ต่อให้ไฮเปอร์คาร์จะมีราคาหลายร้อยล้านบาท ในสายตาของไอแซคนี่คือขยะที่วิ่งอยู่บนถนน สาเหตุที่เขาคิดแบบนั้นก็เพราะว่าในยุคปัจจุบันนี้เทคโนโลยีค่อนข้างล้าหลัง เมื่อนำมาเทียบกับ'ธันเดอร์โบ๊ท'มันต่างกันราวฟ้ากับเหว
“เอาล่ะ ช่วยผมแยกชิ้นส่วนเครื่องยนต์ เก้าอี้ ที่วางแก้วในรถ...” เจมส์สั่งงานให้หุ่นกะลาสี แม้โดยส่วนใหญ่จะถนัดแร่ปลาที่จับมาได้ แต่การหั่นรถแยกชิ้นส่วนก็ไม่ได้ยากเกินความจำเป็น
รถยนต์ที่เห็นอยู่ตรงหน้าไม่มีผลเสียด้านลบ เนื่องจากเจมส์ใช้ถุงมือกับสายฟ้าจำนวนมากในไร่ทุเรียน ผลคือถุงมือได้รับการพัฒนาขึ้นมาก ไม่จำเป็นต้องชาร์จไฟบ่อย และที่สำคัญคือผลเสียด้ายลบแทบจะไม่ค่อยมีให้เห็นเหมือนตอนแรกๆ
หุ่นกะลาสีเริ่มลงมือ พวกเขาอาศัยเครื่องมือบนเรือมาทำการวัดขนาดของตัวรถก่อนจะแยกชิ้นส่วนมันออกมาในเวลาเพียง 5 นาที
เครื่องยนต์มูลค่าหลายร้อยล้านบาทถูกวางอยู่บนพื้น เก้าอี้ที่ปักคำว่า'Lamborghini'หลายตัวถูกวางบนพื้นเช่นเดียวกันอย่างไม่ใยดี
เจมส์หยิบที่วางแก้วน้ำขึ้นมา นี่คือแก้วจากรถยนต์ราคาหลักล้าน แค่แก้วก็ซื้อมอเตอร์ไซค์ได้หนึ่งคัน เป็นการสิ้นเปลืองได้ดีแท้ แต่ก็นั่นแหละ ของสิ่งนี้สำหรับคนรวยคงไม่คิดอะไรหรอก
ระหว่างรอชิ้นส่วนต่างๆ เจมส์หยิบกระดาษหนึ่งแผ่นออกมาแล้วใช้'ถุงมือฟ้าประทาน'
'กระจกเนรมิต คุณสามารถเนรมิตกระจกเป็นรูปแบบต่างๆ ได้โดยการนวด หลังจากทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีกระจกจะแข็งตัว มีความเบา ความทนทานมากกว่าเพชร 2 เท่า'
'ผลเสียด้านลบ' นวดได้แค่ครั้งเดียว หลังจากแข็งตัวแล้วจะแก้ไขไม่ได้
เจมส์พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ นี่คือกระจกจากหนังสือที่มีตัวเอกเป็นชาวสวน เอริค ที่ทอยแนะนำนั่นเอง
หลังจากอ่านถึงการตกแต่งบ้านของเอริค เจมส์ดูสนใจกระจกวิเศษอันนี้มาก เนื่องจากมันมีรูปร่างเป็นอิสระ ไม่ได้คำนึงถึงกฎฟิสิกส์ความเป็นจริง นอกจากนั้นสีของมันยังปรับได้ตามความต้องการของเราเพียงแค่ป้อนคำสั่งก่อนเริ่มนวดกระจกที่เหมือนกับแป้งใสๆ ก่อนจะนำไปขึ้นรูป
“แข็งยิ่งกว่าเพรช น้ำหนักเบา นี่มันเยี่ยมไปเลยนะเนี่ย ถ้าหากในอนาคตเราสร้างซูเปอร์คาร์ขึ้นมา ใช้กระจกมนตราขึ้นรูปก็คงไม่ต้องเปลืองค่าวัสดุอุปกรณ์ นอกจากนั้นในโลกนี้เกรงว่าคงไม่มีรถคันไหนแข็งเท่ามันอีกแล้ว”
เจมส์มีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากจะทำ แน่นอนรวมถึงซูเปอร์คาร์แบรนด์คนไทยด้วย เครื่องยนต์ที่เขาคิดขึ้นจะต้องมีความแรงยิ่งยวด นอกจากนั้นวัสดุที่ใช้ทำจะต้องแตกต่างจากที่อื่น เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน
เขานั่งลงบนเก้าอี้ให้หุ่นกะลาสีลากเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์มาวางไว้ตรงหน้า เจมส์เปิดกล่อง'กระจกเนรมิต'ตั้งค่าเฉดสีบนกล่องเป็นมันดำเงาลายหินหยก จากนั้นน้ำสีใสในกล่องก็เกิดการกระเพื่อม กลายเป็นสีดำตามคำสั่งที่ได้ป้อนลงไป
เจมส์หยิบกระจกสีดำที่เหมือนกับขนมสามชั้นขึ้นมาวางทาบลงบนเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์ สองมือเขาดึงกระจกที่มีความยืดหยุ่นสูงไปข้างๆ ให้มันคลุมเครื่องยนต์ราคาแพงไว้ พอคลุมเสร็จแล้วเขาเริ่มทำให้ด้านบนแบนราบ เหมาะสำหรับการวางสิ่งของหรือน้ำ ขนม ป็อบคอร์น
ทำได้ราว 10 นาทีเจมส์เช็ดเหงื่อ มองผลงานตรงหน้าด้วยความเหนื่อยใจ
“ทำไมอ่านในหนังสือ เอริคถึงได้ปั้นกระจกง่ายจังนะ แต่ของจริงกลับยาก ดูสิเนี่ยนึกว่ากองขยะสีดำ”
กระจกยังมีรูปลักษณ์สวยงามมันวาวราวกับหยกจากแดนแห่งวิทยายุทธ แต่ทว่าการปั้น การขึ้นรูปช่างแย่จนไม่น่ามอง เห็นแล้วขัดหูขัดตาสุดๆ
“เจ้านาย เรียกให้เอสมาที่นี่สิครับ ด้วยฝีมือการสร้างพระราชวังของเขาเจ้านายก็เห็นแล้ว แค่ทำโต๊ะง่ายๆ ผมว่างานนี้น่าจะเหมาะกับเขา” ไอแซคเสนอ เพราะเขาเองก็ได้ไปดูงานของเอสบ่อยๆ ฝีมือของเจ้าหุ่นเด็กตัวเล็กนั่นเป็นของจริง สร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาราวกับเทพนิยาย เข้ากับเรือ'ธันเดอร์โบ๊ท'จนกัปตันอย่างเขาต้องออกปากชื่นชมครั้งแล้วครั้งเล่า
“เอส...นั่นสินะ เขาเก่งเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว งั้นฝากคนของนายไปเรียกมาทีแล้วกัน”
“ทราบครับ”
ไม่นานเอสได้มาถึงที่นี่ ในปากคาบอมยิ้มแสนหวาน ดูมีความสุขขณะมองโทรศัพท์มือถือ เจมส์ไม่ได้ตั้งใจมองข้อความส่วนตัวของลูกน้อง หากแต่เจ้าเด็กนี่ตัวเล็กกว่าเขา แค่มองจากมุมสูงแล้วเห็นเท่านั้นเอง
ดูเหมือนว่าเอสกำลังคุยกับนางแบบคนหนึ่งอยู่ คนคนนั้นคงจะเป็นคนที่เขาบอกว่ามีอะไรด้วยบนเรือ หน้าตาใช้ได้ทีเดียว แถมข้อความที่คุยกันยังไปทาง 18+ นอกจากนั้นรูปที่เธอส่งมายังเป็นกางเกงในเซ็กซี่สุดๆ มิน่าล่ะเอสถึงอารมณ์ดี ที่แท้ก็ดูภาพลามกนี่เอง
“ดูมีความสุขจังนะ ตอนนั้นผมก็ให้นายดูรูปจากอินเตอร์เน็ต ทำไมปฏิกิริยาถึงได้ต่างกันขนาดนี้” เจมส์กล่าวเหน็บแนมเพราะหมอนี่เอาแต่ยิ้มไม่รู้สถานการณ์
เอสเงยหน้าขึ้นมา สบตาเขาตามด้วยยิ้มกว้าง “เจ้านายครับ รูปทั่วไปในอินเตอร์เน็ตมันจะไปสนุกได้ยังไง ต้องเป็นรูปของคนใกล้ตัวที่เรารู้จักสิครับ และนี่คือรูปของดารานางแบบที่ได้ครั้งแรกของผมไป เธอบอกว่าคิดถึงผมมากถึงได้ถ่ายรูปกางเกงในเซ็กซี่มาให้ดู ผมน่ะชอบมากเลยล่ะ แต่น่าเสียดายที่นี่ไม่มีตู้รับไปรษณีย์ ไม่งั้นผมคงจะบอกให้เธอส่งมาให้”
เจมส์เอามือกุมขมับ นับวันเจ้าเด็กนี่ยิ่งคิดอะไรพิเรนๆ “เอาล่ะ เพลาๆ เรื่องลามกบ้าง ตอนนี้ทำงานได้แล้ว”
“ได้ครับ เจ้านายอยากให้ผมทำกระจกพวกนี้ให้เป็นรูปร่างสวยๆ เหมาะกับโรงหนังแห่งนี้ใช่ไหมครับ” เอส รู้เรื่องมาจากปากหุ่นกะลาสีเรือแล้ว เขาจึงรีบวางโทรศัพท์ลงแล้วเข้าไปทำงานทันที
ท่าทางกระตือรือร้นของเจ้าเด็กนี่ไม่ใช่เพราะมีของเล่นใหม่หรอก แต่เพราะมีแรงที่ได้เห็นกางเกงในแฟนสาวต่างหาก
เอสเริ่มลงมือขึ้นรูป'กระจกเนรมิต'อาจจะเห็นว่าโดยส่วนใหญ่ใช้แต่เครื่องมือขึ้นรูป แต่ใครจะรู้ว่าต่อให้ใช้มือเปล่า ฝีมือเขายังถือว่าดีมาก อย่างกับช่างปั้นแห่งโลกเดินทางมาที่นี่ด้วยตัวเอง
ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ชิปประมวลผลของเอสเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์ วิเคราะห์โครงสร้าง ขึ้นรูป กระบวนการต่างๆ ที่ทำใช้เวลาไม่นานก็ออกมาเป็นโต๊ะตัวหนึ่งซึ่งฐานคือเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์
มองเห็นชิ้นส่วนเครื่องอยู่ด้านล่างกระจกสีดำ บางส่วนยื่นขึ้นมาด้านบน ดูมีความเท่ความครีเอต และแน่นอนระดับความฟุ่มเฟือยใช้รถยนต์มาชำแหละทำที่นั่งในโรงภาพยนตร์ คงจะไม่มีใครบ้าเท่าเจมส์อีกแล้ว
“ผมว่าถ้าใช้กระจกสองสี โดยซ่อนอีกอันไว้ด้านในทำเป็นลวดลายแล้วทาบด้วยกระจกอีกอันน่าจะสวยมาก เจ้านายคิดว่ายังไงครับ” เอสยืนกอดอก มองผลงานของตัวเองแต่ยังรู้สึกไม่พึงพอใจ
“ทำตามที่นายว่า จะเอากระจกเท่าไหร่ก็ได้” เจมส์ค่อนข้างใจกว้าง กระจกฟรีๆ ไม่ได้เสียตังค์ซื้อ แค่ถ่ายเอกสารเพิ่มเท่านั้นเอง ไม่เห็นจำเป็นต้องประหยัดเลยนี่นา
และแล้วโรงหนังแห่งนี้ก็กลายเป็นเวทีแสดงฝีมือของเอส เขาเนรมิตกระจกให้เป็นดอกกุหลาบสีแดงสดที่ซ่อนไว้ด้านในโต๊ะ โทนค่อนข้างมืดเพราะไม่อย่างนั้นจุดโฟกัสของลูกค้าจะไม่ใช่จอหนัง แต่เป็นโต๊ะกระจกอันหรูหรา
เจมส์ปล่อยให้เอสแสดงฝีมือจนพอใจ หลังจากที่ดูได้ครู่หนึ่งเขามีความคิดบางอย่างเกี่ยวกับเอส
เด็กคนนี้มีฝีมือด้านออกแบบไม่แพ้ใครบนโลก หากเปิดโรงงานเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน โดยมีเอสเป็นคนกุมบังเหียน แค่คิดถึงตรงนี้ก็น่าตื่นตาตื่นใจแล้ว และตลาดที่เจมส์กำลังวาดฝันอยู่ก็คือต่างประเทศเป็นหลัก
ปล่อยหน้าที่โต๊ะเป็นของเอสไป ส่วนเจมส์มาจัดการกับเก้าอี้'Lamborghini'และนอกจากนั้นยังมีเก้าอี้ยี่ห้อรถอื่นๆ อีกมาก
เก้าอี้จะถูกนำมาวางแทนตัวเก่า พอวางลงไปจะเห็นโลโก้ยี่ห้อรถเด่นหรา แค่เห็นตรงนี้ก็ร้องว้าว อยากลงไปนั่งจนใจจะขาด
มีใครหลายคนที่อยากนั่งซูเปอร์คาร์แต่ไม่มีโอกาส และถึงแม้ลูกค้าส่วนใหญ่ของเจมส์จะได้นั่งเป็นว่าเล่น แต่ใช่ว่าจะนำส่วนนี้มาใช้กับโรงหนังไม่ได้
สิ่งที่เจมส์ต้องการคือความแปลกใหม่ นอกจากนั้นยังบ่งบอกถึงความฟุ่มเฟือย ร่ำรวยเงินทอง แม้แต่คนรวยเห็นแล้วยังต้องกรามค้าง ต่อให้รวยก็เถอะแต่การนำรถใหม่ๆ ที่ยังไม่ได้ใช้งานมายำเละ ต้องบอกก่อนเลยว่าหากเงินไม่เหลือจริงคงทำไม่ได้
ปลายฝนอยู่บนเรือ'ธันเดอร์โบ๊ท'อาจเพราะเห็นว่าเที่ยงแล้วจึงมาตามเขาไปกินข้าว
“เอ่อ...คุณกำลังทำอะไรกันอยู่เหรอ” เศษซากรถราคาแพงทำให้ปลายฝนตกใจ ทำไมรถจำนวนมากขนาดนี้ถึงอยู่ที่นี่ได้ เข้ามาตอนไหนไม่เห็นรู้เลย
เจมส์ตอบด้วยท่าทีสบายๆ “ไม่มีอะไร พอดีรถผมเยอะไม่ได้ใช้ก็เลยชำแหละเครื่องยนต์ นำมาประดับเป็นโต๊ะไว้วางแก้วน้ำ ขนม ป๊อบคอร์น”
“อะไรนะ...โต๊ะวางของกินเล่น แต่ใช้ซูเปอร์คาร์มาทำ...” ดวงตาของปลายฝนเบิกโพลง มองรถพวกนั้นด้วยความเสียดาย
ต่อให้เธอเป็นถึงเชฟมิชลิน การจะซื้อซูเปอร์คาร์สักคันก็ต้องคิดแล้วคิดอีก แต่ดูเขาสิ ไม่ใช่แค่คันเดียวนะ มันมีมากกว่า 10 คัน
“โอ้พระเจ้า แฟนฉันร่ำรวยเกินไปแล้ว!”