ยังไม่ทันที่ดาบจะได้เข้าใกล้ เหล่าหญิงสาวที่คราวนี้ใส่เสื้อผ้าแล้วก็ปรากฎตัวขึ้นอีกครั้ง หนึ่งคนในนั้นกระทำเพียงแค่เข้าต้านดาบของหยางเจี้ยนแต่เพียงเท่านั้น นางไม่ได้สวนโจมตีเข้ากลับแต่อย่างใด…
“นั่นล่ะ ต้องอย่างนี้สิถึงจะเป็นหยางเจี้ยนที่ข้าเคยรู้จัก…”
เตียงหานกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูถากถาง มันรู้สึกพอใจยิ่งนักที่สามารถปั่นหัวหยางเจี้ยนได้อีกครั้งนึง
ฮื่ม! ฟรึบ!
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เปรี้ยง!
ครืนน
หยางเจี้ยนพยายามฝ่าการป้องกันของหญิงสาวเหล่านั้นอีกหลายครั้ง แต่ก็ดูเหมือนว่ามันอาจจะต้องใช้เวลาอีกเสียหน่อย อารมณ์ของมันในตอนนี้พุ่งปี๊ดถึงขีดสุดไปแล้ว อย่างไรวันนี้มันก็ต้องมีคนตายสักคนให้มันรู้แล้วรู้รอดไป
“พอได้แล้ว! นี่พวกเจ้าเห็นที่นี่เป็นสนามหญ้าให้พวกเจ้าวิ่งเล่นหรืออย่างไร พวกเจ้าเก็บแรงที่ดูมีมากล้นไปลงกับพวกสัตว์อสูรจะดีกว่ามั้ย!”
เล้งโห่วพยายามตะโกนห้ามปรามออกมาอย่างสุดฤทธิ์ นี่พวกมันไม่อายคนอื่นบ้างเลยอย่างไงกัน ทำตัวอย่างกับเป็นเด็กน้อยที่กำลังทะเลาะเบาะแว้ง ในที่แห่งนี้มีมันเพียงคนเดียวหรืออย่างไรกันที่มีความเป็นผู้นำมากที่สุด…
“คนขี้อวดปะทะกับคนงี่เง่างั้นเหรอ? ช่างเป็นการทะเลาะของคนที่โง่เขลาเสียจริง…แต่ข้าก็ไม่ได้รังเกียจนักหรอกนะ ฮิ ฮิ ฮิ ”
ต่างจากเล้งโห่วที่พยายามตะโกนห้าม อี๋ลั๋วเซียนกับกระทำเพียงแค่นั่งมองคนสองคนทะเลาะกัน นางมองเหมือนกับว่าเรื่องพวกนี้ จะกลายเป็นเรื่องสนุกเรื่องหนึ่งที่สามารถค่าเวลาได้
หึ!
ฉึบ!
".…เจ้ารู้เรื่องพวกนั้น มาจากที่แห่งหนใด?"
หยางเจี้ยนเริ่มที่จะใจเย็นลง มันเก็บดาบเข้าฝักก่อนพร้อมกับอารมณ์ที่พยายามควบคุมไปด้วย
“…ฮ่า ฮ่า ฮ่า เรื่องอะไรที่ข้าอยากจะรู้ ข้าก็ต้องรู้ สายข่าวของข้า สามารถที่จะหาได้ทั่วทั้งแผ่นดิน อย่าว่าแต่ในสำนักพิทักษ์ธรรมเลย ถ้าข้าอยากที่จะรู้เรื่องในราชวงศ์ฉิน ข้าก็ต้องรู้!…”
เตียงหานกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างลำพอง มันเชื่อว่าทุกสิ่งที่มันกล่าวโอ้อวดออกมา มันย่อมสามารถที่จะกระทำได้
“……”
หยางเจี้ยนเมื่อได้ฟังเช่นนั้น ก็กระทำเพียงแค่ยืนมองหน้าอย่างเงียบๆ สายตาที่มันมองไปยังเตียงหานเปรียบเสมือนว่ามันยังมีเรื่องที่ยังไม่ค่อยเชื่อบางเรื่องอยู่..
"ทำไม? เถียงไม่ออกงั้นเหรอ? รับไม่ได้งั้นเหรอ? ฮ่า ฮ่า ฮ่า แพ้ให้กับไอ่เด็กบ้าที่ไหนก็ไม่รู้ ถ้าเป็นข้านะ ป่านนี้คงอายจนต้องขอเอามีดปาดคอตนเองไปแล้ว…ตัวข้าน่ะนะ…อยากที่จะหาตัวไอ่เด็กนั่นให้เจอ แล้วก็ตบรางวัลให้มันอีกสักสองสามครั้ง หรือว่าจะพามันมาทำงานด้วยเลยก็ดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
ยิ่งเห็นหยางเจี้ยนนิ่งเงียบมันก็ยิ่งได้ใจ ความสุขของมันก็คือการได้ซ้ำเติมคนอื่นให้ตกต่ำยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ หลังจากจบเรื่องนี้ มันจะต้องให้คนไปตามหาไอ่เด็กนั่นให้เจอเสียแล้ว ไม่ว่ามันจะบังเอิญชนะหรืออย่างไรก็ตาม แต่มันก็คุ้มค่าที่จะเอามันมาตรอกย้ำซ้ำเติมไอ่หยางเจี้ยนให้มันโมโหโกทามากขึ้น…น่าแปลกที่ครั้งก่อนมันหาตัวเจ้าเด็กนั่นไม่เจอ แต่ครั้งหน้ามันจะต้องตามหาตัวให้เจอให้จงได้
“รับไม่ได้งั้นเหรอ? ตบรางวัลงั้นเหรอ?…กล่าวโอ้อวดเสียตั้งมากมาย…สุดท้ายเจ้าก็ไม่ได้รู้อะไรเลยสินะ….”
หยางเจี้ยนเมื่อได้ยินอย่างนั้นมันก็ยิ่งมั่นใจ นี่เจ้าเตียงหานมันไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับเจ้าเซียวเย่เลยแม้แต่เพียงน้อยนิด มันถึงได้พูดออกมาแต่เพียงอ้อมๆ
“ไม่ได้รู้? นี่เจ้าพูดเรื่องอะไรของเจ้ากัน…ไม่มีเรื่องอะไรที่ข้าอยากจะรู้ แล้วข้าไม่สามารถที่จะรู้ได้หรอก!!”
เมื่อมีคนที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดของมัน มีหรือที่มันจะชอบใจ หรือว่ายังอารมณ์ดีอยู่ได้ มันอยากจะรู้ว่าสิ่งที่หยางเจี้ยนต้องการที่จะสื่อคืออะไร
"ก็จริงอยู่ที่ว่าข้านั้นได้พ่ายแพ้…แต่ว่า…ตัวข้านั้นไม่ได้พ่ายแพ้ให้กับเด็กบ้าหรือว่าเด็กน้อยที่ไหนแต่อย่างใด แต่ข้าพ่ายแพ้ให้กับเด็กที่แข็งแกร่ง…แม้แต่ระดับที่ห่างชั้น…มันก็ยังจะสามารถที่จะชนะข้าได้….เด็กบ้างั้นเหรอ?…หึ!…เมื่อก่อนข้าก็เคยคิดว่ามันเป็นเพียงแค่เด็กบ้าๆคนหนึ่ง แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่! ทุกๆอย่างมันผิดไปหมด! ไอ่เด็กนั่นนะ มันเลยขีดจำกัดของคำว่าบ้าไปตั้งนานแล้ว…มันน่ะ…มันน่ะกลายเป็นไอ่เด็กปีศาจไปแล้ว…ไม่สิ…มันเป็นเด็กปีศาจมาตั้งแต่แรก!"
หยางเจี้ยนกล่าวออกมาพร้อมกับหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีต ใบหน้าของมันเริ่มที่จะกลับกลายเป็นคร่ำเครียด เหงื่อเล็กน้อยเริ่มที่จะปรากฎและหยดไหล มือที่เก็บดาบเข้าฝักของมันเริ่มที่จะมีอาการสั่นเพราะตื่นกลัวอยู่เล็กน้อย
“….ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า …นี่เจ้าบ้าไปแล้วเรอะ! ที่แพ้น่ะข้าก็พอที่จะเข้าใจ แต่การที่เก็บไปคิดเป็นตุเป็นตะแบบนั้นน่ะ เจ้าไม่คิดว่ามันไร้สาระและเว่อเกินจริงบ้างเลย? ถ้าไม่ได้ประมาทก็ฝึกฝนให้มากขึ้นแล้วไปแก้แค้นเสียสิ อย่างนี้สิถึงเป็นวิถีนักยุทธิ์ที่แท้จริง..เจ้าอย่าได้ลืม…ว่าเจ้านั้นแพ้ให้กับเด็กคนหนึ่งก็เท่านั้น…เพราะฉะนั้นเจ้าอย่ามาทำให้ข้าต้องหลุดขำอีกเลยจะดีกว่า”
แม้แต่เล้งโห่วที่ได้ฟังก็ยังอดไม่ได้ที่จะหลุดขำ นี่มันไปแพ้ให้กับเทพสงครามมาหรืออย่างไร ทำไมมันถึงได้ตื่นกลัวอะไรมากมายซะขนาดนั้น ช่างไม่สบกับการที่เป็นจอมยุทธิ์เอาเสียเลย
เตียงหานที่ได้ยินเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยักไหล่ มันเห็นด้วยกับคำพูดของเล้งโห่วอย่างมากเลยจริงๆ
"……เจ้าหาตัวเจ้าเด็กนั่นไม่เจอหรอก…เจ้าไม่มีวันหาเจอ…เจ้าจะเจอก็ต่อเมื่อมันอยากที่จะให้เจ้าเจอ…แต่ก็ไม่รู้ว่าวันนั้นจะเป็นวันดีของหรือว่าวันตายของเจ้ากันแน่…"
หยางเจี้ยนหันหน้าไปมองเล้งโห่วอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะหันหน้ากลับไปมองเตียงหาน และกล่าวออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่กำลังเหมือนคุยกับคนโง่
"….โอ้ว…ถ้าเจ้าพูดถึงขนาดนี้ ข้าชักอยากที่จะเจอตัวแล้วสิ มันจะใหญ่โตหรือยิ่งใหญ่สักแค่ไหนกันเชียว…ก็จริงอยู่…ที่ว่าครั้งก่อนข้าตามหาตัวมันไม่เจอ…แต่ครั้งหน้าก็ไม่แน่…ของแบบนี้มันก็ต้องใช้เวลากันบ้าง…เจ้าไม่คิดเช่นนั้นบ้างเลยเหรอ…"
ถึงเตียงหานจะเป็นคนที่ขี้อวด แต่มันก็เป็นคนที่มีจริงๆ และถึงมันจะเป็นคนที่ชอบพูดจายั่วยุคนอื่น แต่มันก็ไม่ใช่คนโง่จริงๆ ทำไมมันจะมองไม่ออกว่าหยางเจี้ยนพยายามที่จะยั่วยุ ชักจูงเด็กน้อยคนนั้นให้เจอกับมัน…แต่ถึงจะดูออกแล้วอย่างไร…แล้วแบบนี้ก็ใช่ว่ามันจะไม่เคยพบเจอมาก่อน ต้องบอกว่ามันเคยกลัวซะที่ไหน เส้นทางที่จะเป็นผู้มั่งคั่งที่สุดในแผ่นดิน จะมาสะดุดล้มให้กับเด็กน้อยที่ไหนก็ไม่รู้ได้อย่างไรกัน
"ไม่แน่ว่าเจ้าไม่ต้องเสียเวลาหา สักวันหนึ่งมันอาจจะมาหาเจ้าเองเลยก็ได้.."
หยางเจี้ยนเมื่อเห็นว่าปลางับเหยื่อแล้ว พูดมากเกินไปจะไม่เป็นการดี พูดเพียงแค่เล็กน้อยแล้วแยกตัวออกมาจะดีกว่า
เมื่อกล่าวจบมันก็กำลังจะหันหลังเดินจากไป แต่ก็ชะงักอยู่เล็กน้อย ก่อนที่จะกล่าวขึ้นมาเป็นการทิ้งท้าย
“เล้งโห่ว…เรื่องแบบนั้นข้าไม่จำเป็นที่จะต้องให้เจ้ามาสอน ตัวข้าในตอนนี้ก็กำลังฝึกฝนและกำลังตั้งใจที่จะแก้แค้นอยู่เช่นเดียวกัน”
พรึบ!
!!!!!!
มันกล่าวทิ้งท้ายถึงเล้งโห่ว ก่อนที่จะเปิดผ้าม่านกระโจมเดินออกไปเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่น่าแปลกที่เล้งโห่วกับอยู่ในท่วงท่าจับกระบี่เตรียมสู้อย่างไม่รู้ตัว
"หืม! เล่งโห่ว เจ้าตั้งท่าอะไรของเจ้า นี่หรือว่าเจ้าจะกำลังเต้นรำให้ข้าชมดูงั้นเหรอ?"
เตียงหานมันหน้าไปมองเล้งโหล่วด้วยอารมณ์ขำขัน นี่เจ้าเล้งโห่วมันกำลังทำบ้าอะไรของมันกัน
“…เจ้าจะไม่รู้อะไรเลยก็ไม่แปลก ถ้าอยากจะรู้ก็ถามเหล่าหญิงสาวของพวกเจ้าเองก็แล้วกัน…”
เล้งโห่วเหมือนว่าจะกลับมาได้สติแล้ว มันหันหน้าไปมองโดยรอบก่อนที่จะกล่าวตอบออกไป กลิ่นอายสังหารช่างรุนแรงนัก มันไม่ถูกต้อง ความแข็งแกร่งขนาดนี้จะไปแพ้ให้กับเด็กไร้ชื่อได้อย่างไรกัน หรือว่าเจ้าเด็กนั่นจะเป็นเด็กปีศาจอย่างที่เจ้าหยางเจี้ยนมันว่าจริงๆ
หืม!
เตียงหานหันหน้ากลับมามองสังเกตคนรอบข้าง มันพบว่าเหล่าหญิงสาวของมันในตอนนี้ ทุกคนล้วนอยู่ในอาการตรึงเครียด และเหงื่อชะโลมทั่วตัวและศีรษะ พวกนางหายใจเข้าออกไม่ทั่วท้องอยู่เป็นช่วง เตียงหานเริ่มที่จะเข้าใจขึ้นมาบ้างเลยว่ามันเกิดอะไร
“คนของเจ้าไม่เป็นอะไรหรอก ก็แค่ไม่อาจทนแบกรับจิตสังหารที่มากเกินไปก็เท่านั้น เจ้าไม่ได้รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือ….น่าแปลกนะที่มันไม่ได้เพ่งเล็งมาที่เจ้าเลยน่ะ”
เล้งโห่วกล่าวอธิบายคลายสงสัยให้ฟัง น่าแปลกที่คนยั่วยุเพียงเล็กน้อย ก็เจอเจ้าหยางเจี้ยนมันหยอกกลับซะแล้ว แต่นี่เจ้าเตียงหานที่ไปยั่วยุก่อกวนกับมันมากที่สุด กลับไม่เป็นอะไรเลย
“เตียงหาน…..สายข่าวขอสมาคมการค้าต้าลั๋วย่อมน่าเกรงขาม ใครบ้างที่ไม่รู้จัก การที่จะตามหาสืบข่าวเด็กน้อยคนหนึ่ง พวกมันย่อมกระทำได้โดยง่าย….เจ้าลองคิดแบบนี้ดูนะ…..ถ้าหากว่าสายข่าวของเจ้าหาข่าวเกี่ยวกับเจ้าเด็กนั่นได้แล้ว…แต่ไม่สามารถที่จะรอดชีวิตกลับมาบอกเจ้าได้ล่ะ ถ้าลองคิดแบบนั้น เรื่องราวมันก็จะน่าสนุกนะว่ามั้ย ”
อี๋ลั๋วเซียนกล่าวอะไรขึ้นมาบ้าง นางกล่าวออกมาให้เตียงหานพยายามคิดตามดู
“…….”
เตียงหานเมื่อได้ฟังมันก็เริ่มที่จะคิดตาม คนของมันหายสาบสูญไปจริงๆ แต่มันไม่เคยคิดถึงเหตุผลแบบนี้มาก่อน เนื่องจากมันขี้เกรียจว่าง มันก็เลยไม่ได้ตามตรวจสอบว่าคนของมันหายสาบสูญไปกับภารกิจไหน
หรือว่าจะเป็นเพราะภารกิจนั้น…
“เด็กปีศาจงั้นเหรอ? ถึงแม้ว่าจะใช้คำพูดที่เว่อวังไปเสียหน่อย แต่ข้าก็ไม่ได้รังเกียจหรอกนะ ฮิฮิฮิ”
อี๋ลั๋วเซียนท้าวคางและหัวเราะออกมาด้วยท่าทางที่ชวนหลงเสน่ห์ นางเริ่มรู้สึกว่าในชีวิตนี้ของนางจะมีอะไรที่น่าสนุกเพิ่มมากขึ้น
เด็กปีศาจ? จะเป็นเจ้าหรือเปล่านะ ที่จะมาเติมเต็มความปรารถนาของข้าให้เป็นจริง…