ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    ตอนที่ 42 : เคล็ดวิชาระดับธรรมดาขั้นสูง—ดรรชนีแห่งการสูญสิ้น !

     ตอนที่ 42 : เคล็ดวิชาระดับธรรมดาขั้นสูง—ดรรชนีแห่งการสูญสิ้น ! 


    -------------------------

            เคล็ดวิชาระดับธรรมดาขั้นสูง—ดรรชนีแห่งการสูญสิ้น !"ทำไม มีปัญหาอะไร ?"


    จางหยูขมวดคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความไม่พอใจข้าชอบกินอะไร ยังต้องให้คนอื่นมาคอยบงการอีกเหรอ?เมื่อได้ยินน้ำเสียงไม่พอใจของจางหยู อู่เฉินก็รีบส่ายหน้าและหัวเราะออกมา "ไม่ ไม่มีปัญหาอะไรเลย"ปากก็พูดไปแบบนั้น แต่เมื่อนึกถึงตอนที่จางหยูทานยาว่อซวนที่ล้ำค่า เหมือนเป็นขนมทานเล่น ในใจของอู่เฉินก็แทบจะกระอักเลือดออกมา!ปกติแล้ว


    จางหยูทานยาฉีซวนเป็นขนมทานเล่น เขายังฝืนใจรับได้ แต่นี่มัน...พระเจ้า นั่นมันยาว่อซวนเชียวนะ!ใครบ้างที่ไม่อยากลงโทษเด็กดื้อคนนี้!จางหยูละสายตาออกมาจากอู่เฉิน และพูดขึ้นมาว่า "ไม่มีปัญหาก็ดี ข้าก็นึกว่าเจ้าจะมีความเห็นอื่นซะอีก!"


    "ไม่กล้า ไม่กล้า"อู่เฉินก้มหน้างุดๆ กลัวว่าจางหยูจะเห็นสีหน้าเจ็บปวดใจของเขา"ยังมีอะไรอีกไหม?"


    "ไม่มีแล้ว""ไม่มีแล้วก็ออกไป ข้าจะได้ปรุงยาต่อ" จางหยูมองอู่เฉินด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ก่อนจะออกปากไล่ตรงๆ แน่นอนว่าอู่เฉินต้องการที่จะอยู่ดูต่อ



    แต่เมื่อเห็นสีหน้าของจางหยูแล้ว เขาก็ไม่กล้าพูดมันออกมา ได้แต่ยิ้มแห้งๆแล้วเดินออกจากห้องเรียนไปหลังจากที่อู่เฉินเดินออกจากห้องเรียนไปแล้ว


    จางหยูก็เริ่มทำยาอีกรอบครั้งนี้จางหยูให้อู่เฉินซื้อสมุนไพรมาหลายชนิด แต่ละชนิดนั้นล้วนเป็นวัตถุดิบสำหรับการปรุงยาขั้นที่ 2 นอกจากยาว่อซวนแล้ว ยังมีวัตถุดิบสำหรับการปรุงยาฟื้นฟูขั้นที่ 2 ยาปราณขั้นที่ 2 รวมไปถึงยาเพิ่มพลังอีกด้วย!ยาว่อซวน ยาขั้นที่ 2


    หากผู้บ่มเพาะระดับว่อซวนกินมันเข้าไป จะทำให้เพิ่มพลังในการบ่มเพาะยาฟื้นฟูขั้นที่ 2 สามารถรักษาอาการบาดเจ็บทั้งภายในและภายนอกให้กับผู้บ่มเพาะระดับว่อซวนได้ รวมไปถึงอาการบาดเจ็บเรื้อรังมาหลายปียาปราณขั้นที่ 2


    เมื่อผู้บ่มเพาะระดับว่อซวนทานเข้าไป จะทำให้ฟื้นฟูลมปราณได้เร็วขึ้น!ยาเพิ่มพลัง ยาขั้นที่ 2 เมื่อผู้บ่มเพาะระดับว่อซวนทานเข้าไป จะสามารถยกระดับการบ่มเพาะขึ้น 1 ขั้น เป็นเวลาหนึ่งนาที หลังจากที่ผลของมันออกฤทธิ์เสร็จ



    ผู้ใช้จะอยู่ในสภาวะที่อ่อนแอทันทีมันไม่ง่ายเลยที่จะปรุงยาแต่ละชนิดออกมา แต่จางหยูก็สามารถปรุงมันออกมาได้ทั้ง 4 ชนิดหลังจากที่ปรุงยาเสร็จ จางหยูก็เก็บยาเพิ่มพลังใส่ขวดเล็กๆเอาไว้ ส่วนยาอื่นๆนั้นใส่รวมกันในถุงผ้า ก่อนจะพึมพำออกมาอย่างพอใจว่า


    "ยาสองร้อยกว่าเม็ดนี้ มีพอให้กินไปอีกนาน" สำหรับยาเพิ่มพลังนั้น เนื่องจากผลข้างเคียงของมันมากเกินไป ดังนั้นจางหยูจึงไม่อาจทานเล่นได้ หาไม่แล้วคงต้องลิ้มรสผลข้างเคียงของมันแน่จางหยูตรวจสอบขวดที่ใส่ยาเพิ่มพลังอีกครั้งด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด พลางพึมพำในใจว่า "จะนำยาชนิดนี้ไปปนกับยาอื่นๆไม่ได้ หาไม่แล้ว เกิดโดนผลข้างเคียงของมันขึ้นมา รับรองว่าขำไม่ออกแน่ๆ!"เหตุผลที่ปรุงยาเพิ่มพลังขึ้นมา



    เพราะอีกไม่ช้าเขาจะต้องต่อสู้กับชายลึกลับที่หลินไห่หยาและลัวเยว่ซานเชิญมา ดังนั้นจางหยูจึงต้องปรุงยาชนิดนี้เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งหม้อที่ปรุงยาชนิดนี้ออกมา ก็เพื่อที่จะไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ไม่ได้นำมาเป็นขนมทานเล่นจางหยูปิดปากขวดอย่างแน่นหนา


    แล้วโยนมันลงไปในถุงผ้า สุดท้ายแสงไฟในห้องเรียนก็ดับลง จากนั้นเขาก็เดินออกมาจากห้องเรียน และมุ่งหน้าไปยังหอตำรา....ในหอตำรา จางหยูหยิบเคล็ดวิชาดรรชนีธรรมดาขั้นสูงออกมาเล่มหนึ่ง



    จากนั้นก็ใช้การมองทะลุเพื่อตรวจสอบเนื้อหา[ดรรชนีหกหยาง : ระดับธรรมดาขั้นสูง มีข้อผิดพลาด 458 จุด


    ตอนที่จางหยูเปิดตำรา เนื้อหาของดรรชนีหกหยางที่ปรากฏในหน้ากระดาษ ก็มีวงกลมสีแดงวงล้อมจุดที่ผิดพลาดเอาไว้ ทำให้ดูสะดุดตามากจางหยูหยิบตำราอีกเล่มขึ้นมา และเริ่มพิสูจน์ตัวอักษรไปทีละจุดๆ จุดไหนที่เป็นข้อผิดพลาดเขาก็ข้ามมันไป แต่จุดไหนที่ถูกต้อง เขาก็ลองนำมาใส่แทนจุดที่ผิดพลาดของ



    "ดรรชนีแห่งการสูญสิ้น" ถ้าหากมันเชื่อมต่อกันได้ ก็ให้แทนที่ตรงจุดนั้นเลย แต่ถ้าเชื่อมต่อกันไม่ได้ ก็นำจุดที่ถูกต้องจุดอื่นมาลองใส่แทนหลังจากนั้นสักพัก


    จางหยูปิดเคล็ดวิชาดรรชนีหกหยาง แล้วนำกลับไปวางในชั้นจากนั้นจางหยูก็นำตำราอีกเล่มออกมาดู[ดรรชนีพิฆาตดาว : ระดับธรรมดาขั้นสูง มีข้อผิดพลาด 466 จุด]....จางหยูทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา มันเป็นงานที่น่าเบื่อ แต่จางหยูก็ทำมันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทำให้เคล็ดวิชา "ดรรชนีแห่งการสูญสิ้น"



    เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา[ดรรชนีวชิระเทวราช : ระดับธรรมดาขั้นสูง มีข้อผิดพลาด 498 จุด][ดรรชนีพันบรรณ : ระดับธรรมดาขั้นสูง มีข้อผิดพลาด 511 จุด ][ดรรชนีอหังการณ์ : ระดับธรรมดาขั้นสูง มีข้อผิดพลาด 476 จุดระหว่างปรับปรุงดรรชนีแห่งการสูญสิ้นนั้น



    จางหยูก็ยังได้มุมมองเพิ่มเติม เขาได้มองเห็นว่าเคล็ดวิชาดรรชนีทุกประเภท แม้ว่ามันจะแตกต่างกัน แต่กลับทรงพลังจนน่าทึ่ง แม้กระทั่งทรงพลังกว่าเคล็ดวิชาฝ่ามือ หมัด เท้า ดาบหรือกระบี่ซะอีกแน่นอนว่า ถึงแม้พลังของพวกมันจะแข็งแกร่ง แต่ความยากในการฝึกฝนก็สูงมาก



    แถมเงื่อนไขในการบ่มเพาะก็ยังเคร่งครัดอีกด้วย คนทั่วไปไม่อาจจะฝึกฝนมันได้แต่เนื่องจากจางหยูมีปราณลึกลับอยู่ในตัว ดังนั้นเขาจึงกล้าที่จะฝึกฝนมันอย่างไม่เกรงกลัว....เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จางหยูขลุกอยู่กับการแก้ไขเคล็ดวิชาต่อสู้จนแทบไม่ได้กินไม่ได้นอน



    ขณะเดียวกันการทดสอบหวงหยวนก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ตอนนี้เหลือเวลาอยู่แค่ 2 วันเท่านั้นหลังจากแก้ไขเคล็ดวิชาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งอาทิตย์ ในที่สุดบ่ายวันนี้ เคล็ดวิชาดรรชนีที่สมบูรณ์แบบ



    ก็ถือกำเนิดขึ้นมาในมือของจางหยูในหอตำรา สายตาของจางหยูแสดงความตื่นเต้นออกมาขณะมองไปยังเคล็ดวิชาดรรชนี ที่ถูกแก้ไขจนสมบูรณ์แบบในมือ[ดรรชนีแห่งการสูญสิ้น : ระดับธรรมดาขั้นสูง มีข้อผิดพลาด 0 จุด]ไม่ต้องเดาก็รู้เลยว่า


    เคล็ดวิชาเล่มนี้ร้ายกาจยิ่งว่าเคล็ดวิชา "ฟัน" หลายเท่า!จางหยูเดาได้เลยว่า ถ้าหากเขาฝึก "ดรรชนีแห่งการสูญสิ้น" แม้แต่นักสู้ขอบเขตว่อซวน ก็ไม่อาจรับมือเคล็ดวิชานี้ได้! ต่อให้เป็นนักสู้ขอบเขตว่อซวนระดับสูง



    จางหยูก็มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะต้องพ่ายแพ้ต่อดรรชนีของเขาแน่!แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงแค่การคาดเดา



    เนื่องจากตัวเขาเองก็ไม่เคยต่อสู้ กับนักสู้ขอบเขตว่อซวนจริงๆ ฉะนั้นจึงไม่เข้าใจพลังของขอบเขตว่อซวนดี จึงได้แต่อนุมานขึ้นมาด้วยตัวเองหลังจากจำเนื้อหาดรรชนีแห่งการสูญสิ้นได้ทั้งหมด จางหยูก็ทำลายตำราเล่มนี้ทิ้ง จากนั้นก็เดินไปยังป่าหลังสำนักคังเฉียงตามลำพัง ที่แห่งนั้นได้กลายเป็นสถานที่ไว้ใช้สำหรับฝึกฝนเคล็ดวิชาใหม่ๆ และบ่มเพาะพลังของเขาหลังจากเดินผ่านแม่น้ำสายเล็กและป่าเล็กๆไม่กี่แห่ง



    ในที่สุดจางหยูก็มาถึงประตูหลังของสำนักคังเฉียง ก่อนจะใช้วิชาตัวเบาไปปรากฏตัวอยู่ที่ป่าใหญ่หลังสำนักอีกทีจางหยูยืนอยู่ใจกลางป่า เขาหลับตาแน่นและเอามือไพล่หลังหลังจากปรับสภาพอารมณ์ของตัวเองแล้ว เขาก็เริ่มดึงพลังปราณลึกลับในตัว ให้ไปอยู่ในนิ้วชี้



    จากนั้นก็โคจรลมปราณตามเคล็ดวิชา "ดรรชนีแห่งการสูญสิ้น" ทันใดนั้นลมปราณอันแหลมคมดุจจิตดาบก็ปะทุขึ้นมาในเส้นชีพจร ความแหลมคมของลมปราณนี้ช่างน่ากลัวมาก มันทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าเส้นชีพจรกำลังจะสะบั้นขาดออกจากกัน ทุกๆที่ที่ลมปราณไหลผ่าน



    จางหยูรู้สึกเหมือนกับว่ามีมีดเล็กๆคอยทิ่มแทงอยู่ และสร้างความเจ็บปวดให้กับเขา"ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเงื่อนไขในการบ่มเพาะเคล็ดวิชาดรรชนีถึงได้เคร่งครัดนัก..." จางหยูข่มความเจ็บปวดที่เส้นชีพจรในนิ้ว และพึมพำออกมาปราณในร่างกายนั้นราวกับใบมีด ยามที่ไหลผ่านไปตามเส้นชีพจรก็จะรู้สึกเจ็บปวดเหมือนโดนมีดเฉือน ถ้าหากเส้นชีพจรของจางหยูเหมือนกับคนทั่วไปล่ะก็ เกรงว่าตอนนี้เส้นชีพจรคงขาดไปแล้ว



    แม้กระทั่งการบ่มเพาะก็คงถูกทำลายลงไปด้วย!" อึก...."จางหยูสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความรู้สึกอวดดีก่อนหน้านี้ค่อยๆถูกลมปราณอันแหลมคมขัดเกลา ดวงตาทั้งสองข้างดูคมกริบราวกับกระบี่ แม้กระทั่งอารมณ์ของเขาก็ดูเฉียบคมมากขึ้น สายตาก็ลึกล้ำมากขึ้น



    ทำให้คนที่มองมารู้สึกไม่อยากจะเข้าไปยั่วยุจางหยูในตอนนี้ ราวกับกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สูงส่ง!อารมณ์ดื้อรั้นจากภายในสู่ภายนอก ทำให้ภาพลักษณ์ของเขานั้นดูสูงส่งยิ่งขึ้น กระทั่งใบหน้าธรรมดาๆของจางหยู ก็ดูมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก!แต่น่าเสียดายที่จางหยูไม่ได้เห็นหน้าตาของตัวเองในตอนนี้ ไม่ได้เห็นภาพลักษณ์ที่ดุดันของตัวเองเขาโคจรปราณซ้ำๆเพื่อให้เส้นชีพจรได้ปรับตัวหลังจากนั้นสักพัก



    เมื่อรู้สึกว่าเส้นชีพเริ่มปรับตัวเข้ากับลมปราณนี้ได้ จางหยูก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นส่งปราณไปรวมตัวกันที่ปลายนิ้วชี้วินาทีนั้น ปลายนิ้วของจางหยูก็มีแสงสว่างส่องประกายออกมา แสงสว่างที่เจิดจ้าอยู่บนปลายนิ้วนั้น ได้แพร่กระจายออกมาเป็นวงกว้าง แสงสว่างของมันถึงกับบดบังแสงสว่างของพระอาทิตย์ได้ แม้กระทั่งอากาศรอบๆก็กระเพื่อมไหวขึ้นมา



    หากมีคนอยู่ที่นี่ มันคงสร้างความประทับใจให้กับคนผู้นั้นแล้ว"วูบบบ!"ตอนที่แสงดับลงไป เสียงแหลมคมที่ทำให้แก้วหูอื้อก็ดังขึ้นตอนที่เสียงนั้นหายไปพร้อมกับแสง



    ฉากรอบๆก็เริ่มชัดเจนขึ้นมาอีกครั้งจางหยูเงยหน้าขึ้นและมองไปด้านหน้า ทันใดนั้นรูม่านตาของเขาก็หดเล็กลง " นี่มัน...."จางหยูสังเกตเห็นว่า ต้นไม้ขนาดสามคนโอบที่อยู่ตรงหน้าของตัวเองมีรูเล็กๆขนาดเท่ากำปั้นปรากฏขึ้นมา และที่แปลกไปกว่านั้นก็คือหากมองทะลุผ่านรูนั้นเข้าไป ก็จะเห็นว่าด้านหลังของต้นไม้นี้ยังมีต้นไม้อีกต้นหนึ่ง และต้นไม้ต้นนั้นก็มีรูอยู่ด้วยเช่นกัน........



    เมื่อนับดูดีๆแล้ว ดรรชนีของจางหยูนั้นแทงทะลุต้นไม้ไปถึง 13 ต้น และยังสร้างความเสียหายให้กับต้นที่ 14 อีกด้วย !ดูจากด้านความเสียหายแล้ว ต้นที่ 14 นั้นเสียหายมากที่สุด แม้ว่าจะไม่โดนแทงทะลุเหมือนกับ 13 ต้นก่อนหน้านี้ แต่ตรงหน้าของมันก็กลายเป็นสีดำ กิ่งของมันโดนเผาและอาจจะหักลงมาตอนไหนก็ได้"พลังทะลุทะลวงของมันช่างน่ากลัวมาก" จางหยูแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัว



    นี่มันคือสิ่งที่เขาทำขึ้นมาจริงๆหรือเขาไม่สงสัยเลยว่า พลังของ"ดรรชนีแห่งการสูญสิ้น"นั้น น่ากลัวยิงกว่าปืนในโลกเก่าของเขาซะอีก เผลอๆอาจจะแข็งแกร่งกว่าด้วยซ้ำ อีกอย่าง พลังทำลายล้างของ"ดรรชนีแห่งการสูญสิ้น"ก็น่ากลัวมาก



    จุดนี้สังเกตได้จากความเสียหายของต้นไม้ต้นที่ 14 จางหยูก้มมองไปที่นิ้วชี้ของตัวเอง แล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก" ดรรชนีแห่งการสูญสิ้น จะว่าเท่ก็เท่อยู่หรอก แต่พลังของมันก็น่ากลัวเกินไป" จางหยูยิ้มออกมาอย่างขมขื่น "หากใช้มันออกมา



    เกรงว่าแค่นิ้วเดียวคงสร้างหายนะครั้งยิ่งใหญ่ได้แน่"ด้วยพลัง"ดรรชนีแห่งการสูญสิ้น" หากแสดงมันออกมา เดาว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคงตายกันเป็นเบือ!มันเป็นยังไงนะเหรอ ?เคยเห็นเนื้อเสียบไม้ไหม ?แค่คิดภาพตาม จางหยูก็ตัวสั่นขึ้นมา และตัดสินใจว่า "หากไม่จำเป็น ก็ไม่ควรใช้ดรรชนีแห่งการสูญสิ้น"



    มันไม่เพียงแค่โหดร้ายเท่านั้น แต่ยังอาจจะพลาดพลั้งทำร้ายคนบริสุทธิ์ไปด้วย เขาแค่อยากใช้ฆ่าศัตรู แต่ไม่อยากทำร้ายคนบริสุทธิ์



    เพราะจิตใจของเขาคงรับไม่ไหวแน่

    คล้ายกับเรื่องระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน