Zombie Change World

    ชายที่ชื่อ วิทย์

    บทที่ 1 ชายที่ชื่อวิทย์ “เวสตู เจ้าทำอะไรลงไปมันไม่ควรจะเกิดขึ้น เจ้ากำลังทำให้โลกทั้งโลกพินาศไปเจ้าควรจะหยุดซะตอนนี้ข้าจะให้โอกาสเจ้า” “มันสายไปแล้วพวกเจ้าบังคับข้าเองไอ้พวกตาแก่บัดซบทั้งหลายจงสำเหนียกไว้ให้ดีนี้มันแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น”
    พ.ศ. 2561 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เสียงอันคุ้นเคยที่ลอดผ่านประตูเข้ามาในห้องนอนของชายหนุ่ม “วิทย์ตื่นได้แล้วลูก มันจะเก้าโมงแล้วนะ’’
    วิทย์ตกใจเสียงแม่ที่ปลุกเขาตื่นขึ้นมา เขาลืมตามองไปในผนังกำแพงเห็นนาฬิกาว่าเวลา 8.50 น. เขาก็พยายามนึกให้ได้ว่าวันนี้มันเป็นวันอะไร?
    วันนี้มันเป็น 1 วันก่อนที่จะเปิดภาคเรียนศึกษาของมหาลัย
    วิทย์เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 เขาต้องเข้าประชุมและจัดเตรียมอุปกรณ์ในการรับน้องปี 1กับเพื่อนในคณะแต่ตัวเขาก็จำไม่ได้อีกว่าวันนี้มันเป็นวันอะไร
    “งามไส้แล้วไง...สายแล้วโว้ย...!!อ๊ะเหมือนเราจะลืมอะไรไปสักอย่างหรือเปล่าน้า ช่างมันเถอะไปดูในโทรศัพท์ก็แล้วกันเพื่อจะจำอะไรขี้นมาได้”
    หลังจากวิทย์ลุกขึ้นจากเตียงมาเขารีบหยิบโทรศัพท์ออกจากห้องนอนของตัวเองไป
    “ให้ตายเถอะ...! โทรศัพท์..แม่งแบตหมดอีกโคตรซวยเลย =_=^” “แม่…วิทย์ยืมโทรศัพท์หน่อย”
    “แล้วโทรศัพท์ลูกละไปไหน”
    “โทรศัพท์วิทย์ แบตหมดกำลังชาร์จอยู่วิทย์เลยขอยืมของแม่ก่อน”
    “โอเค โทรศัพท์แม่อยู่ในห้องนอนแม่ตรงโต๊ะข้างเตียงลองหาเอาดู”
    “ครับเดี๋ยววิทย์เข้าไปดูในห้องแม่เอง”
    แกร๊ก แอ๊ด.... “อ่ะ นั้นไงโทรศัพท์เอาละ 083-274-xxxx”
    ตื๊ด ตุ๊ด ตุ๊ด ตุ๊ด
    “ฮัลโหล สวัสดีครับนั้นใครพูดครับ”
    “เออหวัดดีกูเองวิทย์ ไอ้นุ๊ก มึงอยู่ไหนว่ะ”
    “หอกเอ๊ย! ไอ้วิทย์มึงจำไม่ได้หรอว่ะ ว่าวันนี้มันวันอะไร? วันนี้ปี 2 ในคณะเราประชุมเตรียมตัวรับน้องปี 1 กัน กูเลยมามหาลัยแต่เช้า เมื่อคืนกูก็ส่งข้อความไปบอกมึงแล้วนะ”
    “เออกูก็ว่าและว่ามันลืมอะไรไปสักอย่าง แต่ตอนมึงส่งข้อความมากูกำลังเล่นเกมส์อยู่ เลยไม่ได้อ่านข้อความมึง โทรศัพท์ก็ดันแบตหมดอีก โคตรเซ็งเลย!”
    “งั้นมึงก็รีบมาละกัน เขายังไม่ได้นัดรวมตัวกันประมาณสิบโมงครึ่งอ่ะ เขาถึงจะเริ่มเช็คชื่อแล้วปรึกษากัน”
    “เออเดี๋ยววกูรีบไปแค่นี้นะ”
    หลังจากวางโทรศัพท์ วิทย์ รีบแต่งตัวออกจากบ้าน
    “แม่ วิทย์ไปมหาลัยก่อนนะ”
    “อืม ตรวจดูให้ดีล่ะ ว่าลืมของอะไรไว้หรือเปล่า แล้วถ้าลูกเจอลุงหวังอย่าลืมบอกด้วยล่ะ ว่าพ่อลูกมีธุระคุยด้วย เย็นนี้ให้มาหาที่บ้านหน่อย”
    “ครับ มีเรื่องไรหรือเปล่าแม่”
    “แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันพ่อเขาไม่ได้บอกไว้ เดี๋ยวเย็นนี้ก็รู้เองและ”
    “ครับแม่ วิทย์ไปล่ะครับแม่ สวัสดีครับ”
    หลังจากคุยกับแม่เสร็จวิทย์รีบออกไปหารถแท็กซี่หน้าหมู่บ้าน เขาวิ่งเกือบไปถึงหน้าหมู่บ้าน บังเอิญมีรถแท็กซี่ขับมาส่งคนในหมู่บ้านพอดี
    เมื่อวิทย์เห็นคนลงมาจากแท็กซี่เขาก็รู้สึกคุ้นเคยกับคนที่ลงมาจากรถแท็กซี่คันนั้น ซึ่งคนนั้นก็ไม่ใช้ใครอื่นเลย เขาเป็นเพื่อนของพ่อวิทย์เอง
    พอดีบ้านของลุงหวัง ห่างจากบ้านของวิทย์ไป 5 หลัง ลุงหวังเป็นอดีตทหารเกษียณอายุราชการ ลุงแก่อาศัยอยู่คนเดียวไม่มีลูกไม่มีเมีย ชายโสด หลังจากวิทย์เห็นลุงหวังลงจากรถแท็กซี่ เขาเลยรีบเดินไปที่หน้ารถแท็กซี่ที่กำลังส่งลุงหวัง
    “ว่าไงหลานวิทย์ รีบวิ่งมาเฉียวมีไรหรือเปล่า?”
    “สวัสดีครับ ลุงหวัง ผมจะไปมหาลัยพอดีเห็นพี่รถแท็กซี่คันนี้พอดีเลยรีบวิ่งมารอพี่แท็กซี่เขาครับ”
    “อ๋อ งั้นลุงไม่กวนล่ะ เดี๋ยวลุงกลับไปที่บ้านก่อนล่ะ”
    “ครับ ลุงครับผมเกือบลืมไปแม่ผมให้มาบอกลุงว่าพ่อผมมีเรื่องจะคุยกับลุงเย็นนี้ให้มาหาที่บ้านหน่อย”
    “อืมได้ เดี๋ยวลุงแวะไปตอนเย็นเอง <พ่อเจ้าวิทย์มีเรื่องไรนะ?>”
    หลังจากวิทย์คุยกับลุงหวังเสร็จ เขาก็รีบขึ้นรถแท็กซี่ไปมหาวิทยาลัย
    สักพักรถก็มาถึงหน้ามหาวิทยาลัย
    วิทย์ก็บอกคนขับรถแท็กซี่ให้จอดรถ แล้วเขาก็จ่ายค่าโดยสารให้กับคนขับไป
    เมื่อวิทย์ลงมาจากรถ เขาก็หยิบโทรศัพท์กดหาเบอร์นุ๊ก
    “ว่าไงวิทย์มึงอยู่ไหนแล้วตอนนี้มันจะสิบโมงแล้ว เขาจะเริ่มเช็คชื่อกันแล้วมึงรีบหน่อยละกัน”
    “เออรู้แล้ว ตอนนี้กูอยู่หน้ามหาลัย” หลังจากวางโทรศัพท์ วิทย์รีบวิ่งไปที่ใต้อาคารคณะเพื่อเริ่มเช็คชื่อ
    หลังจากวิทย์เช็คชื่อเสร็จเรียบร้อย เหล่าเพื่อนก็พูดคุยปรึกษางานกิจกรรมรับน้องปี 1
    ไม่ทราบเวลาผ่านไปเท่าไร การพูดคุยก็จบลง วิทย์เดินออกมาจากใต้อาคารคณะ เพื่อที่เขาจะได้รีบกลับเขาไปพักที่หอพักของเขา
    “ว้าว! อากาศเย็นสบาย กลับไปนอนที่หอดีกว่า” คัก, คั่ก, คั่ก ๆ ครืนน เปรี้ยง..!!
    วิทย์ตกใจกับเสียงที่เขาได้ยิน เขารีบวิ่งเข้าไปในใต้หอพัก พอไปถึงก็เห็นผู้คนจำนวนมากรีบวิ่งกันมาหลบฝน
    สักพักฝนเริ่มตกแรงขึ้นเสียงฟ้าร้องดังก้องไปทั่ว ท้องฟ้าเริ่มมืดลง แสงอาทิตย์เริ่มลดน้อยลงกว่าทุกที่เหมือนว่าโลกนั้นไรแสงอาทิตย์ทุกอย่างเงียบสงบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนผู้คนรอบตัววิทย์เริ่มผิดปกติ บางคนเริ่มกรีดร้องโวยวายตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ทุกคนเริ่มหยิบโทรศัพท์ กดโทรหาครอบครัวญาติพี่น้อง ส่วนตัววิทย์เขารีบโทรหาครอบครัวของเขา ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด
    “ขออภัยค่ะ หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”
    หลังจาก วิทย์วางสายโทรศัพท์ เขาเริ่มมองออกไปนอกหอพักหวังว่าจะมีหนทางกลับบ้าน เขารู้สึกเป็นห่วงพ่อแม่มาก ไม่นานก็เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาด เริ่มมีหมอกควันหนาทึบจำนวนมากปกคลุมไปทั่ว สักพักหมอกควันเริ่มลอยเข้ามาหาจนเต็มหอพัก
    อุ๊บ..แค่กๆๆ
    วิทย์ เริ่มรู้สึกมึนงง หายใจไม่ออกแล้วเขาก็หมดสติไป
    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไรที่เขาหมดสติไป วิทย์เปิดตาของเขาและพบว่าตัวเองยังอยู่ใต้หอพัก เขารู้สึกสับสนว่าหมอกควันก่อนหน้านี้มันมาได้ยังไง วิทย์คิดว่าตัวเองโชคดีมากที่สูดควันไปขนาดนั้นแล้วยังไม่ตาย
    “สวรรค์!! ลูกช้างยังไม่ตาย ฮ่าฮ่า!!กูรอดเว้ย”
    วิทย์ยืนขึ้นสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวเขา เขาพบว่ายังมีผู้คนเดินไปเดินมานอกหอพักเหมือนเช่นเคย
    วิทย์เดินขึ้นบันได้ไปที่ชั้น 4 ซึ่งเป็นชั้นที่ห้องของเขาอยู่ เมื่อถึงหน้าประตูห้อง เขาเห็นผู้ชายคนหนึ่งใส่ชุดนักศึกษายืนหันหน้าให้ประตูคล้ายรุ่นพี่ที่เขารู้จัก
    ดีครับ!
    วิทย์พูดทักทายแต่ไม่มีเสียงตอบรับจายชายคนนั้นเลย เขาเลยเอามือสะกิดเสื้อผู้ชายคนนั้นเมื่อผู้ชายคนนั้นหันมาเขารู้สึกตกใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน…O[]O
    สภาพหน้าผู้ชายคนนั้นมีแต่แผลเหวอะหวะเละเทะไปหมด อย่างกับซอมบี้ แล้ววิทย์มองไปที่ประตูห้องพัก เขาก็เห็นว่า มันคือเลขห้องที่เขาพักมันก็ตรงกับห้องพักของเขา ตอนแรกวิทย์ยังนึกว่าตัวเองเดินมาผิดห้องเพราะไหนจะเหตุการณ์ประหลาด อาจจะทำให้เขาเบลอได้ แต่ก็ไม่ใช้เพราะเขาเดินมาถูกห้องแล้ว
    “โอ้ว!! ขอโทษครับช่วยหลบหน่อยครับ ผมจะเข้าห้องครับ”
    แต่ยังไม่ทันที่วิทย์จะเข้าห้องพัก จู่ๆ ชายคนนั้นก็กระโจนจู่โจมเข้าหาตัวเขาอย่างบ้าคลั่ง เขาถอยหลบชายคนนั้นและใช้เท้าถีบไปที่หน้าอกจนชายคนนั้นล้มลงไป
    วิทย์รีบไขกุญแจเปิดประตูเข้าไปในห้องขณะเดียวกันเขาก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนขอความช่วยเหลือดังไปทั่วหอพัก
    “อาาา!! ช่วยด้วย..! ออกไปอย่าเข้ามานะ”
    หลังจากปิดประตูห้อง เขาผลักโต๊ะกับข้าวกั้นขวางประตูทันที่
    ไม่นานก็มีเสียงมาจากประตูห้องดังออกมา
    “แกรก...แกรก ตึ้ง!”
    “แม่ง ตัวอะไรว่ะ ยังกับซอมบี้”
    ประตูเริ่มจะขวางซอบบี้ไม่อยู่ ครึ่งตัวบนซอมบี้หลุดออกมาจากประตูห้อยค้างอยู่กับโต๊ะกับข้าวที่เขาเอามาขวางประตูไว้ วิทย์เริ่มกลัวเขารีบคว้าข้าวของโยนไปที่ซอมบี้ไม่หยุด
    “แม่งเอ้ย ฟิ้ว ฟิ้ว!! อย่าเขามานะพี่ไม่อร่อยหรอก”
    แต่ซอมบี้ก็ยังคงเข้ามาได้ ตัวซอมบี้ที่ห้อยอยู่กับโต๊ะกับข้าว เริ่มขีดข่วนตะกุยตะกายไม่หยุด วิทย์เห็นท่าไม่ดี เขาคว้าท่อนไม้ในห้องแล้วก็กระโดดขึ้นไปที่โต๊ะ และโจมตีไปที่หัวซอมบี้ไม่รู้กี่ครั้งจนหัวซอมบี้เละไม่มีชิ้นดี
    “เฮ้อ! จบซักที่แม่งอึดยังกะแมลงสาป!”
    เกือบจะเวลาเดียวกันมีผลึกสีดำขนาดเท่ากำปั้นตกอยู่ วิทย์หยิบผลึกสีดำขึ้นมาดู
    ระหว่างที่เขาหยิบผลึกสีดำขึ้นมา มือที่เปือนเลือดจากการใช้ไม้หน้าสามตีหัวซอมบี้หยดลงไปในผลึกสีดำจนผลึกเกิดแสงสีขาวไหลหายเขาไปในร่างกายเขา
    วินาทีที่แสงเขาไปในร่างกาย วิทย์รู้สึกว่าโลกทั้งโลกหยุดนิ่งทุกอย่างเงียบสงบสักพักมีเสียงแปลกๆเกิดขึ้นบนหัววิทย์เป็นเสียงที่เขารู้สึกว่าสามารถชำระจิตใจเขาให้ผ่อนคลายได้
    “สวัสดี มนุษย์ ข้าคือผู้พิทักษ์เจ้าอาจแปลกใจว่าได้ยินเสียงข้าได้อย่างไรแต่ไม่ต้องกังวลไปเราจะอธิบายให้เจ้าฟังเอง
    ข้อแรก เมื่อเจ้าสังหารปรสิตหรือที่เจ้าเรียกกันว่าซอมบี้เจ้าจะได้รับผลึกสีดำ
    ข้อสอง เมื่อเจ้าหยดเลือดลงไปในผลึกสีดำจากการฆ่าซอมบี้ตัวแรก ร่างกายของเจ้าจะได้รับแต้มคะแนนหรือแสงสีขาวที่เจ้าเห็นเมื่อตอนฆ่าซอมบี้เพื่อใช้ในการวิวัฒนาการระดับขั้นถัดไป
    ข้อสาม เจ้าสามารถเช็คค่าสถานะและคะแนนค่าประสบการณ์จากการฆ่าสิ่งมีชีวิตได้โดยใช้ฟังก์ชันแหวนแห่งการวิวัฒน์
    สุดท้าย!! มนุษย์ชีวิตอาจจะยาวหรือสั้นแต่บางครั้งมันก็เปราะบาง จงเรียนรู้ ลาก่อน
    หลังจากเสียงนั้นหายไปวิทย์รู้สึกว่าเสียงที่อยู่ในหัวหรือที่เขาเรียกตัวเองว่าผู้พิทักษ์ไม่มีเจตนาร้ายกับเขาแต่สุดท้ายแล้ว เขาก็ยังคงจำคำพูดประโยคสุดท้ายที่ผู้พิทักษ์พูดไว้อย่างชัดเจน จงเรียนรู้
    วิทย์มองแหวนที่นิ้วมือแล้วข้อมูลที่ผู้พิทักษ์บอกก็ปรากฎขึ้นในหัวของเขา
    “วิธวิทย์ เมฆาวงค์ : ชาย
    อาชีพ :ไม่พบ
    ทักษะ : ไม่พบ
    Strength (แรงกาย) : 6(10)
    Vitality (พละกำลัง) : 5(10)
    Agility (ความว่องไว) : 5(10)
    Intelligence (ความรอบรู้) : 4(10)
    Spirituality(พลังวิญญาณ) : 4(10)”
    Stamina(ความทรหด): 7/7(10)
    หลังจากที่วิทย์ได้รับข้อมูลจากแหวนแห่งการวิวัฒน์ เขารู้สึกว่ามันเหมือนกับเกมส์RPGที่เขามักเล่นเป็นประจำ มันดูไม่น่าเชื่อ ไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วเขายังเป็นนักศึกษาอยู่เลย แล้วเขาก็เริ่มค้นหาข้าวของในห้องพักว่ามีอะไรพอจะเอาไปใช้ได้บ้าง
    ไม่นานเขาก็พบกระเป๋าเดินป่า,อุปกรณ์เดินป่า,น้ำดื่ม 2 แพค,บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีก 3 แพค
    วิทย์รู้สึกขอบคุณลุงหวังมากที่มักจะชวนพ่อและเขาไปเดินป่าด้วยกัน เขาเลยมีอุปกรณ์ที่สามารถจะรักษาชีวิตเขาไว้ได้ หลังจากที่วิทย์จัดเก็บข้าวของเสร็จ เขาก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนจากชั้นล่างของหอพัก เขาก็เดินออกจากห้องไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งที่เขาเห็นก็คือ ผู้คนที่หมดสติอยู่ชั้นล่างเริ่มต่อสู้กัน บางคนเริ่มกลายเป็นบ้าร้องโวยวายไม่หยุดมันเป็นเหตุการณ์ที่เขาไม่เคยสัมผัสและมีประสบการณ์มาก่อนในชีวิตของเขา ไม่นานเสียงก็เงียบไป ผู้คนที่ติดเชื้อเริ่มกลายเป็นซอมบี้ในที่สุด
    ฉับพลัน ฝูงซอมก็เริ่มเดินขึ้นมาในหอพัก วิทย์เห็นว่าท่าไม่ดีเขารีบคิดหาหนทางผ่านวิกฤตครั้งนี่ไปให้ได้ วิทย์จำได้ว่าเขาเคยดูหนังเกี่ยวกับซอมบี้ว่าซอมบี้จะมีสายตาที่แย่สุดๆและไม่ฉลาดเอาสักเท่าไรแต่มันมีความสามารถในการฟังเสียงอันดีเยี่ยมของพวกมัน เขาเลยหยิบท่อนไม้ขึ้นมาแล้วเขวี้ยงไปชั้นล่างของหอพักเมื่อซอมบี้ได้ยินเสียงท่อนไม้ตกลงพื้นพวกมันพากันเดินไปที่ท่อนไม้
    จังหวะนั้นเองวิทย์สบโอกาสเดินลงไปทางบันได้หนีไฟของหอพัก
    “ฮ่าฮ่า!! เคยดูไหม The Walking Dead อ่ะไม่อยากจะคุย”
    ขณะที่วิทย์ลงบันไดไปถึงชั้นที่ 2 เขาเห็นซอมบี้อยู่ข้างหน้าสองตัวตรงประตูหนีไฟ
    “เชี้ยเอ้ย..! อะไรกันนักหนาว่ะ ที่มีเยอะแยะ มึงก็เสือกไม่ไปกันไอ้พวกเวร..!”
    เขาหยิบมีดเดินป่าที่เหน็ดตรงขาออกมากแล้วเดินไปหาซอมบี้ที่หน้าประตูหนีไฟ แล้วเขาก็แทงมีดไปที่หัวของซอมบี้เลือดมันไหลอาบมีดเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด จนมันตาย
    แต่ทันใดนั้นเองซอมบี้ที่เหลืออยู่มันรีบวิ่งเข้ามาจู่โจมเขาทันที่
    วินาทีนั้นวิทย์ถอยหลัง แล้วขวางมีดออกไป เขาเล็งไปที่หัวของซอมบี้อีกตัว แต่มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดไว้ แทนที่ปลายมีดมันจะแทงเข้าไปที่หัวซอมบี้แต่มันกับเป็นด้ามมีดแทนไปซะงั้น
    “จบกัน.! กูทำไรไปว่ะนี้ มีมีดอยู่ดีๆก็เอาไปปาทิ้งเจริญล่ะ”
    ซอมบี้เหมือนจะงงกับการกระทำของวิทย์มันหยุดนิ่งไปพักหนึ่งแล้วก็รีบวิ่งเข้ามาจู่โจมเขาอีกที่
    “ซวยแล้วกู! จะเอายังไงว่ะนี้ พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกช้างด้วย ไอ้ผู้พิทักษ์อยู่หรือเปล่าช่วยพี่ที่ได้โปรด”
    ทันใดนั้นเองเขาก็รีบผลักประตูหนีไฟเข้าไปในชั้น 2 ของหอพัก
    วิทย์จำได้ว่าหอพักชั้น 2 เป็นที่อยู่ของเจ้าเบียร์เพื่อนที่เรียนอยู่คณะเดียวกัน เขารีบวิ่งไปที่ห้องของเบียร์อย่างรวดเร็วแต่เขาจะทำไงละเขาไม่มีกุญแจ...พวกคุณอาจจะคิดว่าคนเขียนจะให้วิทย์เอาตัวชนประตูห้อง ผมบอกได้เลยว่าคุณคิดถูกแล้ว …>[]<
    วิทย์ถึงหน้าประตูห้องเขาเอาตัวชนไปที่ประตูไปอย่างแรง….
    “พวกคุณอาจสงสัยว่าทำไมวิทย์ถึงเอาตัวชนประตูห้องแต่พวกคุณอาจลืมคิดไปว่าวิทย์แบกน้ำหนักของในกระเป๋าไว้หลายกิโลกรัมบวกกันน้ำหนักตัวของเขา มันคือแรงเสียดทานวิทย์เขาเรียนฟิสิกส์มา จากสาวฟิสิกส์ที่ได้กล่าวไว้ หุหุหุ!! …>[]<”
    เมื่อประตูห้องพัง เขารีบเข้าไปในห้องภายในห้องเหมือนไม่มีคนอยู่ ห้องดูสะอาดมาก
    แล้ววิทย์ก็ได้ยินเสียงน้ำไหลพร้อมกับเสียง แฮ่! คู! ออกมาจากห้องน้ำ วิทย์เลยเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปดู แต่สิ่งแรกที่เขาเห็นคือเพื่อนของเขา ได้กลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว
    แต่ที่สำคัญที่สุดคือ มันไม่ได้ใส่กางเกง กางเกงของมันหลุดอยู่บนพื้น แล้วตัวมันก็นอนตะเกียกตะกายบนพื้นห้องน้ำอย่างบ้าคลั่ง สภาพน่าอนาถมาก
    แต่ทว่าจมูกเขาก็ยังได้กลิ่นเหม็นตลบอบอวล ไปทั่วห้องน้ำ วิทย์ชะเง้อมองดูในชักโครก ว่ามันใช้อย่างที่เขาคิดไว้ไหม?
    แล้วเขาก็พบกับคำตอบ มันคือทองหยิบทองหยอดเต็มชักโครกไปหมด เขาได้แต่สมเพชเวทนาชีวิตของเพื่อนเขามาก
    วิทย์ปิดประตูห้องน้ำแล้วกลับมาตั้งสติ คิดไตร่ตรองว่าจะทำอะไรเป็นอันดับแรกดี
    “ไอ้เบียร์! กูว่าชีวิตมึงมันบัดซบมากแค่มึงจะปลดทุกข์ (ขี้) มึงก็ดันกลายเป็นซอมบี้ไปซะอีก”
    สวรรค์ไม่ปราณีเบียร์มันเลยแต่วิทย์ก็เข้าใจความรู้สึกของมันนะว่าของอย่างนี้มันห้ามกันไม่ได้จริง ๆ
    แล้ววิทย์ก็ตัดสินใจว่าจะจัดการกับปัญหาในห้องน้ำเป็นอันดับแรก เขาเริ่มค้นหาข้าวของในห้องว่ามีของที่พอใช้เป็นอาวุธได้หรือไม่? แล้วเขาก็ไปหยุดที่ตรงหิ้งพระข้างเตียง
    วิทย์เห็นไม้คมแฝก วางเอาไว้เขาเลยหยิบไม้ขึ้นมาดู เขาจำได้ว่าไม้คมแฝกอันนี้เจ้าเบียร์เคยเอามาอวดให้เพื่อนในคณะดู มันเคยบอกไว้ว่าไม้คมแฝกอันนี้เป็นของตกทอดมาจากบรรพบุรษ
    แล้วก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนข้อมูลเกี่ยวกับไม้คมแฝกนี้ขึ้นมา
    “ติ๊ง!! … ไม้คมแฝก ยาว 70 เซนติเมตรลักษณะคล้ายสีเหลียมขนมเปียกปูน ตัวไม้ทำมาจากไม้งิ้วดำ ต้นงิ้วดำเป็นต้นไม้วิเศษที่มีเทพธิดารักษา เกิดอยู่ในป่าลึก โดยเฉพาะป่าที่มี อาถรรพ์เร้นลับยากที่มนุษย์จะเข้าไปถึงได้ง่ายๆ เนื้อไม้มีสีดำสนิทแข็งแกร่งมาก โบราณจารย์เล่าว่าหลายร้อยปีทีเดียวจึงจะเกิดมีขึ้นสักต้นหนึ่ง จัดเป็นของทนสิทธิ์มหาวิเศษชั้นดีชนิดหนึ่ง”
    “ท่านสามารถวิวัฒนาการไปพร้อมกับอาวุธไม้คมแฝกของท่านได้ ท่านจะเรียนรู้หรือไม่โปรดตัดสินใจ?!”
    “สวรรค์ ไม่เสียแรงที่ต้องถ่อมาดมขี้ถึงในห้องนี้จัดไปจะรอไรล่ะ บอกได้เลยว่า เต็มใจสุดดดดด”
    “เรียนรู้”
    แล้วแสงจากแหวนแห่งการวิวัฒน์ก็พุงเข้าไปหาไม้คมแฝก “ติ๊ง!! … กระบวนการหลอมรวมอาวุธสำเร็จโปรดตั้งชื่ออาวุธของคุณ!”