มหาศาสตรากู้แผ่นดิน

    ตอนที่ 74 พูดคุยกับตาเฒ่าหมาน

    ตอนที่74 พูดคุยกับตาเฒ่าหมาน

     

    ที่ใต้ถุนบ้าน.......

     

    “กินน้ำกินท่าเสียก่อนเถิดพ่อหนุ่ม แล้วพวกเราค่อยมาคุยกัน”

     

    เมื่อทั้งสองเดินผ่านลานฝึกหน้าบ้านมาแล้วชายชราก็พากล้วยไปนั่งที่แคร่ไม้ไผ่ใต้ถุนบ้านเพราะบ้านของชายชรานั้นเป็นบ้านแบบยกสูงหลังใหญ่ ตัวบ้านทำมาจากไม้สักอย่างดีและเพราะเป็นบ้านแบบยกสูงที่ใต้ถุนบ้านจึงมีพื้นที่มากพอที่จะวางแคร่เหล่านี้ไว้นั่งเล่น อีกอย่างด้านใต้นี้ก็มีลมพัดผ่านอย่างเสมอด้วยทำให้อากาศเย็นสบายเหมาะกับการนั่งคุยกันแบบไม่เป็นทางการเช่นนี้.....

     

    “ขอบน้ำใจจ๊ะ”

     

    หมับ!อึก! อึก! อึก!

     

    อ้า!!

     

    “น้ำที่นี่ช่างหวานและเย็นชื่นใจยิ่งนักดื่มแล้วรู้สึกสดชื่นเลยจ้ะท่านตาเฒ่า”

     

    “ให้ข้าดื่มด้วยสิ ข้าเองก็กระหายน้ำเหมือนกันนะ!”

     

    อ๊ะ!!

     

    ละ.......ลิงพูดได้?!

     

    ในตอนนั้นเองเมื่อไอ้จ๋อเปิดปากพูดขึ้น สีหน้าของชายชราก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยเพราะการที่ลิงพูดได้เช่นนี้ สามารถบอกได้เลยว่าลิงตัวนี้จะต้องไม่ใช่ลิงธรรมดาเพราะถ้าเป็นเผ่าวานร ชายชราก็จะไม่ตกใจหรือแสดงอาการเช่นนี้ออกมาเนื่องจากเผ่าวานรสามารถพูดภาษามนุษย์ได้อยู่แล้ว แต่ลิงทั่วไปอย่างไอ้จ๋อนี่สิการที่มันพูดภาษามนุษย์ได้เช่นนี้ อย่างนี้มันจะต้องแข็งแกร่งมากๆ อย่างแน่นอนชายชราคิดเช่นนั้น.......

     

    “ใช่แล้วตาเฒ่า! ข้าสามารถพูดได้ ถึงข้าจักมิใช่เผ่าวานร แต่อีกไม่นานข้าจักต้องพัฒนาเป็นเผ่าวานรได้อย่างแน่นอน!”

     

    ไอ้จ๋อดูจะภาคภูมิใจในตัวเองอย่างมากเมื่อมันได้คุยโวต่อหน้าชายชราซึ่งมันไม่ได้สนใจหรือนึกคิดเลยว่าชายชราในตอนนี้กำลังรู้สึกอย่างไรต่อตัวของมัน.......

     

    อ๊ะ!

     

    “เช่นนั้นตาเฒ่าคนนี้ก็ยินดีกับท่านด้วยนะ”

     

    ชายชราดูจะสุภาพไม่น้อยเลยเมื่อเห็นไอ้จ๋อพูดถึงการพัฒนาตัวมันจะลิงธรรมดาให้กลายเป็นเผ่าวานรที่ยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์ลิงราวกับว่า ตัวของชายชรามีความเชื่อมโยงบางอย่างกับเผ่าวานรอย่างนั้นแหละแต่ในเวลาไม่นาน ชายชราก็เลิกสนใจไอ้จ๋อและหันมาหากล้วยแทน.......

     

    “ท่านตาอยากจักถามอะไรข้ากระนั้นรึ? ถ้ามีอะไรก็ถามข้ามาได้เลยข้าจักตอบคำถามของท่านทั้งหมด เท่าที่ตัวของข้านั้นจักสามารถตอบได้”

     

    ยังไม่ทันที่ชายชราจะได้ถามออกไปกล้วยก็เปิดปากพูดถามชายชราเสียก่อนแล้วราวกับเขารู้ว่าชายชรามีเรื่องบางอย่างที่อยากจะพูดคุยกับเขาอย่างนั้นแหละแต่ถึงจะไม่ใช่กล้วย คนอื่นๆ ก็คงพอจะมองออกได้เช่นกัน........

     

    “ข้ามิได้อยากถามอันใดมากความดอกพ่อหนุ่มที่ข้าอยากจักถามเอ็งก็มีแค่สองสามเรื่องเท่านั้นแหละ เรื่องแรกเอ็งมาที่นี่ด้วยจุดประสงค์อะไร? เรื่องที่สองเอ็งจักอยู่ที่นี่นานเพียงใด และเรื่องที่สามเอ็งต้องการที่จักเข้าร่วมกับ.........”

     

    ตึงตึง ตึง!

     

    แย่แล้วท่านตาเฒ่าหมาน!

     

    แย่แล้ว!!

     

    “เกิดอันใดขึ้นอีกละวะ ส่งร้องตะโกนอย่างกับมีใครตายเยี่ยงนั่นแหละ!?”

     

    “ก็ใช่น่ะสิท่านตาเฒ่า! ไม่กี่ชั่วโมงก่อนพวกข้ากลุ่มล่าสัตว์ได้พบศพของไอ้พวกโจรป่าที่มันเคยมาปล้นพวกเราคราก่อนนอนตายอย่างอนาถอยู่ที่ป่าห่างไปจากหมู่บ้านของพวกเราและดูจากสภาพศพของพวกมันแล้ว เหมือนเป็นฝีมือของพวกสัตว์ร้ายเลย”

     

    หือ?

     

    “เอ็งแน่ใจกระนั้นรึว่าเป็นพวกโจรป่า?”

     

    “แน่เสียยิ่งกว่าแน่อีกขอรับ เพราะข้ามิเคยลืมใบหน้าของไอ้พวกสารเลวบัดซบนั้นดอกต่อให้ข้าจักต้องตายไป ข้าก็จักมิมีวันลืมเป็นอันขาด!”

     

    ชายหนุ่มที่วิ่งเข้ามารายงานชายชราได้ตอบกลับอย่างมั่นใจและหนักแน่นว่าศพที่พวกตนพบนั้นเป็นศพของพวกโจรป่าจริงๆแม้ว่าจะเศษซากที่เหลือของศพจะเละเทะไม่หมดก็ตาม แต่ก็ยังมีบางส่วนที่สามารถระบุตัวตนของพวกมันได้ว่าเป็นพวกโจรป่าที่บุกเข้ามาในครั้งก่อน......

     

    อ้า!

     

    “เร็วเข้า! ไปเรียกทุกคนมารวมตัวกันที่บ้านข้าพวกเราจักต้องประชุมหารือกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้าพวกมันตายเพราะสัตว์ร้ายจริงๆหมู่บ้านของพวกเราก็ตกอยู่ในอันตรายเสียยิ่งกว่าถูกพวกโจรป่าบุกปล้นเสียแล้วไปเร็ว!”

     

    ขอรับท่านตาเฒ่าหมาน!

     

    ชายชราแสดงสีหน้าตื่นกลัวและเป็นกังวลออกมาอย่างไม่หยุดเขารีบสั่งให้ชายหนุ่มคนนี้ไปเรียกทุกคนในหมู่บ้านมาเข้าร่วมประชุมที่บ้านของตนในทันทีเพราะว่าการเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายนั้นน่ากลัวและอันตรายกว่าพวกโจรป่าที่เป็นมนุษย์อย่างมากอย่างไร พวกโจรก็แค่ปล้นและทำร้ายคนในหมู่บ้านเพียงเล็กน้อยเท่านั้นต่างจากพวกสัตว์ร้ายที่ฆ่าและก็ทำลายล้างอย่างเดียว......

     

    “ไอ้หนุ่ม! ตอนนี้มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นที่นี่ข้าอยากจักให้เอ็งพักอยู่กับข้าที่นี่ก่อน ไว้ให้จบ........”

     

    “ท่านตาเฒ่า! อันที่จริงแล้ว โจรป่าพวกนั้นเป็นพวกข้าเองที่จัดการและที่สภาพศพของพวกมันเป็นเช่นนั้นก็เพราะฝีมือของไอ้จ๋อมันซึ่งข้าได้บอกมันแล้วว่าให้เบามือแล้ว แต่มันก็มิฟังความข้าเลยพวกโจรป่าก็เลยอยู่ในสภาพอนาถเช่นนั้นจ้ะ”

     

    กล้วยไม่ได้คิดที่จะปิดบังเรื่องนี้ดังนั้นเขาจึงได้บอกชายชราออกไปตรงๆ ว่าพวกโจรป่าเหล่านั้นตายเพราะเขากับไอ้จ๋อก่อนที่จะเดินทางมาถึงที่นี่.....

     

    อ้า!

     

    “เป็นเยี่ยงนั้นเอ็งดอกรึ? ถ้าเช่นนั้น.............หือ?!เอ็งว่าเยี่ยงใดนะไอ้หนุ่ม? พูดให้ข้าฟังชัดอีกสักคราได้หรือไม่?!”

     

    ชายชราตกใจหนักยิ่งกว่าเดิมอีกในเวลานี้เมื่อเขาได้ยินสิ่งที่กล้วยพูด และเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ชายชราจึงคิดว่าตนหูฝาดไป เลยบอกให้กล้วยพูดใหม่อีกครั้ง......

     

    “คือว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็น.........”

     

    ไม่กี่นาทีผ่านไป.......

     

    อึก!

     

    “มิคิดเลย! มิคิดเลย! คราแรกข้าคิดว่าเอ็งเป็นเพียงแค่ชายหนุ่มธรรมดาทั่วๆไปเสียอีก แต่ใครจักไปคิดละว่าเอ็งนั้นจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้”

     

    ชายชรายังคงรู้สึกทึ่งและไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินจากกล้วยเพราะหากดูด้วยตาเปล่าแล้ว กล้วยดูไม่เหมือนนักรบผู้มีพลังเลยเขาเหมือนเด็กหนุ่มทั่วๆ ไปมากกว่า หากว่ากล้วยไมมีกล้ามเนื้อด้วยแล้วละก็เขาคงถูกมองว่าเป็นพวกทาสไร้ความสามารถแน่ๆ .......

     

    “แต่ว่า.......ข้าอยากให้ท่านตาช่วยข้าเก็บเรื่องนี้เอาไว้ก่อนได้หรือไม่เพราะข้าคิดว่า ผู้คนในหมู่บ้านคงมิเชื่อคำกล่าวของเด็กคนหนึ่งอย่างแน่นอน”

     

    ที่กล้วยยอมบอกเรื่องนี้แก่ชายชรานั้นก็เพราะกล้วยคิดว่าชายชราสามารถแยกแยะและตัดสินใจได้ว่าอะไรจริงอะไรไม่จริงแต่สำหรับคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน พวกเขาคงไม่มีใครยอมเชื่อเรื่องนี้แน่เช่นนี้แล้วกล้วยจึงขอให้ชายชราเก็บเรื่องนี้เอาไว้ก่อน......

     

    “เอ็งมิต้องเป็นห่วงไปดอก ข้ารู้ดีว่าข้าควรที่จักทำเยี่ยงใดตอนนี้เอ็งพักผ่อนให้สบายเถอะ ข้าจักให้คนไปหาข้าวมาให้ ดูท่าเอ็งคงจะหิวแล้ว”

     

    ชายชราพยักหน้าตอบรับกล้วยอย่างไม่ลังเลใดๆเพราะเขาเองก็คิดว่าจะยังไม่พูดเรื่องนี้ออกไปให้ใครรู้เช่นกัน เว้นแต่ครูชัยที่เป็นนักรบเนื่องจากครูชัยนั้นผ่านอะไรมามากเขาน่าจะรับฟังและช่วยตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีส่วนเรื่องการประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้น ชายชราคงไม่อาจที่จะให้กล้วยเข้าร่วมได้เพราะมันเป็นการประชุมของคนในหมู่บ้าน.......

     

    “ข้าขอขอบน้ำใจท่านตาอีกครั้ง แต่ถ้ามีอะไรให้ข้าช่วยท่านก็บอกข้ามาได้เลยนะ อย่าได้เกรงอกเกรงใจกันอย่างน้อยข้าจักได้ตอบแทนน้ำใจของท่านตาด้วย!”

     

    อ่า!!

     

    หลังจากที่ชายชรากับกล้วยพูดคุยกันเสร็จชายชราก็ลุกขึ้นยืนและเดินออกไปยังลานกว้างหน้าบ้านเพื่อพบปะกับคนในหมู่บ้านที่มาร่วมประชุมในครั้งนี้.......

     

    ที่ลานหน้าบ้านของชายชรา......

     

    “ท่านตาเฒ่าหมาน เรียกพวกเรามาประชุมด่วนเช่นนี้มีเรื่องกระไรรึ?”

     

    “นั่นสิ! ข้ายังตำข้าวไม่เสร็จเลยนะ นี่ก็ใกล้จักมืดค่ำแล้วด้วย”

     

    “ใช่! ข้าพึ่งเอาควายเข้าคอกเมื่อครู่นี้เอง ยังมิได้ให้หญ้าฟางพวกมันเลย”

     

    “ถ้าท่านตาเฒ่ามีอะไรก็แจ้งพวกเรามาเถอะ”

     

    อ่าอ่า อ่า!

     

    “ข้ารู้ว่าพวกเอ็งทุกคนมีธุรการงานที่จักต้องทำแต่เรื่องนี้เองก็สำคัญมิแพ้กันดอกเอาเป็นว่าข้าจะให้ไอ้แสบมันเป็นคนเล่าก็แล้วกันเพราะมันเป็นคนที่พบเจอเหตุการณ์!”

     

    หือ?

     

    “ฟังกันดีๆ นะ เรื่องมันมีอยู่ว่า............”

     

    ห้านาทีผ่านไป......

     

    “เรื่องจริงหรือเนี่ย? พวกมันตายกันแล้วจริงๆกระนั้นรึ?”

     

    “สมน้ำหน้าพวกมัน ตายไปเสียได้ก็ดี อยู่ไปก็รกโลกเสียเปล่าๆ!”

     

    ใช่ใช่ ใช่!

     

    “แต่มันน่าเสียดายนักที่ข้ามิได้เป็นผู้ลงมือเอง ข้าละแค้นใจพวกมันยิ่งนักถ้าได้สับพวกมันสักคราสองคราคงจักดีมิใช่น้อย!”

     

     

    “เอ็งนี่ก็ทำเป็นพูดไป ครั้งนั้นที่พวกโจรมันบุกเข้ามาข้าเห็นเอ็งวิ่งหนีก่อนคนแรกเลยมิใช่รึ?”

     

    “ข้าไม่ได้วิ่งหนีโว้ย ข้าแค่วิ่งไปตั้งหลักเตรียมความพร้อมก็เท่านั้นเอง”

     

    ฮะ!?

     

    “วิ่งไปตั้งหลักกระนั้นรึ? สงสัยหลักของเอ็งจักอยู่ไกลน่าดูเลยเพราะกว่าเอ็งจะหยุดตั้งหลักได้ก็ออกไปนอกหมู่บ้านเสียแล้ว!”

     

    อ๊ะ!

     

    ฮ่าฮ่า ฮ่า!!

     

    เงียบน้อย!!

     

    “เรื่องนี้มิใช่เรื่องตลกขบขันดอกนะ แม้ว่าพวกโจรป่าจักตายแล้วแต่คนที่ลงมือฆ่าพวกมันยังอยู่ ถ้าหากว่าพวกมันตายเพราะสัตว์ร้ายจริงๆพวกเราก็ยิ่งต้องระวังและดูแลความปลอดภัยของหมู่บ้านให้มากยิ่งขึ้น มิเช่นนั้นเคราะห์ร้ายคงมาเยือนหมู่บ้านของเราในมิช้าอย่างแน่นอน!”

     

    ชายชราเห็นว่าทุกคนมีสีหน้าดีขึ้นแทนที่จะแย่ลงเมื่อได้ฟังคำบอกเล่าจากชายหนุ่มที่ชื่อแสบเขาก็รีบกล่าวเตือนสติให้ทุกคนรู้ตัวในทันทีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีเลยสักนิดเดียวเพราะอย่างไรสัตว์ร้ายก็น่ากลัวและโหดร้ายกว่าพวกโจรมาก......

     

    อ่า!

     

    “แล้วพวกเราจักทำเยี่ยงใดกันดีละท่านตาเฒ่าหมาน?”

     

    “ใช่! จากคำเล่าของไอ้แสบพวกเรายังไม่รู้เลยว่าสัตว์ร้ายที่ว่ามันคือสัตว์ชนิดใดแล้วแบบนี้พวกเราจักจัดการกับมันได้เยี่ยงใด?”

     

    “หรือว่าพวกเราจักวางกับดักสัตว์เอาไว้รอบๆ หมู่บ้านดี?”

     

    “นั่นมันสัตว์ร้ายนะโว้ย มิใช่สัตว์ป่าทั่วๆ ไปที่จับได้ด้วยกับดัก!”

     

    อ้า!

     

    ข้าขอโทษ!

     

    ความเงียบและความวิตกกังวลกลับมาอีกครั้งเมื่อทุกคนได้รับคำเตือนจากชายชราไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยพบเจอกับการบุกโจมตีของสัตว์ร้ายพวกเขาเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วแต่เพราะครั้งนี้สัตว์ร้ายที่บุกโจมตีหมู่บ้านเป็นเพียงแมวป่ามีเขาซึ่งแข็งแกร่งพอๆ กับนักรบระดับหัวหมู่ขั้นต้นช่วงแรกเริ่มหรือเทียบได้กับผู้ใหญ่ราวๆ สิบคนรวมกัน.......

     

    ในครั้งนั้นเหล่าผู้ชายที่โตแล้วเกือบยี่สิบคนได้ช่วยกันจัดการกับมัน จนในที่สุดก็จัดการได้แต่พวกเขาก็เสียคนไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง กว่าจะจับแมวป่ามีเขาตัวนี้ได้ แถมยังมีบ้านเรือนและพื้นที่เพาะปลูกอีกไม่น้อยที่เสียหายนั่นจึงถือว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของหมู่บ้านเลย ดังนั้นเมื่อพูดถึงสัตว์ร้ายที่สามารถจัดการกับพวกโจรป่าทั้งหมดได้ในครั้งเดียวเช่นนี้สัตว์ร้ายตัวนี้จะต้องแข็งแกร่งกว่าแมวป่ามีเขาอย่างแน่นอน........

     

    “ท่านหัวหน้าหมู่บ้านข้าคิดว่า.......เรื่องนี้พวกเราไม่ต้องเป็นกังวลมากนักดอกเพราะข้ารู้สึกได้ว่าในระยะรอบๆหมู่บ้านหนึ่งถึงสองกิโลเมตรนี้......มิน่าจักมีสัตว์ร้ายใดๆ แอบซ่อนอยู่ ถ้ามีข้าต้องสัมผัสได้ถึงมันไปนานแล้ว เพราะเยี่ยงใด สัตว์ร้ายพวกนี้ก็ดุร้ายและชอบฆ่าผู้ที่อ่อนแอกว่าเป็นไปไม่ได้เลยกลิ่นอายสังหารของพวกมันจะเล็ดลอดข้าไปได้!”

     

    ราวกับว่าครูชัยรู้อะไรบางอย่างเขาจึงได้เสนอความคิดของเขาและพูดปลอบใจทุกๆคนในหมู่บ้านว่าไม่ต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้.......

     

    อ้า!

     

    “ถ้าครูชัยว่าเยี่ยงนั้น ข้าก็สบายใจขึ้นมาหน่อย เอาละ!วันนี้พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกันเอาไว้มีอะไรคืบหน้าใหม่ข้าจักเรียกทุกคนมาประชุมอีกคราก็แล้วกัน”

     

    ชายชราเองก็เหมือนจะรู้ความคิดของครูชัยเขารีบจบการประชุมในครั้งนี้และบอกให้ทุกคนกลับบ้านของตัวเองในทันทีเพราะนี่ก็ใกล้จะมืดแล้ว ถ้าขืนยังประชุมกันต่อธุระและงานบ้านของชาวบ้านคงไม่เสร็จกันพอดี......

     

    อ่า!

     

    “หวังว่าจักมิมีสิ่งใดเกิดขึ้นนะ!”

     

    นั่นสิ!

     

    “บ้านข้ายิ่งอยู่รอบๆ นอกด้วยสงสัยพรุ่งนี้ข้าคงต้องหาไม้มาสร้างรั้วกันเอาไว้รอบๆ บ้านเสียแล้ว!”

     

    เอ่อ!

     

    “เป็นความคิดที่ดียิ่งนัก ข้าเอาด้วย!”

     

     

    ข้าด้วย!

     

    ข้าก็เอาด้วย!!

     

    เมื่อได้ข้อสรุปแล้วทุกคนก็พากันแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมันยกเว้นเพียงแต่ครูชัยและลูกศิษย์ลูกหาของครูชัยที่ซ้อมต่อสู้กันอยู่ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ได้กลับไปไหน......

     

    “ข้ารู้ว่าครูชัยต้องการจักพูดอะไร เยี่ยงนั้นพวกเราเข้าไปคุยกันข้างในเถิด”

     

    ขอรับ!