เนื่องจากในวันนี้มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นหลังจากที่ถูกปล่อยตัวออกมาจากสถานีตำรวจพวกมู่หลินจึงได้พูดคุยกันนิดหน่อยซึ่งเรื่องเหล่านั้นก็ไม่พ้นจากการถูกถาม แน่นอนว่ามู่หลินได้ให้คําตอบไปว่าที่เขาบุกไปยังคาสิโนเป็นเพราะเสิงเทียนหม่าได้ยั่วยุเขาตอนแรกแม้พวกซุยหมิงถึงจะอึ้งแต่เมื่อนึกถึงนิสัยของมู่หลินในช่วงที่ผ่านมาพวกเขาจึงเข้าใจและจําใจแยกย้ายกลับไปในที่สุด
ส่วนเทาก้านและหูเฟิงนั้นยังคงอยู่ในตอนนี้หลังจากที่ซุยหมิงเข้านอนแล้วหูเฟิงจึงมองไปยังชายหนุ่มที่ยืนเอามือไพล่หลังให้กับพวกเขา
“นายคงจะมีเรื่องสงสัยสินะ?’’มู่หลินหันกลับไปแล้วยิ้มเขาเดาได้ว่าที่ทั้งสองคนยังไม่ไปเป็นเพราะทั้งสองยังคงมีความสงสัยบางอย่าง
“ใช่แล้วครับ!ผมสงสัยว่าคุณเป็นหนึ่งในคนพวกนั้นหรือเปล่า?’’ ถูกถามหูเฟิงก็พยักหน้าอย่างไม่ปิดบังในความคิดของเขานอกจากชายหนุ่มจะมีความแข็งแกร่งเหนือมนุษย์แล้วอีกฝ่ายยังมีเส้นทางที่น่าทึ่งอีกด้วยมันจึงเป็นไปได้อย่างมากว่าอีกฝ่ายจะเป็นหนึ่งในคนพวกนั้น
“แล้วนายคิดว่ายังไงล่ะ?’’ถึงวันนี้จะได้ยินคําถามนี้อยู่บ่อยครั้งแต่มู่หลินก็ไม่คิดที่จะตอบหูเฟิงและเลือกยิ้มอย่างมีเลศนัยกลับไปแทน
หูเฟิงก็ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือไม่ดีเพราะในสายตาของเขา ชายหนุ่มคนนี้ช่างเจ้าเล่ห์อย่างแท้จริง
ถึงจะอย่างนั้นในวินาทีต่อมาหูเฟิงก็ก้มหัวลงแล้วประสานมือคารวะต่อชายหนุ่มด้วยความซาบซึ้งอย่างจริงใจ “ไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไงแต่ผมต้องขอบคุณปรมาจารย์มากที่ทําให้ผมฝ่าด่านจากขั้นกงหลิงมาถึงขั้นกงหยวนได้!และต่อจากนี้ต่อให้หมดสัญญาหนึ่งปี ผมก็จะทําตามคําสั่งของคุณ!’’
ในตอนที่อยู่คาสิโนหลังจากที่หูเฟิงสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึงในร่างของเขากําลังภายในของเขาก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนปัจจุบันในเวลานี้มันได้พัฒนาความแข็งแกร่งไปอีกขั้นหนึ่งแล้วดังนั้นในตอนนี้การฝึกฝนของเขาจึงถูกยกระดับขึ้นเป็นนักสู้กําลังภายใน...ขั้นกงหยวน!
ด้วยเหตุนี้เขาจึงรู้สึกซาบซึ้งในความสามารถของมู่หลินเป็นอย่างมากเพราะอย่างไรซะการฝึกฝนของเขาก็ติดอยู่ที่ขั้นนี้มาหลายปีเต็มการที่ชายหนุ่มสามารถใช้พลังลึกลับทําให้เขาทลายขีดจํากัดได้มันจึงเป็นสิ่งที่เขารู้สึกยําเกรงและสรรเสริญอีกฝ่ายดังนั้นต่อจากนี้เขาจะอุทิศชีวิตให้อีกฝ่ายจนกว่าจะสูญสิ้น!
ด้านเทาก้านที่ได้ยินก็ค่อนข้างสับสนเขาไม่ค่อยเข้าใจว่าชายชราหมายถึงสิ่งใด ดังนั้นเขาจึงมองมู่หลินเพื่อรอฟังคําตอบ
แน่นอนว่าสําหรับเทาก้านแล้วที่เขายังอยู่ที่นี่ก็เพราะต้องการขอบคุณมู่หลินและขอโทษในทุกสิ่งที่กระทําลงไปทั้งหมดนี้ก็เพราะอีกฝ่ายยอมให้โอกาสเขา ดังนั้นถ้าเขายังไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองอีกเขาก็คงไม่ต่างไปจากคนโง่งมหรือเดรัจฉานตัวหนึ่งเท่านั้น!
“นายไม่จําเป็นต้องคิดมากและรู้ไว้ก็พอว่าตราบใดที่นายยังคงอยู่ในสังกัดของฉันไม่ว่าจะติดตามเทาก้านอยู่หรือไม่ ฉันสามารถทําให้นายแข็งแกร่งขึ้นได้มากกว่าที่เป็นอยู่จน…’’ รู้ว่าชายชรายกย่องในความสามารถของเขา มู่หลินก็ยิ้มบาง“จนสามารถที่จะกลายเป็นผู้เย้ยหยันจากเบื้องบนของโลกนี้ได้!’’
วินาทีนั้นราวกับว่ามีบรรไดที่มองไม่เห็นร่างกายของชายหนุ่มเหยียบอากาศที่ว่างเปล่าลงไป...
พรึ่บ!
ทุกๆระยะสิบเมตรเงาร่างของเขาจะปรากฏให้เห็นก่อนที่จะเริ่มเลือนลางแล้วค่อยๆจางหาย ไม่ช้า ณจุดสูงสุดที่ระยะห้าร้อยเมตรก็ปรากฏชายหนุ่มผู้ซึ่งยืนอยู่แล้วมองมายังเบื้องล่างราวกับไม่แยแสสิ่งใดๆทั้งสิ้น
และเขาคนนี้ก็จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากมู่หลิน!
“บะ...บินได้!’’กลับกัน หูเฟิงและเทาก้านที่เห็นต่างอุทานด้วยความตะลึงงันพวกเขาไม่อยากเชื่อเป็นอย่างมากว่าชายคนนี้จะสามารถบินได้!
พรึ่บ!
เวลาเดียวกันร่างของชายหนุ่มก็หายไปจากบนท้องฟ้าแล้วปรากฏตัวที่เบื้องหน้าของพวกเขาอีกครั้งซึ่งมันเป็นท่าทีเฉยเมยและยังคงเอามือไพล่หลังเอาไว้!
“นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเล็กๆที่นายจะทําได้ในภายหลัง...’’
แม้นํ้าเสียงของชายหนุ่มจะราบเรียบและเฉยเมยทว่าหูเฟิงที่ได้ยินถึงกลับตื่นเต้นจนเนื้อสั่นใบหน้าของเขาจึงแดงกํ่าเป็นอย่างมาก มันไม่ใช่เพราะเขาโกรธ แต่เขาตื่นเต้นตื่นเต้นเป็นอย่างมากจนเสียอยากจะบ้าให้ได้!
เขาเลือกไม่ผิดจริงๆด้วย!
ความจริงแล้วด้วยระดับการบําเพ็ญเพียรเพียงหลอมรวมเต๋าขั้นต้นนั้นยังไม่สามารถที่จะทําให้บินได้แต่มู่หลินนั้นต้องการปลูกฝังความยิ่งใหญ่ของเขาให้สลักลึกลงไปในจิตใจของหูเฟิงเขาจึงได้ใช้พลังเต๋าทั้งหมดผนวกเข้ากับวิชาตัวเบาทั่วไปด้วยเหตุนี้ร่างกายของเขาจึงมีคุณสมบัติเต๋าที่มากพอ
มากพอจนสามารถก้าวเดินไปบนอากาศที่ว่างเปล่าได้!
ถึงจะอย่างนั้นมันก็มีข้อจํากัดอยู่เพราะการใช้วิธีนี้มันใช้พลังเต๋าค่อนข้างเยอะดังนั้นหากมู่หลินใช้มัน เขาก็จะสามารถเดินไปบนอากาศได้เพียงระยะแค่ 500 เมตรมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะขึ้นไปเหนือกว่านั้น
อย่างไรก็ตามถ้ามู่หลินสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของการบําเพ็ญเพียรได้เรื่อยๆพลังเต๋าของเขาก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเช่นกันดังนั้นระยะการใช้วิชาตัวเบาเพื่อเหยียบอากาศขึ้นไปก็จะมีการเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเมื่อก้าวเข้าสู่ขอบเขตครึ่งเซียน เขาจะสามารถเหาะเหินได้อย่างแท้จริงและไม่จําเป็นต้องใช้พลังเต๋าแม้แต่น้อย!
ทั้งหมดนี้ก็เพียงแค่รอ...รอและบําเพ็ญเพียรให้ถึงระดับนั้นไวๆก็พอ!
“มะ...มู่หลิน!ฉันเองก็อยากทําแบบนั้นบ้าง! นายสอนฉันบ้างสิ!’’ ระหว่างที่หูเฟิงตื่นเต้น เทาก้านก็เป็นอีกคนที่ตื่นตะลึงและตื่นเต้นจนบ้าคลั่งเขาบ้าคลั่งเป็นอย่างมากเสียจนลืมที่จะขอโทษเรื่องในอดีตและขอบคุณไปเลย
สําหรับเทาก้านแล้วมู่หลินนั้นไม่ต่างไปจากสุดยอดมนุษย์แม้แต่น้อย ยิ่งเมื่อได้เป็นอีกฝ่ายบินได้เขาก็รับรู้ได้เลยว่าถ้าเขาทํามันได้บ้าง เขาคงจะไร้เทียมทานและไม่ต้องโดนดูถูกหรือเย้ยหยันอีกต่อไป…
“ได้สิ! เพียงแต่นายต้องจัดการคุมคาสิโนให้ดีเพราะในระหว่างนี้เมื่อคนอื่นรู้ว่าเสิงเทียนหม่าไม่ใช่คนคุมแล้วมันก็อาจจะมีเรื่องเข้ามาได้ ดังนั้นถ้าคุมมันอยู่และจัดการเรื่องเหล่านั้นได้นั่นก็จะถือว่าเป็นการพิสูจน์ว่านายคู่ควรที่จะให้ฉันสอน ส่วนถ้านายทําไม่ได้...ฉันก็จะไม่สอนนาย!’’ มู่หลินพยักหน้ายังไงซะเทาก้านก็ยังเคยเป็นเพื่อนของเขา แม้จะนิสัยไม่ดีแต่ทุกอย่างมันก็เปลี่ยนกันได้ ยิ่งเมื่อเขาได้แสดงทุกอย่างออกไปแล้วมันไม่มีทางเลยที่อีกฝ่ายจะไม่เปลี่ยน ดังนั้นเขาจึงให้โอกาสแน่นอนว่ามันเป็นโอกาสที่จะมีเฉพาะเพื่อนของเขา
ส่วนหลินไห่น่ะเหรอ?ก็เหมือนกัน! เขาแค่สั่งสอนไปเล็กน้อยให้รู้จักว่าใครเล็กใครใหญ่!
เพราะถ้าไม่ติดว่าเป็นเพื่อน...เขาคงฆ่าให้ตายไปแล้ว!
เป็นความจริงถ้าเป็นคนอื่นจากแดนเต๋าที่ไม่ใช่มู่หลินเพียงแค่เรื่องเล็กๆน้อยก็มากพอแล้วที่จะทําให้พวกเขาฆ่าคนอีกอย่างในสายตาของพวกเขา แม้จะเป็นคนหรือมีความรํ่ารวยแค่ไหน แต่ตราบใดที่ไร้พลังคนพวกนั้นสําหรับพวกเขาก็ไม่ต่างอะไรไปจากมดปลวก!
มดปลวกที่บดขยี้ได้ทุกเมื่อ!
ทว่า!ทว่ามู่หลินนั้นแตกต่าง! ไม่ว่าจะโกรธหรืออารมณ์เป็นแบบไหนเขาจะยังคงเยือกเย็นและตัดสินใจตามความเหมาะสมเสมอดังนั้นเหตุการณ์ในคํ่าคืนนี้จึงยังไม่มีใครได้ไปเยือนนรก
เพราะอย่างนั้นถ้าเปรียบมู่หลินเขาคงเปรียบได้ดั่งชายผู้เปี่ยมไปด้วยคุณธรรมและความเมตตา...