DAVERSORD : ผมไม่ได้อยากเกิดใหม่เป็นปิศาจ [ RATE R ]

    ตอนที่ 30 : ความกังวลใจของทาสสาว

    ตอนที่ 30 : ความกังวลใจของทาสสาว

    ในสถานการณ์ที่ทุกอย่างดูวุ่นวาย ทัศนวิสัยถูกบดบังด้วยควันไฟจากบ้านเรือนเเละพืชไร่ที่ถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเศษขี้เถ้า ผมวิ่งฝ่าเข้ามาในคอกเกษตรเล็กๆ เข้าช่วยนักผจญภัยที่เกือบพลาดท่า ก่อนหน้านี้ผมหามุมที่ไม่มีใครเห็นเเละเรียกธนูมาใช้คู่กัน ก่อนออกจากมุมอับและไล่ยิงเก็บพวกนักรบชุดดำ
    พวกมันไม่บอกเหตุผลที่บุกยึดนอกจาก 'ฉันเกลียดปิศาจ!' หรือไม่ก็ 'พวกแกมันตัวทำลาย อยู่ไปก็รกโลก!' มีเเต่คำก่นด่าที่ไม่รู้ที่มา ผมเองก็เจ็บแปลบหน่อยๆ กับคำด่าทอเหล่านี้ เเต่ก็ไม่รู้เหตุผลที่เเท้จริงว่าทำไมปิศาจกับมนุษย์ถึงเกลียดขนาดฆ่าแกงกันได้อย่างโหดเหี้ยมทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำ
    “วะ ไว้ชีวิตฉัน ดะ ได้โปรด..”นักรบชุดดำอ้อนวอนขอชีวิต หลังถูกผมยิงธนูใส่ที่ขาจนหนีไปไหนไม่รอด เเถมดาบก็ถูกคันธนูผมปัดกระเด็น
    “ตอนชาวบ้านขอแกแบบนี้แกทำยังไงกับพวกเขาล่ะ ตอบฉันสิ!”ผมตะคอกจนมันหน้าเจื่อนพูดไม่ออก
    ผมชักดาบข้างตัวออกมาเเละปักลงเเทงเข้าบ้องหูดังสึบ! ก่อนบิดจนหัวมันกระตุกเเละชักออก ตามันเบิกโพลงอย่างเจ็บปวด
    กรี๊ดด––!!
    เสียงเด็กผู้หญิงกรีดร้องขึ้น ผมหันหน้าพยายามมองหาทิศที่ว่าจากเสียงของสนามรบที่ดังไปด้วยเสียงคมดาบเเละเสียงร่ายเวทมนต์ ก่อนออกวิ่งเมื่อจับทิศของเสียงได้
    พอวิ่งฝ่าเปลวเพลิงเเละเก็บพวกศัตรูรายทางที่ระดับไม่เกินสิบห้าสักคนผมก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังถูกพวกมันรังแก
    มันผลักเธอลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่นของบ้าน ฉีกกระชากเสื้อผ้าจนขาด เเต่มันก็ทำได้เพียงเท่านั้นล่ะ เพราะผมปล่อยลูกธนูแหวกอากาศ ทะลุผ่านบานหน้าต่างที่กระจกแตกวิ่งใส่คอของมันดังฝึบ! ร่างของมันทรุดลงกับพื้นทันทีราวกับถูกแรงที่มองไม่เห็นกระชากลง
    “ไม่เป็นไรนะ?”ผมรีบวิ่งเข้ามาถาม หญิงสาวเห็นก็รีบเด้งตัวขึ้นมายืน เอาเศษผ้าขึ้นมาปิดหน้าอกเเละผิวพรรณเปล่าเปลือยของเธอ
    เธอเพียงผงกหัวและเอ่ยคำขอบคุณอย่างตะกุกตะกัก อายุคงไม่ถึงยี่สิบดีผมเดา ก่อนบอกให้เธอขึ้นไปหลบบนบ้านจนกว่าเหตุการณ์จะสงบ แล้วค่อยออกไปเจอทุกคนที่เมือง
    ฉั้วะ––!! ผมสะบั้นคมดาบปาดคอนักรบชุดดำหลังวิ่งออกมาจากบ้าน เลือดสีเเดงฉานสาดแหมะลงบนพื้นดิน ผมวิ่งไปมายังไม่เจอพวกระดับใกล้เคียงกับผมสักคน
    นี่พวกมันแค่มาบุกปล้นเหรอ? เเต่ก็ไม่น่าใช่ ไม่มีรถเกวียนขนของสักคัน พวกมันต้องการอะไรกันแน่
    “ถอย! ถอย!”หนึ่งในพวกมันตะโกนขึ้น ก่อนคนอื่นๆ จะเริ่มร่นถอยตามคำสั่งที่ได้ยิน
    “บาร็อค! นายจะตามพวกมันไปรึไง!?”เลเซียตะโกนเมื่อเห็นผมยังไล่ตามขณะที่นักผจญภัยคนอื่นเห็นพวกมันถอยก็พากันโห่ร้องดีใจ
    “กลับไปกันก่อน เดี๋ยวฉันตามไป พาเอลฟาไปด้วย!”ผมบอกทั้งสอง ถ้าตามพวกมันไปผมก็จะรู้ว่าพวกมันเป็นใครและทำไมถึงทำแบบนี้
    “นายก็กลับไปด้วยเถอะ ฝีมือการลอบสืบข้อมูลของนายมันห่วยเกินที่ฉันจะยอมรับได้ เดี๋ยวฉันไปเอง ไว้ได้อะไรจะบอกนายพรุ่งนี้”เซริสที่โผล่มาจากไหนไม่ทราบเอ่ยขึ้น ––เป็นคำพูดที่เเทงใจดำชะมัด
    “ก็ได้”ผมตกลง ไม่รู้ทำไมเเต่ผมรู้สึกได้ว่าเธอไว้ใจได้ เเถมยังคำพูดก่อนหน้านี้อีก



    เมื่อการบุกโจมตีได้ยุติลง กลุ่มนักผจญภัยที่ใช้เวทมนต์ได้ก็ร่ายเวทน้ำช่วยกันดับเพลิงกันอย่างรีบร้อนกลัวจะลุกลามไปถึงป่าด้านข้าง
    ผมเองอยากช่วยใจจะขาดเเต่เลเซียกับนาเทียร์ห้ามไว้ เพราะถ้าผมใช้ล่ะก็ทุกคนได้พากันสงสัยไปกันใหญ่เเน่ เลยตัดสินใจกลับมารับเอลฟาที่นั่งหมดเเรงอยู่ตรงเต็นท์สนามที่ทารันดูเเลอยู่ บริเวณนี้มีชาวบ้านหลายสิบคนที่รอดชีวิตกำลังนอนร้องโอดครวญบ้างก็สลบอยู่ทั่วบริเวณ รวมถึงนักผจญภัยที่ออกไปช่วยเองด้วย
    “ฉันเพิ่งรู้ว่าเธอใช้เวทรักษาได้ขนาดนี้นะเนี่ย”ทารันเอ่ยด้วยความทึ่ง เมื่ออดีตทาสสาวของเขาใช้เวทมนต์รักษาได้เยี่ยมทีเดียว ทำเขาอดนึกเสียดายไม่ได้
    “ขอบคุณพวกเธอมากเลยนะที่มาช่วย นายฆ่าพวกมันไปได้เยอะเลยนี่ฉันได้ยินคนอื่นเขาพูดกัน”ทารันเอ่ยไม่หยุด
    “ฮะๆ ช่วยได้ก็ช่วยล่ะครับ”ผมเกาหัวแกรกเมื่อทำตัวไม่ถูก เมื่อทารันและนักผจญภัยรอบๆ พากันชื่นชมผมกับทาสสาวทั้งสอง จนผมต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะปลีกตัวออกมาได้เมื่อทุกอย่างดูเข้าที่เข้าทาง และอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเมืองเเล้วด้วย



    เมื่อกลับมาถึงบ้าน ผมกับสามสาวก็ถึงกับทิ้งตัวอย่างหมดเเรง เเละยังคงตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ภาพทุกอย่างช่างโหดร้ายไปหมด พวกเราผลัดเปลี่ยนกันไปอาบน้ำเเละอ่อนเเรงเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยคำใด เอลฟาที่ใช้พลังเวทไปมากโขเมื่อหัวถึงหมอนก็หลับปุ๋ย ช่างเป็นภาพที่น่าเอ็นดูซะจริง
    “นายจะเชื่อใจยัยหมัดหนักนั่นได้เหรอบาร็อค?”เลเซียที่นอนหันข้างถามขึ้นเมื่อเห็นว่าผมยังไม่นอน เธอเองก็สะลึมสะลืมใกล้หลับเต็มที ลมของท้องฟ้าคืนนี้มีกลิ่นไม้ไหม้ปะปน ราวกับหลักฐานของฝันร้ายที่ยังเวียนหลอกหลอนไม่จางหาย
    “ไม่รู้สินะ เเต่ยังไงฉันก็สู้กับทั้งกลุ่มนั่นไม่ไหวหรอก”ผมตอบเลเซีย เธอเองนึกตาม ถึงจะไม่ชอบใจเท่าไรแต่พวกเธอก็สู้กลุ่มโจรจำนวนมากกว่าไม่ได้จริงๆ
    “พรุ่งนี้ฉันคงรู้จากเซริสว่าพวกมันเป็นใคร ฉันจะไม่ปล่อยพวกมันไว้เเน่”ผมกล่าว เป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่ผมจะนอนหลับ ถึงผมจะไม่ได้ผูกผันกับชาวบ้านที่สูญเสียไปมากมายอะไร เเต่เมืองอินนิทก็เป็นเหมือนเมืองเกิดของผม จะปล่อยให้ใครมาทำลายอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้เป็นไปไม่ได้เเน่
    เลเซียกับนาเทียร์พอได้ยินคำพูดของปิศาจหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นนายก็กังวลขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก พวกเธอรู้สึกระส่ำระส่ายกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า
    ..ที่ไม่มีวันหลีกเลี่ยงไปได้


    (จบตอน)