กิตติเชษฐ์ กำมือแน่นจนทำให้มือใหญ่สั่นเทาๆ ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มขบกรามแน่นจนขึ้นนูนเป็สันเด่นชัด ดวงตาคมกริบจ้องมองไปยังเมรุ ที่มีควันสีขาวขุ่นพวยพุ่งล่องลอยไปสู่บนฟ้า ด้วยสายตาที่มีทั้งแววหม่นเศร้าและอาฆาตแค้น
‘หลับให้สบายเถอะนะ ทางนี้ฉันจะจัดการแทนนายเอง นังผู้หญิงแพศยาคนนั้นจะต้องชดใช้ให้นายอย่างสาสมที่สุด’
ดวงตาคมกริบหรี่มองอย่างไร้จุดโฟกัส แต่ภายในดวงตาคู่นั้น ราวกับมีไฟแห่งความอาฆาตแค้นโหมกระพือขึ้นเรื่อยๆ หากผู้หญิงคนที่เขากำลังคิดถึงมายืนอยู่ตรงหน้า มีหวังผู้หญิงคนนั้นคงไหม้เป็จุณได้อย่างแน่นอนเลยทีเดียว
กิตติเชษฐ์ ยศเกริกไกร หรือที่ใครๆต่างเรียกกันติดปากว่า ‘นายหัวแสน’ เป็ผู้ชายที่มีความสมบูรณ์พร้อมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ เขามีน้องชายที่เป็ญาติสนิทชิดเชื้อ รักใคร่กันมากเพียงหนึ่งคน
แต่ในวันนี้เขากลับต้องเผาศพน้องชาย ผู้ซึ่งเป็ญาติของเขาเพียงหนึ่งเดียวคนนี้ จึงทำให้เขาเคียดแค้น ชิงชัง บุคคลที่ทำให้น้องชายของเขา ต้องจบชีวิตลงก่อนวัยอันควรเช่นนี้
“แล้วนี่นายหัวจะทำยังไงต่อไปครับ?”
อนัทพล ลูกน้องคนสนิทของนายหัวแสน เอ่ยถามผู้เป็เ้านาย ด้วยน้ำเสียงที่พร้อมจะปฏิบัติตามคำสั่งทุกเมื่อ หากว่ามีคำสั่งมาให้ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด
“.........”
นายหัวแสนหันไปมองอนัทพลนิ่งอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองยังเมรุอีกครั้ง ด้วยท่าทางครุ่นคิดว่าจะทำยังไง จะจัดการเื่ของน้องชายตัวเองยังไงต่อไป ถึงจะสาสมกับความแค้นที่สุ่มอัดแน่นอยู่ในอก
“ฉันจะขึ้นไปกรุงเทพวันพรุ่งนี้ เตรียมตัวเอาไว้”
นายหัวแสนสั่งการลูกน้องคนสนิท ด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดจริงจัง พอกล่าวจบก็จ้องมองเมรุอยู่เงียบๆ สักพักใหญ่ๆ นายหัวแสนจึงเดินทางออกจากวัดตรงกลับไปบ้าน
:
และใน่สายๆของวันต่อมา นายหัวแสนกับอนัทพลเดินทางไปยังกรุงเทพ โดยที่นายหัวแสนพกเอาความแค้นเต็มเปี่ยมไปด้วย และมุ่งมั่นตั้งใจว่าจะต้องสะสางเื่น้องชายให้สำเร็จเสร็จสิ้นไปให้จงได้
“ที่นายหัวขึ้นไปกรุงเทพในครั้งนี้ นายหัวจะไปเจอผู้หญิงคนนั้นหรือครับ?”
อนัทพลที่กำลังควบคุมพวงมาลัยรถ สายตาจับจ้องมองอยู่ที่ท้องถนน ได้เอ่ยถามเ้านายของตัวเอง ด้วยความสงสัยใคร่รู้เป็อย่างยิ่ง เนื่องจากั้แ่วันนั้น ที่เ้านายบอกให้เตรียมตัวไปกรุงเทพ จนถึงวันนี้ เ้านายก็ไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมาให้อนัทพลรับรู้เลยแม้แต่น้อย
“ใช่... แต่ไม่ใช่เพียงแค่เจอหรอกนะ ผู้หญิงคนนั้นทำอะไรเอาไว้กับน้องฉัน จะต้องชดใช้คืนเป็สองเท่า”
“.........”
นายหัวแสนตอบคำถามของอนัทพลด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด หนักแน่น ในน้ำเสียงนั้นหากฟังชัดๆ จะรับรู้ถึงความเคียดแค้น อาฆาต พยาบาท ซึ่งอนัทพลรับรู้ได้ถึงความเคียดแค้น อาฆาตพยาบาท ของนายหัวแสนได้ชัดเจนเลยทีเดียวล่ะ
ถึงแม้อนัทพลจะยังไม่รู้ ที่นายหัวแสนบอกว่าจะเอาคืนสองเท่านั้นยังไง แต่ไม่ได้ถามเซ้าซี้อะไรอีก เพราะคิดว่าอีกหน่อยคงได้รู้อยู่ดีนั่นแหละ
อนัทพลตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อไปอย่างตั้งอกตั้งใจ และเป็ไปด้วยความระมัดระวัง จนกระทั่งในที่สุดรถยนต์วิ่งมาถึงกรุงเทพ และมาจอดสนิทลงที่ลานจอดรถของคอนโดหรู ที่นายหัวแสนซื้อเอาไว้สำหรับให้น้องชายพักอาศัย
ชายหนุ่มทั้งสองออกจากรถยนต์ พากันเดินเข้าไปภายในคอนโด และขึ้นลิฟต์ไปยังห้องพัก พอถึงห้องนายหัวแสนเปิดประตูห้องออก เดินเยื้องย่างเข้าไปภายในห้อง เขาให้รู้สึกเจ็บและแค้นเป็อย่างมาก เพราะทุกๆอย่างในห้องยังคงเหมือนเดิม ทั้งเสื้อผ้าของน้องชายของเขาก็ยังอยู่ในห้องแต่งตัว ยังไม่ได้เก็บไปไหน
“เสื้อผ้าและสิ่งของของนายน้อยพวกนี้ นายหัวจะให้เก็บไหมครับ?”
“อืม... เก็บเถอะ”
นายหัวแสนกัดฟันพูดตอบคำถามของลูกน้องคนสนิท จากนั้นจึงหมุนตัวเดินออกจากห้องนอน ไปที่ห้องนั่งเล่น นายหัวแสนหยิบเครื่องดื่มสีอำพันออกมาจากตู้โชว์ พร้อมกับถือแก้วเครื่องดื่มมานั่งลงที่โซฟา เขาเทเครื่องดื่มสีอำพันใส่ลงไปในแก้ว แล้วยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔
ไรท์ขอฝากนิยายเื่นี้อีกหนึ่งเื่นะคะ หวังว่ารีดจะชอบนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่าาาาาา................................................ ^_^ ^_^ ^_^ ^_^