บทที่ 32 ท้าแข่งขันเรื่องความจำ
ในมุมหนึ่งที่ไม่มีใครสังเกตเห็น เด็กสาวกลุ่มหนึ่งอายุราวๆ สิบห้าสิบหกปีกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน พวกเธอต่างพากันชื่นชมความสง่างามและมีเสน่ห์ของหลิวซือซือ
เมื่อได้ยินคำชมของเพื่อนๆ ที่อยู่ข้างๆ หลิวเหมียวเหมี่ยวพูดอย่างภูมิใจว่า “อาจารย์คนนั้นสวยและมีบุคลิกภาพที่ดีมากใช่ไหมล่ะ? เธอเป็นพี่สาวแท้ๆ ของฉันเอง พวกเธอดูสิว่าเราสองคนหน้าเหมือนกันไหม?..”
“ไม่ค่อยเหมือนนะ พี่สาวคนนั้นหน้าอกใหญ่มาก บุคลิกก็ดูสง่างาม ส่วนเธอหน้าอกเล็กกว่าเยอะเลย แถมยังซุ่มซ่ามเหมือนลิง ไม่มีส่วนไหนที่ดูเป็นผู้ใหญ่เหมือนพี่สาวของเธอเลย”
“เชอะ” เมื่อได้ยินเพื่อนๆ พูดแบบนั้น หลิวเหมียวเหมี่ยวก็พูดอย่างไม่ยอมแพ้ “ฉันเพิ่งจะอายุสิบหกเอง หน้าอกของฉันก็เลยยังไม่ใหญ่เท่าพี่สาว ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ค่อยเรียบร้อย แต่เด็กสาววัยรุ่นแบบฉัน ใครๆ เขาก็ซุกซนกันทั้งนั้นแหละ…”
เด็กสาวหลายคนทำหน้าทึ่ง ไม่คิดว่าหลิวเหมียวเหมี่ยวจะมีพี่สาวที่ทั้งเรียบร้อย สง่างาม และดูมีอำนาจแบบนี้
ในช่วงสองสามชั่วโมงของการแข่งขันกีฬา เฉินเซิงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เขาก็ไม่ได้สนใจรางวัลที่มหาวิทยาลัยมอบให้กับนักศึกษาที่ชนะเลิศ
เมื่อการแข่งขันกีฬาใกล้จะจบลง หลิวซือซือก็ประกาศว่าหลี่ซานซาน ดาวมหาวิทยาลัยคนเก่ง ขอท้าแข่งกับเฉินเซิง
เฉินเซิงรู้ว่าที่หลี่ซานซานท้าทายตนเอง อย่างแรกเลยก็คือเธอไม่เคยยอมแพ้เขา อย่างที่สองก็คือ เขาเคยทำให้ฮวาปู้ลั่ว แฟนของเธอ ต้องอับอายขายหน้า เธอจึงอยากจะหาโอกาสแก้แค้น
ส่วนหลิวซือซือ เธอก็หวังว่าจะมีนักศึกษาที่สามารถเอาชนะเฉินเซิงได้ เพื่อที่เขาจะได้กลับไปตั้งใจเรียน เธอจึงสนับสนุนหลี่ซานซานอย่างเต็มที่
หลังจากที่เฉินเซิงขึ้นไปบนเวทีแล้ว หลิวซือซือก็ประกาศกฎกติกาการแข่งขัน นั่นก็คือการแข่งขันความจำ
หลิวซือซือได้นำบทความที่เพิ่งจะตีพิมพ์ใหม่ๆ ของนักเขียนชื่อดังคนหนึ่ง มาวางไว้ตรงหน้าของเฉินเซิงและหลี่ซานซาน ให้ทั้งสองคนใช้เวลาครึ่งชั่วโมงในการท่องจำให้ได้มากที่สุด จากนั้นทั้งสองคนก็จะต้องท่องบทความนั้นออกมา
ใครท่องได้ถูกต้องและครบถ้วนที่สุด คนนั้นก็จะเป็นผู้ชนะ
คนส่วนใหญ่คิดว่าเฉินเซิงไม่มีทางชนะ แม้แต่หลินเสวี่ยเอ๋อร์ก็คิดแบบนี้
แม้ว่าความสามารถโดยรวมของหลี่ซานซานจะสู้เฉินเซิงไม่ได้ แต่เธอก็ขึ้นชื่อเรื่องความจำเป็นเลิศ ถ้าหากทั้งสองคนแข่งขันกันเรื่องความจำ เฉินเซิงมีโอกาสแพ้สูงมาก
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หญิงสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่งก็เดินมารับบทความที่วางอยู่ตรงหน้าของทั้งสองคนไป
หลี่ซานซานพูดขึ้นมาก่อนว่า “อาจารย์หลิว ฉันขอท่องบทความก่อนได้ไหมคะ?”
เหล่าสาวน้อยจากทีมเชียร์ลีดเดอร์ของโรงเรียนมัธยมต้นที่นั่งอยู่ด้านล่างไม่ได้ให้ความสนใจหลี่ซานซานมากนัก แต่พวกเธอกลับให้กำลังใจเฉินเซิง ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นพี่เขยของหลิวเหมียวเหมี่ยวถือว่าเป็นคนกันเอง
เมื่อเฉินเซิงขึ้นไปบนเวที พวกเธอก็ส่งเสียงเชียร์ดังลั่น
เมื่อได้ยินหลี่ซานซานเสนอตัวขอท่องบทความก่อน พวกเธอก็ด่าหลี่ซานซานว่าหน้าด้าน เป็นใครๆ ก็รู้อยู่แล้วว่า คนที่ท่องก่อนย่อมได้เปรียบกว่า คนที่ท่องทีหลัง แค่ช้าไปนิดเดียว ก็อาจจะลืมบทความที่ท่องจำไปแล้วก็ได้
บรรดาเด็กสาวต่างก็ด่าทอหลี่ซานซานว่าไร้ยางอาย
หลิวเหมียวเหมี่ยวจ้องมองไปที่หน้าอกคู่โตของหลี่ซานซานด้วยสายตาที่เฉียบคม เหมือนกับอยากจะเอามือไปบีบหน้าอกของอีกฝ่ายให้แตกคามือ
หลังจากที่มองอยู่สักพัก เธอก็พูดอย่างมั่นใจว่า “พวกเธอไม่ต้องห่วง พิธีกรในงานกีฬาครั้งนี้คือพี่สาวของฉัน พี่สาวของฉันต้องไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของผู้หญิงคนนั้นแน่นอน ละจะต้องให้พี่เฉินเซิงท่องก่อน”
หลิวซือซือที่อยู่บนเวทีมองเฉินเซิงด้วยสายตาที่แฝงความนัย แล้วถามว่า “นักศึกษาเฉินเซิง เธอคงไม่คัดค้านข้อเสนอของหลี่ซานซานใช่ไหม?”
“เอ่อ” เฉินเซิงทำสีหน้าลำบากใจ
จริงๆ แล้ว หลิวซือซือไม่ได้ถามความสมัครใจของเขาเลย เธอกำลังบังคับเขาต่างหาก
หลี่ซานซานเป็นสาวสวยที่ดูบอบบางน่าสงสาร ยิ่งเธอยืนนิ่งๆ ก็ยิ่งทำให้คนอื่นรู้สึกเห็นใจ ถ้าหากเฉินเซิงที่เป็นผู้ชาย คัดค้านข้อเสนอของหลี่ซานซาน ก็จะดูเสียมารยาทมาก
ต่อให้สุดท้ายเขาจะชนะ แต่คนอื่นๆ ก็คงจะดูถูกเขา เขาจึงไม่อาจปฏิเสธข้อเสนอของหลิวซือซือได้ เฉินเซิงยักไหล่แล้วพูดว่า “สุภาพสตรีมาก่อน ผมไม่มีความเห็น แล้วแต่อาจารย์หลิวเลยครับ”
หลินเสวี่ยเอ๋อร์รู้สึกไม่พอใจทั้งความหน้าด้านของหลี่ซานซาน และการกระทำที่ไม่ยุติธรรมของหลิวซือซือ แต่เธอก็รู้ดีว่าถ้าหากเธอยืนกรานให้เฉินเซิงท่องก่อนก็จะทำให้คนอื่นไม่พอใจ เธอจึงมองเฉินเซิงด้วยความเป็นห่วง
เด็กสาวหน้าตาน่ารัก รูปร่างผอมบางคนหนึ่งในทีมเชียร์ลีดเดอร์ถามหลิวเหมียวเหมี่ยวว่า “เหมียวเหมี่ยว ผู้ชายหล่อๆ คนนั้นไม่ใช่พี่เขยของเธอเหรอ ทำไมพี่สาวของเธอถึงไม่ช่วยพี่เขยของเธอ กลับไปช่วยยัยผู้หญิงหน้าด้านคนนั้น?”
ในสายตาของเด็กสาววัยสิบห้าสิบหกปีเหล่านี้ หลี่ซานซานที่อายุยี่สิบกว่าปี ถือว่าเป็นป้าแก่ๆ ไปแล้ว
หลิวเหมียวเหมี่ยวเองก็ไม่เข้าใจ เธอเบิกตากว้างแล้วพูดว่า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมพี่สาวของฉันถึงได้ไปเข้าข้างยัยป้านั่น หรือว่าพี่สาวของฉันอาจจะรู้ถึงความสามารถของพี่เขย เลยให้ยัยป้านั่นขึ้นไปก่อนก็ได้”
เมื่อได้รับอนุญาตจากหลิวซือซือแล้ว หลี่ซานซานก็เริ่มท่องบทความทันที
ด้วยความจำของเธอ เธอสามารถจำบทความทั้งหมดได้ ยิ่งรอนานเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งมีโอกาสจำผิดมากขึ้นเท่านั้น เธอจึงรีบท่องออกมาทันที
หลี่ซานซานมีน้ำเสียงที่ไพเราะ บวกกับรูปร่างหน้าตาที่สวยงาม จึงทำให้หนุ่มๆ หลายคนชื่นชอบ ทันทีที่เธอเปิดปาก ก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นจากด้านล่างเวที
หลี่ซานซานไม่ได้สนใจเสียงปรบมือและเสียงเชียร์จากข้างล่างเวที เธอท่องบทความต่อไปอย่างใจเย็น สิบนาทีต่อมาเธอก็เดินลงจากเวที พร้อมกับรอยยิ้มที่มั่นใจ
คณะกรรมการ รวมทั้งหลิวซือซือต่างก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย เป็นเรื่องจริงที่ว่าหลี่ซานซานมีความจำเป็นเลิศ บทความยาวเกือบสองพันคำ เธอสามารถจำได้ทั้งหมดภายในเวลาครึ่งชั่วโมง แถมยังท่องออกมาได้อย่างถูกต้องครบถ้วน สมกับที่ได้รับตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัยจริงๆ
หลินเสวี่ยเอ๋อร์ก็ทำหน้าประหลาดใจ ถึงแม้ว่าเธอจะเคยได้ยินเรื่องความจำเป็นเลิศของหลิวซานซานมาก่อน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าก็ยังทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจอยู่ดี เมื่อคิดว่าแฟนของเธออาจจะพ่ายแพ้ เธอก็ยิ่งรู้สึกเป็นห่วงมากขึ้น
เด็กสาวคนหนึ่งถามหลิวเหมียวเหมี่ยวว่า “เหมียวเหมี่ยว ดูท่าทางยัยป้านั่นจะเก่งไม่ใช่เล่น ครั้งนี้พี่เขยของเธอคงจะแพ้แน่ๆ”
เมื่อนึกถึงความจำอันน่าทึ่งของหลี่ซานซาน หลิวเหมียวเหมี่ยวก็พูดอย่างไม่มั่นใจว่า “เอ่อ...ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน หรือว่าพี่เขยของฉันจะแพ้ยัยหน้าอกใหญ่คนนั้นจริงๆ”
หลี่ซานซานเห็นปฏิกิริยาของทุกคน เธอยิ้มอย่างผู้ชนะแล้วพูดว่า “เฉินเซิง ถึงตานายแล้ว”
เฉินเซิงมองไปที่หญิงสาว การที่หลี่ซานซานท่องบทความก่อนก็ทำให้คนอื่นๆ คิดไปแล้วว่าเธอเก่งกว่า ต่อให้เขาจะท่องได้อย่างถูกต้องครบถ้วน คนอื่นๆ ก็คงจะคิดว่าเขาไม่เก่งเท่าหลี่ซานซาน
หลิวซือซือที่เป็นกรรมการ เผยรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจออกมา การที่เฉินเซิงพ่ายแพ้นั้นเป็นไปตามที่เธอคาดหวังไว้แบบนี้เขาถึงจะยอมกลับไปตั้งใจเรียน แทนที่จะลาออกไปทำธุรกิจแบบนี้
“เฉินเซิง มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” หลิวซือซือถามพลางมองไปที่เขาด้วยสายตาหวานเชื่อม
“มีครับ…อาจารย์หลิวไม่คิดว่า การท่องบทความออกมาตรงๆ มันง่ายเกินไปหน่อยเหรอครับ?”
“เฉินเซิง เธอหมายความว่ายังไง?” หลิวซือซือถามอย่างไม่เข้าใจ
การที่สามารถจำบทความยาวเกือบสองพันคำได้ภายในเวลาครึ่งชั่วโมง ต้องบอกว่าเป็นคนที่ความจำเป็นเลิศมาก ความจำของหลี่ซานซานก็ทำให้คนอื่นตกใจมากพออยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าเฉินเซิงจะบอกว่าการท่องบทความออกมาตรงๆ มันง่ายเกินไป
ในขณะที่ทุกคนต่างก็ทำหน้างงๆ เฉินเซิงก็พูดอย่างใจเย็นว่า “ผมอยากจะลองท่องบทความนั้นแบบย้อนหลังดูครับ”
‘ว้าว’
คำพูดของเฉินเซิงทำให้ทุกคนในงานต่างก็ตกตะลึง
แม้แต่เพื่อนร่วมชั้นที่รู้ถึงความสามารถของเขาเป็นอย่างดี ก็คิดว่าเขากำลังโอ้อวด การที่สามารถท่องจำบทความส่วนหนึ่งได้ภายในเวลาครึ่งชั่วโมงก็ถือว่าเก่งมากแล้ว นี่เขายังจะท่องย้อนหลังอีก เขาคิดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะมาจากไหนกัน
“โอ้โห ไม่คิดเลยว่าเฉินเซิงจะโม้เก่งขนาดนี้ ไม่น่าใช่สไตล์ของเขาเลยนะ”
“ยังจะกล้าท่องย้อนหลังอีก เดี๋ยวพอโม้ไม่ขึ้น คอยดูสิว่าเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
เหล่าสาวน้อยน่ารักจากโรงเรียนมัธยมล้อมรอบหลิวเหมียวเหมี่ยว สาวน้อยคนหนึ่งถามว่า “เหมียวเหมี่ยว พี่เขยเธอชอบโม้หรือเปล่า ความจำของคนจะเก่งได้ขนาดนี้เชียวเหรอ?”
“แค่ดูแป๊บเดียว ก็สามารถท่องบทความแบบย้อนหลังได้ อัจฉริยะแบบนี้ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย เหมียวเหมี่ยวพี่เขยของเธอต้องกำลังโม้อยู่แน่ๆ…”
หลิวเหมียวเหมี่ยวก็ไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนกัน เธอเองก็ไม่รู้ว่าเฉินเซิงจะสามารถท่องบทความแบบย้อนหลังได้หรือไม่ เธอจึงได้แต่มองเฉินเซิงที่อยู่บนเวทีด้วยแววตาที่สับสน
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของทุกคน เฉินเซิงก็เริ่มท่องบทความด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
ขณะที่เขากำลังท่องบทความ เหล่ากรรมการต่างก็มองบทความต้นฉบับในมือด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ เฉินเซิงท่องบทความออกมาได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และเป็นการท่องย้อนหลังอย่างที่เขาได้กล่าวไว้จริงๆ
หลังจากที่ท่องบทความจบแล้ว นักศึกษาที่อยู่ด้านล่างเวทีต่างก็ลืมปรบมือ พวกเขารู้สึกเหมือนกับว่า เรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้าไม่ใช่เรื่องจริง
เฉินเซิงมองไปที่หลิวซือซือที่กำลังตกตะลึง แล้วถามว่า “อาจารย์หลิว บทความที่ผมท่องแบบย้อนหลัง ไม่มีตรงไหนที่ผิดพลาดใช่ไหมครับ?”
“ไม่มี” หลิวซือซือพูดด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง
สักพักหนึ่ง เสียงปรบมือดังกึกก้องก็ดังขึ้นจากข้างล่างเวที
ทุกคนต่างก็ตกตะลึงในพรสวรรค์ของเฉินเซิง
เด็กสาวตัวน้อยที่น่ารักมากคนหนึ่งพูดกับหลิวเหมียวเหมี่ยวว่า “พี่เหมียวเหมี่ยว แนะนำให้ฉันรู้จักพี่เขยของพี่หน่อยได้ไหมคะ?”
“ฉันก็อยากรู้จักพี่ชายสุดหล่อคนนั้นเหมือนกัน”
“เหมียวเหมี่ยว แนะนำให้หน่อยสิ ฉันชอบพี่เขยของเธอมาก”
เมื่อเห็นสายตาชื่นชมของเพื่อนๆ หลิวเหมียวเหมี่ยวก็รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมาก
ถึงแม้ว่าปากของเธอจะตอบตกลง แต่ในใจเธอกลับคิดว่า ‘อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าพวกเธอกำลังคิดอะไรอยู่ เฉินเซิงต้องเป็นพี่เขยของฉันคนเดียวเท่านั้น ฉันไม่ให้พวกเธอเข้าใกล้เขาหรอก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการให้โอกาสพวกเธอไปอ่อยเขา’