Alternate Liberation : The Conqueror of Chaos

    บทที่ 5 ดินแดนแห่งจักรกล ตอนที่ 1: การเดินทางจากท่าเรือพีพีพี

    รถไฟแม่เหล็กไฟฟ้าสีดำสนิทพุ่งทะยานไปตามรางที่ดูเหมือนเส้นโลหะส่องประกายเหนือผิวน้ำ ความเร็วอันนุ่มนวลไม่ส่งผลให้ผู้โดยสารรู้สึกสะเทือน แต่วิวที่เปลี่ยนแปลงไปด้านนอกกลับทำให้ทุกคนเงียบสงบเพื่อซึมซับมัน


    “นั่นมันอะไร?” ยูเอะเอ่ยขึ้นพร้อมกับจ้องตึกสูงลิบที่ปรากฏขึ้นลางๆ บนขอบฟ้าไกล ม่านหมอกที่ห่มคลุมเมืองค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกลุ่มควันดำ “เหมือนตึกพวกนั้นหายใจควันออกมาได้เลย…”


    อาคิระเหลือบมองตามก่อนจะพึมพำ “ที่โลกมนุษย์ก็มีแบบนี้นะ เรียกว่านิคมอุตสาหกรรม…” เขาหยุดพูดชั่วครู่ สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นครุ่นคิด “แต่มันไม่ถึงขั้นปล่อยควันจนมองไม่เห็นฟ้าแบบนี้หรอก”


    ดราโก้พิงศอกกับหน้าต่าง “ดูท่าเราจะไม่ได้เห็นต้นไม้เยอะนัก” เขาพูดตามที่เห็น ขณะที่กลุ่มควันดำหนาทึบทำให้แสงอาทิตย์เลือนลาง “ไม่รู้ว่าจะมีอากาศให้หายใจพอหรือเปล่า”


    “แค่เห็นก็อึดอัดแล้ว” มิเรลพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาของเธอแฝงความไม่พอใจ “พวกนี้คิดว่าโลกคือโรงงานสินะ ทุกอย่างเอาไว้ผลิตอย่างเดียว ไม่มีคำว่าใส่ใจสิ่งแวดล้อมเลย”


    ยูเอะหันไปมองมิเรลด้วยความสงสัย “ทำไมพี่มิเรลดูโกรธจัง?”


    มิเรลสูดหายใจลึกพยายามระงับอารมณ์ “เพราะน้ำเสียพวกนี้แหละที่ทำให้ทะเลในอันดีนเสียสมดุลไปหมด ฉันกับลีอันร้องเรียนไปหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่มีใครสนใจ”


    “ฉันพยายามแล้วเหมือนกัน” อีลิน่ากล่าวเสียงเรียบขณะจ้องมองควันดำเบื้องหน้า “แต่ปัญหามันมาจากเขตไซบอร์ก พวกนั้นอยู่ต้นน้ำ ไม่สนใจผลกระทบที่เกิดขึ้นกับที่อื่น…” เธอถอนหายใจ “เราการ์เดี้ยนก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะไซบอร์กกับการ์เดี้ยนไม่เคยร่วมมือกันเลย”


    เมื่อรถไฟลดความเร็วลง เสียงเครื่องจักรดังแผ่วคล้ายหัวใจเมืองที่เริ่มเต้นเป็นจังหวะ ทุกคนได้เห็นดราฟต์อย่างชัดเจนขึ้น ทิวทัศน์ตรงหน้าช่างแตกต่างจากอันดีนที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ เมืองนี้กลับดูเหมือนหลุดออกมาจากยุคเหล็ก


    ตึกเหล็กสูงตระหง่านเรียงรายเหมือนปราการขวางกั้นสายตา แสงอาทิตย์ถูกกลืนหายไปในม่านควัน ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น เส้นสายไฟที่พาดผ่านถนนดูล่องลอยและรุงรัง บางจุดยังมีประกายไฟที่น่าหวาดเสียว


    เมื่อรถไฟหยุดจอด เสียงเครื่องจักรและเสียงกรีดโลหะดังสะท้อนผ่านสถานีจนทีมของอาคิระต้องหันมองรอบตัว สถานีรถไฟนี้เหมือนถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานมากกว่าความสวยงาม โครงสร้างเหล็กสีหม่นเต็มไปด้วยสนิมและรอยเปื้อนน้ำมัน ช่องระบายอากาศส่งเสียงครางเบาๆ แฝงไปด้วยความน่ากังวล


    “ระวังตัวไว้” อีลิน่าเตือนพลางมองไปรอบๆ ขณะที่ทีมเริ่มก้าวออกจากรถไฟ “เขตนี้ไม่ค่อยต้อนรับคนแปลกหน้า แต่ถ้าพวกเขารู้ว่าเราเป็นใคร ก็คงไม่กล้าหาเรื่อง”


    พื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยผู้คนในชุดสไตล์ไซเบอร์พังค์ เสื้อผ้าฉูดฉาดประดับไฟนีออนส่องแสงสลับสี สายเคเบิลและอุปกรณ์เสริมไซเบอร์เนติกส์ประดับทั่วตัว พวกเขามองมาที่ทีมของอาคิระด้วยสายตาเฉียบคมประเมินความเสี่ยง บางคนดูเหมือนกำลังซ่อมแซมชิ้นส่วนโลหะของตัวเอง ขณะที่อีกกลุ่มยืนจับกลุ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่พ่นควันกลิ่นโลหะออกมา


    “ที่นี่เหมือนอีกโลก” อาคิระเอ่ยพึมพำ“เหมือนตัวละครเกมที่ไม่ได้ตั้งโปรแกรมให้ยิ้ม”


    ยูเอะหันไปกระซิบถามดราโก้ด้วยความอยากรู้ “คนที่นี่เขาโกรธอะไรอยู่หรือเปล่า? หรือมีบาปแห่งความโกรธอีก?”


    ดราโก้ผงะเล็กน้อย “ไม่น่ามีนะ ฉันไม่อยากโดนท่าฟันระเบิดภูเขาไฟนั่นอีก”


    “เขาไม่ได้โกรธ แต่พวกเขาแค่ไม่สนใจ” อีลิน่าพูดเรียบๆ “เขตนี้เต็มไปด้วยพวกนอกกฎหมาย และที่พวกเขาไม่ยิ้มเพราะพวกเขาไม่รู้ว่ามันสำคัญ”


    ทีมเดินผ่านตลาดที่เต็มไปด้วยแสงไฟสีส้มสลัว เสียงเครื่องจักรดังระงมจนแทบไม่ได้ยินเสียงพูดคุย ถนนขรุขระเต็มไปด้วยหลุมบ่อ น้ำมันเครื่องไหลนองจนมีกลิ่นเหม็นคลุ้ง เสาไฟฟ้าและสายไฟรุงรังพาดไปมาอย่างไม่เป็นระเบียบ บางจุดยังส่งประกายไฟที่น่าหวาดหวั่น


    เมื่อมีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ ยูเอะจับแขนอาคิระเบาๆ “เขามองเราตลอดเลย…”


    “แค่มองเฉยๆ” อีลิน่าพูดขึ้นพร้อมจ้องชายคนนั้นกลับด้วยสายตาเย็นชา ชายคนนั้นเบือนหน้าหนีทันที ราวกับกลัวความผิด


    ดราโก้หัวเราะเบาๆ “เธอมีพลังบางอย่างที่ทำให้คนกลัวจริงๆ นะ อีลิน่า”


    อีลิน่าหันไปมองดราโก้ด้วยสายตาแบบเดียวกัน เขาถึงกับหันหน้าหนีไม่ทัน ราวกับเข้าใจแล้วว่าทำไมคนพวกนั้นถึงต้องเบือนหน้าหนีเธอ


    หลังเดินผ่านความวุ่นวายและสภาพเสื่อมโทรมของเขตไซบอร์ก ทีมของอาคิระก็เข้าสู่ เขตการ์เดี้ยน ซึ่งแตกต่างจากพื้นที่เดิมโดยสิ้นเชิง ราวกับโลกทั้งใบเปลี่ยนไปทันทีที่ข้ามพรมแดน


    ถนนสะอาดสะอ้านและเรียบเนียน มีต้นไม้เขียวขจีเรียงรายอยู่สองฝั่งทาง อาคารที่สร้างจากหินขัดเงาและโลหะสะอาดสะอ้านสะท้อนแสงอาทิตย์อย่างงดงาม บ่อบัวเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วบริเวณ มีน้ำใสจนมองเห็นหุ่นยนต์ปลาแหวกว่ายไปมา


    เด็กๆ ที่มีชิ้นส่วนร่างกายเป็นโลหะกำลังวิ่งเล่นในสนามหญ้าเทียม บางส่วนกำลังขี่ม้าโลหะวิ่งวนรอบสนาม บ้างกำลังฝึกซ้อมวิชาต่อสู้อย่างเอาจริงเอาจัง บางคนกำลังทดสอบรถถังขนาดเล็กที่พวกเขาประดิษฐ์ขึ้น เสียงหัวเราะและเสียงเชียร์ดังขึ้นเป็นระยะ


    ยูเอะยืนมองตาโต “ตรงนี้ดูเหมือนสวนสวรรค์เลย!” เธอเดินเข้าไปใกล้ต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีใบไม้เขียวสดใส “เหมือนที่เซเลสเลย แต่เซเลสใบไม้เป็นสีขาว”


    “ใช่ไหมล่ะ” ดราโก้พยักหน้าพลางสูดลมหายใจลึก “อากาศตรงนี้ดีกว่าเมื่อกี้ตั้งเยอะ!”


    “นี่คือสิ่งที่การ์เดี้ยนพยายามรักษาไว้” อีลิน่าพูดขณะเดินนำทีมไปข้างหน้า “เราต้องการพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีและธรรมชาติสามารถอยู่ร่วมกันได้ ถ้ามีความตั้งใจมากพอ”


    มิเรลเดินตามหลังพลางมองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกหลากหลาย “พวกเขาทำได้ดีทีเดียว…” เธอกล่าวช้าๆ ก่อนจะพึมพำต่อ “แต่มันจะยั่งยืนจริงไหมล่ะ ถ้าพวกเขาไม่สามารถจัดการมลพิษจากเขตไซบอร์กได้”


    ทีมเดินผ่านสวนขนาดเล็กก่อนมาถึงหน้าอาคารขนาดใหญ่ที่มีตราสัญลักษณ์ของการ์เดี้ยนเด่นชัด อาคารนี้สูงตระหง่านด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณผสมผสานกับความทันสมัย บานประตูเหล็กแกะลายอย่างบรรจงเปิดออก เผยให้เห็นชายชราผู้สง่างามนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ออกแบบมาเหมือนบัลลังก์แห่งปัญญา


    เขาสวมชุดคลุมสีขาวประดับลวดลายละเอียดวิจิตรที่สะท้อนแสงไฟในห้อง สีหน้าของเขาดูสุขุมและทรงอำนาจในแบบของผู้นำที่ผ่านการตัดสินใจมาอย่างโชกโชน ดวงตาสีเข้มที่เต็มไปด้วยประสบการณ์และความเด็ดเดี่ยวมองตรงมายังทีมของอาคิระ ริ้วรอยบนใบหน้าสื่อถึงวัยที่มากขึ้น แต่กลับทำให้เขาดูน่าเกรงขามและน่านับถือ


    “พวกคุณคือทีมของอาคิระสินะ อีลิน่าเล่าให้ผมฟังแล้ว” เสียงของเขานุ่มลึกและหนักแน่น ดึงดูดให้ทุกคนตั้งใจฟัง “ผมคือคาสโตร์ ไลซิออส ผู้นำแห่งการ์เดี้ยน”


    เขาค่อยๆ ลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างสง่างาม ท่วงท่าของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ มือที่ประสานกันไว้ด้านหน้าสะท้อนถึงความตั้งใจที่จะรับฟังและแก้ไขปัญหา ใบหน้าของเขาแสดงออกถึงทั้งความเมตตาและความเด็ดขาดในคราวเดียวกัน


    ทีมของอาคิระรู้สึกได้ถึงแรงกดดันบางอย่างจากตัวเขา แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงความเชื่อมั่นและปลอดภัยที่คาสโตร์ถ่ายทอดออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดเพิ่มเติม…


    อาคิระก้าวเข้าไปก่อนคนอื่นพร้อมจับมือทักทาย “เรามาตามคำเชิญของคุณ”


    คาสโตร์พยักหน้าช้าๆ “ตามผมมา ผมมีเรื่องมากมายที่ต้องพูดกับพวกคุณ”


    ทีมของอาคิระเดินตามคาสโตร์เข้าไปในอาคาร สายตาพวกเขาสำรวจรอบข้าง ทุกอย่างดูสงบ สะอาด และสง่างาม แต่ลึกลงไปก็แฝงไปด้วยความกดดันของเมืองที่กำลังแบกรับความขัดแย้ง…


    เรื่องราวในดราฟต์กำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง

    คล้ายกับเรื่องAlternate Liberation : The Conqueror of Chaos ที่คุณอ่าน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179