ณ ห้องโถงใหญ่ตระกูลหลิง มีคนนั่งอยู่ในห้องราวสิบกว่าคน แต่ทุกคนที่นั่งล้วนเป็ตัวตนระดับผู้าุโทุกคน ไม่เว้นแม้แต่หลิงหวินจื่อยังต้องมาด้วยตัวเอง
"นี่จะให้ข้ารอไปถึงไหนกัน เ้าเด็กน้อยหลิงเทียนไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาเชียวรึ?" เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากที่นั่งรับแขก
ที่นั่งรับแขกยามนี้มีคนนั่งอยู่เพียงสองคนเท่านั้น หนึ่งคือบุรุษ หนึ่งคือสตรี ด้านหลังประกอบด้วยสามบุรูษยืนอยู่ห่างๆ แต่ไม่ยอมนั่ง บุรุษและสตรีที่นั่งอยู่เป็ใครไปไม่ได้นอกจาราชันย์ั หลงเฉินและลูกสาวนั่นเอง ส่วนชายสามคนข้างหลัง คือ3ใน7ขุนพลเทพั! กำลังรบระดับนี้หากไม่มีเื่สำคัญอย่างยิ่งคงไม่ขนกว่าครึ่งมาแน่
"ย่อมไม่ใช่แน่นอน หลิงเทียนเมื่อคืนนั้นเนื่องจากพึ่งทะลวงสู่ขอบเขตปฐีขั้นสูงได้ จึงต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่นาน" หลิงหลงเซี้ยงเอ่ยตามความจริง เนื่องจากทุกคนล้วนรู้ว่า หลงเฉินเป็คนมอบโอสถให้กับหลิงเทียน ยามนี้จึงได้บอกไปตามตรง
เงียบ เงียบสงัด ฝั่งที่นั่งรับแขกนั้นเงียบสงัด
"เ้า พูดอีกทีสิ หลงเซี้ยง" ขุนพลเทพัข้างหลังกลายเป็คนฟื้นคืนสติได้ก่อน
ทางหลงเฉินและลูกสาวนั้นอ้าปากค้าง ขุนพลเทพัอีกสองตนที่เหลือนั้นก็เช่นกัน นี่มันอะไรกัน! ไม่ใช่ว่าหลิงเทียนยังอยู่ระดับสูงสุดของขอบเขตหลอมรวมหรอกหรือ! ข่าวลือเื่ความอัจฉริยะของหลิงเทียนนั้นทุกคนล้วนรับทราบ แต่ที่หลิงเทียนทะลวงสู่แก่นแท้ปฐีนั้นไม่มีใครรู้มาก่อน ด้วยระดับสายลับของอาณาจักรราชันย์ัยังไม่ทราบ นี่แสดงว่าเื่นี้พึ่งเกิดขึ้นได้ไม่กี่วันเท่านั้น! ถ้าหากเกิดขึ้นนานแล้วพวกเขาและอาณาจักรอื่นๆย่อมรับรู้
"เอ่อ โอเค ข้าบอกว่า หลิงเทียนพึ่งทะลวงสู่ขอบเขตแก่นแท้ปฐีขั้นสูง เลยต้องปรับตัวเข้ากับพลังนานอยู่บ้าง เนื่องจากเขาพึ่งทะลวงสู่แก่นแท้ปฐีขั้นต่ำได้หลายวันก่อน แต่เขาได้พบโชควาสนาอันประเสริฐ จึงสามารถทะลวงสองชั้นย่อยไปสู่ขั้นสูงได้ ข้าเดาว่าสมควรอีกไม่นานเท่านั้น เขาก็สามารถทะลวงสู่แก่นแท้์ได้แล้ว" หลิงหลงเซี้ยงเอ่ยกับขุนพลเทพั ไม่ได้มีโทสะเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากพวกเขานั้นเป็สหายกันในยามที่ร่ำสุรากัน ไม่เว้นแม้แต่หลงเฉิน และขุนพลเทพัทั้งเจ็ด ทั้งตัวหลงเฉินและขุนพลเทพัต่างนับถือกันเป็สหายคนนึง จึงสามารถเรียกชื่อกันได้ตามปกติโดยไม่ต้องมีพิธีการมาก
"พบวาสนา วาสนาอะไรกัน! บอกข้าที สหายรัก!!" ขุนพลเทพัถามอย่างกระตือรือร้น
"เอ่อ..." หลิงหลงเซี้ยงกระอักกระอ่วน เขาจะบอกได้ยังไงว่าหลิงเทียนพบราชันย์ัแล้วได้รับโอสถมา
"เ้าใจเย็นก่อน เื่ใหญ่ขนาดนี้ย่อมเป็ความลับอยู่แล้ว ไม่มีใครเต็มใจบอกความลับต่อกันหรอกหน่า ถึงจะเป็สหายกันก็เถอะ พวกเราเองก็เช่นกันมิใช่หรือ?" หลงเฉินหลังจากฟื้นคืนสติขึ้นมา จึงได้ตอบกลับไป กระพริบตาทีนึงเนื่องจากอ้าปากค้างและตามานาน แต่ในใจยังตระหนกไม่หาย น่ากลัวเกินไปแล้ว ความเร็วระดับนี้ ไม่เกินร้อยปีเขาต้องเทียบได้กับบิดาของเขาแน่
ได้รับการประเมินว่าน่ากลัวจากราชันย์ั นี่นับว่าเป็เกียรติอย่างไม่ต้องสงสัย แถมยังบอกว่าอาจเทียบบิดาของเขาได้อีก ราชันย์ัรู้ดีว่าหลงเซี้ยงแข็งแกร่งขนาดไหน ต่อให้เป็ตัวราชันย์ัเอง หากคิดจะเอาชนะย่อมใช้เวลายาวนานหลายวันหลายคืน หากคิดจะเอาชนะโดยเร็วต้องใช้ตัวเขาเองและขุนพลเทพัไม่ต่ำกว่า4ตน จึงอาจจะเอาชนะได้ในเวลาอันสั้น แต่ก็หลายชั่วยามอยู่ดี แต่นี่เขาถึงกับประเมินหลิงเทียนไว้ว่าอาจจะเทียบกับบิดาของเขาเองได้ นี่ต้องเป็สุดยอดอัจฉริยะขนาดไหนกัน
"นั่นสินะ ขออภัยด้วย สหาย ข้าหุนหันไปหน่อย" ขุนพลเทพัตอบ ไม่ได้มีความไม่พอใจแม้แต่น้อย เนื่องจากตัวเขาเข้าใจดี ความลับใครเขาจะบอกกันง่ายๆกันเล่า
"ขอบคุณมาก สหาย" หลิงหลงเซี้ยงพยักหน้า เขามองเห็นหลงเฉินกระพริบตามาทางเขา เขาจึงเข้าใจผิดคิดว่าหลงเฉินไม่ได้บอกขุนพลเทพั เขาจึงเข้าใจทันทีว่า เื่นี้ย่อมเป็ความลับ
ผู้าุโทุกคนก็เห็นเช่นกัน จึงคิดไปในทางเดียวกันทั้งหมด แต่พวกเขาหาได้รู้ไม่ เหตุผลที่หลงเฉินกระพริบตานั้นเนื่องมาจากเขาเมื่อยตาต่างหาก ส่วนหลงซินเยว่และขุนพลเทพัที่เหลือไม่อาจจะเห็น เพราะหลงเฉินนั่งอยู่ข้างหน้าพวกเขาและนาง
"ท่านพ่อ! เขาสุดยอดไปเลย!" หลงซินเยว่ก็ฟื้นคืนสติได้เช่นกัน นางเอ่ยกระซิบกับหลงเฉินด้วยท่าทางตระหนก
"ฮ่าฮ่า ย่อมแน่นอน! ข้าบอกแล้วใช่ไหมหล่ะ" หลงเฉินตอบเบาๆ ในใจรู้สึกหงุดหงิดนัก ทำไมตนถึงไม่มาเมืองมนุษย์ั้แ่ได้ยินข่าวลือ เสียเวลาตนยิ่งนักที่ตระเวนไปทั่วอาณาจักรอื่นๆ
"อื้อ อื้อ อื้อ" นางพยักหน้ารัวๆ พร้อมตั้งตารอเขามาด้วยท่าทางตื่นเต้น
เอี้ยดดด
ระหว่างที่ทุกคนกำลังนั่งคุยกันอยู่นั้น เสียงประตูก็ได้ดังขึ้นมา พร้อมกับคนผู้หนึ่งเดินเข้ามา คนผู้นี้ช่างมีหน้าตาที่หล่อเหลานัก สตรีคนใดเห็นย่อมรู้สึกหวั่นไหว ต่อให้เป็สตรีที่เ็าที่สุดในโลกก็เช่นเดียวกัน
"หลิงเทียนคารวะผู้าุโทุกท่าน และแขกผู้มาเยือน ราชันย์ั และขุนพลเทพัทั้งสาม ขอรับ" หลิงเทียนเอ่ยคารวะ จากนั้นเดินไปนั่งที่ของตน เนื่องจากก่อนจะเข้ามาที่ห้องโถงตระกูล หลิง หลิงเหยียนมารดาของเขา ได้บอกกับเขาแล้วว่า ราชันย์ัทองมาหาเขา แถมยังมาพร้อมลูกสาวและขุนพลเทพัอีกสาม เขานั้นตระหนกยิ่ง โทสะที่เหลืออยู่หายไปทันควัน
"เขามาที่นี่ทำไมกัน มีคนไปบอกแล้วหรือว่าข้าอ้างชื่อเขา แต่แค่เื่นี้เขาถึงกับมาเพื่อเปิดศึกเลยหรือ?"
หลิงเทียนนั่งที่ตัวเองเสร็จ สายตาสำรวจผู้มาเยือน คนหนึ่งคือราชันย์เพียงหนึ่งเดียวของอาณาจักร ระดับพลังแม้ระดับเดียวกับบิดาของเขา แต่ความแข็งแกร่งนั้นห่างไกลกันอย่างที่สุด เนื่องจากเขาติดอยู่ระดับนี้มานานแสนนานหลายพันปี ต่างจากบิดาของเขาที่พึ่งทะลวงได้พันปีต้นๆเท่านั้น ระดับความหนาแน่นและความเข้าใจในพลังของตัวเองย่อมแตกต่างกัน
อีกสามคนที่ยืนข้างหลัง ขุนพลเทพัทั้งสาม ระดับพลังนั้นมีระดับเดียวกับบิดาของเขาหนึ่งคน อีกสองคนนั้นระดับราชันย์ทรราชขั้นกลางเท่านั้น แต่ถึงจะมีเพียงเท่านี้หากสู้กันขึ้นมาย่อมสูญเสียสาหัสทั้งสองฝ่าย
หลังจากสำรวจเสร็จ สายตาพลันไปตกที่สตรีนางหนึ่ง ระดับพลังของนางนั้นอยู่เพียงระดับหลอมรวมขั้น5เท่านั้น แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ที่สำคัญคือรูปโฉมของนางต่างหาก (เนื่องจากบรรยายไปแล้วในตอนที่7) หลิงเทียนสามารถบอกได้ทันทีเลยว่า พระเ้า! สวยเกินไปแล้ว! มีคนที่งดงามขนาดนี้อยู่บนโลกด้วยหรือ? อายุนางดูแล้วเท่าๆกับข้าเองนะเนี่ย??
"ถึงกับมีคนที่งดงามยิ่งกว่าหยูเอ๋อร์... ไหนจะหน้าอกอันใหญ่โตที่ใหญ่กว่าหยูเอ๋อร์ถึงสองสามเท่านั่นอีก ถ้าหากได้ร่วมเตียงกับนางพร้อมกันทั้งสองคนจะเป็เช่นไรกันนะ?" หลิงเทียนคิดในใจ จากนั้นรู้สึกว่าพญาัข้างล่างกำลังจะตั้งชูชันขึ้นมา เขาจึงรีบลบความคิดนั้นออกไปโดยพลัน
"เอาหล่ะ พวกท่านมามีเื่อันใดกันหรือขอรับ" หลิงเทียนเปิดประเด็นถามก่อน และยกชาขึ้นมาดื่มไปพลางๆ เนื่องจากเขาร้อนรนใจมาก กลัวว่าทางฝั่งนั้นจะมาทำากับตระกูลของเขาโดยมีเขาเป็ต้นเหตุ
หลงเฉินเข้าใจในสายตาของหลิงเทียนดี เขาจึงรีบตอบกลับไปว่า "อย่ากังวล ข้าไม่ได้มาร้ายหรอกนะ ฮ่าฮ่าฮ่า เผ่าัข้าไม่เคยหาเื่ใครก่อน ที่ข้ามาในวันนี้เพราะข้าอยากจะถามเ้า หลิงเทียน! เ้า....." แต่ก่อนที่เขาจะได้ถาม ก็ได้มีเสียงข้างๆดังขึ้นมาก่อน
"ท่านพ่อ! ข้าอยากแต่งงานกับเขา!"
(ทุกๆคนคงจะอยากให้พระเอกของเราร่วมเตียงกับจี่หยูและหลงซินเยว่สินะครับ ผมเองก็เช่นกัน เพราะงั้นผมจะแต่งให้มันได้ร่วมเตียงกันแน่นอน!)