มารฟ้าพิชิตสวรรค์

    ตอนที่ 34 : ศัตรูที่ไม่สามารถเอาชนะได้

    ตอนที่ 34




    หลังจากที่ทานข้าวกับเย่เสวี่ยหลัน และไปส่งเธอที่บ้าน ชิงเทียนก็มาหาจินโม่เฉิน และเล่าเหตุการณ์ให้เขาฟัง “ตามที่บอสใหญ่เล่ามา ผมคิดว่า น่าจะเป็นฝีมือของ ‘องค์กรอิลลูมินาติ' ครับ เพราะพวกนั้นมีแต่ผู้มีพลังพิเศษ" 




    “ฉันก็ว่างั้น แต่เป้าหมายของมันยังคลุมเครือ ฉันยังหาเหตุผลที่พวกมันโจมตีฉันไม่ได้" เขายังไม่แน่ใจเท่าไรนัก แต่ว่าชายคนนั้นเรียกเขาว่าหมอ หรือบางทีพวกมันจะมาลักพาตัวเขา ในฐานะแพทยเทวะก็เป็นได้ “พวกนายดูความปลอดภัยรอบๆบริเวณไว้ หากพวกมันยังไม่ถอดใจ แล้วลงมืออีกครั้ง จะได้รับมือทันท่วงที" 




    ชิงเทียนกลับมาที่บ้าน ก็เห็นรถคันใหม่จอดอยู่หน้าโรงรถ หลิวลู่ซือคงจะเซ็นรับรถแทนเขา บูกัตติ ดีโว้ ตัวรถมีสีดำและมีสีฟ้าแต่งเติมเล็กน้อย แค่ได้มองก็ทำให้เขามีความสุขแล้ว รถคันนี้ถูกชิงเทียนซื้อมาในราคา 40 ล้านหยวน 




    แม่ของเขาและเย่วหนิงเอ๋อกลับมาจากไปจ่ายตลาดพอดี “นั่นรถคันใหม่ของลูกเหรอ?" ชิงอันคิดว่ามันจะต้องแพงมากแน่ๆ เธอไม่อยากให้เขาใช้เงินฟุ่มเฟือยเท่าไหร่นัก 




    “เดียวถ้าว่าง ฉันจะพาไปขับรถเล่นนะ” เขามองไปทางเย่วหนิงเอ๋อ




    เย่วหนิงเอ๋อหันซ้ายแลขวา แล้วชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “ฉัน?"




    “จะมีใครอีกล่ะ?" เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น “ขอตัวก่อนนะครับ" เขาเดินแยกออกมาเพื่อรับสาย




    “สวัสดีผู้อำนวยการจาง ช่วงนี้ผมยังไม่ว่างเลย" จางเจ๋อฮันมักจะโทรมาขอให้เขา เข้าไปรักษาคนไข้อยู่บ่อยครั้ง แต่ช่วงนี้ชิงเทียนยังมีเรื่องต้องจัดการอีกเยอะทีเดียว




    “คุณหมอชิงเทียน ตอนนี้มีคนไข้ที่ผมไม่สามารถรักษาได้ เขามีอาการริมฝีปากม่วงคล้ำ เล็บของเขาก็เริ่มเปลี่ยนสีเช่นกัน เราวัดอุณหภูมิร่างกายแล้ว มันต่ำกว่า 20 องศา ผมไม่รู้เลยว่าเขามีชีวิตรอดได้ยังไง" ชิงเทียนขมวดคิ้ว ตามที่ผู้อำนวยการจางบอกมา มันคล้ายธาตุหยินเข้าแทรก มักเกิดจากการถูกผู้บ่มเพาะธาตุหยินโจมตี อีกทั้งมีอาการขนาดนี้แต่ยังมีชีวิต เขาต้องเป็นผู้บ่มเพาะอย่างแน่นอน 




    “ผมจะรีบไปเดียวนี้ ให้คุณเอาน้ำร้อนแช่มือและเท้าบรรเทาอาการไปก่อน เดือดๆเลยยิ่งดี ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะร้อน" ชิงเทียนขับรถคันใหม่ มุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาลจี่หนานทันที ในห้องผู้ป่วยพิเศษมีหลวงจีนคนหนึ่งที่กำลังนอนหนาวสั่น ชิงเทียน ขอแค่อู่ปิงเหยียนมาช่วยเขาในการรักษา




    การจะขจัดพลังธาตุหยินออกจากร่างกาย ต้องใช้ธาตุหยางที่เข้มข้นขับออกไป พูดเหมือนง่าย แต่การปฏิบัติจริงนั้นไม่ง่ายเลยแม้แต่น้อย เขาจะต้องใช้ปราณธาตุหยาง แทรกซึมเข้าไปตามเส้นลมปราณ โดยทั่วไปแล้วเส้นลมปราณมีลักษณะกลวง 




    ชิงเทียนต้องขับพลังธาตุหยินออกมา โดยไม่สัมผัสถูกเส้นลมปราณ ไม่เช่นนั้นเส้นลมปราณอาจเสียหายได้ ถ้าจะให้เปรียบเทียบ ก็คงเหมือนกับการใช้เหล็กกระทุ้งสิ่งอุดตัดในท่อ โดยห้ามให้เหล็กสัมผัสโดนท่อ แต่เมื่อเทียบกับขนาดเส้นลมปราณแล้ว มันแทบจะเป็นสิ่งที่คนทั่วไป ไม่อาจทำได้




    ลมปราณธาตุหยางแทรกซึมเข้าไป แล้วผลักดันความเย็นออกมา ชิงเทียนได้สั่งอู่ปิงเหยียนไว้แล้วว่าห้ามใครรบกวน หรือทำให้เขาเสียสมาธิ โดยเด็ดขาด กระบวนการดำเนินไปนานกว่า 3 ชม. 




    อู่ปิงเหยียนรู้สึกถึงความเย็นภายในห้องที่เพิ่มขึ้น เธอเห็นชิงเทียนนั่งหลับตาและจับมือคนไข้มานานแล้ว แต่เธอไม่สามารถรบกวนเขาได้ และแล้วสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น สภาพร่างกายของคนไข้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากที่เคยม่วงคล้ำ บัดนี้กลับมามีสีชมพูอ่อนๆแล้ว 




    ชิงเทียนถอนมือออก แล้วบอกให้อู่ปิงเหยียนเรียกญาติคนไข้มาพบ ผ่านไปไม่นานไต้ซือท่านหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้อง “อามิตตาพุทธ การที่แพทย์เทวะยอมสละเวลา มารักษาให้ศิษของอาตมา อาตมาต้องขอขอบคุณมาก" ชิงเทียนพึ่งจะรู้ว่าคนไข้ของเขาเป็นหลวงจีน เพราะเขาใส่ชุดคนไข้อยู่จึงมองไม่ออก




    ชิงเทียนหันมาหาอู่ปิงเหยียยน “ปิงเหยียนช่วยออกไปรอข้างนอกก่อน" เธอโค้งตัวให้เขาเล็กน้อย แล้วออกจากห้องไป “ไต้ซือท่านนี้ ข้าขอทายว่าท่านและศิษย์ เป็นผู้บ่มเพาะกระมัง?"




    “ไม่ผิด อาตมาเป็นคนสอนเขาเอง" 




    ในตอนสัมผัสไอเย็นที่ถูกขับออกมา เขารู้สึกว่านี่ไม่ใช่ปราณ แต่เป็นพลังทางธรรมชาติ มันคล้ายกับพลังของคนจากองค์กร อิลลูมินาติ ที่มาโจมตีเขา อย่างไม่ผิดเพี้ยน “ขอถามได้ไหมว่าเขาถูกใครทำร้ายมา?"




    ไต้ซือชราส่ายหน้า “อาตมาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ คงมีเพียงลูกศิษของอาตมาเท่านั้น ที่จะสามารถตอบคำถามนี้ได้" 




    ชิงเทียนไม่ได้ซักไซร้ต่อ เขาและไต้ซือชราออกจากห้องไป เพื่อให้หลวงจีนหนุ่มได้พักฟื้นร่างกาย




    *******************************




    ฟิลาเดลเฟีย เพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ภายในสำนักงานองค์กรลับ อิลลูมินาติ มวลอาการสั่นไหว ชายสองคนปรากฏตัวจากความว่างเปล่า “หน่วยแพทย์ มาพาซาโต้ไปรักษาเร็ว!" ชายที่กำลังพยุงตัวซาโต้ ตะโกนเรียกขอความช่วยเหลือ หน่วยแพทย์นำตัวซาโต้ขึ้นเตียง แล้วเข็นไปด้วยความรีบเร่ง




    ชายวัยกลางคนเดินมาหาเขา “เกิดอะไรขึ้นคริส ทำไมซาโต้ถึงตกอยู่ในสภาพนั้น?"




    “ผู้อำนวยการโจนาธาน ไม่เห็นคุณเคยบอกว่า เป้าหมายเป็นผู้บ่มเพาะ" คริสมีท่าทีขุ่นเคือง 




    โจนาธานทำหน้างุนงง “ผู้บ่มเพาะ? เรื่องนี้ผมไม่รู้มาก่อน" เขารู้จักผู้บ่มเพาะจากจีนดี องค์กรของเขา มักจะมีการปะทะกับผู้บ่มเพาะตลอด เมื่อไปเหยียบแผ่นดินจีน “ถ้าแม้แต่ ซาโต้ยังลูกเล่นมาซะขนาดนีั คงต้องจัดระดับภารกิจใหม่" ในบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับ 4 ซาโต้ติด 1 ใน 3  ของเจ้าหน้าที่ ที่แข็งแกร่งที่สุด บางทีเขาอาจต้องส่งระดับ 5 ไป แต่พวกเขาล้วนมีคิวงานยาวเป็นหางว่าว อาจต้องพักภารกิจนี้ไปก่อน




    ******************************




    โต้วหลัวลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องสีขาว เขามองไปรอบๆแต่ก็ไม่พบใคร ประตูถูกเปิดเข้ามา ชิงเทียนมาเพื่อตรวจเช็คอาการของโต้วหลัว “อ้าว ตื่นแล้วเหรอ อาการเป็นยังไงบ้าง




    “อาตมา อาการดีขึ้นแล้ว ไม่ทราบว่า ประสกเป็นผู้ช่วยชีวิตอาตมางั้นหรือ" เขามองเห็นพลังปราณรอบตัวชิงเทียน แค่นี้ก็ชัดเจนแล้วว่าชายตรงหน้าคือผู้บ่มเพาะ จากความเข้มข้นของปราณ เขาเดาว่าชิงเทียนอยู่ในขอบเขต สร้างแก่นปราณขั้นต้น แต่ไม่รู้ทำไม เขาไม่รู้สึกว่าจะสามารถเอาชนะชายคนนี้ได้เลย




    “ลืมแนะนำตัวไปเสียสนิท อาตมามีนามว่าโต้วหลัว มีนามทางธรรมว่า เสื่อมทราม" โต้วหลัวทำหน้าภาคภูมิใจ เหมือนเขาจะคิดว่านั่นเป็นชื่อที่ดี




    “เสื่อมทราม? หลวงจีนอะไรจะมีนามทางธรรมว่าเลวทราม" เขารู้จักสำนักสงฆ์มากมายในแดนเซียน แต่ไม่มีใครมีนามทางธรรมว่า ‘เสื่อมทราม' อย่างแน่นอน




    โต้วหลัวทำท่ายืดอกภูมิใจ “นี่คือนามทางธรรม ที่อาจารย์ของอาตมาตั้งให้เอง"




    ชิงเทียนถามโต้วหลัวเกี่ยวกับเรื่องที่เขาถูกทำร้ายจนพลังธาตุหยินเข้าแทรก แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคิดไว้จริงๆ ว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับองค์กร อิลลูมินาติ แต่เขายังไม่พร้อมจะต่อกรกับพวกมันในตอนนี้ อีกทั้งยังไม่พร้อม ที่จะเข้าไปในประตูชิงหลง เขาต้องแข็งแกร่งมากกว่านี้....




    “เอ่อ... คุณหมอชิงเทียน ถ้าเป็นไปได้อาตมาขอพยาบาลหุ่นสะบึมๆ มาดูแลอาตมาได้หรือไม่?" ชิงเทียนผงะไปสักพัก เขาเริ่มจะรู้แล้ว ถึงเหตุผลที่ไต้ซือชรา ตั้งชื่อหลวงจีนตัณหากลับคนนี้ว่า ‘เสื่อมทราม'




    หลังจากตรวจเช็คอาการให้โต้วหลัวเสร็จแล้ว ชิงเทียนก็ขอตัวกลับ เขาไม่ลืมที่จะเตือนอู่ปิงเหยียน ว่าห้ามเข้าใกล้โต้วหลัวเด็ดขาด




    ขณะชิงเทียนกำลังขับรถกลับบ้าน ก็มีเสียงเรียกเข้าจาก ฮวงอี้ เขากดรับสายทันที “ว่าไง...."




    “ชิงเทียน ฉันกับหยางเล่ยเจอเกาะลึกลับ บริเวณทะเลแปซิฟิกเหนือ ชาวประมงเล่าว่าที่นั่นมีปีศาจอาศัยอยู่ด้วย นายอยากจะไปดูไหม?" 




    ชิงเทียนเผยรอยยิ้มออกมา “แน่นอน!..." เขามีแก่นปราณและชิ้นส่วนสัตว์ปีศาจ จากตอนที่ไปเทือกเขาหมอกปีศาจ เขาอยากใช้มันพัฒนาอาวุธให้ ฮวงอี้และหยางเล่ย สาเหตุที่เขาไม่ใช้เอง ก็เพราะว่าเขามีเปลวเพลิงอัสนีฟ้าอยู่แล้ว ของพวกนี้จึงไม่จำเป็นสักเท่าไหร่




    ส่วนพวกเครื่องใน ชิงเทียนตั้งใจว่าจะนำมากลั่นยา แต่วัตถุดิบยังไม่ครบ เขาได้หวังว่าการเดินทางครั้งนี้ จะได้อะไรดีๆกลับมาบ้าง




    ในยามบ่ายของวันถัดมา ชิงเทียนยืนรอฮวงอี้และหยางเล่ย อยู่ที่ท่าเรือชิงเต่า เรือยอร์ชของฮวงอี้แล่นเข้ามาเทียบท่า “รอนานไหม?"




    “รีบไปกันเถอะ ดูเหมือนนายจะเลือกวันไม่ค่อยดีนะ วันนี้น่าจะมีพายุเข้า" ชิงเทียนพูดพร้อมมองไปยังเส้นขอบฟ้า




    “พายุ?" ฮวงอี้แหละหยางเล่นมองขึ้นไปบนฟ้า แสงอาทิตย์จ้าแยงตา พายุจะมาจากไหนกัน เรือออกจากฝั่งและมุ่งหน้าสู่ทะเลแปซิฟิก 




    ชิงเทียนกางแผนที่ดู “เกาะที่พวกนายว่า อยู่ตรงไหน?" 




    “อยู่ตรงนี้ เลยชายฝั่งญี่ปุ่นไปประมาณ 300 ไมล์ทะเล " จุดที่เขาชี้ไปมันไม่มีเกาะอยู่ “มันมีสนามแม่เหล็ก สามารถสร้างภาพลวงตาได้ นานๆครั้งจะมีชาวประมงหลงเข้าไป แต่เมือพวกเขากลับมาอีกทีก็ไม่พบเกาะนั้นแล้ว"




    ก็ในเมื่อเป็นแบบนั้น แล้วฮวงอี้รู้ได้ยังไงว่ามันอยู่ตรงไหน “แล้วพวกเราจะหามันเจอได้ยังไง"




    ฮวงอี้เดินเข้ามาอธิบาย “เรื่องนี้เกิดจากความบังเอิญ ฉันและหยางเล่ย ออกไปตกปลากันตอนไปเที่ยวที่ญี่ปุ่น พวกเราขับไปไกลกว่า 300 ไมล์ทะเล แล้วดันมีฝูงฉลามจู่โจมพวกเรา ฉันคิดว่ามันอาจจะเป็นสัตว์ปีศาจก็ได้ เพราะมันแข็งแกร่งมากทีเดียว ในตอนที่ต่อสู้กับฉลามฉันซัดพลังไปกระทบสนามแม่เหล็ก เลยเผยให้เห็นเกาะที่ซ่อนอยู่ เลยบันทึกพิกัดเอาไว้" 




    ใช้เวลานานกว่าพวกเขาจะมาถึงจุดหมาย ระหว่างทางยังเจอพายุตามที่ชิงเทียนบอกไว้อีก“ดูนี่นะ..." ฮวงอี้วาดกระบี่แล้วส่งปราณเฉือนไปในความว่าเปล่า จุดที่ปราณตกกระทบทำให้ภาพลวงตาสลายหายไปบางส่วน เกาะที่ซ่อนอยู่ถูกเผยออกมา มันเหมือนโดมกระจกขนาดใหญ่ ที่ครอบคลุมไปทั่วทั้งเกาะ




    “งดงามมาก" ชิงเทียน อดที่จะชื่นชมความงดงามของธรรมชาติไม่ได้ ที่นี่งดงามและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด




    ‘ตึงงง!!' ที่ใต้ท้องเรือ เหมือนกระแทกกับอะไรบางอย่าง ชิงเทียนเดินไปดูที่ด้านข้างเรือ แล้วจู่ๆก็มีฉลามยักษ์พุ่งขึ้นมาเฉียดหน้าเขาไป ฟันแต่ละซี่ของมันมีขนาดเท่าฝ่ามือ และลำตัวยาวกว่าเรือของพวกเขาประมาณ 3 เท่า ชิงเทียนซัดฝ่ามือใส่มัน แต่กลับไม่สะเทือนผิวหนังมันแม้แต่น้อย 





    “นี่เหรอฉลามที่พวกนายพูดถึง?" ชิงเทียนร้องตะโกนถาม




    ฮวงอี้ส่ายหน้ารัว “ที่พวกเราเจอตัวเล็กกว่านี้"




    ชิงเทียนสัมผัสได้ว่าฉลามตัวนี้เป็นสัตว์ปีศาจ เขาจึงลองตรวจสอบความเข้มข้นของปราณ เพื่อเทียบวัดพลังดู สีหน้าของเขาเปลี่ยไปกระทันหัน “ขอบเขตเปลี่ยนแปลงร่างกายขั้นต้น" พวกเขาไม่สามารถชนะปีศาจตนนี้ได้แน่ๆ




    -------------------------------------


    Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์


    https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771