ข้าไม่ควรมีอยู่

    ตอนที่ 8 : สิ่งที่เลือกไม่ได้

    เชือกกั้นถูกขึงเพิ่มรอบโกดัง
    เสาไม้ปักใหม่เป็๲แนว
    เวรยามยืนห่างจากตัวอาคารมากขึ้น
    ทางเดินที่เคยใช้ผ่าน
    ถูกปิดไปหนึ่งทาง
    ไม่มีป้าย
    ไม่มีคำอธิบาย
    แต่ทุกคนที่อยู่แถวนั้นรู้ว่า
    พื้นที่นี้เปลี่ยนสถานะแล้ว
    ลู่เฉินหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่ง
    มองแนวเวรที่ขยับออก
    ก่อนจะเดินต่อ
    ไม่มีใครเรียกเขา
    ไม่มีใครกันเขาออก
    แต่ทุกสายตา
    รู้ว่าเขาอยู่ตรงนั้น
    —
    เสียงถกเถียงดังขึ้นจากด้านข้าง
    เริ่มจากเสียงพูดทับกัน
    ตามด้วยเสียงเท้าหนัก ๆ เคลื่อนเร็ว
    แล้วจึงมีเสียงโลหะกระทบพื้นดังขึ้นครั้งหนึ่ง
    ลู่เฉินหยุดเดิน
    เสียงนั้นไม่ใช่การโต้เถียงธรรมดา
    มันคือเสียงของคนที่เริ่มใช้แรง
    —
    การปะทะเกิดขึ้นในช่องทางระหว่างคลังเก็บกับกำแพง
    ทางเดินแคบ
    พื้นลาดเล็กน้อย
    เศษไม้แตกกับหินกระจายอยู่เต็มพื้นที่
    เวรยามสองคนถูกบีบให้ถอย
    หลังชิดกำแพง
    ไม่มีพื้นที่หมุนตัว
    ตรงหน้าพวกเขา
    ชายสามคนในชุดคลุมสีหม่น
    หนึ่งคนถืออาวุธหนัก
    ยกค้ำระดับอก
    ดันพื้นที่ไว้
    อีกสองคนขยับเข้าประชิด
    คอยกดจังหวะ
    ไม่เปิดช่องให้ถอย
    —
    ลู่เฉินมองภาพนั้น
    และเข้าใจทันทีว่าทำไมจังหวะถึงเสีย
    เวรยามต้องรับแรงจากด้านหน้า
    ไม่มีที่ยืนใหม่
    ไม่มีมุมหลบ
    ถ้าเขาเข้าไป
    เขาจะต้องสอดตัวผ่านด้านข้าง
    รับแรงกระแทกจากอาวุธหนัก
    และใช้แขนขวาค้ำจังหวะนั้น
    เขาเห็นตำแหน่ง
    เห็นมุม
    เห็นช่องแทรก
    และรู้ว่า
    ร่างกายของเขาไม่รองรับ
    —
    “ลู่เฉิน!”
    เสียงเวรยามคนหนึ่ง๻ะโ๠๲
    อีกฝ่ายถูกอาวุธหนักกดไว้
    โล่ในมือสั่น
    แขนเริ่มตก
    มือที่จับโล่
    เริ่มคลาย
    —
    ลู่เฉินก้าวไปหนึ่งก้าว
    เท้าเหยียบเศษหิน
    พื้นขยับใต้ฝ่าเท้า
    เขาหยุด
    ถ้าเข้าไป
    เขาจะต้องรับแรงแทน
    และแขนขวาของเขา
    จะไม่ช่วยอะไรเลย
    —
    อาวุธหนักถูกกระแทกลงมาอีกครั้ง
    เวรยามคนนั้นถูกดันชนกำแพง
    ร่างทรุด
    เสียงโลหะหลุดจากมือ
    โล่กระแทกพื้น
    กลิ้งออกไปด้านข้าง
    อีกเวรยามพยายามขยับเข้าช่วย
    แต่ถูกกดพื้นที่
    ไม่มีที่ยืน
    —
    ลู่เฉินยืนอยู่ตรงนั้น
    ไม่ก้าวเข้าไป
    ไม่หันหนี
    มือซ้ายกำแน่น
    กล้ามเนื้อขาซ้ายตึง
    สั่นเล็กน้อย
    เขาไม่ได้คิดหาวิธีใหม่
    เพราะรู้ว่า
    ไม่มีวิธีไหนที่ไม่ต้องแลกด้วยสิ่งที่เขาไม่มี
    —
    เสียงกระแทกดังขึ้นอีกครั้ง
    อาวุธหนักฟาดลงที่ไหล่
    เสียงร้องดังสั้น ๆ
    ก่อนจะขาดหาย
    เวรยามคนนั้นล้มลง
    มือยังพยายามคว้าโล่
    ทั้งที่ร่างไม่ตอบสนองแล้ว
    —
    กำลังเสริมมาถึงในไม่กี่อึดใจ
    ฝ่ายบุกถอยออกไป
    ความเงียบเข้ามาแทนที่
    เหลือแต่เสียงหายใจถี่
    และเสียงเ๣ื๵๪หยดลงพื้น
    —
    ลู่เฉินเดินเข้าไปหลังทุกอย่างจบ
    เวรยามที่ถูกฟาด
    นอนนิ่ง
    แขนบิดผิดรูป
    หน้าเขียว
    ลมหายใจครืดคราด
    มือข้างหนึ่ง
    ยังจับสายโล่แน่น
    ไม่ยอมคลาย
    อีกคนทรุดนั่งพิงกำแพง
    มือกดแผล
    สายตาเหม่อ
    ไม่มองใคร
    —
    ไม่มีใครพูดกับลู่เฉิน
    ไม่มีคำถาม
    ไม่มีคำกล่าวหา
    แต่หลายสายตา
    มองเขา
    แล้วมองแขนขวาที่แนบลำตัว
    —
    ชายวัยกลางคนเดินเข้ามา
    เขาไม่มองลู่เฉินทันที
    แต่มองพื้นที่
    มองตำแหน่งยืน
    มองรอยบนพื้น
    ก่อนจะหันมา
    “เ๽้าเห็นช่องทางใช่ไหม”
    เขาถาม
    ลู่เฉินพยักหน้า
    “และเ๽้ารู้ว่าเข้าไปแล้ว
    ต้องรับแรงจากตรงไหน”
    ลู่เฉินไม่ตอบ
    คำตอบนั้น
    ทุกคนที่อยู่ตรงนี้
    รู้เหมือนกัน
    —
    “ถ้าเ๽้าเข้าไป”
    ชายคนนั้นพูด
    “มีโอกาสหยุดมันได้”
    เขาหยุดเล็กน้อย
    “แต่ก็มีโอกาส
    ที่เราจะต้องแบกเ๽้าออกมาเพิ่มอีกหนึ่งคน”
    ไม่มีใครโต้แย้ง
    —
    “๻ั้๹แ๻่วันนี้”
    เขาสั่ง
    “ลู่เฉินจะไม่ถูกจัดอยู่ในแนวรับโดยตรง”
    คำสั่งนั้น
    ไม่ใช่การตำหนิ
    ไม่ใช่การคุ้มครอง
    มันคือการกำหนดขอบเขต
    “ถ้าเกิดเหตุแบบนี้อีก”
    เขาพูดต่อ
    “เ๽้าต้องถอยออกจากพื้นที่ปะทะทันที”
    สายตาหลายคู่หันมามองลู่เฉิน
    ต่างกันไป
    บางคู่โล่งใจ
    บางคู่ไม่เข้าใจ
    —
    ลู่เฉินยืนอยู่ตรงนั้น
    เขาไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองถูก
    และไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองผิด
    เขาแค่รู้ว่า
    การเลือกไม่ฝืน
    มีราคาที่ต้องจ่าย
    —
    เมื่อคนเจ็บถูกพาออกไป
    พื้นที่กลับมาเงียบอีกครั้ง
    คราบเ๣ื๵๪ยังอยู่
    ยังไม่ถูกล้าง
    ลู่เฉินมองมันอยู่ครู่หนึ่ง
    ก่อนจะก้มลง
    หยิบโล่ที่กลิ้งอยู่
    วางพิงกำแพงให้พ้นทาง
    เขาไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร
    แต่เขารู้ว่า
    ปล่อยไว้แบบนั้น
    มันจะขวางคนอื่น
    —
    ลู่เฉินหันหลังกลับ
    แขนขวายังแนบลำตัว
    ขาซ้ายยังตึง
    กล้ามเนื้อยังสั่นเบา ๆ
    วิธีที่เขาเลือก
    ช่วยให้เขายืนอยู่ตรงนี้
    แต่ไม่อาจช่วยทุกคน
    และ๻ั้๹แ๻่วันนี้เป็๲ต้นไป
    เขารู้แล้วว่า
    โลกจะไม่ถามเขาอีกว่า “ช่วยได้ไหม”
    โลกจะถามแค่ว่า
    เขาควรถอยหรือไม่
    —