ตอนที่ 18ติณภพกับความสับสน
ณ บริษัทแสงจันทร์
“วาคุณมีธุระอะไรหรือเปล่าทำไมมาหาผมถึงบริษัทได้ครับ”
“บังเอิญวาพบลูกค้าแถวนี้ค่ะภพ เลยอยากชวนคุณไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันหน่อยอีกอย่าง… เราสองคนก็ไม่เจอกันมาสักพักแล้วด้วย” หญิงสาวในชุดกระโปรงรัดรูปสีชมพูอ่อนเน้นขับให้ผิวขาวดูผ่องขึ้น ชุดที่หญิงสาวสวมยังอวดรูปร่างทรวดทรงองเอวจนดูน่าถนุถนอม ทำให้มองดูสบายตาน่าหลงไหล หญิงสาวเดินเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของติณภพอย่างคุ้นชิน
ติณภพยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู เป็เวลาเที่ยงตรงพอดี หลังจากที่วันนี้เขานั่งเครียดมาตลอดทั้งครึ่งเช้าของวัน ด้วยสาเหตุที่ว่าแสงจันทร์เอยถึงเื่การยกตำแหน่งประทานบริษัทให้เขารับไว้ก่อน ตัวเขาเองไม่อาจจะปฏิเสธแสงจันทร์ได้ ถึงแม้จะได้ยินคำครหาในบริษัทอยู่บ้าง แต่เขาก็เมินเฉยต่อคำพูดเหล่านั่นและพิสูจน์ตัวเองมาตลอด แต่วันนี้เขารู้สึกไม่ชอบตัวเองที่เป็อยู่เลย เขาเหมือนหนูตกถังข้าวสารแค่เพียงเพราะเขาแต่งงานกับยัยเด็กนั่นไม่ถึงเดือนก็ได้ตำแหน่งใหญ่โตมาครองแล้ว
“ภพคะ ภพคุณเป็อะไรไปค่ะทำไมเงียบไปแบบนี้ล่ะ”
“ผมคิดเื่งานนิดหน่อยครับวา”
“นี่วามากวนคุณหรือเปล่าค่ะ”
“ไม่ใช่แบบนั่นวา ผมกำลังจะกลับพอดีเดียวเราไปทานข้าวกันครับ”
“วาไม่ได้เอารถมาค่ะภพ”
“งั่นไปรถผมก็ได้ครับ”
สองคนมาทานข้าวเที่ยงกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งตั่งอยู่ในย่านที่ผู้คนพรุกพร่าน หากแต่เป็ร้านที่ข้างในเงียบสงบเหมาะแกการมาเดดมากๆ พนักงานเมื่อเห็นว่าติณภพเดินเข้ามาก็กุลีกุจรีบออกมายืนต้อนรับทันทีด้วยเพราะชายหนุ่มเป็หนึ่งในหุ่นส่วนของร้าน และนำไปยังโต๊ะอาหาร
หญิงสาวเพื่อนสนิทยกกล้องขึ้นมากดถ่ายรูปตัวเขากับชายหนุ่มเพื่ออัพเดดขึ้นไอจีของตัวเอง
“คุณยิ้มหน่อยไม่ได้เหรอค่ะภพ”
“โทษที่วา ผมไม่อยากถ่ายรูปเท่าไหร่” ชายหนุ่มตอบออกไปตามตรงทำหญิงสาวหน้าเสียไปเล็กน้อย แต่พอเห็นแบบนั่นชายหนุ่มกลับหยิบโทรศัพท์ในมืออัยวาขึ้นมากดถ่ายเอง รอยยิ้มสวยจุดขึ้นบนใบหน้าหญิงสาวเพื่อนสนิท ทานข้าวกันเสร็จเขาก็ไปส่งหญิงสาวที่คอนโด ระหว่างขับรถกลับมาฝนตกหนักตลอดทาง แถมรถยังติดอีกต่างหาก ไม่รู้ว่าเส้นทางข้างหน้าน้ำจะท่วมถนนไหมชายหนุ่มหันไปมองนาฬิกาในรถบอกเวลา สิบห้านาฬิกาแล้ว เขาตัดสินใจขับรถกลับบ้านโดยไม่เข้าไปที่บริษัทอีก รถเขาขับเข้ามาจอดในลานจอดรถของบ้าน ชายหนุ่มตัวเปียกเล็กน้อยจากละอองฝนที่สาดเข้ามาระหว่างทางที่เดินเข้าบ้าน มือใหญ่ปัดละอองน้ำฝนออกจากเสื้อผ้าตัวเองเล็กน้อย
ในบ้านเงียบสนิทเหมือนไม่มีคนอยู่ เขาเดินขึ้นชั้นสองเคาะประตูเรียกธนวินท์ แต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ชายหนุ่มจึงเดินลงมาชั้นล่างอีกครั้ง เมื่อหาในบ้านแล้วไม่เจอเขาจึงเดินกางร่มลัดเลาะผ่านสระว่ายน้ำข้างบ้านเรื่อยมาจนหยุดยืนมองไปในส่วนหลังบ้านท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาห่าใหญ่ เขากวาดสายตามองหาธนวินท์อย่างร้อนรนไปจนทั้วทั้งบริเวณหลังบ้าน แต่แล้วสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ศาลาใกล้สวนกุหลาบหลังเก่าที่ไม่มีได้ใช้งานมานานแล้ว
“เจอตัวสักที” ชายหนุ่มพึมพำคนเดียวแล้วรีบย่างสามคุมฝ่าพายุฝนไปหาเด็กตัวขาวทันที ธนวินท์ทยืนตัวสั่นกอดตัวเองใต้ชายหลังคาศาลาพุพัง ทั้งหนาวทั้งสั่น และที่ทำให้เขาต้องวิ่งแจ้นมาหลบอยู่ตรงนี้เพาะเสียงฟ้าร้องดังกึ่งก้องและฝนที่เทลงมากะทันหันพร้อมกับพายุที่พัดกระหนำต่างหากละ
“อาภพ~” เด็กหนุ่มตัวสั่นปากสั่นเรียกชื่อติณภพออกมาเสียงเบาหวิว
“ไปไหนมา ฉันเดินหาจนทั่วบ้านก็ไม่เจอ”
“เมื่อกี่วินอยู่ในสวนคับ” ชายหนุ่มกวาดสายตามองเด็กหนุ่มตัวขาว ทั้งใบหน้าเสื้อผ้าและมือที่เปื่อนเลอะคราบดินคราบโคลน
แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ธนวินท์รู้สึกสกปรกเลยแม้แต่น้อย กลับกันเขากลับชอบที่ได้ใช้เวลาว่างยามเหงาในการปลูกต้นไม้รดน้ำดูแลส่วน ยิ่ง่นี้ที่ติณภพกลับบ้านดึกดื่นทุกวัน หรือบางวันที่อาจจะไม่กลับเลยมันทำให้เขาเหงา
มองออกไปพื้นที่เกือบทั้งหมดบริเวณหลังบ้านของติณภพเต็มไปด้วยกุหลาบ เป็ส่วนกุหลาบของชายหนุ่มที่ปลูกเอาไว้ั้แ่มาซื้อบ้านหลังนี้เมื่อหลายปีที่แล้ว ติณภพหมั่นดูแลรถน้ำ ทั้งยังเคยถึงขนาดจ้างคนมาดูแลใกล้ชิดใน่ที่เขาไม่ว่าง แต่่สองปีหลังๆ มานี้เื่ของธนวินท์มักเข้ามากวนใจเขาตลอดจนเขาแทบไม่ได้เข้าไปดูแปลงกุหลาบเลยปล่อยทิ้งไว้อย่างนั่น นี่ถ้าธนวินท์ไม่พูดเื่ส่วนหลังบ้านขึ้นมาเขาคงลืมไปเสียสนิทแล้ว
“ใครอณุญาติให้เธอเข้าไปที่นั่น” น้ำเสียงของชายหนุ่มกระด่างขึ้นจนธนวินท์ลนลานรีบบอกอธิบายเสียงเบาหวิว พรางเหลี่ยวสายตาหันกลับไปมองรั่วกุกลาบของติณภพ
“วินอณุญาติตัวเองแล้ว~”
“เธอนี่มัน! หึ ยอกย้อน!!” คำตอบของเด็กหนุ่มทำเอาติณภพยิ่งฉุนโกรธขึ้นกว่าเดิม
“ก็อาภพไม่อยู่บ้านนี่คับ!วินเหงา”
“ถึงอย่างนั่นก็เถอะ!” เสียงถอนหายใจของติณภพทำให้ทนวินท์ก้มหน้ายอมรับผิด เขารู้ตัวแล้วว่าตอนนี้คงทำผิดไปเขาเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของอาภพโดยไม่ได้ขอก่อน ไม่งั่นอาภพคงไม่ถอนหายใจรำคาญเขาแบบนี้หร่อก
“อาภพไม่อยากให้วินเข้าไปที่ส่วนนั่นอีกใช่ไหมคับ”
“ใช่ วันหลังถ้าฉันไม่อณุญาติก็อย่าสะเออะเดินเข้าไปอีก” แค่คำพูดเดียวของติณภพกลับสร้างบรรยากาศชวนกดดันจนทำจิตใจคนฟังบอบช้ำจนน้ำตาเออล้นขอบตาออกมา มันหยดลงบนแก้มขาว ไหลลงปลายคาง
“คับ ฮึก~วินจะจำไว้” ดวงตารูปเหยี่ยวสีนิลวาวโรจจ่องมองกุหลาบช่อใหญ่ในมือเด็กหนุ่ม ทั้งที่เมื่อก่อนเขาห่วงแหนพื้นที่ตรงนั่นมากมายขนาดไหนแต่พอเห็นลูกแก้วใส่ในตาของเด็กหนุ่มที่มีน้ำตาเออนอง ใจเขาก็อ่อนยวบลง แต่ยังคงเกร็กขรึมเป็คุณอาจอมโหดเหมือนเดิม
“อะไรที่ฉันไม่ชอบหัดจำใส่สมองไว้บ้างก็ดี” แววตาสั่นระริกบวกกับน้ำตาที่เออนองเต็มหน้า ทำเอาสายตาแข็งเกล้าของชายหนุ่มเริ่มอ่อนลง ติณภพมองใบหน้าเลอะคราบน้ำตาอย่างขัดใจมือใหญ่ยกขึ้นมาหมายจะเช็ดคราบน้ำตาออกจากใบหน้าของเด็กหนุ่มให้ แต่แล้วมือเล็กของธนวินท์ก็ปัดมือเขาทิ้งไปอย่างไม่ใยดี แล้วยกมือเปื้อนดินขึ้นมาเช็ดไปบนใบหน้าตัวเองลวกๆ แทน จนแก้มใสยิ่งเลอะคราบดิน แถมเ้าตัวยังเปียกมะล่อกมะแล่กราวกับลูกแมวตกน้ำ จากสายฝนที่ตกกระหน่ำลงมาไม่ขาดสายถ้ายังขื่นยืนอยู่ตรงนี้มีหวังหลานชายคุณท่านคงไม่สบายเป็แน่
“ขอตัวคับ!” ว่าพรางหันหลังจะวิ่งออกไป แต่แล้วข้อมือเล็กก็ถูกคว้าจับเอาไว้ซ๊ะก่อน ชายหนุ่มทิ้งร่มในมือ คว้ากอดร่างของทนวินท์ที่ปลิวเข้ามาปะทะอก ติณภพทำเพียงออกแรงกอดรัดเด็กหนุ่มที่ดิ้นรนจะหาทางออกจากอ้อมกอดของเขาให้ได้
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ!” พอเห็นธนวินท์ร้องไห้ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้พูดแบบนั่นออกมา
“ฮึก ปล่อยวินเดี่ยวนี่นะ อาภพปล่อยฮึก~”
เด็กหนุ่มดิ้นจนเหนื่อยเมื่อติณภพไม่มีทีท่าจะปล่อยกันโดยง่ายจนเขาต้องหยุดดิ้นไปเองในที่สุด สองคนได้แต่ยืนกอดกันเงียบๆ ปล่อยให้
เสียงฝนทำหน้าที่เป็เพลงปลอบประโลมใจ
ใบหน้าสวยเลอะคราบดินโครนค่อยๆ เงย ชายตามองชายหนุ่มทั้งน้ำตา ติณภพละมือออกจากเอวบางขึ้นมาจะเช็ดคราบโครนออกให้ แต่แล้วพอได้สบสายตากันเป็ทนวินท์เองที่ไม่อาจทนมองสายตาของติณภพได้ เ้าตัวซุกใบหน้าหลบเข้าหาอกแกร่งอีกครั้ง เท้าเล็กจิกพื้นมือสองข้างกำเสื้อชายหนุ่มใบหน้าร้อนผ่าว จากที่ร้องไห้อยู่ดีๆ กลับกลายเป็ความเขอะเขินจนสองข้างแก้มขึ้นสีแดงระเรือ ทั้งยังเขินสายตาคนมองอีกต่างหาก
“ฉันแค่กลัวเธอโดนแมลงกัด ่นี้หน้าฝนด้วยที่รกๆ แบบนั่นฉันไม่อยากให้เธอเข้าไป เกิดเจองูขึ้นมาจะทำยังไง แค่เป็ห่วงฉันหมายถึงเดียวคุณยายเธอจะเป็ห่วง”
“อืม” พยักหน้าในอ้อมกอดคนเป็สามี
“ไปอ่าบน้ำเถอะ เดี่ยวฉันจะไปทำข้าวเย็นให้ทาน” ติณภพมองตามสายตารู้สึกผิดของเด็กหนุ่มแล้วก้มลงมองคราบโครนที่เปื้อนไปบนเสื้อผ้าของเขา ทั้งเน้คไทป์ก็เลอะไปตามๆ กัน ก่อนจะกลับไปจ่องมองเด็กหนุ่มอีกครั้งดวงตาของเด็กหนุ่มช่างเหมือนกับดวงตาของวาดจันทร์ราวกับเป็คนๆ เดียวกัน
“เลอะหมดแล้วคับอาภพ”
“ช่างเถอะค่อยซักเอา”
“อืม”
“เข้าบ้านเถอะ”
“อืม” บอกให้น้องไปแต่มือใหญ่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากเอวน้อง สองร่างยังคงแนบชิด ติณภพเลิกคิ้วสงสัย ธนวินท์เงยหน้าอมยิ้มหลบสายตาเหยี่ยววสีนิลเข้มคู่นั่น
“หรืออยากให้ศาลามันพังลงมาก่อน”
“มืออาภพ”
“มือ”
“คับมือ” ร่างเล็กเอี่ยวบิดตัวเล็กน้อย ทำเอาติณภพรู้ตัว ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยมือออกจากเอวบาง
เขากระแอ้มไอเล็กน้อยแก้เขิน แล้วก้มลงหยิบร่มขึ้นมาจากพื้น เดินนำออกไปนอกศาลา ธนวินท์เห็นแบบนั่นก็รีบตามเข้าไปในร่มด้วยกัน ชายหนุ่มวาดกอดเอวบางเข้าหาตัว
“อาภพ”
“เดี่ยวก็โดนฝนหร่อก” สองคนเดินมาเรื่อยๆ ไม่มีบทสนธนาใดๆ สองขาก้าวไปพร้อมกัน ติณภพลดช่างจังหวะก้าวยาวๆ ของตนลงเพื่อให้เด็กหนุ่มเดินตามเขาทัน เขาเอียงร่มไปฝั่งธนวินท์ส่วนตัวเขาจากที่ไม่เปียกตอนนี้เปียกไปแล้วครึ่งซีก
“ไปอ่าบน้ำเถอะ เดี่ยวฉันจะไปทำกับข้าวให้” “คับ”
ต่างคนต่างแยกย้ายกันไป ธนวินท์กลับเข้าห้องไปอ่าบน้ำแต่งตัวใหม่ ส่วนติณภพเขาเดินแยกเข้ามาในห้องครัวแทน
….
เด็กตัวขาวเดินเข้ามาในห้องครัว เขาสวมเสื้อผ้าแขนขายาวด้วยเพราะความหนาวเย็นของอากาศเพราะฝนที่ยังตกกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย
“อาทำอะไร หอมจังเลยคับ” เป็จังหวะเดียวกับที่ชายหนุ่มกำลังแกะผ้ากันเปื้อนออกจากตัวอย่างทุลักทะเล ธนวินท์เดินเข้ามาช่วยแกะปมผ้ากันเปื่อนแล้วดึงออกให้จากทางด้านหลัง ติณภพเห็นแบบนั่นเขาหยุดนิ่งปล่อยให้เด็กหนุ่มทำตามใจตัวเองไป
“ทานไปก่อนได้เลย ฉันขอไปอ่าบน้ำก่อนเดี่ยวมา”
“น้องวินรอทานข้าวพร้อมอาภพได้ไหม~” เสียงพูดขอหวานจับใจทั้งดวงตาที่ส่งไปมองชายหนุ่มอย่างออดอ้อนแบบนั่น
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเขาทำเพียงเดินออกไปทันที แต่คนที่ยืนอยู่ในห้องครัวกลับยิ้มออกมาอย่างดีใจเพราะั้แ่ย้ายเข้ามาอยู่กับติณภพเกือบสองอาทิตย์แล้ว ยังไม่เคยได้ทานอาหารฝีมือติณภพจริงจังด้วยกันบนโต๊ะเลยสักครั้ง
เด็กหนุ่มเดินมาที่โต๊ะอาหาร เขาดึงเก้าอี้ออกมานั่งสายตากวาดมองดูอาหารบนโต๊ะ มีไข่เจียว คะน้าผัดกุ้งแกงส้มกุ้งเป็กับข้าวธรรมาดาแต่ทำเอาธนวินท์แย้มยิ้มออกมาจนเต็มแก้มเพราะเป็อาหารที่สามีทำให้ทาน
ติณภพเดินเข้ามาที่ที่โต๊ะอาหาร ธนวินท์ที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วเงยหน้าขึ้นมอง กางเกงขาสั่นใส่สบายกับเสื้อยืดตัวเก่งของชายหนุ่ม
“อาภพไม่หนาวเหรอคับ” ติณภพเพียงมองผ่านไม่ได้ใส่ใจจะตอบคำถามของธนวินท์ เขานั่งลงตรงข้ามกับเด็กหนุ่ม ธนวินท์กุลีกุจอรีบตักข้าวใส่จานให้ แถมยังรินน้ำใส่แก้วให้อีกต่างหาก
“ขอบคุณอาภพนะคับ น้องวินชอบทุกอย่างเลย” เด็กหนุ่มยิ้มขอบคุณแก้มจะแตกหลังกลับมานั่งทานประจำที่เขาตักแกงส้มกุ้งของโปรดทานกับไข่เจียว พรางเงยหน้ามองคนที่กำลังคุยโทรศัพท์สีหน้าจริงจัง ‘อาภพเท่ห์จัง’
“ครับผมทราบ ถ้ายังไงคุณอัญเตรียมเอกสารไว้นะครับ พรุ่งนี้ผมจะรีบเข้าไปดูแต่เช้า”
‘คุณภพอย่าลืมเอกสารการประชุมพรุ่งนี้ที่อัญส่งให้ด้วยนะค่ะ’
“ครับคุณอัญ งั่นแค่นี้ก่อนนะครับ”
“อาภพทานกุ้งคับ” ธนวินท์ตักคะน้าผัดกุ้งใส่ในจานข้าวชายหนุ่ม ติณภพทำเพียงเหลือบสายตามามอง แต่ชายหนุ่มก็ตักทานจนใบหน้าเล็กแย้มยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ติณภพมองใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างไม่ชอบใจนัก
…..
วันต่อมาติณภพที่เพิ่งกลับมาจากทำงานในมือหอบหิ้ว ของสดที่ไปแวะซื้อมาจากซุปเปอร์มาเก็ตแห่งหนึ่ง พอเปิดประตูบ้านเข้ามาก็เจอเด็กตัวขาวยืนรอถือแก้วน้ำเย็นอยู่หน้าประตูบ้าน
“น้ำคับอาภพ” ชายหนุ่มมองเมินเด็กตัวขาวเดินเลยมาจนถึงโต๊ะทานข้าว เขาว่างของไว้บนโต๊ะแล้วเปิดตู้เย็นหยิบเหยือกน้ำมาเทใส่แก้วเอง พรางยกขึ้นมาดื่มไม่สนใจน้ำในมือของธนวินท์
แต่เด็กหนุ่มก็ยังละความพยายาม เขายกแก้วน้ำขึ้นดื่มบ้างแล้วเดินมาใกล้ๆ กับติณภพ เห็นเด็กหนุ่มเดินเข้ามาจนใกล้ เขาก็ผละเดินออกมานั่งลงบนโซฟาแทนเขาหลับตาลงจากความเหนื่อยล้าที่ออกไปเผชิญมา แล้วไหนจะต้องกลับมารับมือกับตัววุ่นวายที่บ้านอีก ธนวินท์ขมวดคิ้วพรางใช้ความคิด แล้วเดินอ้อมหลังมาหาชายหนุ่มที่โซฟา มือเล็กลงน้ำหนักมือพอดีมือ นวดคลึงบนไหล่ของชายหนุ่มอย่างตั้งใจ เขารู้วิธีการนวดผ่อนคลายจากป้าน้อยที่สอนมาั้แ่เด็กเพราะเขาชอบนวดให้แสงจันทร์อยู่บ่อย มือน้อยบีบนวนจนคนหลับเคลิบเคลิ้มไปอึดใจแล้วก้มหน้าลงกระซิบถามข้างหู นั่นแหละเ้าตัวถึงได้สติ
“อาภพเหนื่อยไหมครับ”
“ใครอนุญาติให้เธอเอามือมาแตะตัวฉัน” เสียงเรียบนิ่งส่วนกลับไปทันทีไม่เว้นจังหวะ
“วินแค่อยากช่วย”
“เอามันออกไปก่อนที่ฉันจะโกรธ”
“ไม่คับ” เด็กหนุ่มปฏิเสธพรางก้มมากอดไปรอบไหล่กว้างของติณภพ เกยคางลงบนไหลไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆชายหนุ่มทำเพียงถอนหายใจเหนื่อยๆ เขามีหลายเื่ให้ต้องคิดมากมายพออยู่แล้ว ยังต้องกลับมาสู้รบกับเด็กคนนี้อีก เขาชักจะหมดความอดทนแล้วเหมือนกัน มือใหญ่ดึงแขนของธนวินท์เท่าไหร่ก็ไม่ยอมปล่อย ชายหนุ่มจึงใช้จังหวะนั่นเงยหน้าขึ้นงับจูบลงบนปากอิ่ม เขาตั้งใจจูบลงโทษเด็กดื้อพูดไม่รู้ฟังมากกว่าจะเป็จูบแสนหวาน มือใหญ่ตรึงศรีษะเด็กหนุ่มไว้ไม่ยอมปล่อย กดกระแทกปากบดขยี่อย่างหื่นกระหาย รสเค็มพร่าและกลิ่นคาวเืคละคลุงอยู่ในโพร่งปากนั่นและเขาถึงได้ผละตัวออกมาปากอิ่มแดงบวมเจ้อพลิกแตกเล็กน้อยจากแรงขบกัดของเขา เป็อิสระเด็กหนุ่มก็ผละออกมาเช็ดน้ำตาไหลปอยๆ มองเขาด้วยสายตาตัดพ้อแล้วหันหลังจะวิ่งขึ้นข้างบน
“เดี่ยว! “เด็กหนุ่มหยุดเท้าไว้หน้าบันได ยังไม่ได้หันกลับมามองคนเรียก
“คราวหน้าคราวหลังถ้าอะไรที่ฉันไม่ได้สั่งก็อย่าสะเออะทำอีก โดยเฉพาะ… อย่าพยายามทำเหมือนเป็เมียฉัน” ชายหนุ่มหันไปมองแก้วน้ำบนโต๊ะก่อนจะหันกลับมามองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่ตัวสั่นเทาจากการกลั่นสอื่น
มีอีบุ๊ค
Meb: https://www.mebmarket.com/ebook-256815-ไม่เคยคิดที่จะรัก-Not-Love ราคา 35 บาท
Pinto : https://pintobook.com/ebooks/64dba66cfdab70b633c7eb82 ราคา 27.55 บาท