เมื่อเจ้าภูแสนเอ่ยปากว่าจะช่วยอลินตาหันขวับถามกลับทันที
“แผนเป็นยังไง..?”เจ้าภูแสนมองสบตาอลินตา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นชัดเจน
“อลินเธอเตรียมน้ำมนต์ กับเทียนไว้ให้ดีๆ ถ้ามีช่องเมื่อไหร่ รีบจัดการตามวิธีได้เลย...”อลินตายืนนิ่ง พยักหน้ารับรู้ จิตใจตั้งสมาธิเป็นแม่นมั่นส่วนเจ้าภูแสนเมื่อพูดจบก็ยืนจ้องไปทางลูกน้องของหมอผีร่างกำยำคนนั้นเหล่าลูกน้องก็มองมาทางอลินตาเขม็ง แต่แล้วเหล่าลูกน้องของหมอผีก็ต้องพากันถอยกรูดเมื่อผีแม่เพียงค่อยๆ ลอยเลื่อนมายืนอยู่ตรงหน้าของอลินตาราวกับจะปกป้องเจ้านายตัวเองอย่าว่าแต่ลูกน้องของหมอผีเลยเหอะที่ถอยฉาก หมิงเองเห็นสภาพผีแม่เพียงยังขนลุกซู่ยกมือกำพระเครื่องในคอแทบจะไม่ทัน
และ..ด้วยความไวแห่งสายตาอสรพิษที่จับปฏิกิริยาของคู่ต่อสู้ได้ในเสี้ยววินาทีเจ้าภูแสนไม่รอช้า เขายื่นมือข้างหนึ่งชี้ลงพื้น แล้วพลัน งูพิษทั้งหลายก็พร่างพรูออกมาจากหลืบความมืดแล้วกรูกันเข้าหาลูกน้องของหมอผีนั่นอย่างรวดเร็วเมื่อเหล่าลูกน้องของหมอผีเห็นบรรดาน้องงู ก็พากันแตกซ่านกระเจิงไปทุกทิศแต่ก็หาได้พ้นไม่ งูเหล่านั้นพุ่งจู่โจมเข้าหาพวกมัน เข้ารัดแขนรัดขาพวกมันเอาไว้แน่นและพลันจากงูก็กลายเป็นเชือกดำทะมึนที่มัดเหล่าลูกน้องของหมอผีนั่นไว้ทั้งหมดเมื่อเจ้าภูแสนเห็นว่าจัดการกับลูกน้องของหมอผีได้แล้วก็หันมามองอลินตาสะบัดหน้าเล็กน้อยไปทางกลุ่มหมอผีเป็นสัญญาณบอกว่า ตาเธอแล้ว
อลินตามองหน้าเจ้าภูแสนทั้งหมั่นไส้ทั้งทึ่งในคาถาอาคมของเจ้าภูแสนที่เขาบังคับงูได้!จังหวะเดียวกันหมอผีตัวดีทำท่าจะร่ายมนต์คาถา อลินตากับเจ้าภูแสนเห็นเข้าพร้อมกันอลินตาขว้างมีดผึงเข้าสับมือหมอผีอย่างรวดเร็ว ส่วนเจ้าภูแสนก็ดีดนิ้วเป๊าะเดียวอสรพิษตัวเบ้อเร่อ ราวกับอนาคอนด้าในตำนานก็เลื้อยฟืดฟาดเข้าไปหาหมอผี หมอผีคนนั้นเห็นท่าไม่ดีทำท่าจะควักปืนในกระเป๋าแต่ช้าไปอลินตาพุ่งไปถึงตัวหมอผีตอนไหนเจ้าภูแสนและหมิง ก็แทบจะมองไม่ทันจากนั้นหญิงสาวก็เตะป้าบเสยคางหมอผีเข้าให้แล้วหันมาสั่งงูยักษ์ของเจ้าภูแสนราวกับว่าเธอเป็นเจ้านายอีกคนของมัน
“รัดมันไว้อย่าให้หนีรอดไปได้”ขนาดงูยักษ์ของเจ้าภูแสนที่คิดว่าเลื้อยเร็วไม่ติดเบรกยังแพ้ความไวของอลินตา เจ้างูตัวนั้นเห็นว่าตนเองเหมือนจะเลื้อยช้าไปเสียแล้วก็พุ่งวูบเดียวเข้ารัดหมอผีอย่างรวดเร็ว ก่อนจะชูหัวขู่ฟ่อๆที่แม้แต่ลูกน้องของหมอผียังขอยอมตายดีกว่าจะโดนงูยักษ์ที่แสนจะน่ากลัวขบหัวเข้าให้แต่ใครจะรู้เล่าว่างูตัวนั้นก็แอบโกรธที่อลินตาถึงตัวหมอผีก่อนตนมันเหมือนว่าอลินตาไม่ได้ยี่หระต่ออิทธิฤทธิ์ในความเป็นอสรพิษเลยแม้แต่น้อยทางฝ่ายอลินตาได้ยินเสียงรถที่กำลังจะเลี้ยวเข้ามาก็หันไปบอกเจ้าภูแสนอย่างรวดเร็ว
“เจ้ามันกำลังมาอีกกลุ่ม ฝากจัดการด้วย” เจ้าภูแสนได้ยินดังนั้นก็เอี้ยวคอซ้ายขวา เสียงดังกร๊อบแกร๊บหมิงเห็นแล้วยังรู้สึกขยาดกับความน่ากลัวอย่างไร้เทียมทานของอลินตา และเจ้าภูแสนหมิงได้แต่เกาะกิ่งไม้แอบดูนิ่งไม่ขยับกาย และไม่นานก็เห็นรถเลี้ยวเข้ามาในบริเวณวัดเป็นรถกระบะ ทั้งสองคัน เมื่อรถกระบะพุ่งโถมเข้ามาแล้วก็เบรกเอี๊ยดเสียงดังสนั่นลั่นวัดจากนั้นคนในรถก็แหกปากโวยวายว่าผีหลอกๆ
หมิงตาเหลือกตาลานเมื่อเห็นว่าวิญญาณของแม่เพียงนั่งตระหง่านอยู่หน้ารถกระบะทั้งสองคันเมื่อรถจอดสนิทแล้ววิญญาณของแม่เพียงก็หายตัวมารวมร่างเป็นหนึ่งเดียวกันกับวิญญาณของแม่เพียงที่ยืนอยู่ตรงต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลจากหมิงแม่เพียงรวมร่างเสร็จนางก็หายตัววับไปไม่เห็นฝุ่น นั่นเพราะว่านางได้ทำหน้าที่ของตัวเองเต็มที่แล้ว
ส่วนทางด้านพ่อเลี้ยงฉลองและกลุ่มลูกน้องเมื่อลงจากรถมาได้ก็วิ่งเข้าไปหาหมอผีที่ตนเคารพแต่แล้วก็ต้องผงะด้วยความผวาเพราะตอนนี้หมอผีของตนโดนงูตัวเบ้อเร่อดำมะเมื่อมรัดรอบตัวทั้งยังชูคอขู่ฟ่ออีกด้วยพ่อเลี้ยงฉลองพยายามจะวิ่งหนีไปอีกฝั่งก็เจอกับเจ้าภูแสนที่วิ่งมาแล้วใช้ดาบจี้เข้าที่ลำคอเหมาะเหม็ง
พ่อเลี้ยงฉลองไม่มีคาถาอาคมอะไรมีแต่เงินก็ถึงกับเข่าเสื่อมทรุดลงนั่งกองกับพื้นอย่างรวดเร็วเจ้าภูแสนเห็นกลุ่มลูกน้องของพ่อเลี้ยงฉลองกำลังจะวิ่งเข้ามาช่วยเจ้านายก็สำแดงเดชดวงตาเขียววาบ แล้วงูกลุ่มเดิมก็เลื้อยกรูเข้าไปรัดมือรัดเท้าพวกลูกน้องพ่อเลี้ยงเอาไว้ซึ่งถ้าคนภายนอกมองก็จะเห็นเป็นเชือกแต่พวกใจบาปหยาบช้าที่คิดเบียดเบียนวัดนั้นดันเห็นเป็นงูพิษตัวดำเท่าลำแขนคน สร้างความหวาดกลัวและขยะแขยงยิ่งนัก
“ได้ข่าวว่าคิดจะฮุบที่วัดงั้นรึ..?”เจ้าภูแสนเอ่ยทักทายในขณะที่อลินตาก็กำลังทำพิธีเทน้ำมนต์จากคนโทลงบนศีรษะของหมอผีตัวปัญหา จากนั้นก็ทำพิธีถอดคาถาอาคมในตัวของหมอผีทั้งหมดออกจากกายน้ำมนต์เมื่อราดรดตัวของหมอผีไหลลงจากหัวจรดเท้า เมื่อน้ำมนต์ไหลถึงพื้นก็กลับกลายเป็นน้ำตาเทียนไหลรวมไปยังเทียนแท่งใหญ่ ระหว่างนั้นหูของอลินตาก็ผึ่งผายราวกับหูช้างป่าเพื่อสอดแนมฟังการสนทนาระหว่างเจ้าภูแสนกับพ่อเลี้ยงฉลองไปด้วย
“ก็มันเป็นที่ของกูโคตรเหง้ากูก็อยู่บนที่ผืนนี้มาตั้งแต่กูยังไม่เกิดด้วยซ้ำแล้วจะมายกถวายให้พระหัวโล้นมันมาอยู่มันมานอนเล่นแบบนี้ ดะ..”
“ผัวะ!!!”พ่อเลี้ยงฉลองพูดยังไม่ทันจบประโยคเจ้าภูแสนก็ตบเข้าที่กกหูเต็มแรง พ่อเลี้ยงฉลองถึงกับนับดาวกลางอากาศ
“ก็โคตรเหง้าแกเขาแบ่งขายที่ผืนนี้ให้วัดและมีโฉนดกรรมสิทธิ์เป็นหลักฐานทั้งหมด?แล้วมันจะเป็นของแกได้ยังไง ไหนลองอธิบายให้ฟังชัดๆ หน่อยเผื่อจะฟังขึ้น” พ่อเลี้ยงฉลองยืนนิ่งแอบกลัวเกรงไม่น้อยเจ้าภูแสนเอื้อมมือไปแตะบ่าของพ่อเลี้ยงฉลองและภาพต่อมาก็ทำเอาพ่อเลี้ยงฉลองถึงกับสยองไปไม่น้อยเมื่อมือของเจ้าภูแสนพลันมีงูเลื้อยขึ้นมาพันข้อมือของเจ้าภูแสนพร้อมกับชูคอขึ้นหมายโจมตีในทันทีเจ้าภูแสนเอี้ยวคอมองงูนั้นก่อนจะหันกลับมาถามพ่อเลี้ยงฉลอง
“ว่าไงสรุปว่าที่ดินผืนนี้เป็นของใคร” แต่พ่อเลี้ยงฉลองยังไม่ทันได้ตอบงูที่พันแขนของเจ้าภูแสนอยู่ก็พุ่งพรวดเข้ากัดทิ่ริมฝีปากล่างของพ่อเลี้ยงฉลองอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจบวกกับดิ้นรนเอาชีวิตรอดพ่อเลี้ยงฉลองยกมือดึงงูออกจากปากแล้วขว้างทิ้งงูนั้นเมื่อถูกเหวี่ยงลงพื้นมันก็เลื้อยหนีไปอย่างรวดเร็วพ่อเลี้ยงคิดว่าตัวเองเป็นต่อรีบควักเอาปืนจากในกระเป๋าขึ้นมาขู่เจ้าภูแสนมือสั่นเทาพลางตะคอกเสียงดัง
“พื้นที่วัดนี้เป็นของกู..!”สิ้นคำพูดอันเกรี้ยวกราดพ่อเลี้ยงฉลองก็ต้องล้มลงไปดิ้นกองอยู่ที่พื้น เพราะเขารู้สึกได้ถึงความเจ็บ ชาเหมือนถูกไฟช็อตแต่มันเจ็บชนิดที่แสบแปล๊บไปทั่วทุกอณูกาย เจ้าภูแสนยืนมองนิ่งๆแต่แสยะยิ้มเหี้ยมก่อนจะถามซ้ำคำเดิม
“ข้าถามว่า พื้นที่วัดนี้เป็นของใคร..?” พ่อเลี้ยงฉลองมองหน้าเจ้าภูแสนหอบหายใจถี่รัวก่อนจะตอบอีกครั้ง แต่คำตอบเริ่มแปล่งๆ ไม่ค่อยมั่นใจเหมือนเดิม
“ขะ ของ..ของกู..” สิ้นสุดคำตอบ พ่อเลี้ยงฉลองก็ต้องยกมือขึ้นกุมที่หน้าอกเนื่องจากเจ็บแสบไปทั่วร่างอาการหายใจติดขัดราวกับจะสิ้นลมในไม่ช้านี้ เจ้าภูแสนยืนกอดอกนิ่งก่อนจะถามซ้ำเดิม แต่น้ำเสียงทุ้มต่ำกดดัน
“ถามว่าที่ดินผืนนี้เป็นของใคร!”คราวนี้พ่อเลี้ยงฉลองตาเบิกโพลง รู้สึกรักตัวกลัวตายขึ้นมาอย่างเร่งด่วนรีบตอบทันที
“ที่ดินเป็นของวัดฉันไม่มีสิทธิ์ในที่ผืนนี้ ได้ยินไหมที่ดินผืนนี้เป็นของวัด พอใจยังโว้ย..”เจ้าภูแสนยืนคุมเชิงพ่อเลี้ยงฉลองไม่ห่าง เมื่อได้คำตอบที่ต้องการ เจ้าภูแสนก็ดีดนิ้วกลางอากาศเสียงดังพลัน.. งูที่เลื้อยพัวพันทุกตัวก็อันตรธานหายไปทันทีพร้อมกับงูตัวใหญ่ที่รัดหมอผีขี้โลภเห็นแก่เงินคนนั้นด้วย
เป็นจังหวะเดียวกับที่อลินตาทำพิธีเผาเทียนเสร็จเรียบร้อยดวงวิญญาณมากมายลอยพวยพุ่งขึ้นไปในอากาศอลินตาก้มลงหยิบปืนที่พวกลูกน้องของหมอผีทำกระเด็นกระดอนเอาไว้ขึ้นมาแล้วเล็งไปที่หมอผีส่วนเจ้าภูแสนนั้นกอดอกในมือจับดาบเล่มยาวคุมเชิงให้หญิงสาวไม่ห่าง...