ตอนที่ 158 เพลิงสีทอง
"เจ้าจะทำไงละ หยางหลงเอ่ย"
อาวุโสจิ้น เข้าใจความน่ากลัวของเพลิงปีศาจ ดีไม่แพ้สหายโครงกระดูก แต่ก็ไม่คิดจะไปขยับตัวเข้าช่วยเหลือต่อสู้ร่วมกับหยางหลงแต่อย่างใด
มีเพียงแต่ต้องการมองดูการต่อสู้วิธีการแก้ปัญหา รับมือกับสถานการณ์อันตรายในครั้งนี้ของหยางหลงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
"ข้าขอดูความสามารถของเจ้าหน่อยเถอะ"
อาวุโสจิ้นต้องการเห็นการเจริญเติบโตของหยางหลงอย่างมาก จึงรู้สึกตื่นเต้นออกมาทันที
ส่วนอีกใจนึงของอาวุโสจิ้นกำลังคิดถึงเรื่องบางอย่างอยู่ในหัวเกี่ยวกับอนาคตข้างหน้านี้
...
"ช่างเป็นเพลิงที่น่ากลัวนัก"
หยางหลง แม้จะมีไฟสีทองห่อหุ้มตัวเอาไว้ก็รู้สึกถึงความร้อนของเพลิงม่วงที่แผ่ออกมารอบตัวของเสี่ยหายได้
ไม่ใช่แค่ความร้อนเท่านั้นที่หยางหลงรู้สึกขึ้นมาเพียงอย่างเดียวแต่เป็นแรงกดดันอันน่ากลัวจากเพลิงม่วงที่รู้สึกได้ว่าหากโดนเพลิงม่วงเข้าไปตัวเองจะไม่ได้ตายไปเพียงเท่านั้น
แต่หยางหลงยังรู้สึกได้ว่าวิญญาณของตนจะไม่สามารถเข้าไปสู่ในวังวนเวียนว่ายตายเกิดได้อีกต่อไปต้องติดอยู่ในความมืดไปตลอดกาล
...
พรึ่บ
หยางหลง เค้นปราณออกมาจนสุดตัวด้วยเช่นกัน
ในตอนนี้ ร่างกายหยางหลงมีปีกเพลิงสีทองงอกขึ้นมากลางหลัง
เปลวเพลิงสีทองสว่างไสวสาดส่องไปทั่วเพื่อต้องการต่อต้านเพลิงม่วงจากศัตรู
ดาบสีทองอร่ามในมือของหยางหลงที่เกิดจากเพลิงสีทองก่อตัวขึ้นมา
เพลิงทองในร่างของหยางหลงลุกไหม้แผดเผาทุกสรรพสิ่งให้เป็นจุลแม้แต่ฝุ่นผงก็ยังไม่เหลือทิ้งเอาไว้
หยางหลงตอนนี้ ดูคล้ายกับ จักรพรรดิเพลิงที่อยู่บนบัลลังก์ เป็นจ้าวแห่งเพลิง ที่มีพลังอำนาจเหนือกว่าเพลิงทุกชนิดที่เคยปรากฏออกมา
การเผชิญหน้ากันระหว่างเพลิงสีทองกับ เพลิงสีม่วง จะเป็นศึกตัดสินใจชะตาสำนักมังกรสุริยันว่าจะอยู่รอดไม่ในตอนนี้
ตอนนี้คนของสำนักมังกรสุริยันที่รู้สึกถึงเพลิงอันรุนแรงของสองขั้วอำนาจต่างจ้องมองดูบนท้องฟ้า
ไกลออกไปทุกคนบนทวีปต่างเห็นโลกของเพลิงสองฝั่งกำลังแบ่งแยกดินแดนของตัวเองอยู่
"เจ้านั้น มันบรรลุเพลิงสีทองได้เชียวรึ"
หลิวหรงที่อาศัยในสถานที่ของกษัตริย์ต้องจ้องมองดูกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน
เพลิงสีทอง หรือ เพลิงจักรพรรดิที่มีพลังอำนาจเผาทุกสิ่งให้เป็นจุลแม้แต่วิญญาณก็ต้องดับสูญไปด้วยเช่นกัน
เพลิงสีม่วง หรือ เพลิงปีศาจที่มีพลังอำนาจเผาไหม้ทุกอย่างให้กลายเป็นธุลี แล้วยังเผาไปถึงจิตวิญญาณให้ติดอยู่ในความมืดทรมานไปตลอดกาลไม่ได้ผุดได้เกิด
ครืน
การปะทะกันของโลกแห่งเพลิงของสองขั้วอำนาจใหญ่เริ่มต้นขึ้นแล้วในตอนนี้
เพลิงสองขั้วต่างห่ำหั่นกันไปมาไม่มีใครยอมใคร
ศึกบัลลังก์เพลิงว่าใครจะเป็นผู้ใช้เพลิงที่แท้จริงแผดเผาออกมามากขึ้นเรื่อยๆ แผ่ขยายเป็นวงกว้างจากร้อยเมตร กลายเป็นพันเมตร
ผืนดิน ต้นไม้ ก้อนหิน ภูเขาก้อนเมฆ แม่น้ำ สายลม อากาศ ทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้ต่างมลายสูญหายไปทันทีที่เพลิงสองขั้วแผ่มาถึงตัว
"แค่เด็กเมื่อวานซืน จะหยามกันมากไปแล้ว"
เสี่ยหายที่อยู่ใจกลางโลกของเพลิงม่วง เริ่มรู้สึกถึงความร้อนของเพลิงสีทองที่แผ่เข้ามาจนไม่สามารถทนได้ไหวอีกต่อไป ทะยานพุ่งตรงกาหยางหลงที่อยู่ในโลกเพลิงสีม่วงทันที
หยางหลงเห็นเช่นนั้นก็ตอบรับอีกฝ่ายด้วยจัดการพุ่งเข้าเสี่ยหายที่ตรงดิ่งมาหาเช่นกัน
เมื่อผู้ใช้เพลิงทั้งสองขั้วอำนาจต่างตัดสินใจปะทะใส่ซึ่งๆหน้าด้วยกันเพื่อเป็นการตัดสินการต่อสู้ในครั้งนี้
ดาบจักรพรรดิเพลิงสีทองกับสามง่ามจ้าวปีศาจเพลิงสีม่วง ในมือทั้งสองคือศาสตราวุธในการตัดสินครั้งนี้
เมื่อทั้งสองมีการเคลื่อนไหวเข้าหากันโลกแห่งเพลิงสองขั้วอำนาจก็เข้ากลืนกินขึ้นมา ปรากฏกลายเป็นโลกเพลิงที่มีสีต่างไปใบเดียวเกิดขึ้น
บึ้ม
จากนั้นโลกเพลิงที่รวมกันเป็นเป็นโลกเพลิงใบเดียวขึ้นมาตอนนี้เป็นโลกเพลิงที่ไม่ใช่ทั้งสีทองและสีม่วง ได้เกิดการระเบิดออกมา
เมื่อโลกเพลิงสองขั้วอำนาจที่รวมกับเป็นโลกเพลิงใบเดียวต่างไม่รับการมีอยู่ของกันและกัน ราวกับโลกเพลิงสองขั้วอำนาจไม่อาจที่จะอยู่ร่วมโลกใบเดียวกันได้จนเกิดต่อต้านกันภายในอย่างรุนแรง
ความร้อนที่ยากเกินบรรยายขยายออกมาทันทีที่โลกเพลิงเกิดการระเบิด
"ทำได้ดีมาก"
"เจ้าเติบโตขึ้นมากแล้วนะ หยางหลงเอ่ย"
อาวุโสจิ้น ที่เข้ามาแบกหยางหลงเอาไว้ในแขนสองข้างของตัวเองทันทีที่การตัดสินของบังลังก์เพลิงจบลง
ตอนนี้แม้ว่าโลกแห่งเพลิงจะสลายหายไปเรียบร้อยแล้วแต่ความร้อนในชั้นอากาศยังคงมีอยู่จางๆที่พอจะเผาสิ่งมีชีวิตอ่อนแอลงได้หากสัมผัสกับมันขึ้นมา
แต่ตอนนี้กับไม่มีผลใดๆต่ออาวุโสจิ้นที่เข้ามาแบกหยางหลงเลยซึ่งยากจะบอกได้ว่าเพราะความแข็งแกร่งของอาวุโสจิ้นเองหรืออาจเป็นเพราะวิชาบางอย่างกันแน่
"สามารถสยบเพลิงม่วงลงได้ เห็นทีต้องมองเจ้าหนูนั่นใหม่แล้ว"
"พูดอะไรกันน่ะ เจ้าหนูนั่นใช้ เพลิงในตำนาน ได้เชียวนะถ้ายังไม่สามารถสยบเพลิงม่วงลงได้ ก็คงเสียชื่อ เพลิงจักรพรรดิกันพอดี"
"ไม่คิดเลยว่าการฟื้นคืนชีพขึ้นมาเช่นนี้จะได้รับชมการต่อสู้สุดยอดแบบนี้"
"นั่นสิ การต่อสู้ของบังลังก์เพลิงสองขั้วอำนาจชักทำให้ตื่นเต้น จนกระตุ้นเลือดในตัวข้าให้อยากต่อสู้ขึ้นมาทันที"
โครงกระดูกที่เข้ามาห้อมล้อมอาวุโสจิ้น ราวกับเป็นองครักษ์ส่วนตัวให้แก่อาวุโสจิ้นกับหยางหลงพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
"ไม่นึกว่า เจ้าหนูนั้นจะโค่นมันลงได้"
"เจ้าหนูนั้น ใช้จักรพรรดิเพลิงได้เชียวรึ"
"เห็นทีคงไม่สามารถปล่อยให้มีชีวิตอยู่ได้อีกต่อไปแล้ว"
เต้าซื่อ ที่รู้สึกถึงความสามารถในตัวหยางหลงว่าหากปล่อยทิ้งไว้จะเติบใหญ่จนเป็นภัยคุกคามตนเองได้ จึงไม่รอช้าพุ่งเข้าใส่เพื่อต้องการดับลมหายใจทิ้ง
ตอนนี้หยางหลงแม้จะเอาชนะเสี่ยหายลงได้แต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วยเช่นกัน จึงไม่มีเรี่ยวแรงเหลือพอต่อสู้ต่อได้อีกแล้ว
"คิดจะทำไร"
จู่ๆอาวุโสจิ้น ที่แบกหยางหลงในแขนกล่าวออกมาอย่างเยือกเย็น เมื่อรับรู้การเคลื่อนไหวของสองคนที่เหลือจากสำนักนอกรีต
"ปล่อยเจ้าหนูนั้นซะ ข้าจะทำการสังหารมันทิ้ง"
เต้าซื่อที่ลอยตรงดิ่งหมายจะปลิดชีวิตหยางหลง ตะโกนสั่งออกมา