึก!! ตึก!!
“ให้ตายสิ! หนักเบอร์ 3!”
ปึก!! ปึก!! ปึก!!
ฉึก!!!
“เยี่ยม!! ยังได้อยู่ ยังไหว! ไปแบบนี้เรื่อย ๆ ได้”
ออสการ์พึมพำให้กำลังใจตัวเองออกมาขณะที่ยืนดูฉากเดิมอีกครั้ง แต่ในคราวนี้ต้นไม้ใหญ่ที่กำลังมอดไหม้ของโถงถ้ำที่ 8 ไม่ได้แค่มีสภาพคล้าย ‘เอนท์’ อีก แต่มันเป็นเอนท์ตัวจริงเลย
เป็นมนุษย์ต้นไม้ที่มีแขนมีขาขยับตัวเคลื่อนไหวได้ ไม่ได้เป็นแค่เพียงต้นไม้ที่มีรากหยั่งลงในพื้นดินเหมือนเดิม
และมันทำให้งานของเด็กหนุ่มง่ายขึ้นเล็กน้อย
ใช่! ง่ายขึ้น เพราะมันไม่มีพุ่มไม้ ไม่มีเถาวัลย์ และไม่มีป่าอีกต่อไป
มีแต่เอนท์เท่านั้น!
ออสการ์ไม่ต้องเสียเวลาหลบการโจมตีสะเปะสะปะจากหนามที่พุ่งออกมา หรือเถาวัลย์ที่พยายามจะเลื้อยเข้ามาจับขาหยุดการเคลื่อนไหวอีก และไม่ต้องเปลืองมานาไปกับการไล่เผาป่าให้หมดโถงถ้ำ เขาแค่ต้องจัดการกับเอนท์เพียงแค่ 12 ตัวเท่านั้น
ในโถงถ้ำที่ 8 แห่งนี้ งานของเด็กหนุ่มมีแค่นั้นจริง ๆ
……
“บ้าเอ้ย! มันเร็วขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย!”
ตึก!! ตึก!!
“ให้ตายสิ! สุดหล่อ ขอหนักเบอร์ 4!”
ปึก!! ปึก!! ฉึก!!! ปึก!! ฉึก!!! ปึก!! ปึก!! ปึก!! ฉึก!!!
พอน้ำหนักของดาบยักษ์เพิ่มขึ้นไปอีกขั้น มันก็กลับมาฟันเปิดแผลบนผิวไม้ที่แกร่งราวกับเหล็กกล้าได้อีกครั้ง แม้ว่าจะไม่ลึกมาเหมือนกับโถงถ้ำแรก ๆ แต่ก็ยังเพียงพอให้เพลิงไร้ลักษณ์ทำงานได้
และออสการ์ไม่ได้ใช้แค่ดาบวายุถล่มปฐพีเท่านั้น เขายังสลับไปใช้ดาบวายุอสรพิษแทงใส่เมื่อสบโอกาสเหมาะ ๆ ด้วย
มันกลายเป็นว่าการแทงได้ผลมากกว่า เพราะแม้ว่าบาดแผลจะไม่ใหญ่แต่มันเข้าไปในเนื้อไม้ได้ลึกมากขึ้น
ทำให้เพลิงไร้ลักษณ์สามารถสร้างความวอดวายได้มากกว่าเดิม!
“แฮ่ก ๆ ๆ ต้องพักเสียหน่อยแล้ว!ไปต่อแบบนี้ทั้งแบบนี้ไม่ไหวแน่!”
เด็กหนุ่มพึมพำออกมาเมื่อจัดการกับเอนท์ตัวที่ 18 และเคลียร์โถงถ้ำที่ 10 ได้สำเร็จ
การต้องแบ่งสมาธิเพื่อใช้ทั้งปีกแห่งสายลม ม่านวารีบำบัด เพลิงไร้ลักษณ์ และยังต้องคอยจับตาดูหลอดพลังชีวิตอยู่เป็นระยะ ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้อย่างง่าย ๆ
และมันทำให้เขาเกิดอาการเหนื่อยล้าสะสมทั้งทางร่างกาย อารมณ์ และจิตใจไปพร้อมกันเลย
………
“มีบางอย่างไม่ถูกต้อง!”
ระหว่างการเคลื่อนไหวเพื่อจัดการกับเหล่าเอนท์ทั้ง 24 ตัวในโถงถ้ำที่ 12 ออสการ์พึมพำออกมากับตัวเองเบา ๆ ความรู้สึกกังขาสงสัยแปลก ๆ ผุดขึ้นในใจ
เด็กหนุ่มไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร แค่รู้สึกว่าสถานการณ์ที่เผชิญอยู่ตอนนี้มัน ‘ไม่ใช่!’ เท่านั้นเอง
มัน… ‘ง่าย’ เกินไป!
……
“นิซาซุ คลีโอ แล้วยังเจ้าโล้นนัปป้านั่น พวกเขาใช้ขวานสงครามขนาดใหญ่เป็นอาวุธคู่มือ โวเดนใช้ทวนก็จริง แต่ก็ยังถือว่าเป็นอาวุธหนักเหมือนกัน ทวนเล่มนั้นใหญ่กว่าแขนเราเสียอีก”
ระหว่างทรุดตัวลงนั่งพักหลังจากเคลียร์โถงถ้ำที่ 12 ออสการ์เริ่มพยายามคิดทบทวนดูว่าความรู้สึกแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นคืออะไรกันแน่
“มันเหมือนกับที่เจ้ามารุบอก ส่วนใหญ่แล้วคนที่เหลือรอดอยู่ได้นาน ๆ คือคนตัวใหญ่ที่น่าจะมีค่าความแข็งแรงมากเป็นพิเศษ อืม… เจ้านั่นว่ายังไงอีกนะ? คนที่หุ่นผอมบางเท่าที่เห็นมีแค่เขากับเราอย่างนั้นใช่มั้ย?
แล้วมันยังไงต่อ… นัปป้ามองดาบของเราแล้วบอกว่าไม่น่าจะใช้ผ่านด่านในชั้นที่ 3 ได้ ซึ่งมันก็จริงถ้าไม่เพิ่มน้ำหนัก! แต่… หรือว่าอาวุธของพวกเขาทำไม่ได้??”
พอพึมพำออกมาถึงตอนนี้ เด็กหนุ่มหันเหลือบไปมองดาบยักษ์ของตัวเองที่วางผิงผนังถ้ำเอาไว้ ความคิดในหัวเริ่มตีกันจนวุ่นวาย
“คนอื่นไม่มีอาวุธติดตัวมาจากไพรทมิฬ หรือว่ามี? แต่เป็นเพราะเหตุผลอื่น? ให้ตายสิ! นี่มันเกมส์บ้าอะไร?”
เขาพึมพำออกมาอีกครั้งอย่างหัวเสีย ก่อนที่จะหลับตาแล้วเอนหลังพิงกับผนังถ้ำ พยายามอย่างเต็มที่ในการลบความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดหาเหตุผล
สิ่งที่ต้องทำเฉพาะหน้าคือการเคลียร์ถ้ำธาตุไม้แห่งนี้ให้ได้
เรื่องอื่นค่อยไปว่ากันอีกที!
……
ตุบ!!
“วะ-วารี บะ-บำบัด!”
ในสภาพที่หมดแรงจนทรุดลงเอาเข่ากระแทกพื้น ออสการ์รีบฝืนกระตุ้นเวทย์ออกมาฟื้นฟูร่างกายเพื่อรักษาชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายเปื่อย ๆ ของตนเองทันที
และเพื่อความมั่นใจ เขายังรีบล้วงเม็ดยาฟื้นฟูจากกระเป๋าข้างเอวออกมายัดปากตามลงไปอีกเม็ดทันทีที่พอจะมีแรงขยับตัว
รูโหว่ที่เกิดจาก ‘หอกเถาวัลย์’ บนหน้าอกเริ่มผสานตัวหลังจากเม็ดยาฟื้นฟูออกฤทธิ์ เมื่อแน่ใจแล้วว่าตัวเองรอดตาย เด็กหนุ่มก็ทิ้งตัวนอนหงายไปกับพื้นอย่างเหนื่อยอ่อน
“เฮ้อ… นึกว่าจะตายจริง ๆ เสียแล้วคราวนี้”
มันฉิวเฉียดมาก แม้จะไม่ถึงระดับเส้นยาแดงผ่าแปด แต่มันก็น่าจะต้องใช้หน่วยมิลลิเมตรในการบอกระยะห่างระหว่างออสการ์กับความตาย
หอกเถาวัลย์ที่เพิ่งงอกขึ้นมาใหม่ของ ‘บอส’ พุ่งเฉียดหัวใจไปเพียงแค่ไม่กี่มิลลิเมตรเท่านั้น เด็กหนุ่มโชคดีที่สะดุ้งเอี้ยวตัวหลบได้ถูกทาง
โชคดีที่พลังชีวิตยังเหลืออยู่ครึ่งหลอดตอนโดนเสียบหน้าอกจนทะลุ
และโชคดีที่ดาบยักษ์ของเขาเชื่อฟังคำสั่งอย่างเคร่งครัด
ครึ่งหลอด! ให้ใช้พลังชีวิตได้เต็มที่แค่ไม่เกินครึ่งหลอดเท่านั้น! นี่คือสิ่งที่ออสการ์พร่ำสอนมาตลอดเวลา ดูเหมือนว่าการจ้ำจี้จำไชจนปากเปียกปากแฉะจะไม่เป็นการสูญเปล่าเลย
…
“18 โถงถ้ำ ใช้เวลาไป 5 วัน!? ถ้าไม่นับเรื่องที่พลาดตอนสุดท้าย ถ้ำนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับถ้ำที่อยู่ชั้น 2 เลยแม้แต่นิดเดียว?”
เด็กหนุ่มพึมพำออกมาหลังจากที่หลับตาพักผ่อนไปครู่ใหญ่ และสิ่งที่เขากล่าวออกมาเป็นความจริง ระดับความยากและความท้าทายไม่ได้ต่างกันเลย
จำนวนเอนท์ในโถงถ้ำหลัง ๆ คงที่อยู่ที่ประมาณ 30 ตัว ความยากที่ต้องเผชิญคือจำนวนระยางค์หรือ ‘แขน’ ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับออสการ์ที่มีทักษะการเคลื่อนไหวท่องเมฆาแปดทิศ เขาหลบเลี่ยงการโจมตีที่เพิ่มขึ้นมาได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรนัก
พลังป้องกันของพวกมันสูงขึ้นในอัตราที่ต่ำลง เด็กหนุ่มคงความหนักของดาบยักษ์อยู่ที่เบอร์ 4 ก็เพียงพอที่จะสังหารเหล่าเอนท์พวกนั้น เพลิงไร้ลักษณ์ที่ยกระดับขึ้นเป็น ‘ดั่งใจ’ ไม่ต้องการบาดแผลที่ลึกมากนักในการเผาผลาญทำลาย
ถ้ำนี้เคลียร์ง่ายกว่าถ้ำธาตุดินที่อยู่ชั้น 2! นี่คือความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจของออสการ์ก่อนเข้าห้องบอส
‘เอนท์ยักษ์ 20 แขน’ คือบอสที่ประจำการอยู่ในถ้ำธาตุไม้แห่งนี้ มันสูงเกือบ 5 เมตร ร่างกายส่วนบนเต็มไปด้วยระยางค์มากมากจนดูคล้ายกับเป็นหมึกยักษ์ก็ไม่ปาน และทุกเส้นสามารถงอกกลับมาใหม่ได้ในทันทีที่เพลิงไร้ลักษณ์ดับลง รวมถึงร่างกายที่แข็งแกร่งเหนียวแน่นยิ่งกว่าเหล็กกล้า
นี่คือความยากที่เด็กหนุ่มต้องเผชิญ
เผาให้วอดวาย! ทางออกง่าย ๆ ที่ไม่ต้องคิดให้ยุ่งยากซับซ้อน ในเมื่อเพลิงไร้ลักษณ์มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการงอกใหม่ของระยางค์ เพราะฉะนั้นก็ใช้มันเผาผลาญอย่างเต็มกำลังแบบไม่ต้องประหยัดเม็ดยาก็พอแล้ว!
ส่วนการสร้างบาดแผลที่ลึกพอบน ‘ลำตัว’ ออสการ์เลือกใช้กระบวนท่าผ่าปฐพีที่เพิ่มน้ำหนักของดาบยักษ์ด้วยพลังชีวิตรวดเดียวครึ่งหลอด และมันได้ผลเป็นอย่างดี เด็กหนุ่มสามารถสังหารบอสลงได้ด้วยการอัดเพลิงไร้ลักษณ์เข้าใส่แบบหมดแม็ก
แต่มันตายช้าเกินไปนิด และมีเวลาพอที่จะเปลี่ยนระยางค์ที่เพิ่งงอกออกมาให้กลายเป็นหอกพุ่งเสียบหน้าอกของออสการ์ ความประมาทครั้งนี้ทำให้เด็กหนุ่มเกือบตายไปเหมือนกัน
“ทำไมถึงได้ย้ำคิดย้ำทำขนาดนั้น? ทำไมต้องมีถึง 22 ถ้ำก่อนจะ ‘ฝ่าถ้ำทมิฬ’ ได้? ฝึกฝนก่อนอย่างนั้นหรือ?”
เสียงพึมพำดังออกมาต่ออย่างไม่เข้าใจ เพราะทุกอย่างมันซ้ำเดิมไปหมด ด่านยากขึ้นจริง แต่ผู้เล่นก็เก่งขึ้นด้วย ถ้ำหลัง ๆ ไม่ได้ให้ความรู้สึกท้าทายอะไรอีกเลย
“ฝึกฝน!? คัดเลือก!? หรือว่ามันจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ? ถ้าอย่างนั้นเป้าหมายของการ ‘ฝ่าไพรทมิฬ’ คืออะไร? การ ‘ฝ่าถ้ำทมิฬ’ ต้องการให้ฝึกฝนอะไรกันแน่…?”