บทที่ 49
ซื้อขายที่ดินเสร็จสิ้น
“ นี่มันโฉนดที่ดิน เจ้าใดมาได้อย่างไร!! ” หย่งคังส่งเสียงอุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนกตกใจมองเห็นที่ดินที่อยู่เบื้องหน้าของตนเอง
ใบการซื้อขายที่ดินและก็สิทธิ์ในการถือครองที่ดินบริเวณทางทิศเหนือของเมืองที่เคยเป็นของตาเฒ่าอี้ในตอนนี้อยู่ภายในมือของจางหยวน
เมื่อรู้เช่นนั้นแล้วจึงแสดงใบหน้าที่ตื่นตระหนกตกใจออกมาอย่างชัดเจนภายในใจของมันยังคงเต็มไปด้วยความสงสัยว่าจางหยวนเอาที่ดินแปลงนี้มาได้อย่างไร
ที่ดินบริเวณนั้นเป็นที่ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากผู้คนอยากได้ที่ดินผืนนั้นมากมาย
ขนาดตระกูลใหญ่ทั้งสามภายในเมืองเองก็ยังอยากได้และอยากเป็นผู้ถือครองที่ดินผืนนั้นเลย
แต่ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นผู้ใดติดต่อการซื้อขายผู้เฒ่าอี้ก็ไม่ยอมขายที่ดินแปลงนั้นให้
ในตอนนี้เมื่อมองเห็นว่าที่ดินที่ผู้คนต่างอยากได้มาอยู่ภายในมือของจางหยวนภายในใจของหย่งคังทั้งตื่นตระหนกทั้งยินดี
จางหยวนยิ้มเล็กน้อยแล้วก็พูด “ ข้าเพียงแค่ทำตามความต้องการของผู้เฒ่าอี้เท่านั้นขอรับ”
จางหยวนพูดดูคล้ายว่ามันเป็นเรื่องที่ง่ายดาย
แต่อันที่จริงการเข้าไปพบคนผู้นั้นมันก็ยากเย็นพอแล้วแต่นี่ยังทำตามความประสงค์ของผู้อาวุโสผู้นั้นได้อีก
หย่งคังยิ่งมองว่าจางหยวนเป็นคนที่สุดยอดมากขึ้นไปอีก
“ ตอนนี้พวกเราได้ที่ดินแปลงนี้ตามที่ตัวของข้าต้องการมาแล้วแน่นอนว่าพวกเราสามารถใช้งานมันได้ ”
“ ที่ดินแปลงนี้มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากแถมมันยังเป็นที่ดินแปลงใหญ่พวกเราสามารถเริ่มทำการเพาะปลูกพืชผักวิญญาณบริเวณนั้นได้ทันที ”
“ เรื่องคนงานท่านตักเตรียมเป็นอย่างไรบ้าง ” จางหยวนเอ่ยถามถึงหน้าที่ของหย่งคัง
หย่งคังพยักหน้าตอบรับกลับ “ เรื่องคนงานเตรียมจนเสร็จแล้วตอนนี้ได้คนงานที่พร้อมจะทำงานให้พวกเราประมาณเกือบสามสิบคน”
“ ส่วนเรื่องค่าแรงพวกเราก็ให้ค่าแรงของพวกเขาตามเจ้าเด็กน้อยทั้งสองนั้นก็ได้”
จางหยวนไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนั้น “ ไม่มีปัญหาขอรับขอเพียงแค่มีคนทำงานให้กับพวกเราก็”
“ พวกเราจำเป็นจะต้องการจำนวนคนที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อขยับขยายเอาให้ใหญ่โตมากขึ้นด้วย”
“ ในตอนนี้ที่ดินแปลงนี้คงจะสามารถทำอะไรได้เยอะแยะ ”
จางหยวนมองแผนการของตนเองก้าวหน้าไปหลายสิบเก้าคนก็เตรียมพร้อมแล้วที่ดินก็ได้มาเรียบร้อยแล้วตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่รอเวลาเท่านั้น
ถ้าทุกอย่างไม่มีอะไรผิดพลาดตามความคิดของเขาอีกไม่นานธุรกิจจะใหญ่โตอย่างแน่นอน
…
วันถัดมา
หลังจากที่ได้รับที่ดินบริเวณทางทิศเหนือของเมืองมาเรียบร้อยแล้วจางหยวนได้เดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้เพื่อตรวจดูที่ดินหลังจากทำการซื้อขาย
แม้ว่าเขาจะเดินทางมาสำรวจดูหลายต่อหลายครั้งแล้วแต่นี่เขาสามารถซื้อมันมาได้แล้วย่อมต้องตรวจดูอย่างละเอียดอีกครั้ง
จางหยวนเดินอยู่บริเวณภายในที่ดินเขาเดินไปแล้วก็กวาดสายตาไปมองเลยพลางคิดไปด้วย “ ที่ดินแปลงนี้ยอดเยี่ยมจริงๆ”
“ พื้นที่กว้างขวางยี่สิบห้าหมู่ เป็นที่ดินที่กว้างขวางแถมยังมีความอุดมสมบูรณ์”
“ ถือว่าโชคดีที่ตัวของเราได้รับมันมาในราคาเพียงแค่หนึ่งพันตำลึงผู้อาวุโสอี้ยอมขายที่ดินแปลงนี้ให้กับตัวของเราในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด ”
“ มองดูจากที่ดินผืนนี้ถ้าไปเสนอขายให้กับตระกูลใหญ่ราคาของมันคงจะไม่ต่ำกว่าสามพันตำลึง”
“ แต่อย่างไรก็เถอะถือว่าโชคดีที่ตัวของเราได้ใช้งานร้านค้าเกียรติยศ”
“ เพราะว่าเข้าไปใช้งานและซื้อของภายในนั่นเลยทำให้มีของที่สามารถใช้งานไม่เช่นนั่นคงจะไม่สามารถทำตามความปรารถนาของผู้เฒ่าได้ ”
“ ยันต์เทวะหนึ่งในสิ่งของที่ซื้อมาจากร้านค้าเกียรติยศ มันคือของวิเศษหนึ่งอย่างที่มีความพิเศษเป็นอย่าง”
“ โดยมันเป็นยันที่จะสร้างมิติขึ้นมาโดยมิติที่ปกคลุมรอบร่างกายที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยยันมันจะสะท้อนภาพในจิตใจของมนุษย์ที่กำลังนึกคิดอยู่ ”
“ ใช้ยันต์เทวะใส่ผู้เฒ่าในขณะที่เขากำลังคิดภาพของดินแดนเซียน ”
“ เพราะแบบนั้นภาพที่ปรากฏขึ้นมามันเลยกลายเป็นภาพของดินแดนเซียนสถานที่ที่เขานั้นคิดเอาไว้”
“ เรียกง่ายๆคือมันคือกระจกที่สะท้อนภาพที่อยู่ภายในจินตนาการให้ออกมาเป็นภาพแห่งความจริงที่อยู่อีกมิติหนึ่งแต่ว่าผลของมันสามารถใช้ได้เพียงแค่หนึ่งชั่วยามเท่านั้น ”
นี่คือความลับที่ทำให้เขาสามารถสร้างสรรค์ดินแดนเซียนขึ้นมาตามความต้องการของผู้อาวุโสผู้นั้นได้
เพราะว่าเจ้าของชิ้นนี้มันเป็นเหมือนกับกระจกที่เอาไว้สะท้อนจิตใจ
ตอนนี้ใช้ไปหนึ่งอันยังคงเหลืออยู่อีกเพราะว่ายันต์เทวะใช้แล้วจะสลายหายไปของวิเศษพวกนี้การเลือกใช้จำเป็นจะต้องเลือกใช้ในสถานการณ์ที่สำคัญ
เขายังไม่มีสิทธิ์ในการเขาใชร้านค้าเกียรติยศเพราะแบบนั้นในตอนนี้ก็จำเป็นจะต้องใช้ของวิเศษที่ได้รับมาแล้วคิดไตร่ตรองอย่างหนัก
จางหยวนเดินสำรวจที่ดินบริเวณรอบๆจนเสร็จมันทำให้จางหยวนได้รู้ว่าที่ดินบริเวณรอบๆมีความอุดมสมบูรณ์มาก
ในตอนแรกสถานที่บางแห่งไม่สามารถเข้าถึงได้เพราะมันเป็นสิทธิหวงห้ามของผู้ที่ถือครองที่ดิน
ยามนี้เขาเป็นผู้ที่ถือครองที่ดินผืนนี้แน่นอนว่าสามารถเข้าถึงพวกพื้นที่สำคัญต่างๆได้อย่างไม่มีข้อกังขา
“ น้ำบริเวณทะเลสาบด้านหลังก็สามารถเอามาใช้ได้เป็นน้ำสะอาดที่หายากล่ะก็พื้นที่บริเวณนี้ก็เหมาะกับการปลูกพืชพันธุ์ ”
“ ในพื้นที่ยี่สิบห้าหมู่คงจะสามารถปลูกพืชได้เป็นจำนวนมากเอาล่ะถ้าเช่นนั้นก็เริ่มลงมือตั้งแต่ในวันพรุ่งนี้เลย ”
..
ที่สำรวจที่ดินจนเสร็จได้เริ่มทำการจัดการที่ดินอย่างรวดเร็วที่ดินแปลงนี้เขาได้จ้างคนงานพวกนั้นที่หย่งคังไว้ใจมาจัดการพื้นที่ที่ดินโดยการจัดการหน้าดินเพื่อให้เหมาะสมกับการเพาะปลูก
แต่ว่าการใช้เวลาในการจัดการหน้าดินมันต้องใช้เวลาอีกสักพักเพราะว่าที่ดินผืนนี้มีจำนวนกว้างขวางเป็นอย่างมากคงจะใช้เวลาหลายวัน
โลกยุคสมัยนี้ไม่ได้มีเทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างพวกเครื่องจักรที่สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว
ทุกอย่างล้วนแล้วต้องใช้เวลาจางหยวนคาดการณ์เอาไว้ว่าการใช้เวลาจัดการหน้าดินคงจะต้องใช้เวลาถึงหนึ่งสัปดาห์
ในช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาสำรวจผู้คนด้วยว่าคนงานคนใดสามารถทำงานได้ดีและมีนิสัยใจคออย่างไร
คนพวกนี้ถูกแนะนำมาโดยหย่งคังจางหยวนไม่รู้จักพวกเขาเลยเพราะแบบนั้นจำเป็นจะต้องใช้เวลาในการศึกษาและประเมิน
การรู้จักคนที่ทำงานให้กับตนเองถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่จะสามารถทำให้ปกครองคนงานเหล่านี้ได้อย่างทั่วถึง
…
และแล้วมันก็มาถึงวันที่นัดหมายผ่านมาหลายวันหลังจากที่ได้รับเงินหนึ่งหมื่นตำลึงจากตระกูลสวีเป็นเงินทุนก้อนโต
ในตอนนี้ก็ถึงเวลาที่อีกฝ่ายและเขานัดหมายกันเอาไว้
วันที่จางหยวนจะเดินทางไปพบผู้นำของตระกูลสวีถึงจวน
จางหยวนเเต่งกายด้วยชุดสะอาดสะอ้านแม้จะไม่ได้ดูหรูหรามากนักแต่ก็ดูให้เกียรติอีกฝ่ายเดินทางขึ้นรถม้าของตระกูลสวีที่มารอรับถึงหน้าบ้านมุ่งตรงไปยังตระกูลสวีที่ตั้งอยู่ภายในเมือง
รถม้าที่กำลังเคลื่อนที่อยู่บนถนนมาหยุดลงบนถนนเส้นหนึ่งภายในเมืองทางทิศใต้
จวนขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าเป็นจวนของตระกูลสวีที่เป็นเป้าหมาย
ณจวนของตระกูลสวี
ยามสายของวัน
จบบท