จอมเวทนักล่าแห่งเบลลาทอร์

    บทที่ 52 คมเขี้ยวอัสดง ตอนที่ 1

    ชายป่าเงียบงันไร้เสียงนกกา แม้แต่แมลงเล็ก ๆ ยังหยุดร้อง ราวผืนป่ารับรู้ถึงแรงกดดันที่กำลังปกคลุม

    ที่พักชั่วคราวถูกรื้อเก็บเรียบร้อย เหลือเพียงอาวุธในมือที่สะท้อนแสงจันทร์ที่ลอดผ่านยอดไม้ลงมา

     

    “เตรียมตัวให้พร้อม แฮร์รี่นำหน้า อีแวนคุมหลัง ดูแลปีกขวาของตัวเองด้วย”

    วิคเตอร์ออกคำสั่งสั้นกระชับ เมื่อทุกคนตั้งขบวนพร้อมเดินทาง

    เขาหันไปทางนกน้อย

    “ซิลฟี่ ให้เพื่อนเจ้าออกสำรวจรอบแปดทิศ ไม่เกินสองกิโลเมตร แล้วรีบกลับมารายงานโดยเร็ว”

    “ได้เลย”

    ซิลฟี่กระพือปีกขึ้นสู่ยอดไม้ ที่นั่นมีนกกลางคืนสิบตัวรออยู่ มันส่งเสียงสั้น ๆ ก่อนฝูงนกแตกออกเป็นแฉกพุ่งหายไปในความมืด

     

    ห่างออกไปหนึ่งกิโลเมตร กลุ่มชายชุดดำห้าคนก้าวออกจากชายป่าอย่างเงียบเชียบ

    มือแต่ละคนกุมอาวุธแน่น สองดาบ หนึ่งหอก หนึ่งธนู และหนึ่งคทาเวท

    ไม่มีการสนทนา ไม่มีการปรึกษาวางแผนเพราะคำสั่งที่ได้รับมีเพียงสิ่งเดียว เก็บวิญญาณและศพ แล้วกลับเมือง

     

    ปลายทางของพวกมันคือฟาร์มเพาะเลี้ยง วัวมานา (Mana Cattle) สัตว์รูปร่างคล้ายการผสมระหว่างวัวและม้า มีคุณลักษณะดูดซับมานาโดยกำเนิด กล้ามเนื้อและเนื้อจึงอัดแน่นด้วยพลังมานา เป็นอาหารชั้นยอดของเหล่าผู้ฝึกฝน

     

    ขณะที่ร่างเหล่านั้นเพิ่งพ้นแนวไม้ ได้ตกอยู่ในสายตานกฮูกสองตัวเหนือยอดไม้แล้ว หนึ่งรีบบินกลับเข้าไปในป่า อีกหนึ่งตีวงออกไปอีกทางซ่อนตัวและติดตามห่าง ๆ

     

    ไม่นานนัก นกฮูกตัวหนึ่งโฉบลงตรงหน้า ซิลฟี่ ส่งเสียงแหลมต่อเนื่องราวกับกำลังสนทนา ก่อนบินจากไป

    ซิลฟี่รีบหันมารายงาน

    “ตะวันออก ห่างหนึ่งกิโลเมตร มีชายชุดดำห้าคน นักดาบสอง หอกหนึ่ง ธนูหนึ่ง นักเวทหนึ่ง มุ่งหน้าสู่ฟาร์มวัวมานา”

    “ดีมาก”

    วิคเตอร์พยักหน้า

    “สั่งให้เพื่อนเจ้าหนึ่งตัวรอรับข่าวที่นี่ หากกลับมาครบแล้วให้ตามพวกเราตามไป”

    “เข้าใจแล้ว”

    ซิลฟี่ทะยานขึ้นอีกครั้ง เสียงปีกหายลับไปกับกิ่งไม้

    “ไป!”

    สิ้นคำสั่ง วิคเตอร์นำขบวนพุ่งไปข้างหน้า วิหคห้าตัวนำโดยซิลฟี่บินนำอยู่เหนือศีรษะ

     

     

    ในคอกวัวมานา เสียงร้องโหยหวนดังสะท้อน แต่บ้านคนเลี้ยงห่างออกไปสองร้อยเมตรกลับเงียบสงบ เวทกั้นเสียงของนักเวทชุดดำปิดทุกสิ่งไว้ภายใน

    สัตว์กว่าสามสิบตัวล้มตายกลาดเกลื่อน เลือดสาดนองพื้นจนกลิ่นคาวคลุ้ง

    นักเวทยก ตะเกียงวิญญาณ ขึ้น ตะเกียงแก้วใสเปล่งแสงเรืองแดงฉาน ครอบคลุมซากสัตว์ทั้งหมด

    จุดแสงขาวเล็กเท่าเมล็ดถั่วเขียวผุดออกจากร่างทีละดวง ลอยพล่านวนเวียนราวกับหาทางหนี แต่สุดท้ายถูกดูดเข้าสู่แก้วทีละดวง

    ภายในตะเกียง แสงวิญญาณกว่าสามสิบดวงปะทะชนกันเหมือนฝูงหิ่งห้อยถูกขัง

    อีกคนเปิดถุงมิติ กวาดซากทั้งหมดหายวับไปในความว่างเปล่า ทุกอย่างเงียบลง ราวกับไม่เคยมีฟาร์มแห่งนี้อยู่

    ชายทั้งห้าหันหลัง เดินตรงไปยังฟาร์มถัดไปที่ห่างออกไปห้าร้อยเมตรโดยไร้ร่องรอยใดหลงเหลือ

     

     

    อีกฟากหนึ่งของป่าทางตะวันตก

    “หัวหน้า เรารอมานานเกินชั่วโมงแล้วนะ นกพวกนั้นยังไม่โผล่ จะให้เราแกะรอยเองเลยไหม?”

    อัศวินร่างใหญ่กำดาบแน่น ใบหน้าเคร่งเครียด

    หัวหน้ากลุ่มตอบเสียงหนักแน่น

    “นกของเด็กคนนั้น เราเห็นมากับตาแล้วตั้งแต่ศึกมอร์วินน์ มันนำเรามาตลอดตั้งแต่ออกจากเมือง ข้าว่ารอก่อนดีกว่า พวกมันคงเฝ้าดูว่าศัตรูจะไปทางไหน เตรียมตัวให้พร้อม”

    “หัวหน้า! มันมาแล้ว”

    เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมชี้ไปที่ยอดไม้ทางตะวันตก นกฮูกไม่บินตรงเข้ามา แต่ตีโค้งขึ้นสูงและวกกลับลงมาเป็นวงกลมแนวตั้ง สัญลักษณ์ชัดเจน ให้ติดตามไป

    “ไป!”

    หัวหน้ากลุ่มตวาดสั้น ๆ ทั้งสิบรีบเร่งฝีเท้าไปในทิศทางนั้น โดยมีนกฮูกบินนำพาเข้าสู่ความมืด

    เลยไปทางตะวันตกอีกสองกิโลเมตร หน่วยเฉพาะกิจอีกกลุ่มก็เคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกัน และมุ่งหน้าไปสู่การปะทะเป้าหมายที่ติดตาม…

     

     

    “นิโคไล เวทเสริมพลัง!”

    เสียงจอมเวทรอยดังขึ้นทันทีที่ก้าวพ้นแนวป่าเข้าสู่พื้นที่ฟาร์ม

    แสงหลากสีจากคาถาเสริมพลังสาดวาบห่อหุ้มร่างทุกคนในขณะที่ยังวิ่งอยู่

    “ลงมือเต็มกำลัง ไม่ต้องออมมือ!”

    ชายชราเน้นคำหนักแน่น

    “รับทราบ!”

    เสียงขานรับพร้อมเพรียงสะท้อนก้องไปกับจังหวะฝีเท้าที่เร่งขึ้น

     

    “เจอพวกมันแล้ว! ห่างออกไปสามร้อยเมตร!”

    แจ็คซึ่งวิ่งนำหน้า ตะโกนบอกทันทีที่สายตาคมกริบจับภาพได้

    “ไป!”

    เสียงคำรามของวิคเตอร์ปลุกทุกคนให้เร่งฝีเท้า อัศวิน นักรบ และนักล่า พุ่งออกจากแนวป่าราวพายุทะยานตรงเข้าสู่เป้าหมาย

    อารินน้าวสายธนูที่ยังไร้ลูก ระหว่างวิ่งนั้นกลับปรากฏลูกธนูที่สร้างจากพลังวีร่าสองดอกลอยขึ้นบนคันธนู

    ฟิ้ว! …

    ลูกศรคู่พุ่งออกพร้อมกันในชั่วพริบตา ขณะระยะห่างเหลือเพียงเจ็ดสิบเมตร

    และอีกสองดอกถูกปล่อยออกไปต่อเนื่องกัน

     

    ทาสปีศาจห้าตนรู้ตัวตั้งแต่พวกเขาเข้ามาในระยะสองร้อยเมตรแล้ว แต่ไม่ถอยหนี กลับตั้งแถวรอรับ

    พวกมันประเมินผิด คิดว่ากลุ่มเขี้ยวอัสดงเป็นเพียงนักสู้เทียร์สองขั้นสมบูรณ์ จากเหตุที่พวกเขายังไม่ได้เลิกการลดระดับพลังเพื่อทำให้พวกมันประมาท

    ลูกศรระเบิดของอารินพุ่งลงพื้นรอบตัวเป้าหมาย

    บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม!

    เสียงระเบิดต่อเนื่องปิดเส้นทางถอยหนีทุกด้าน

     

    ลูกศรจากแจ็คและเจคอบตามก่อกวนอีกครั้ง แม้ไม่ได้หวังผลสังหาร แต่บีบให้นักเวทศัตรูไม่อาจตั้งสมาธิร่ายเวทได้

     

    เบื้องหน้า ปีเตอร์กวัดแกว่งหอกยาวที่ส่องประกายแดงเข้มราวโลหิต คมแหวกอากาศจนเกิดเสียงหวีดเสียดหู ต่างจากยามสอนนายน้อยโดยสิ้นเชิง

    “ตาย!”

    เขาตวาดลั่น ฟาดหอกใส่นักดาบทาสปีศาจที่ยืนค้ำหน้า

    เคร้ง!

    ดาบของฝ่ายตรงข้ามตวัดตัดหอกแล้วหมุนตัวเบี่ยงหลบ พลางวกคมดาบสวนจู่โจมลำคอของปีเตอร์อย่างฉิวเฉียด

     

    ในเวลาเดียวกัน เลวานเข้าปะทะกับนักดาบอีกตน ดาบคู่ในมือฟาดฟันเป็นประกายวาววับส่วนวิคเตอร์หันดาบใหญ่รับการแทงของมือหอก ทันทีที่เหล็กปะทะกัน เสียงกึกก้องสะท้อนดังก้องกลางฟาร์ม

     

    ด้านแนวหลัง นักธนูและนักเวทศัตรูไม่ทันได้สนับสนุน เพราะอารินยังคอยยิงกดดันจากระยะไกล ขณะที่แจ็คและเจคอบเข้าประชิดตัว มีดสั้นในมือปั่นป่วนพวกมันจนเสียจังหวะ

    จอมเวทรอยยืนมองด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ไม่ยื่นมือช่วยทันที ปล่อยให้หกคนปลดปล่อยฝีมือเต็มที่ ก่อนหันไปกล่าวกับคนที่ทำได้เพียงยืนคุมเชิง ดูราวกับคนกำลังกระหาย

    “อย่ากังวล พวกมันยังมีอีกมาก หน่วยอื่นก็ต้องเผชิญเช่นกัน แต่อาจไม่ง่ายอย่างนี้”

     

    นกฮูกตัวหนึ่งบินกลับมาจากทิศทางด้านหลัง ลงส่งข่าวให้ซิลฟี่ก่อนถ่ายทอดต่อไปยังชายชรา ทว่าเขายังคงเฝ้ามองการต่อสู้โดยไม่เอ่ยสิ่งใด

     

     

    การต่อสู้ของวิคเตอร์

    วิคเตอร์แกว่งดาบใหญ่รับปลายหอกที่พุ่งใส่ตรงหน้า แม้คล่องตัวน้อยกว่า แต่ด้วยพลังร่างกายมหาศาล เขาสามารถกันคมได้ทุกครั้งเขารู้ดีทาสปีศาจตนนี้มีพลังถึงเทียร์สามขั้นสูงเช่นเดียวกับตนเอง นี่คือคู่ต่อสู้ที่คู่ควร หากให้คนอื่นสู้แทน อาจเป็นการเสียโอกาสลับฝีมือชั้นดี

     

    เลวาน

    “ปีเตอร์ เจ้าไหวไหม?!”

    เขาตะโกนถาม พลางปัดดาบอีกเล่มด้วยดาบในมือขวา มือซ้ายดาบแทงสวนเข้ากลางลำตัวศัตรู

    ซวบ!

    คมดาบเสียบเข้าท้องทาสปีศาจ แต่สัญชาตญาณเตือนภัยฉุดให้เลวานถีบตัวถอยในฉับพลัน ดาบของศัตรูวกกลับมาตัดตรงตำแหน่งที่เขายืนเมื่อครู่พอดี

    “มันไม่มีเลือดจริง ๆ !”

    เลวานร้องบอกทุกคน

    ทาสปีศาจ ไร้โลหิต ไร้ความเจ็บปวด ดำรงอยู่ราวกับซากศพที่ขับเคลื่อนด้วยพลังปีศาจ และพลังที่แย่งชิงจากสิ่งมีชีวิต

     

    จอมเวทรอยเริ่มขุ่นมัว ตะโกนก้อง

    “พวกเจ้าเลิกเล่นได้แล้ว! เอาจริงสักที เราต้องรีบไปช่วยหน่วยอื่น!”

    “รับทราบ!”

    เสียงทั้งหกดังพร้อมกัน

     

    อารินถอยออก นำลูกศรสองดอกพาดสาย พลังสีแดงอมส้มปะทุออกมารอบแกน

    แจ็คกับเจคอบเข้าไปตรึงนักเวทและนักธนูฝ่ายศัตรู เพื่อเปิดทางให้อารินได้เตรียมตัว

    “หลบ!”

    เสียงอารินก้องกังวานก่อนปล่อยสายธนู

    ฟิ้ว! บึ้ม!

    ศรอัคคีระเบิดกระแทกเป้าหมายเต็มแรง นักเวทถูกยิงทะลุอก กระเด็นไปไกลห้าเมตร ทิ้งรูกลวงโหว่ตรงกลางอก ก่อนร่างแน่นิ่งไร้การเคลื่อนไหว

    ส่วนนักธนูหลบได้เพียงบางส่วน แขนซ้ายถูกระเบิดจนขาดกระจุย

    แจ็คกับเจคอบไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย พุ่งเข้าประชิด กระหน่ำมีดสั้นที่อาบด้วยคลื่นพลังฟาดฟันเป็นพายุ แผลฉีกทับซ้อนจนร่างนักธนูทรุดลงในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ

     

    ด้านปีเตอร์และเลวานที่ปะทะนักดาบ เริ่มลงแรงจริง หอกและดาบคู่ในมือสาดคลื่นพลังสีแดงเรื่อไม่หยุด กระแทกเข้าใส่ศัตรูจนร่างทาสปีศาจถอยร่น อาวุธของมันเต็มไปด้วยรอยบิ่น แผลฉีกขาดผุดขึ้นทั่วร่าง

     

    ว้ากกก!

    เสียงตวาดของปีเตอร์ก้องกังวาน เขาดึงหอกกลับไปด้านหลัง โดยไม่สนใจดาบที่แทงเข้ามา

    คมดาบเฉียดผ่านข้างลำตัวจากการเอี้ยวตัวหลบ เลือดไหลอาบเป็นทาง

    ในขณะที่อัดพลังมหาศาลสู่ปลายหอกก่อนพุ่งแทงสวนกลับไป

    สวบ!

    ปลายหอกเจาะทะลุออกกลางหลัง จากนั้นปีเตอร์หมุนสลักที่ด้าม หอกเผยเงี่ยงลับสองข้างหันปลายย้อนเข้าหาตัวด้าม

    เขากระชากหอกกลับทันที เกิดโพรงเลือดโหว่กลางอก ร่างทาสปีศาจเซถลาเข้าหา ก่อนที่ปีเตอร์จะถอยห่าง หมุนหอกกลับแล้วฟาดคมใส่ลำคอ

    ฉัวะ!

    ศีรษะภายใต้ฮู้ดปลิวลอยขึ้น ก่อนร่างไร้วิญญาณทรุดลงกระแทกพื้น

     

    “ข้าเสร็จแล้วนะ เจ้าเมื่อไหร่จะ…”

    เสียงปีเตอร์ขาดห้วง เมื่อร่างชุดดำอีกร่างหนึ่งล้มลงสิ้นใจ

    เลวานหัวเราะเบา รีบกล่าวหยอก

    “เจ้าถามหัวหน้าหรือ?”

    ยังไม่ทันจบประโยค เงาดาบขนาดมหึมาฟาดลงเหนือศีรษะทาสปีศาจที่เหลือ พลังมหาศาลของวิคเตอร์บดขยี้การป้องกัน ดาบใหญ่ผ่าลงกลางร่างตั้งแต่ศีรษะจรดลำตัว เสี้ยวอึดใจร่างถูกแยกออกเป็นสองส่วนก่อนร่วงลงกับพื้น

    วิคเตอร์มีเลือดอาบที่แขนซ้ายไหลเป็นทางยาว ปรายตามองเลวานเอ่ยเสียงเรียบ

    “มีอะไร?”

    เลวานสะอึก ยิ้มเจื่อนพลางก้มหัวเป็นการขอโทษ

     

    เมื่อทุกอย่างสิ้นสุด จอมเวทรอยออกคำสั่งทันที

    “อีริค ตรวจค้นร่างพวกมัน แล้วเผาให้หมด อังเดร รักษาบาดแผล”

    อีริคและอังเดร รับคำและรีบปฏิบัติตามคำสั่ง

    อีริคเข้าตรวจค้นอย่างระมัดระวัง ก่อนหยิบเจอตะเกียงเวทที่ภายในขังแสงดวงเล็กวิ่งวุ่นอยู่

    “หัวหน้า…นี่มันอะไรครับ?”

    เขายื่นให้ชายชรา

     

    จอมเวทรอยยกขึ้นพิจารณา ดวงตาขุ่นมัว

    “ตะเกียงวิญญาณ…สิ่งนี้กักเก็บวิญญาณสัตว์พวกนั้นไว้”

    กล่าวจบก็เก็บมันเข้าถุงเพื่อไว้เป็นหลักฐาน

    อีริคจึงร่ายเวทเพลิง เผาซากทาสปีศาจทั้งห้าจนไหม้เป็นเถ้าถ่าน

     

     

    ไม่นานนัก กลุ่มนักรบสิบคนวิ่งตรงเข้ามา พวกเขาเป็นหน่วยพิเศษที่ติดตามเส้นทางศัตรูมาตั้งแต่ในเมือง

    ทันทีที่เห็นจอมเวทรอย ทุกคนต่างยกมือทำความเคารพ

    “พวกท่านกำจัดมันหมดแล้วหรือ?”

    หัวหน้ากลุ่มถามเสียงเคารพ

    “ใช่”

    ชายชราตอบสั้นเรียบ ราวกับเรื่องนี้ไม่ใช่ความยากลำบาก

     

    สมาชิกหน่วยพิเศษสบตากันเงียบ ๆ หากเป็นพวกเขาเอง คงไม่มั่นใจว่าจะรับมือได้ง่ายดายเช่นนี้ แม้จะมีกำลังมากกว่าสองเท่าก็ตาม

    ขณะนั้น นกฮูกอีกตัวบินลงมาเกาะแขนแจ็ค ส่งเสียงเรียกซิลฟี่ เมื่อมันเงียบลง ซิลฟี่หันรายงานด้วยน้ำเสียงหนักใจ

    “ทางตะวันออก ห่างสองกิโลเมตร มีอีกห้าคนกำลังตรงไปที่ฟาร์มที่สอง แต่ไม่พบหน่วยพิเศษในบริเวณใกล้เคียง”

    “พวกข้าจะไปตะวันออกเอง”

    จอมเวทรอยหันสั่ง

    “ส่วนพวกเจ้ารีบไปทางตะวันตกสองกิโลเมตร ฟาร์มถัดจากชายป่า ตอนนี้น่าจะปะทะกันแล้ว รีบไป”

     

    สิบนาทีต่อมา หลังจากข้ามทุ่งหญ้า พวกเขามาถึงฟาร์มอีกแห่ง ประตูคอกอ้าออกโดยไร้เสียงสัตว์แม้แต่ตัวเดียว รอยเท้าสดใหม่บ่งบอกว่ากลุ่มศัตรูเพิ่งผ่านไป

    “พวกเจ้านำหน้าไป ลงมือเต็มกำลัง ไม่ต้องออม”

    จอมเวทสั่งเสียงหนัก

    “ซิลฟี่ เจ้ากลับไปตามเพื่อนที่จุดพัก แล้วรีบมาสมทบพวกเรา”

    เหล่าอัศวิน นักสู้ และนักล่า พุ่งออกไปทันที เนื่องจากมีความเร็วมากกว่า

    ส่วนจอมเวทรอยกับเหล่านักเวทยังคงก้าวตามมาอย่างมั่นคง เพราะรู้ดี ทั้งเก้าคนข้างหน้าสามารถรับมือได้

     

    เมื่อไปถึงคอกถัดไป สิ่งที่พบกลับเป็นซากทาสปีศาจห้าร่าง กองแน่นิ่งไปแล้ว

    ส่วนเขี้ยวอัสดงต่างมีบาดแผลและเลือดอาบกันเล็กน้อย แต่ไม่นับเป็นอย่างไร เนื่องจาก อังเดรสามารถรักษาให้หายได้ในเวลาอันสั้น

     

    “ท่านพ่อ…นี่ตะเกียงปีศาจครับ”

    วิคเตอร์ยื่นตะเกียงที่พบให้ ชายชรารับมา สีหน้าหนักแน่นแต่แฝงแววสลดเล็กน้อยเมื่อเห็นจำนวนวิญญาณที่ถูกขังมากกว่าเดิม

    “เราจะกลับไปที่พัก รอให้นกทั้งหมดกลับมารายงาน ก่อนออกเดินทางกลับเมืองทันที”

    คำสั่งทำให้วิคเตอร์ถามขึ้น

    “แล้วพวกเราจะไม่ไปทางตะวันออกหรือครับ?”

     

    จอมเวทรอยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนยื่นกระดาษเวทให้ลูกชาย วิคเตอร์อ่านแล้วพยักหน้า

     

    “หากข้อมูลจากนายน้อยถูกต้อง มีชายชุดดำสี่กลุ่มออกมาจากอาคารการค้า…ตะวันออกเราจัดการไปแล้วสอง ตะวันตกอีกสอง เท่ากับครบหมด ท่านพ่อจะไม่ไปช่วยพวกเขาหรือ?”

    สายตาชายชรานิ่งลึก

    “เจ้าคิดว่าหน่วยพิเศษไม่อาจรับมือได้? และเจ้าไม่คิดหรือว่าในอาคารนั้น อาจยังมีพวกมันซ่อนอยู่อีก? เป้าหมายของพวกเรา ไม่ใช่เพียงเศษเดนเหล่านี้ แต่เป็นการทำลายรังของพวกมัน”

    เขาหันมองไปทางเมืองหลวง ดวงตาแข็งกร้าว

    “ข้าได้ส่งแผนให้เบื้องบนแล้ว คืนนี้รังนั้นจะถูกทำลายทันที ตอนนี้ในเมืองคงระดมกำลังเต็มที่...แต่ที่ข้าห่วงมากกว่าคือ ก่อนมันจะตาย มักจะดิ้นไปทั่วทำลายทุกสิ่งรอบตัว”

    ราวกับฉุกคิดได้ ชายชรารีบออกคำสั่ง

    “แจ็ค เจ้ากลับไปหาซิลฟี่ที่จุดพัก เมื่อนกพวกนั้นครบแล้วรีบตามเราเข้าเมือง ส่วนคนอื่น ไปเอาม้า เราไม่มีเวลาแล้ว”

     

    สิ้นคำสั่งจอมเวท แจ็คทะยานกลับเข้าชายป่า คนอื่นเร่งไปยังหมู่บ้าน ทุกคนต่างแข่งกับเวลา เพื่อปิดตายหนทางหลบหนีของเหล่าผู้บูชาปีศาจ

    ราตรีนี้…ยังอีกยาวไกลนัก

    คล้ายกับเรื่องจอมเวทนักล่าแห่งเบลลาทอร์ ที่คุณอ่าน