New Hope : นักสู้ฟันน้ำนม (มี e-book แล้วครับ)

    ตอนที่ 37 : หย่งชุน...หลิว...ฮุ่ย...หนิง!!!

                   เวลานับถอยหลังบนสกอร์บอร์ดใหญ่แสดงเวลาเหลือเพียง10 นาที ทุกคนต่างใจจดจ่อว่า ผลการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการกับคณะแพทย์ลงความเห็นกันอย่างไรแถบไฟทั้ง 7 ดวงตอนนี้ดับหมดแล้ว รอผลตัดสินอย่างเป็นทางการ

     

                   “ท่านผู้ชมคะตอนนี้มีข่าวล่าสุดมาแล้วว่าผลการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้วค่ะ รอผลลุ้นกันสดๆ พร้อมกันเลยนะคะทุกคน”เสียงประกาศของโฆษกสนามทำให้ผู้ชมต่างหันไปมองที่สกอร์บอร์ดกันพร้อมหน้าหลายคนยกมือถือถ่ายทอดลงแอดมีของตัวเองเพื่อลุ้นผลการตัดสิน

     

                   “อาจารย์คะไฟดวงแรกของทีมแพทย์ขึ้นแดงค่ะ ถ้าความเห็นแพทย์ขึ้นแดงอีกคนก็คือไม่อนุญาตให้แข่ง...จบเลยใช่ไหมคะมะปรางถูกปรับแพ้?”

                   “ใช่ครับ...มะปรางจะถูกปรับให้แพ้เนื่องจากสภาพร่างกายไม่พร้อมแข่งขันทันทีครับ”

                   “ไฟ 2ดวงแรกของคณะกรรมการก็แดงเช่นกัน...ตอนนี้ไฟขึ้นแดง 3 อันรวดเลยค่ะ!!!…มีไฟเขียวของคณะกรรมการขึ้นมาแล้วนะคะ1-2-3 แล้วก็ของคณะแพทย์อันสุดท้าย....เขียวค่ะ”

            “โอเคค่ะ!!!สรุปนะคะ ไฟแสดงผลการพิจารณาออกมาที่ 4 ต่อ 3 ไฟเขียว4 ดวงมีของคณะแพทย์ 1 ท่าน ถือว่าน้องมะปรางได้แข่งต่อค่ะ”

     

                   หลังจากที่ผลการพิจารณาออกมาทำให้ผู้ชมส่งเสียงเชียร์กันดังลั่นสนามได้ไม่นานแต่ละคนต่างเริ่มทะยอยหยุดส่งเสียงกันทีละคนๆ...หลายคนอยู่ในสภาวะนิ่งสนิทแบบไม่ได้นัดหมายเมื่อเห็นภาพของมะปรางเดินเข้ามาในสนามแข่งขันพร้อมกับโรจน์ ทุกคนตกอยู่ในภาวะเงียบกริบราวกับว่าไม่มีคนอยู่ในสนามแม้แต่คนเดียวทั้งๆ ที่สายตาหลายหมื่นคู่กำลังจ้องมองตาไม่กระพริบไปที่เวทีแข่งขัน

     

                   มะปรางใช้มือซ้ายบีบต้นแขนข้างขวาตัวเองเอาไว้เธอเดินแทบไม่ได้เลยต้องลากขาทั้ง 2 ข้างเดินกระเผลกอย่างช้าๆไม่ใช่การเดินของคนปกติแน่นอน รอยช้ำที่ต้นแขนขวาบวมช้ำจนเป็นสีม่วง-แดงส่วนที่ต้นแขนซ้ายเป็นรอยแดงช้ำยาวมาถึงข้อศอก แก้มทั้ง 2 ข้างบวมช้ำจนเห็นได้ชัดเจนบางจังหวะมะปรางต้องใช้มือจับแก้มตัวเอง

                   “แล้วสภาพมะปรางแบบนี้จะแข่งกันยังงัย? ”

                   “กติกาแบบนี้มันยุติธรรมตรงไหนได้พักแค่ 30 นาที แทบไม่มีผลอะไรอ่ะ!!!”

                   “หนูไม่กล้าดูจริงๆ”

                   “น้องปรางเหลือแขนข้างซ้ายข้างเดียวที่พอจะใช้ได้...แล้วจะแข่งกันได้เหรอ?แข่งนัดชิงแบบเหลือแขนซ้ายข้างเดียวเนียนะ!!!!”

                   “แล้วดูขนาดตัวสิน้องเสียเปรียบทุกอย่างอีกต่างหาก...”

                   “โห!!!สภาพแบบนี้จะแข่งกันยังงัย!!! ไม่ยุติธรรมจริงๆไม่ยุติธรรมอย่างมาก กติกาอะไรกันเนีย!!!!!!”

     

                   โค้ชบี,วิทย์, น้ำ, มนต์ชัยและนักกีฬาคนอื่นๆ กลุ่มใหญ่เดินเกาะกลุ่มมายืนดูข้างๆสนามแข่งขันด้านหนึ่ง ในขณะเดียวกันมิวรีบวิ่งลอดอุโมงค์เข้ามาสมทบในกลุ่ม

                   “พี่น้ำ!ฮุ่ยหนิงบาดเจ็บมากเหรอคะ?”

                   “อืมๆ...ขา2 ข้างแล้วก็แขนข้างขวาที่เจ็บมากหน่อย ส่วนแขนข้างซ้ายก็บวมแต่ก็แข่งต่อ...ใช้แขนซ้ายได้ข้างเดียว น้องไม่ยอมแพ้”

     

                   “ได้เวลาแข่งนัดชิงชนะเลิศระหว่างโรจน์จากทีมThe One กับน้องมะปรางจากทีม New Hope กันแล้วครับทั้ง 2 ทีมเหลือนักกีฬาทีมละ 1 คนนั่นหมายความว่า ผู้ชนะในนัดนี้จะได้ครองแชมป์ประเทศไทยประจำปีนี้ทันทีครับ”

     

                   โรจน์ตั้งการ์ดแบบมวยไทยส่วนมะปรางทำได้เพียงแค่ตั้งการ์ดด้วยมือซ้ายข้างเดียว ต้องเบี่ยงตัวออกข้างๆเพื่อให้ลำตัวมีเป้าเล็กลง

     

                   โรจน์ไม่รอช้ากระโดดพุ่งเข้าหามะปรางด้วยความรวดเร็วพร้อมกับเตะขวาครั้งแรกเข้าไปบริเวณท้องโดนอย่างจังมะปรางแทบจะขยับตัวหลบไม่ได้เลย เธอเจ็บปวดกับขาทั้ง 2ข้างเป็นอย่างมากจนร้องเสียงหลงออกมาดังลั่น

                   “โอ๊ยยย....!!”

                   เพียงแค่การเตะครั้งแรกมะปรางถึงกับทรุดลงพื้นทันทีเธอต้องกัดฟันฝืนใช้มือดันตัวขึ้นมาตั้งการ์ดสู้โรจน์เตะสลับไปมาระหว่างลำตัวกับต้นขา มะปรางปัดได้บางจังหวะเท่านั้น โดนเจาะยางซ้ำทั้ง2 ข้างจนมะปรางร้องเสียงหลงอีกครั้ง

                   “โอ๊ยยยยยย....”เธอกัดฟันทนยืนรับการเตะอย่างหนักหน่วงหลายครั้งจนหัวเข่าทั้ง 2ข้างทรุดลงที่พื้นสนามอีกครั้ง มะปรางต้องใช้มือดันตัวเองขึ้นมาเป็นครั้งที่ 2 เธอเคลื่อนไหวแทบไม่ได้เลยทุกคนในสนามตอนนี้รับรู้ได้ว่า มะปรางทำได้แค่ยืนเป็นกระสอบทรายให้โรจน์ซ้อมบนสนามแข่งขัน

     

                   “ทนดูไม่ไหวแล้วจริงๆยอมเถอะ ยืนยังไม่ไหวเลย จะเอาอะไรไปสู้...”

                   “พอเถอะ!!โดนทุกครั้งแบบนี้ มันไม่ใช่การแข่งขันแล้วนะ แต่เป็นกระสอบทรายแล้ว”

                   “น้องยอมเถอะ!!!...พี่ขอร้อง!!!”

     

                   ผู้ชมในสนามจำนวนมากปิดตาไม่กล้าดูกันแล้วหลายคนน้ำตาไหลร้องไห้กันจนเบือนหน้าหนีไม่ต่างอะไรกับที่โรงเรียนและตลาดจนทำให้ครูหนึ่งน้ำตาไหลออกมาส่วนครูใหญ่กับครูเพ็ญศรีเอามือมาปิดปากตัวเองพูดอะไรไม่ออก

                   “เสียงตะโกนออกมาจากทุกทิศทางยอมเถอะ สู้กันไม่ได้แล้ว”

                   “แบบนี้ต้องยอมจริงแล้วล่ะมันไม่ไหวแล้วอ่ะ...จะสู้กันเข้าไปได้ยังงัย!!!!!!!!”

     

                   โรจน์มีท่าทีลังเลไม่ได้ตั้งการ์ดสู้ตัวเขาเองทำได้แต่เพียงแค่กระโดดสลับขาไป-มารักษาจังหวะเท่านั้นมะปรางพุ่งเข้าไปใช้มือซ้ายต่อยเข้าไปที่หน้าของโรจน์แต่น้ำหนักหมัดเบาและช้ามากจนหลบได้อย่างสบายๆด้วยสัญชาตญาณของนักสู้ โรจน์ตอบโต้กลับด้วยการต่อยขวาไปบริเวณใบหน้ามะปรางพยายามยกมือซ้ายขึ้นมาปัด แต่โรจน์กลับชะงักไม่ได้ต่อยจังหวะการชะงักของโรจน์ทำให้ผู้ชมในสนามจำนวนมากต่างส่งเสียงครางฮือออกมาไม่รู้ตัว

                   “ดูเหมือนว่าจังหวะนี้คุณโรจน์....ชะงักไม่ต่อยน้องมะปรางครับ”

     

                   มะปรางลดมือลงพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจอย่างมาก“พี่โรจน์!! กรุณาให้เกียรติหนูด้วยค่ะตอนนี้หนูเป็นคู่ต่อสู้ของพี่ พี่ไม่ต้องมาสงสารหนู ถ้าพี่ทำแบบนี้พี่ต่อยให้หนูสลบคาสนามไปเลยดีกว่าค่ะ...ให้เกียรติหนูด้วยค่ะ! ตอนนี้หนูไม่ต้องการความสงสารจากพี่ค่ะ!!!!”

                   แม้ว่าคำพูดของมะปรางจะเป็นการพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดาแต่ความเงียบสงัดของสนามแข่งขัน ทำให้คำพูดของมะปรางเสียงดังเล็ดลอดผ่านทางหน้าจอถ่ายทอดสดออกมาเช่นกันจนทำให้ผู้ชม, ผู้ดำเนินรายการทางทีวีเองก็ไม่รู้จะบรรยายอะไรดีทุกคนต่างตกอยู่ในภาวะชะงักเงียบงัน อึ้งกันหมดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสนามแข่งขัน

                   “แกได้ยินเหมือนฉันป่ะ?”

                   “เมื่อกี้น้องมะปรางพูดว่าอะไรนะฟังไม่ถนัด...”

                   “มะปรางพูดเมื่อกี้กูฟังไม่ผิดใช่ไหม?” 

                   “กูได้ยินชัดๆเต็ม 2 รูหูกูเลย!!! น้องใจถึงสุดๆๆๆๆ”

                   “โห!มะปรางตัวเล็กนิดเดียว แต่ใจโครตใหญ่อ่ะ!!!!”

     

                   หลังจากที่ได้ยินคำพูดของมะปรางโค้ชบีถึงกับยิ้มมุมปาก “ไอ้น้องคนนี้ใจถึงจริงๆ...ตัวเล็กนิดเดียวแต่ใจใหญ่มาก!!!”

                   คำพูดของโค้ชบีทำให้มนต์ชัย,น้ำและมิวตบมือยอมรับการแสดงออกของมะปรางอย่างยิ่ง

     

                   “ดี!!ดีมากไอ้น้องรัก!!! แบบนี้สิถึงสมกับคำว่าลูกศิษย์ของท่านจาง!!!...จากนี้ไปพี่ไม่เกรงใจแล้วนะ!!!”โรจน์ตอบกลับคำพูดของมะปรางด้วยความดุดันพร้อมกับตั้งการ์ดแบบมวยสากล

                   มะปรางเองก็ตั้งการ์ดด้วยมือซ้ายเพียงข้างเดียวพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

            “หย่งชุน...หลิว...ฮุ่ย...หนิง!!!”

     

                   โรจน์พุ่งเข้าไปเตะเจาะยางสลับซ้าย-ขวามะปรางใช้มือข้างซ้ายปัดพร้อมกับเบี่ยงตัวหลบได้บางจังหวะโรจน์สลับมาใช้มือต่อยเข้ามาในระดับศีรษะมะปรางต้องเบี่ยงตัวหลบแต่ก็ถูกตีเข่าเข้ามาที่ลิ้นปี่จนทำให้มะปรางเกิดอาการจุกล้มลงทันทีกรรมการต้องนับครับ

                   “1…2…3…4…5…6…7…8...”

     

                   มะปรางใช้มือซ้ายดันตัวเองขึ้นมาในสภาพสะบักสะบอมโรจน์ไม่รอช้าพุ่งเข้าไปเตะซ้ำที่ลำตัวอย่างรวดเร็วมะปรางใช้มือซ้ายปัดลงแต่ก็ถูกต่อยที่ช่วงท้องอีกครั้งจนกระเด็นออกไปโรจน์เตะจู่โจมอีกหลายครั้งจนเธอเสียหลักถูกเจาะยางหลายครั้ง จังหวะสุดท้ายจนต้องร้องเสียงหลงอีกครั้ง

                   “อ้ากกกกก....”มะปรางร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสอีกครั้งหนึ่งเสียงร้องครั้งนี้ทำให้ผู้ชมในสนามหลายคนเผลอร้องกรี๊ดออกมาด้วยความไม่ตั้งใจหลายคนต้องยกมือขึ้นมาปิดปาก, ปิดตาตัวเองบรรยากาศภายในสนามแข่งยังคงเงียบอย่างต่อเนื่อง เสียงร้องไห้ของผู้ชมหลายคนดังขึ้นมาทุกทิศทางแต่ละคนได้แต่เฝ้าดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

                   เธอกัดฟันใช้มือขวาต่อยเปิดทางแต่ก็พลาดเป้าถูกเตะสวนกลับเข้ามาอีกครั้งแต่คราวนี้มะปรางเบี่ยงตัวหลบแล้วใช้หัวไหล่กระแทกไปที่ลำตัวโรจน์ให้เสียหลักแล้วกระโดดพุ่งทั้งตัวกระแทกด้วยฝ่ามือสุดแรงจนทำให้โรจน์ถอยร่นเหมือนกัน

     

                   “จบยกแรกมะปรางพยายามตอบโต้กลับได้บางจังหวะครับเธอมีความพยายามสูงมากครับ ยกแรกโรจน์ทำได้ดีกว่าชัดเจน การต่อสู้ของน้องมะปรางตัวผมเองไม่อยากใช้คำว่าก๊อก2 ครับ แต่เธอใช้ทุกก๊อกแล้วครับ ใช้จนหมดเกลี้ยงจริงๆ ใช้ทุกอย่างเท่าที่คนๆหนึ่งจะทำได้แล้วครับ แต่ก็ต้องกราบเรียนตามความเป็นจริง คะแนนของคุณโรจน์ในยกแรกชนะขาดลอยครับ”

                   “ดิฉันนับถือจิตใจน้องจริงๆค่ะ ดิฉันเองไม่รู้จะบรรยายอะไรดีค่ะกับภาพที่เห็นบนเวทีการแข่งขัน...”

     

                   มะปรางเข้ามาพักที่มุมด้วยใบหน้าแดงกล่ำบัวใช้ผ้าห่อน้ำแข็งขนาดเล็กพยายามประคบให้เบาที่สุดที่บริเวณต้นแขนขวาแต่มะปรางก็มีอาการเจ็บปวดอย่างมากจนต้องใช้มือปิดตาตัวเอง อ้าปากกว้างหายใจแรงและถี่มากสีหน้าแห่งความเจ็บปวดอย่างถึงที่สุดแต่ไม่มีเสียงร้องออกมาแม้แต่น้อย กำลังถูกถ่ายทอดสดผ่านทางทีวีให้ผู้ชมเห็นไปทั่วประเทศพร้อมๆกัน

                   “ร้องออกมาบ้างก็ได้...มะปราง”วิทย์อยู่ในภาวะเคร่งเครียดถึงขีดสุดเสียงแผ่วเบาในลำคอกลับกลายเป็นเสียงที่ทุกคนได้ยินผ่านหน้าจอถ่ายทอดสดเช่นกัน

            “อ่อนแอบ้างก็ได้...ไม่มีใครว่าอะไรหรอก...”

     

                   “เริ่มต้นยกที่2 ครับ โรจน์เข้าไปจู่โจมชุดใหญ่ตั้งแต่ต้นยกครับ มะปรางปัดได้แค่หมัดแรกโดนเตะเจาะยางซ้ำถึง 4 จังหวะ แต่มะปรางพยายามโต้กลับด้วยการใช้มือขวากระแทกออกไปโรจน์เห็นช่องโหว่กระโดดแบ็คคิกยันเข้าไปที่ลิ้นปี่อย่างรุนแรงจนทำให้มะปรางเด็นหลายเมตรลงไปกองบนสนาม”

                   “1…2…3…4…5…6…7…8...”

                   “น้องมะปรางเสียนับที่2 แล้วครับ ถ้าถูกนับอีกครั้งเดียว กรรมการต้องยุติการแข่งขันทันที”

                  

                   มะปรางพยายามฝืนยืนขึ้นมาโรจน์ไม่รอช้ากระโดดถีบเต็มแรงไปที่ต้นแขนขวา มะปรางเจ็บปวดจนถึงขนาดหัวไหล่แขนตกทั้ง2 ข้าง จังหวะตามต่อเนื่องด้วยการเตะไปที่ช่องท้องอย่างจังอีกถึง 4 ครั้ง เธอพยายามหันแขนขวามารับการเตะนับไม่ถ้วนของโรจน์จอภาพถ่ายทอดสดซูมให้เห็นความเจ็บปวดแสดงออกทางสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด

                   เธอพยายามอีกครั้งด้วยการหันแขนข้างซ้ายเข้ามารับการเตะแทนแขนข้างขวา...มะปรางไม่สามารถต้านทานแรงเตะได้อีกแล้วแรงปะทะรุนแรงมากถึงขนาดทำให้เธอล้มทั้งยืน กระเด็นออกไปหลายเมตร ทรุดลงที่พื้นสนามแข่งขันเธอต้องใช้มือทั้ง 2 เข้ามากุมที่ท้องและต้นแขนทั้ง 2 ข้าง...บิดตัวไป-มาด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสแต่ไม่มีเสียงร้องออกมาแม้แต่น้อย

            เธอพยายามใช้มือซ้ายดันตัวเองขึ้นมาแต่ก็ต้องทรุดไปอีกครั้งหนึ่งกรรมการโบกมือยุติการแข่งขันทันทีโดยที่ไม่มีการนับมะปรางไม่อยู่ในสภาพที่จะทำการแข่งขันได้อีกแล้ว กำลังจะเดินเข้าไปชูมือให้โรจน์ แต่โรจน์โบกมือปฏิเสธพร้อมกับส่งสัญญาณให้แพทย์สนามรีบขึ้นมาดูอาการมะปรางทันที

     

                   วิทย์กับบัวรีบวิ่งขึ้นไปในสนามแข่งขันส่วนโอ๋กับต้อมกระโดดข้ามรัวสนามขึ้นอีกด้านหนึ่ง แพทย์สนาม 2คนยกมะปรางขึ้นเปลพร้อมกับตรวจดูอาการอย่างละเอียดทันที

                   “เบาๆหน่อยครับ น้องบอบช้ำมาก”

                   “คุณวิทย์เดี๋ยวคุณพาทีมขึ้นรถตู้ของฝ่ายจัดการแข่งขันแล้วตามไปที่โรงพยาบาลได้เลย”

     

                   ผู้ชมในสนามได้แต่เอาใจช่วยหลายคนพยายามตบมือแสดงความยินดีให้กับโรจน์และห่วงใยมะปรางปะปนกันไปตามอารมณ์ของแต่ละคน

                   “ท่านผู้ชมครับเราได้ผู้ชนะการแข่งขันแล้วครับนั่นคือ ทีม The Oneขอแสดงความยินดีด้วยครับและที่ต้องยกย่องเป็นอย่างมากนั่นคือสปิริตการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมของน้องมะปราง เธอมีจิตใจเข้มแข็งมาก...มากจนผมตกใจครับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผมเชื่อว่าสร้างความประทับใจให้กับทุกคนที่ได้เห็นการต่อสู้ในวันนี้อยากให้ทุกคนตบมือแสดงความยินดีกับทีม New Hope ด้วยครับที่สร้างผลงานได้ดีถึงขนาดนี้ครับ”

                  

                   มะปรางถูกหามไปที่รถพยาบาลที่จอดอยู่ใกล้ๆเวทีแข่งขัน ส่วนวิทย์, บัว,โอ๋และต้อมวิ่งออกไปอีกทางขึ้นรถตู้ของฝ่ายจัดการแข่งขัน “มีใครจะมานั่งคันนี้ไหมครับ?”

                   “โอ๋...ไปนั่งเป็นเพื่อนปราง” วิทย์พูดขึ้นมาทันที

     

                   บรรยากาศที่ตลาดและโรงเรียนเริ่มกลับมาผ่อนคลายลงได้บ้างแม่รีบโทรหาโอ๋ถามอาการของมะปรางในขณะที่โรจน์เดินลงจากเวทีตรงเข้ามาที่กลุ่มของโค้ชบี

                   “ยินดีด้วยๆโรจน์” โค้ชบีเอ่ยปาก

                   “ยินดีด้วยนะคะพี่โรจน์” น้ำเดินเข้ามากอดด้านหลัง

                   “ยินดีด้วยมึงงง!!!...ไอ้น้องคนนี้ใจมันถึงจริงๆ”มนต์ชัยเดินเข้ามาตบบ่าโรจน์เบาๆ

                   โรจน์พยักหน้าตอบรับคำพูดของมนต์ชัย“น้องฝึกฝนมายังงัยถึงได้มีจิตใจเข้มแข็งขนาดนี้...แข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจกูล่ะเหลือเชื่อจริงๆ...พวกมึงรู้ป่ะ!! ขนาดน้องเหลือแขนซ้ายข้างเดียวยังสวนกูได้หลายครั้งแขนเจ็บทั้ง 2 ข้างแต่น้องก็ยังสวนกูได้ขนาดนี้ ถ้าน้องมาสภาพสมบูรณ์...กูยังคิดอยู่เหมือนกันว่ากูจะไหวไหม…หึ...หึ”

                   คำพูดของโรจน์สะกิดใจทุกคนอย่างมาก“น้องเพิ่งมาซ้อมได้ 2 เดือนเองมั๊ง หยุดไป 2ปีเต็มๆ ตอนนี้หนูกำลังคิดว่าน้องมะปรางยังเหลืออีกเยอะเลยนะพี่โรจน์...”

    *****************************