ณ โพรงใต้ดินขนาดใหญ่ที่มีความสูงมากกว่าตึก 2 ชั้นที่ตรงด้านล่างของโพรงนั้นได้เต็มไปด้วยเศษซากต่างๆมากมายที่กระจัดกระจายเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นที่ปกคลุมไปด้วยกลุ่มควันดำหนาแน่นที่ลอยคละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณและในท่ามกลางกลุ่มควันเ่าั้ได้มีเงาของคนสองคนกำลังขยับไปมาอยู่ที่ด้านในนั้น
หนึ่งในเ้าของเงานั้นก็คือลาร่า หญิงสาวตัวสูงที่ใส่ชุดรัดรูปสีขาวที่ดูคล้ายกับนินจาที่คาดเข็มขัดหลายเส้นที่ติดกระเป๋าใบเล็กๆสีขาวหลายใบเอาไว้ที่เอวของเธอ บนใบหน้านั้นสวมหน้ากากสีขาวที่ไม่มีช่องมองปิดบังใบหน้าของเธอทั้งหมดเอาไว้อย่างมิดชิดและที่ในมือขวาของเธอนั้นได้ถือมีดสั้นอาบยาพิษที่กำลังกวัดแกว่งไปมาเข้าใส่ผู้ชายวัยกลางคนตรงหน้าที่กำลังะโหลบหลีกคมมีดนั้นไปมาโดยที่ไม่มีทีท่าว่าจะสวนเธอกลับมาเลย
ชายผู้นั้นก็คือเฟย ชายหัวล้านที่บนใบหน้านั้นมีเครายาวสีนํ้าตาล มีรูปร่างสูงใหญ่ที่มาพร้อมกับกล้ามเนื้อเหมือนกับพวกนักรบที่เจนศึกมามากมาย ตัวเขานั้นใส่ชุดคลุมสีขาวที่กลางหลังมีตรารูปโล่ที่มีดาวตกสามดวงติดอยู่ที่ด้านในซึ่งมันก็คือตราสัญลักษณ์ของกองทัพแห่งอาร์ค สวนในมือขวาของเขานั้นได้ถือดาบที่มีสองคมสีฟ้ารูปร่างคล้ายกับดาบของยุโรปยุคกลางนามของดาบเล่มนั้นก็คือัเี
“หยุดเถอะ! ถึงแม้ว่าจะต่อสู้ต่อไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก! ศัตรูของพวกเราน่ะไม่ได้อยู่ที่นี่เพราะฉะนั้นหยุดการต่อสู้ที่เปล่าประโยชน์นี้เถอะ!”
“อ่า!...” [หุบปาก!]
ลาร่าได้ใช้เท้าของเธอถีบเข้าไปที่เฟย เฟยที่เห็นแบบนั้นจึงยกแขนขึ้นมาป้องกันเอาไว้ได้ทันก่อนที่มันจะถึงตัว แต่ด้วยแรงปะทะที่ค่อนข้างแรงจึงทำให้เฟยนั้นถอยหลังไปสองก้าว
“อา..!อ่า!...” [คนอย่างแกจะไปเข้าใจอะไรกัน! ความรู้สึกของฉันน่ะ!]
ลาร่าได้ะโออกมาด้วยนํ้าเสียงที่ดุดันราวกับสัตว์ป่าก่อนที่เธอนั้นจะะโขึ้นเหนือฟ้าแล้วม้วนตัวพุ่งลงมาทางเฟยที่อยู่เบื้องล่างเพื่อหวังจะใช้เท้าของเธอนั้นทีบเข้าไปใส่เฟยที่อยู่เบื้องล่าง เฟยที่เห็นแบบนั้นจึงได้ยกใบดาบของหลังเทียนในมือขึ้นมาป้องกันเอาไว้ได้ทันก่อนที่มันจะถึงตัว ตึ้ง!
“ชิ...” [ชิ...]
ลาร่าที่ถีบโดนใบดาบนั้นได้ใช้มันเป็แท่นเหยียบแล้วดีดตัวะโม้วนหลังลงสู่พื้นได้อย่างงดงาม แต่เธอนั้นก็ไม่ยอมปล่อยให้เสียจังหวะ เธอได้ย่อตัวลงเลียบพื้นก่อนที่จะพุ่งตัวเข้าใส่เฟยที่ยังยกดาบอยู่จากทางด้านล่างด้วยความรวดเร็ว
เธอนั้นได้กำมีดอาบยาพิษในมือขวาเอาไว้แน่นเตรียมพร้อมที่จะใช้มันเสียบเข้าไปที่ร่างกายขนาดใหญ่ของเฟย แต่เฟยนั้นก็ได้ไหวตัวทันจึงได้ะโไปที่ด้านข้างเพื่อหลบคมมีดอาบยาพิษนั้นได้ทันอย่างหวุดหวิดก่อนที่มันจะถึงตัวเขา
หลังจากที่เฟยหลบการคอมโบโจมตีของลาร่ามาได้แล้วตัวเขาก็ได้ะโถอยหลังออกห่างมาตั้งหลักจากลาร่าที่อยู่ตรงหน้า
ลาร่านั้นคิดที่จะตามไปในทันที ตึ้ง! แต่ว่าเธอนั้นก็ต้องหยุดลงเสียก่อนนั่นก็เพราะว่าเศษหินขนาดใหญ่ที่อยู่แถวนั้นได้ตกลงมาขวางทางของเธอเอาไว้ และเสียงของหินที่ตกลงมานั้นก็ได้ไปรบกวนการได้ยินของเธอ ทำให้เธอนั้นไม่สามารถใช้ความสามารถในการรับรู้ตำแหน่งด้วยเสียงของเธอตรวจจับตำแหน่งของเฟยในตอนนี้ได้เลย
เธอนั้นจึงได้หยุดรอค่อยจังหวะที่เฟยนั้นจะส่งเสียงออกมาแล้วเธอจะใช้จังหวะนั้นในการใช้ความสามารถในการฟังเสียงของเธอในการหาตําแหน่งของเฟยแล้วจู่โจมเขาอีกครั้ง
(เอาสิพูดพล่ามน่ารําคาญออกมาอีกสิ พอถึงจังหวะที่แกได้ส่งเสียงออกมาฉันจะใช้จังหวะนั้นเล่นงานแกเอง...)
เฟยที่เห็นลาร่านั้นอยู่ๆก็นิ่งไปไม่บุกเข้ามาจู่โจมตัวเขาต่อ ตัวเขานั้นจึงได้หยุดยื่นอยู่กับที่ด้วยเช่นกันเพื่อประเมินสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า
(ไม่บุกเข้ามางั้นเหรอ? ทำไมกัน….จริงสิ! จะว่าไปแล้วตามข้อมูลโปรไฟล์ของกองทัพอาร์คที่ฉันเคยอ่านเมื่อนานมาแล้วมันเขียวเอาไว้ว่าเธอนั้นไม่สามารถมองเห็นได้จึงใช้การฟังเสียงในการรับรู้ตำแหน่งของสิ่งต่างๆงั้นสินะ..)
เฟยที่รู้อย่างนั้นตัวเขาจึงได้ตัดสินใจยืนอยู่เฉยๆพยายามไม่ส่งเสียงดังออกมาแล้วคิดหาคำพูดที่จะสามารถนำเธอกลับมาอยู่ในฝั่งเดียวกันกับเขาอีกครั้ง
(เอาล่ะทีนี้จะพูดยังไงให้เธอตาสว่างดีล่ะ ถึงแม้ว่าจะพยายามอธิบายเหตุผลมามากมายแค่ไหนเธอก็ไม่ยอมฟังอะไรเลย แถมยังไม่ตอบอะไรกลับมาอีกด้วยเอาแต่ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างเดียว...ไม่สิ...เดี่ยวนะ…)
เฟยได้คิดย้อนกลับไปยังข้อมูลที่ตัวเขานั้นเคยอ่านมาในอดีตให้ดีๆอีกครั้ง
(จำได้แล้ว! ตามข้อมูลที่เคยอ่านมาในอดีตยังมีเขียนต่ออีกด้วยว่าเธอนั้นไม่สามารถพูดได้สินะ โธ่เว้ย!ฉันนี่มันบ้าจริงๆดันลืมเื่ที่สำคัญแบบนี้ไปซะได้...)
เฟยได้แหงนหน้ามองไปยังลาร่าที่ในตอนนี้นั้นกำลังจดจ่ออยู่กับการฟังเสียงของเฟยจนไม่คิดที่จะสนใจพวกเศษหินก่อนเล็กๆที่กำลังตกลงมารอบๆตัวเธอดังสายฝนเลยแม้แต่น้อย
(แต่ว่าถึงแม้จะพูดไม่ได้ก็จริงแต่ก็ไม่คิดเลยว่าเธอจะไม่ยอมฟังอะไรเลยแบบนี้ด้วย…สาเหตุที่เธอเป็ไปได้ถึงขนาดนี้ก็น่าจะเป็เพราะ...)
เฟยได้หันไปมองในทิศทางที่ร่างอันไร้ิญญาของทาโน่นั้นนอนอยู่
(เป็เพราะเขาที่ตายไปได้ให้คำสั่งสุดท้ายว่าให้ฆ้าตัวฉันเอาไว้งั้นเหรอ เพราะงั้นเธอถึงจู่โจมใส่ตัวฉันเข้ามาไม่ยอมหยุดเลยสินะ…)
เฟยได้หันกลับไปยังลาร่าอีกครั้ง
(แต่ถึงจะเป็หัวหน้ากับรองหัวหน้าหน่วยเดียวกันก็ตามแต่ไม่คิดเลยว่าจะมีความภักดีต่อกันและกันมากถึงขนาดนี้...อยากจะรู้จริงๆเลยว่าระหว่างพวกเขาสองคนมีความสัมพันธ์แบบไหนกัน ในข้อมูลก็ไม่ได้เขียนเอาไว้ว่าเป็ญาติหรือคนรักกันสักหน่อย อยากจะรู้จริงๆ แต่ว่าในตอนนี้จะไปถามเอาก็คงจะไม่ได้คำตอบหรอก...)
เฟยนั้นรู้สึกหนักใจจนอยากที่จะถอนหายใจออกมา แต่ก็ต้องหยุดเอาไว้ก่อนเพราะมันอาจจะทำให้เกิดเสียงที่จะบอกตำแหน่งของตนเองก็ได้
(เอาล่ะ พอจะคาดเดาเกี่ยวกับตัวเธอมากขึ้นได้แล้ว ถึงแม้ว่าจะเล็กน้อยก็ตาม...เอาล่ะจะเอายังไงต่อดีล่ะทีนี้...คงจะต้องพยายามลองพูดโน้มน้าวเธอดูอีกสักครั้งก็แล้วกัน...ถ้าเธอยอมฟังง่ายๆก็คงดี...แต่ว่าคง....)
“พวกเรามาคุยกัน...”
ตึ้ง! เฟยยังพูดได้ไม่ทันจบลาร่าที่รับรู้ตำแหน่งของตัวเขาจากเสียงพูดก็ได้ใช้มือทั้งสองของเธอปัดเศษหินก่อนเล็กๆที่กำลังตกลงมารอบๆตัวเธอพวกนั้นให้มันพุ่งตรงเข้าใส่เฟย
แต่เฟยก็คิดอยู่แล้วว่าเธอจะต้องตอบโต้กับมาด้วยความรุ่นแรงแบบนี้ ตัวเขาจึงได้ยกดาบขึ้นมาแล้วใช้ใบของมันป้องกันเอาไว้ได้ทันก่อนที่เศษหินพวกนั้นจะเข้ามาถึงตัวเขา
(ว่าแล้วเชียวว่ามันจะต้องไม่ง่าย!...)
ลาร่าได้วิ่งเข้าไปหาเฟยที่กำลังป้องกันพวกเศษหินอยู่ด้วยความรวดเร็ว เธอนั้นได้ง่างมีดอาบยาพิษในมือขวาขึ้นมาแล้วเหวี่ยงมันเข้าใส่เฟยที่กำลังป้องกันพวกเศษหินอยู่ในทันที
เฟยที่เห็นแบบนั้นตัวเขาจึงได้ยกดาบที่ป้องกันหินอยู่นั้นลงมาแล้วใช้มันปัดคมมีดนั้นออกไปได้ทันพอดี
“ขอร้องล่ะช่วยฟังกันก่อนเถอะ!...”
“อ่า!...” [หุบปาก!...]
ลาร่าได้โยกตัวไปทางด้านหลังของเฟยจากนั้นเธอก็ได้พุ่งตัวเข้ามาอีกครั้งจากทางด้านล่างพร้อมกับมีดในมือที่จับเอาไว้อย่างมั่นคงเตรียมพร้อมที่จะใช้มันเสียบเข้าไปที่กลางหลังของเฟย
แต่เฟยนั้นก็ไม่ยอมให้เธอทำแบบนั้นได้ง่ายๆตัวเขาได้ใช้เท้าทีบพื้นเหวียงตัวหลบไปทางด้านขวาได้ทันก่อนที่มีดนั้นจะถึงตัว
แต่ลาร่าก็คาดการเอาไว้แล้วเธอจึงได้ใช้เท้าเหยียบพื้นแล้วเหวียงตัวตามเฟยไปแล้วใช้มีดในมือเหวียงฟันเข้าใส่เฟย
แต่เฟยนั้นก็ไหว่ตัวทันตัวเขาได้เหวียงตัวหลบไปที่ด้านหลังของลาร่าได้ทันแล้วใช้ดาบในมือฟันเข้าไปใส่มีดของลาร่าจนมีดนั้นกระเด็นลอยออกไปจากมือเธอ
เฟยได้ใช้โอกาศที่เธอนั้นไรอาวุธในการใช้แขนทั้งสองข้างของเขาจับล็อกตัวของลาร่าเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหนได้
“อ่า...อา!...” [ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!...]
ลาร่าที่โดนเฟยจับล็อกตัวเอาไว้ได้พยายามดิ้นไปมาเพื่อที่จะหลุดออกจากแขนของเฟยให้ได้ แต่ด้วยแรงที่มากกว่าของเฟยนั้นทำให้เธอไม่สามารถที่จะหลุดออกมาได้
“ขอร้องล่ะช่วยฟังฉันก่อนเถอะ ถึงจะสู้กันต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกมันจะมีแต่จะสูญเสียไปมากยิ้งขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นหยุดเอาไว้แค่นี้เถอะขอร้องล่ะ!”
“อ่าา….อาา...อ่า!...” [หุบปาก!หุบปาก!หุบปาก! ไม่มีทางหยุดหรอกเพราะนี่คือคำสั่งสุดท้ายของพี่ทาโน่ที่ให้เอาไว้กับฉัน เพราะงั้นฉันจะต้องทำต่อไปให้สำเร็จให้ได้เท่านั้น!]
(โธ่เว้ย! ว่าแล้วเชียวฟังที่เธอพูดไม่รู้เื่เลย...แต่ว่าถ้าสิ่งที่ฉันคาดเดาเื่ความรู้สึกของเธอในตอนนี้ถูกต้องแล้วล่ะก็...มันน่าจะพอมีหนทางอยู่ หนทางที่จะทำให้เธอนั้นสงบลงได้...)
“ถึงฉันจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูดออกมาก็จริง แต่ว่า...ความรู้สึกของเธอในตอนนี้น่ะฉันเข้าใจมันดีเลยล่ะ!”
“อ่า…!” [โกหก! อย่างแกจะไปเข้าใจอะไรกัน!]
“เข้าใจสิ! ถ้าสิ่งที่ฉันคิดถูกต้องแล้วล่ะก็เธอกับทาโน่คุงเป็พี่น้องกันสินะ”
“....” [....]
พอลาร่าได้ยินแบบนั้นตัวเธอนั้นก็ได้หยุดดิ้นไปคู่นึง แต่ก็กับมาดิ้นต่ออีกครั้ง
“อ่า…!อา…” [แล้วไงล่ะ! ถึงแกจะรู้แบบนั้นแล้วมันจะยังไงกันล่ะ ความจริงที่แกไม่เข้าใจความรู้สึกของฉันในตอนนี้นั้นมันก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ดีนั่นแหละ!]
“ไม่ฉันน่ะเข้าใจมันดีเลยล่ะ ทำไมงั้นเหรอนั่นก็เพราะว่าเมื่อก่อนฉันก็เคยสูญเสียครอบครัวอันเป็ที่รักไปเหมือนกันกับเธอในตอนนี้นี่แหละ!”
“...” [...]
ลาร่าได้หยุดดิ้นไปอีกครั้ง….
“เมื่อก่อนฉันเคยมีลูกสาวอยู่หนึ่งคน เธอนั้นถูกลูกหลงจาการะหว่างดวงดาวแล้วตายจากไป ในตอนนั้นฉันรู้สึกสิ้นหวังโกรธแค้นและว่างเปล่าไปหมด”
(แล้วไงล่ะจะมาบอกว่าการสูญเสียของแกจะเทียบเท้ากับที่ฉันจะต้องสูญเสียพี่ทาโน่ไปงั้นเหรอ อย่ามารอเล่นนะ...)
เฟยที่พูดออกมาแบบนั้นได้กัดฟันแน่นก่อนที่จะเริ่มพูดต่ออีกครั้ง
“สิ่งเดียวที่ตัวฉันในตอนนั้นรู้สึกมีเพียงแค่ความแค้นเท่านั้นและความแค้นนั้นก็ทำให้ตัวฉันจมลงสู่ความโกรธจนเลือกเส้นทางเดินที่ผิดไปจนทำให้คนที่ไม่เกียวคองต้องมาโดนลูกหลงจากความโกรธแค้นของฉันไปด้วย”
(แล้วไงล่ะถึงคนอื่นๆจะโดนลูกหลงเป็อะไรไปก็ไม่เกี่ยวกับฉันสักหน่อย...)
เฟยได้หลับตาลง
“และสิ่งที่แย่ที่สุดก็คือความรู้สึกของตัวฉันหลังจากที่ได้สติกลับคืนมาแล้วต้องมาเห็นสิ่งที่ตนเองทำลงไป มันเป็ความรู้สึกที่แย่มากจนไม่อาจที่จะบรรยายาออกมาเป็คำพูดได้เลย”
(แล้วมันยังไงกันล่ะ จะบอกว่าฉันจะต้องรู้สึกแบบเดียวกันกับแกด้วยงั้นเหรอ ฉันก็แค่...ก็แค่….อยากที่จะให้พี่ทาโน่มีชีวิตอยู่ก็แค่นั้นเอง...)
เฟยได้ลืมตาขึ้นมา
“ฉันไม่อยากให้เธอเลือกเส้นทางที่ผิดเหมือนกับตัวฉันในตอนนั้น”
(จะบอกว่าเส้นทางที่ตัวฉันเลือกมันเป็เส้นทางที่ผิดไปงั้นเหรอ...)
“เพราะงั้นหยุดการต่อสู้ครั้งนี้เถอะ ในตอนนี้เธอยังกลับตัวได้ทันนะ เพราะงั้นกลับมาสู่เส้นทางที่ถูกต้องเถอะนะ!”
“....” [....]
ลาร่านั้นไม่ได้ตอบอะไรกลับมาสิ่งที่เธอทำนั้นมีเพียงแค่พยักหน้าเท่านั้น
“เธอยอมเข้าใจแล้วสินะ”
(....)
ลาร่าไม่ได้ตอบอะไรกลับมาสิ่งที่เธอทำนั้นมีเพียงแค่พยักหน้าเท่านั้น
“งั้นเหรอ ในที่สุดเธอก็ยอมเข้าใจแล้วสินะ”
เฟยที่คิดว่าลาร่านั้นยอมเข้าใจในสิ่งที่ตัวเขาพยายามจะสื่อแล้วจึงได้ปล่อยตัวเธอที่จับเอาไว้ลง
“...” [...]
ลาร่าที่โดนปล่อยตัวได้ใช้มือของตนจับไปที่แขนทั้งสองข้างของเธอที่ชาไปหมดหลังจากการที่โดนเฟยจับ เธอได้ใช้มือลูบแขนของตนไปมาทำให้มันหายชาลง
เฟยที่เห็นแบบนั้นจึงไม่อยากที่จะก่วนเธอตัวเขาจึงได้หันไปยังทิศทางที่พวกวีวแลนมุ่งหน้าไปหาคริมสัน
“ดีแล้วล่ะที่เธอยอมเข้าใจ ทีนี้พวกเราก็ตามไปสมทบกับพวกเขาได้...”
ตึ้ง! เฟยที่ยังพูดได้ไม่ทันจบก็ได้ถูกลาร่าลอบโจมตีจากทางด้านหลังด้วยมีดสั้นอีกอันที่เก็บเอาไว้ในกระเป๋าที่คาดเอวของเธออยู่
แต่เฟยนั้นก็สามารถใช้ดาบในมือปัดป้องกันการโจมตีทีเผลอของเธอเอาไว้ได้ทันก่อนที่คมมีของเธอนั้นจะมาถึงตัวเขา
ลาร่าที่โจมตีพลาดไปได้หมุนตัวหนึ่งครั้งเพื่อเพิ่มแรงเหวียงในการฟันมีดในมือเข้าใส่เฟยอีกครั้ง แต่เฟยที่เห็นแบบนั้นตัวเขาจึงได้ใช้ดาบในมือฟันเข้าไปดันมีดของเธอที่กำลังพุ่งเข้ามาเอาไว้ได้ทัน
“นี่เธอ...ยังไม่ยอมเข้าใจอีกงั้นเหรอ?”
เฟยได้ออกแรงใช้ดาบในมือดันมีดของลาร่าที่ดันพลังกันอยู่ออกไปจนตัวเธอนั้นเสียสูญแล้วตัวเซไปมา เฟยจึงได้ใช้โอกาศนี้ในการใช้ใบดาบในมือปัดเข้าไปที่มีดเล่มนั้นจนมีดนั้นกระเด็นลอยออกไป
ลาร่าที่ในตอนนี้ในมือไรอาวุธนั้นได้ะโถอยห่างออกมาจากเฟยเพื่อตั้งหลัก
“ทำไมกัน! ทำไมเธอถึงยังคิดที่ต่อสู้อีกล่ะ”
“....”
เฟยได้ถามลาร่าออกไปแต่เธอนั้นก็ไม่ได้ตอบอะไรกับมา
“ฉันก็บอกแล้วไม่ใช้เหรอว่าเธอนั้นกำลังเลือกเส้นทางที่ผิดอยู่ เธอเข้าใจรึป่าวว่าเส้นทางนี้จะทำให้เธอต้องเสียใจภายหลังน่ะ”
“.....”
เฟยนั้นพยายามที่จะพูดเตือนสติลาร่าอีกครั้งแต่ว่าเธอนั้นก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา
“ถึงเธอจะฝื่นสู้ต่อไปมากกว่านี้มันก็ไม่ทำให้พี่ชายของเธอพื้นขึ้น...”
“อ่า!...” [หุบปาก!...]
ลาร่าได้ะโทะลุผ่านหน้ากากที่เธอใส่อยู่ออกมาดังลั่นจนเฟยนั้นต้องชะงักไป
“อ่า….อ่า!….” [ที่แกเล่ามาทั้งหมดน่ะฉันเข้าใจมันดีอยู่กับใจอยู่แล้ว...]
ลาร่าได้ใช้มือทั้งสองข้างของเธอทุบเข้าไปที่พื้นอย่างแรงแล้วะโออกมาสุดกำลัง
“อ่า….อา!….อ่า!….” [แต่ว่าแล้วมันยังไงกันล่ะ ถึงแม้ว่ามันจะเป็เส้นทางที่ผิดก็จริงแต่ว่าถ้าเส้นทางนั้นทำให้พี่ทาโน่คืนชีพขึ้นมาได้ขอแค่นั้นก็พอแล้ว! สวนคนอื่นๆจะเป็ยังไงก็ช่างมันสิ---!...]
(นั่นมันเป็สิ่งที่ตัวฉันรู้จักเป็อย่างดี นํ้าเสียงและท่าทางแบบนั้นของเธอมันคือท่าทางของผู้ที่ตัดสินใจอย่างแท้จริงและจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน...มันเป็ท่าทางแบบเดียวกันกับที่ตัวฉันเคยเป็มาก่อนในอดีต...)
“เฮ้อ~งั้นเหรอนั่นคือความตั้งใจที่แท้จริงของเธองั้นสินะ...”
เฟยได้ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจเพราะตัวเขาตะหนักรู้ได้แล้วว่าตัวเขานั้นไม่สามารถที่จะเปลี่ยนใจลาร่าได้อีกต่อไปแล้ว
“ถ้านั่นเป็เส้นทางที่เธอเลือกแล้วล่ะก็ ฉันก็จะไม่ห้ามตัวเธอเอาไว้หรอกนะ”
เฟยได้ยกดาบัเีในมือขึ้นมาแล้วชี้มันไปทางลาร่าที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขา
“แต่ถ้าเส้นทางนั้นเป็เส้นทางที่จะมาขว้างทางความยุติธรรมของตัวฉันแล้วล่ะก็ ฉันก็คงจะต้องฟันเธอทิ้งเท่านั้นเพราะฉะนั้นอย่าถือโทษโกรธกันเลยนะ!”
ลาร่าที่รับรู้ได้ว่าเฟยนั้นเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้กับเธอแบบจริงๆแล้วจากเสียงพูดแล้วเสียงขยับของเขาที่ดังออกมาจากการเคลื่อนไหวของเขา
ลาร่าได้หายใจเฮือกใหญ่ออกมาพร้อมกับล่วงมีดสั้นในกระเป๋าออกมาอีกสองเล่มแต่มีดสองเล่มนั้นไม่ใช้มีดอัสซาอาลเล่มปลอมที่อาบยาพิษแต่เป็เพียงแค่มีดธรรมดาที่ไม่ได้อาบยาพิษเท่านั้น
(ทั้งพลังกาย ทั้งการตอบสนองและทักษะการใช้อาวุธ ทั้งหมดที่กล่าวมาฝั่งนั้นอยู่เหนือกว่าอย่างชัดเจนจนเรียกได้ว่าแทบที่จะไม่มีทางเอาชนะได้เลย...)
ลาร่าได้หายใจเข้าออกแบบถี่ๆเพื่อที่จะปรับสมาธิให้เข้าที่ก่อนจะเริ่มเข้าต่อสู้ในศึกชี้ชะตากับเฟยที่รอค่อยเธออยู่
(แต่ถึงมันจะเป็แบบนั้นก็จริง แต่ฉันก็ยังมีสิ่งที่เหนือกว่าอยู่นั่นก็คือความเร็วยังไงล่ะ! ถ้าเกิดใช้มันแล้วล่ะก็น่าจะมีทางก้าวข้ามผ่านความต่างชั้นนั้นได้เหมือนกับเมือตอนนั้นยังไงล่ะ!)
ตึ้ง! ลาร่าที่ตัดสินใจแนวแน่ได้เช่นนั้นได้ทีบพื้นวิ่งพุ่งตัวเข้าหาเฟยที่ตั้งท่ารอรับการโจมตีของเธออยู่ เธอที่ไปถึงตรงหน้าของเฟยได้ถีบพื้นะโลอยตัวขึ้นอยู่เหนือหัวของเฟย
(ถ้าเข้าโจมตีโดยการเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องแล้วล่ะก็น่าจะสามารถเปิดโอกาศให้เราโจมตีโดนได้สักครั้งหนึ่ง แล้วเราจะใช้โอกาศนั้นใช้มีดฮาซาอาลเล่มปลอมอาบยาพิษเล่มสุดท้ายที่อยู่ในกระเป๋าหลังเราในการโจมตีสร้างาแให้กับมัน แล้วาแนั้นจะนำพิษที่สามารถล้มอสูรั์ลามอสได้ภายในอึดใจเดียวเข้าสู่ร่างกายของมัน ถ้ามันโดนพิษนั่นเข้าไปไม่ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่มีทางรอดได้อย่างแน่นอน!)
ลาร่าที่คิดได้แบบนั้นจึงได้โยนมีดสั่นปกติที่ถืออยู่เข้าใส่เฟยจากทาง้า เฟยที่เห็นแบบนั้นจึงได้ยกดาบขึ้นเหนือหัวแล้วกันมีดพวกนั้นเอาไว้ได้
ลาร่าได้พุ่งตัวลงมาจาก้าลงสู่พี้นที่ด้านหลังของเฟยแล้วหยิบมีดสั่นปกติออกมาจากในกระเป๋าของเธอกำเอาไว้แน่ด้วยสองมือแล้วพุ่งตัวเข้าใส่เฟยจากทางด้านหลัง เฟยที่เห็นแบบนั้นจึงได้เหวียงดาบเข้าใส่ลาร่า
แต่ลาร่าก็คาดการเอาไว้แล้วเธอจึงได้ะโหลบไปด้านขวาเพื่อหลบการโจมตีของเฟย แต่เฟยก็รู้ทันจึงได้ตะหวัดดาบกลับตามเธอไปแบบติดๆ
แต่ลาร่าก็คิดเอาไว้แล้วเช่นกันเธอจึงได้ขว้างมีดทั้งสองเล่มที่ถืออยู่เข้าใส่เฟย เฟยจึงต้องชักดาบกลับมาป้องกันเอาไว้ก่อนที่มีดพวกนั้นจะถึงตัวได้แบบพอดี
ลาร่าจึงได้ใช้จังหวะนี้ในการอ้อมเข้าไปที่ด้านหลังของเฟยอย่างรวดเร็วพร้อมกับได้ยิบมีดฮัสซาอาลในกระเป๋าออกมาถือเอาไว้ในมือขวาแล้วพุ่งตัวเข้าไปใส่เฟยจากทางด้านหลังอย่างรวด
แต่เฟยก็ได้คาดการเอาไว้แล้วว่าเธอจะเข้าโจมตีจากทางด้านหลังตัวเขาจึงได้หมุนตัวกลับแล้วเหวียงดาบเข้าฟันลาร่าอย่างรวดเร็วเช่นกัน
แต่ลาร่าก็คาดการเอาไว้แล้วว่าเฟยนั้นจะทำแบบนี้เธอจึงได้ใช้โอกาศที่ใบดาบของเฟยนั้นกำลังใกล้เข้ามาแล้วใช้จังหวะนี้ะโขึ้นใช้เท้าเหยียบใบดาบนั้นแล้วใช้มันเป็แทนเหยียบลอยตัวขึ้นเหนือหัวของเฟย
(ดาบของแกที่กวัดแกว่งไปที่ด้านหน้าด้วยความรวดเร็วแล้วไม่สามารถที่จะเปลี่ยนทิศทางขึ้นมาเหนือหัวได้ในทันทีแน่นอน เพราะงั้นนี่แหละคือโอกาศเดี่ยวของฉัน!)
ลาร่าได้พุ่งตัวลงมาจากทาง้าหัวของเฟยซึ่งเป็จุดบอดของดาบของตัวเขาพร้อมกับมีดในมือที่ถือเอาไว้อย่างมั่นคงเตรียมพร้อมที่จะเสียบมันลงไปสร้างาแปิดชีพให้กับเฟย
“อ่า!...” [จบกันแค่นี้แหละ!]
“ลูกเล่นแบบนั้นมันใช้กับฉันไม่ได้หรอก!”
เฟยได้ะโออกมาพร้อมกับเปลวเพลิงสีฟ้าที่ได้ะเิออกมาจากร่างกายของเขาเข้าปกคลุมร่างกายของตัวเขาทั้งหมดเอาไว้ ลาร่าที่กำลังพุ่งตัวลงมาได้โดนแรงลมจากการะเินั้นพัดปลิวลอยกระเด็นออกไปตกลงกระแทกเข้ากับพื้นอย่างแรง
“อ่า!...” [อ่า!...]
(อา....อะไรกัน...นี่เราโดนเปลวเพลิงที่อยู่ๆก็โพลออกมาจากตัวของมันพัดปลิวกระเด็นลอยออกมางั้นเหรอ…)
ลาร่าที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยรอยถลอกกับรอยไหม้มากมายที่นอนกองอยู่กับพื้นได้แหงนหน้ามองไปยังเฟยที่ทั้งตัวนั้นเต็มไปด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าที่พุ่งออกมาจากร่างกายของเขา
(นะ...นั่นมันความรู้สึกแบบเดียวกันกับเ้านั้น....เหมือนกันกับไอ้เ้าั์ที่ฆ่าพี่ทาโน่...แต่รู้สึกเหมือนกับว่าอันนี้จะอ่อนแรงกว่าของเ้าั์นั่นนิดนึงรึป่าวนะ...)
ลาร่าที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยาแได้พยายามดันตัวเองลุกขึ้นมาพร้อมมีดฮัสซาอาลที่ยังคงอยู่ที่ในมือขวาของเธอ
(โอกาศยังมีอยู่ตราบใดที่ในมือเรายังมีมีดเล่มนี้อยู่โอกาศชนะของเราก็ยังไม่ใช้สูญหรอก)
ลาร่าได้ตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะเข้าไปต่อสู้กับเฟยอีกครั้ง
(ต้องลองใหม่อีกครั้ง คาวนี้ต้องเพิ่มความเร็วให้มากกว่าเดิม...)
“เปล่าประโยชน์เลิกคิดที่จะสู้เถอะ”
“....” [....]
เฟยที่ทั้งตัวปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าได้หันมาหาลาร่าที่ยังไม่คิดที่จะยอมแพ้
“เมื่อฉันใช้พลังนี้แล้วเธอนั้นไม่มีทางเอาชนะฉันได้อีกต่อไปแล้ว เพราะงั้นยอมแพ้แล้วหยุดอยู่เพียงแค่นี้เถอะนะ”
(อะไรกันล่ะ….จะบอกว่าฉันหมดโอกาศที่จะชนะไปแล้วงั้นเหรอ...)
ลาร่าที่ตั้งท่าอยู่พร้อมต่อสู้อยู่ๆมือขวาของเธอนั้นก็สั่นไปมาจนแทบที่จะถือมีดเล่มนั้นเอาไว้ไม่อยู่
(ทะ...ทำไมอยู่ๆมือของเราถึงสั่นกัน...นี่เรากำลังหวาดกลัวอยู่งั้นเหรอ...)
ลาร่าได้ใช้มือซ้ายจับมือขวาเอาไว้แน่นเพื่อให้มันหยุดสั่นลง
(ไม่ใช้! ฉันไม่ได้กลัวสักหน่อย...ฉันยังมีหน้าที่ที่จะต้องทำอยู่เพื่อพี่ทาโน่แล้วเราจะต้องทำให้สำเร็จให้ได้!)
ลาร่าที่คิดเช่นนั้นได้พุ่งตัววิ่งเข้าไปหาเฟยอีกครั้งด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม เธอได้โยกตัววิ่งเข้าไปที่ด้านขวาของเฟยแล้วสลับไปที่ด้านซ้ายในทันทีเพื่อหลอกล่อตัวเขาให้หลงทาง แต่เฟยนั้นก็ไม่ได้สนใจแล้วได้หลับตาลง
(อะไรกันฉันััได้ว่ามันกำลังหลับตาอยู่งั้นเหรอ? คิดจะดูถูกกันรึไง แต่ว่านี่ก็เป็การเปิดโอกาศให้เราแล้ว ถ้างั้นขอรับไปเลยก็แล้วกันนะโอกาศที่แกให้มาน่ะ!)
ลาร่าได้ใช้โอกาศที่เฟยนั้นหลับตาลงพุ่งตัวเข้าไปหาเฟยจากทางด้านหลังง่างมีดในมือขึ้นแล้วเตรียมพร้อมที่จะฟันเข้าไปที่ตรงกลางหลังเฟย
ตึ้ง! คมของดาบที่ปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าได้ตัดผ่านคมมีดของลาร่าจนแตกกระจายออกเป็เสี่ยงๆตกลงสู่พื้น เมื่อเธอนั้นไร้ซึงการป้องกันคมดาบที่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงก็ได้ฟันผ่านร่างกายของลาร่าจนกลายเป็าแขนาดใหญ่ที่กลางตัวของเธอที่มีเืจำนวนมากพุ่งออกมา
(เอ่!....)
ลาร่าที่โดนฟันได้ล้มลงกระแทกเข้ากับพื้นอย่างแรงจนหน้ากากสีขาวที่เธอใส่อยู่เกิดรอยร้าวขึ้นมา
“แฮ๊ก!...” (แฮ๊ก!...)
ลาร่าที่นอนกองควํ่าหน้าอยู่กับพื้นที่นองไปด้วยเืจำนวนมากมายที่ไหล่ออกมาจากาแโดนฟันที่กลางตัวของเธอได้กระอักเืออกมา เธอได้เอื้อมมือไปที่าแตรงกลางตัวแล้วใช้มือนั้นกดแผลเอาไว้เพื่อห้ามเืที่ไหล่ออกมา
(ละ...เืไหล่ออกมาไม่หยุดเลย...จะ...เจ็บจังเลย...พี่คะ...หนูเจ็บ...)
นํ้าตาได้ไหล่ออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างของเธอไหล่ผ่านรอยแตกร้าวบนหน้ากากสีขาวออกมาหยดลงบนกองเืของเธอที่นองอยู่ที่พื้น
“ไม่ต้องเป็ห่วงหรอก”
เฟยที่กับมาเป็เหมือนเดิมแล้วได้เดินมายืนอยู่ตรงข้างๆกับลาร่าที่นอนกองอยู่
“ฉันได้เลี่ยงฟันจุดตายของเธอเอาไว้แล้ว ถ้าเธอนอนอยู่เฉยๆเืจะหยุดไหล่ไปเอง รออยู่ตรงนั้นไปจนกว่าเื่ทั้งหมดจะจบเถอะ”
เฟยได้เดินจากไปในทิศทางที่พวกวีวแลนมุ่งหน้าไปโดยทิ้งลาร่าที่นอนกองอยู่กับพื้นเอาไว้เื้ั
(ไม่ได้การแล้ว...จะต้องรีบลุกขึ้นแล้วหยุดมันไว้...)
ลาร่าที่พยายามที่จะลุกขึ้นแต่ว่ายิ่งเธอพยายามที่จะลุกขึ้นมากแค่ไหนาแของเธอก็ยิ่งมีเืไหล่ออกมามากยิ่งขึ้นเท่านั้น
(นี่ฉันทำอะไรไม่ได้เลยงั้นเหรอ...ทั้งช่วยพี่ทาโน่ก็ไม่ได้...ทั้งทำตามคำสั่งสุดท้ายที่พี่ให้ไว้ก็ทำไม่สำเร็จ…แถมในตอนนี้ยัง...จะ...เจ็บจัง...เจ็บจัง...เจ็บจัง...เจ็บจนแทบที่จะไม่รู้สึกอะไรเลย...)
ลาร่าที่ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้นั้นได้เริ่มคิดที่จะถอดใจแล้วหมดหวังที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง….ความมืดได้เข้ากลืนกินจิตใจของเธอและสติก็ค่อยๆเลือนล่างลงทุกที...แต่ก่อนที่สติของเธอจะหายไปเธอก็เหลือกไปเห็นมีดสั่นสีเขียวที่หักไปแล้วปักอยู่ที่ตรงหน้าของเธอ….
(มะ...มีดเล่มนั้นมันอัสซาอาลเล่มจริงของพี่ทาโน่งั้นเหรอ?...)
ลาร่าที่มองมีดที่หักไปเล่มนั้นอยู่ก็ได้เห็นภาพของตัวเธอที่นอนกองอยู่กับพื้นในสภาพน่าสมเพชสะท้อนออกมาจากคมสีเขียวของมีดที่หักไป...
แต่อยู่ๆภาพสะท้อนนั้นที่เคยเป็ตัวเธอก็ได้เปลี่ยนแปลงไปเป็ภาพของทาโน่พี่ชายของเธอที่กำลังทำท่าทางะโอย่างร้อนรนใส่ตัวเธอที่นอนอยู่ตรงหน้ามีดเล่มนั้น
ลาร่าที่เห็นภาพของพี่ชายของเธออีกครั้งอยู่ๆนํ้าตาของเธอก็ไหล่ออกมามากยิ่งขึ้นกว่าเดิมพร้อมกับความทรงจำเกี่ยวกับพี่ชายที่มีความสุขในครั้งอดีตที่หลังไหล่เข้ามาในหัวของเธออย่างต่อเนื่อง
(พี่ทาโน่! พี่ทาโน่! พี่ทาโน่!...งั้นเหรอ...ิญญาของพี่ที่ตายไปพยายามที่จะให้กำลังใจตัวฉันที่สิ้นหวังแล้วบอกให้ตัวฉันอย่าย่อมแพ้งั้นสินะ...)
ลาร่าที่เริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งได้ใช้มือซ้ายกวาดไปมาที่พื้นรอบๆที่เต็มไปด้วยเศษต่างๆมากมายที่กระจัดกระจายอยู่จนเศษพวกนั้นได้ติดมือเธอขึ้นมามากมายเธอได้ใช้มือนั้นดันตัวเองให้ลุกขึ้นมา แล้วใช้อีกมือนึงที่เหลืออยู่หยิบมีดฮัสซาอาลเล่มจริงที่หักไปแล้วขึ้นมาถือเอาไว้
เธอนั้นได้ยืนขึ้นมาในสภาพที่ล่อแล่เหมือนกับคนที่อาจจะตายได้ทุกวินาที ถึงแม้ว่าจะมีเืไหล่ออกมามากมายแค่ไหน ถึงแม้ว่าจะทรงตัวเอาไว้แทบไม่อยู่ราวกับว่าจะล้มลงได้ทุกเมื่อ แต่ว่าถึงจะเป็แบบนั้นจิตใจของเธอนั้นก็ยังคงไม่คิดที่จะยอมแพ้แต่กลับลุกโชนมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
เฟยที่เดินอยู่ััได้ว่าลาร่านั้นได้ลุกขึ้นมาอีกครั้ง ตัวเขาจึงได้หยุดเดินและกล่าวคำพูดขึ้นมากับหญิงสาวที่ในตอนนี้ราวกับศพที่ยังคงมีชีวิตอยู่ไม่มีผิด
“ท่าเธอยังพื่นอยู่แบบนี้เธอจะตายเอานะ”
เฟยได้หันกลับไปสิ่งที่ตัวเขาเห็นนั้นก็คือลาร่าที่ทั้งตัวนั้นเต็มไปด้วยเืจนหน้ากากสีขาวที่เธอใส่อยู่ถูกยอมจนกลายเป็สีแดงฉาน
“คิดว่าพี่ชายที่ตายไปแล้วของเธอจะดีใจกลับสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่จริงๆงั้นเหรอ”
“แฮ่ก...แฮ่ก...แฮ่ก...” [แฮ่ก...แฮ่ก...แฮ่ก...]
ลาร่าที่หายใจถี่ๆไม่ได้ตอบอะไรกลับมาสิ่งที่เธอทำนั้นมีเพียงแค่ตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้เท่านั้น
“เฮ้อ~ฉันล่ะนับถือในความพยายามของเธอจริงๆ”
เฟยได้พูดออกมาพร้อมกับได้มองไปยังลาร่าด้วยแววตาที่นับถือในตัวเธอแต่ก็แผงไปด้วยความเบื่อหน่ายและความเศร้าในแววตาของเขาที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนด้วยเช่นกัน
(ความพยายามแบบนั้นถ้าไม่เอาไปใช้ในท่างที่ผิดก็คงดี แต่คนอย่างฉันก็คงว่าอะไรเธอไม่ได้ล่ะนะ...)
เฟยได้ชูดาบขึ้นมาหันเข้าหาลาร่าที่อยู่ตรงหน้า
“ชั่งน่าเสียงด้ายจริงๆที่เธอดันเลือกเส้นทางที่ผิดแบบนี้”
“....อ่า---!” (ย๊าก---!)
ลาร่าได้ะโออกมาสุดเสียงพร้อมกับใช้แรงที่เหลืออยู่ทั้งหมดขยับร่างกายที่สะบักสะบอมวิ้งเข้าใส่เฟยที่อยู่เปื่องหน้าแบบตรงๆ
เธอได้ง่างมีดอัสซาอาลเล่มจริงที่หักไปแล้วในมือขึ้นมาเตรียมพร้อมที่จะแทงมันเข้าใส่เฟยที่ตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมืออยู่แล้ว เฟยได้หลบการโจมตีของลาร่าที่พุ่งเข้ามาได้อย่างง่ายด้าย
แต่ถึงอย่างงั้นลาร่าก็ยังไม่ยอมแพ้เธอได้หมุนมือพลิกกลับมีดในมือไปทางของเฟยแล้วพุ่งมันเข้าใส่เฟยอีกครั้ง แต่เฟยนั้นก็ได้ใช้ดาบในมือปัดมีดเล่มนั้นจนมันกระเด็นลอยออกไปได้อย่างง่ายด้าย
ลาร่าในตอนนี้นั้นไร้ซึ่งอาวุธ แต่เธอนั้นก็ยังคงไม่ยอมแพ้ เธอได้พุ่งตัวเข้าหาเฟยทั้งๆแบบนั้นแล้วสะบัดเืที่เปื่อนอยู่ที่มือขวาเข้าใส่เฟย เืของเธอที่ได้สะบัดออกมาได้กระเด็นเข้าใส่ดวงตาทั้งสองข้างของเฟย
เฟยที่โดนเืของลาร่าเข้าไปได้หลับตาลง ลาร่าที่รับรู้ได้ว่าเฟยนั้นได้หลับตาลงตัวเธอจึงได้ชูมือซ้ายที่เต็มไปด้วยเศษมีดอาบยาพิษมากมายที่ปักอยู่ที่มือนั้นขึ้นมาแล้วเตรียมพร้อมที่จะใช้มันััเข้ากับร่างกายของเฟยเพื่อสร้างาแให้กับเข้าให้ได้
เเต่เฟยนั้นก็ััได้ว่าลาร่านั้นกำลังพุ่งเข้ามาเขาจึงโยกตัวหลบไปได้อย่างง่ายด้ายถึงแม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นก็ตาม
ลาร่าที่พลาดไปกำลังจะหน้าทิ้งลงไปกลับพื้น
(เราจะมาจบลงตรงนี้ไม่ได้! จะต้องทำตามคำสั่งสุดท้ายของพี่ทาโน่ที่ได้ให้ไว้ให้สำเร็จลุล่วงให้ได้!)
ลาร่าได้ใช้เท้ายันพื้นเอาไว้ก่อนที่เธอจะล้มลงไปแล้วตีลังกาม้วนตัวกลับเข้าหาเฟยพร้อมกับยื่นมือซ้ายที่เต็มไปด้วยเศษมีดอาบยาพิษที่ปักอยู่ในมือออกมาโดยหวังว่าจะสามารถััแล้วสร้างาแให้เฟยได้แม้แค่หนึ่งก็ยังดี
แต่เฟยนั้นก็ััได้ว่าลาร่ายังคงไม่ยอมแพ้แล้วกำลังใกล้เข้ามาก็เลยได้ตั้งดาบในมือขวาขึ้นมาเตรียมพร้อมที่จะฟันลงไปยังร่างกายของเธอเพื่อจบทุกสิ่งทุกอย่างลง
“จบกันแค่นี้แหละ!”
เพล้ง!
เฟยนั้นได้ลืมตาขึ้นมาและสิ่งแรกที่ตัวเขาเห็นอยู่ตรงหน้านั้นก็คือหญิงสาวที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาหาตัวเขาพร้อมกับหน้ากากสีขาวที่กลายเป็สีแดงฉานที่เธอใส่อยู่ที่กำลังเริ่มแตกออกเผยให้เห็นใบหน้าที่กำลังเจ็บป่วดทุกข์ทรมานที่มีดวงตาที่ไร้ซึ้งประกายใดๆที่เต็มไปด้วยนํ้าตาโลหิตที่ไหล่ออกมาอาบใบหน้าของเธอจนกลายเป็สีแดงกํ่า
เฟยที่เห็นสิ่งนั้นตัวเข้าได้หยุดชะงักดาบในมือไปคู่นึ่ง เปิดโอกาศให้ลาร่านั้นพุ่งเข้ามาถึงตัวเขาได้สำเร็จ เธอได้ใช้มือซ้ายที่เต็มไปด้วยเศษมีดอาบยาพิษมากมายที่ปักอยู่จับเข้าไปที่ร่างกายของเฟยแล้วสร้างาแให้กับตัวเขาได้สำเร็จก่อนที่ตัวเธอนั้นจะพุ่งตัวล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้น
“!”
เฟยที่ชะงักไปได้สติกลับมา ตัวเขาได้เห็นลาร่าที่นอนกองอยู่กับพื้น
“แค่นี้ก็จบอัก!….”
เฟยได้กระอักเืออกมาเพราะพิษที่เริ่มแล่นเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างรวดเร็วจนตัวเขานั้นได้ล้มลงคุกเข่าอยู่กับพื้น
(นะ...นี่มันพิษงั้นเหรอ?...)
“แฮ่ก!...”
เฟยได้กระอักเืออกมาเป็จำนวนมากพร้อมกับร่างกายที่เริ่มเปี่ยนเป็สีม่วงทำให้ร่างกายของเข้านั้นอ่อนแรงลงจนล้มลงนอนกองลงไปกับพื้น
และในที่ใกล้ๆกันนั้นลาร่าได้ลุกขึ้นด้วยร่างกายที่อ่อนล้า
(พี่ค่ะคำสั่งสุดท้ายของพี่หนู่ทำสำเร็จแล้วนะ...)
“แฮ่ก!...” [แฮ่ก!...]
ลาร่าได้กระอัดเืออกมาพร้อมกับร่างกายที่กลายเป็สีม่วงเช่นเดียวกับเฟยส่วยสาเหตุก็เพราะว่าเธอนั้นก็โดนพิษจากเศษมีดที่ปักอยู่ที่มือซ้ายของเธอเข้าไปด้วยเช่นกัน
“แฮ่ก...แฮ่ก...แฮ่ก...” [แฮ่ก...แฮ่ก...แฮ่ก…]
ลาร่าที่ไม่หน้าจะมีแรงเหลืออยู่แล้วได้พยายามประคองร่างกายของตนเองแล้วคำทางเดินไปยังเส้นทางที่เธอนั้นได้ยินเสียงดังจากการต่อสู้ออกมาอยู่นะตอนนี้
(จะต้องไป...ทวงสัญญากับคนๆนั้น...ให้เขาช่วยคือชีพ...พี่ทาโน่ให้...)
ลาร่าได้เดินไปจนลับตาทิ้งเฟยที่โดนพิษเข้าไปให้นอนกองรอความตายเอาไว้แบบนั้น
“ขะ...ขนาดโดนพิษเข้าไปขนาดนั้นแล้ว...ยังสามารถพื่นตัวเองให้ขยับได้อีกนะ...ชั่งเป็แรงใจที่หน้านับถือจริงๆ...”
(เฮ้ย~ไม่ไหวเลย...พลาดไปซะได้...ดันเห็นใบหน้าของเธอคนนั้นซ้อนทับเข้ากับใบหน้าตอนวาระสุดท้ายของลูกสาวที่ตายไปซะได้...ใบหน้าของเด็กสาวที่หวาดกลัวและสิ้นหวังในวันนั้น..)
เฟยที่สติเริ่มเลือนลางลงทุกทีตัวเขานั้นได้เห็นภาพย่อนกับไปในอดีตนะวันนั้น….
วันแห่งโชคชะตาที่จะเป็จุดเริ่มต้นของความยุติธรรมที่ตัวเขานั้นเชื่อมั่น…
ในวันนั้นมันเป็วันที่ท้องฟ้าสดใส่จนสามารถมองเห็นดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ได้อย่างชัดเจน….
ณ หุบเขาใจกลางป่าลึกแห่งหนึ่งที่มีูเาสูงล้อมรอบทุกด้านได้มีหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่ตรงกลางหุบเขานั้น
มันเป็หมู่บ้านที่สงบสุขที่เต็มไปด้วยชาวไร่ชาวนามากมายที่อาศัยอยู่รวมกันอย่างมีความสุข
ณ ที่ด้านหน้าทางเข้าของหมูบ้านนั้นมีไร่นาข้าวของหมูบ้านตั้งเรียงรายกันอยู่มากมายนับสิบไร่ ถัดมาจากไร่พวกนั้นจะเป็บ้านเรือนที่อยู่อาศัยของชาวบ้านที่ถูกสร้างขึ้นมาจากไม้ที่ตั้งเรียงรายกันเป็ระเบียบเรียบร้อย ถัดมาจากบ้านพวกนั้นก็คือลานกว้างกลางหมูบ้านที่มีพวกเด็กๆที่กำลังวิ่งเล่นกันไปมาอยู่ท่ามกลางบ้านเรือนมากมายที่ล้อมรอบพวกเขาอยู่
เด็กกลุ่มนั้นได้วิ่งเล่นกันไปมาจนกระทั่งมาถึงที่ด้านหน้าของหมูบ้าน พวกเขาได้เหยียบย่ำลงไปบนไร่นาที่เต็มไปด้วยต้นอ่อนของข้าวที่พึ่งปักลงไปได้ไม่นาน
“เดี่ยวเถอะ! อย่างมาวิ่งเล่นกันตรงนี้นะ!”
เฟยในวัยหนุ่มที่กำลังทำนาอยู่ได้ะโออกมาใส่พวกเด็กๆที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ภายในไร่นาจนพวกเด็กๆเ่าั้เตลิดวิ่งหนีกันออกไปคนล่ะทิศทาง
“เฮ้อ~ไปกันได้ซักที”
“เอาน่าๆ พวกเด็กๆก็ซุกซนกันแบบนี้แหละครับ ไม่เห็นต้องโกรธพวกเขาถึงขนาดนั้นหรอกครับคุณเฟย”
ชายอีกคนที่ทำนาอยู่ที่ใกล้ๆได้พูดออกมา
“ก็ไม่ได้จะว่าอะไรสักหน่อย ก็แค่แถวนี้มันค่อนข้างลื่นก็เลยกลัวว่าพวกมันจะล้มแล้วจะาเ็ได้ก็เลยกระจะไล่ไปก็แค่นั้นเอง แต่ดันกลัวกันจนวิ่งหนีไปซะงั้น”
“555 ก็คุณทั้งตัวใหญ่เสียงก็สูงด้วยแถมมีแววตาที่หน้ากลัวเหมือนกับสัตว์ร้ายแบบนั้นมันก็ไม่แปลกหรอกค่ะที่จะเป็แบบนี้”
หญิงสาวชาวไร่ที่ทำนาอยู่ข้างๆได้พูดเสริมขึ้นมา
“อ่อผมพอจะเข้าใจแหะ...”
“หน้าฉันไม่ได้หน้ากลัวขนาดนั้นสักหน่อย แล้วที่สำคัญลูกสาวของฉันยังไม่กลัว...”
“พ่อจ๋า~!”
ไม่ทันที่เฟยในวัยหนุ่มจะพูดจบก็ได้มีเสียงของเด็กสาวที่ร่าเริงคนหนึ่งเรียกตัวเขามาจากทางที่พักอาศัย
พอเฟยได้ยินเสียงนั้นตัวเขาจึงได้หันกลับไปที่ต้นเสียงในทันทีอย่างรวดเร็ว
และสิ่งที่ตัวเขาเห็นอยู่นั้นก็คือเด็กสาวอายุประมาณ 5 ควบคนหนึ่งที่กำลังวิ้งมาทางนี้ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มและดวงตาสีนํ้าเงินนํ้าทะเลที่เป็ประกาย ผมยาวสีนํ้าตาลที่ปลิวไสวไปมากับสายลมพร้อมกับในมือทั้งสองข้างที่กำลังหิ้วตะกร้าสานที่แกว่งไปมาอยู่
“อ้าว หวัง ลี่ ไม่ใช้เหรอ ลูกมาทำอะไรที่นี่ล่ะ”
“หนูเอาข้าวกลางวันที่หนูทำเองมาให้พ่อจ๋า~ด้วยล่ะ”
เด็กสาวตัวน้อยได้มาหยุดลงตรงหน้าไร่นาพร้อมกับได้ยื่นตะกล้าในมือให้พ่อของเธอดู ที่ด้านในนั้นมีกล้องข้าวขนาดกลางอยู่สองอันกับกระติดนํ้าที่วางอยู่ที่ใกล้ๆกัน
“พ่อจ๋าไปกินข้าวกลางวันด้วยกันเถอะค่ะ”
“โอ้! ได้เลยสาวน้อยของพ่อ”
เฟยได้วางจอบในมือลงแล้วขึ้นมาจากนาข้าวแล้วใช้มือทั้งสองข้างอุ่มตัวของลูกสาวขึ้นมาขี่คอตัวเขาเอาไว้พร้อมกับหันมาหาอีกสองคนที่คุยกันอยู่เมื่อคู่นี้
“ถ้างั้นเดี๋ยวฉันขอไปพักกลางวันกับลูกสาวของฉันก่อนก็แล้วกันนะ”
“พ่อจ้า~วิ่งไปแบบทุกทีเลยได้มั้ย?”
“โอ้!ได้เลย ถ้างั้นจะไปแล้วนะเกาะเอาไว้ให้แน่นๆล่ะ”
“ค่ะ~~~”
หลังสิ้นสุดเสียงตอบกลับของเด็กน้อยเฟยก็ได้เริ่มวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วในทันที
สายลมอ่อนๆที่พัดเข้ามาปะทะเข้ากับใบหน้าของหวัง ลี่นั้นทำให้ผมยาวของเธอนั้นพลิ้วไหวไปกับสายลมที่พัดเข้าจนทำให้เธอนั้นยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
“ฮ่าๆๆ พ่อจ้าเร็วอีก เร็วขึ้นอีกนะ”
“โอ้! ได้เลย---”
เฟยได้เพิ่มความเร็วมากยิ่งขึ้นวิ่งไปบนทางที่จะนำไปสู่นอกหมูบ้าน ณ ที่แห่งนั้นมีเนินยกสูงที่มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งตั้งอยู่
“เฮ้อ~ร่าเริงกันดีจังนะ เฟยเนี่ยพอเป็กับลูกสาวของตนเองแล้วเหมือนกับเป็คนล่ะคนเลยนะ”
“ก็ไม่แปลกหรอกครับก็ั้แ่ที่ภรรยาของเขาเสียไปตอนคลอดเธอออกมา สิ่งที่เขาเหลืออยู่ก็มีเพียงแค่ลูกสาวเพียงคนเดียวนิครับ
“ก็จริงอย่างที่นายว่าล่ะนะ เฮ้อ~อดีตนักรบที่มีชื่อเสียงในอดีตตอนนี้ดันต้องกลายมาเป็พ่อเลี้ยงเดี่ยวแบบนี้คงจะลำบากแย่เลยนะ”
“นั่นสิครับ คงลำบากน่าดูเลยนะ”
ทั้งสองคนได้มองไปยังทั้งสองที่กำลังมุ่งหน้าไปยังต้นไม้ใหญ่บนเนินยกสูงนอกหมู่บ้านจนพวกเขาทั้งสองนั้นลับตาไป
ณ เนินยกสูงที่ด้านนอกของหมู่บ้านที่ตั้งของต้นไม้สูงใหญ่ที่มีความสูงเทียบเท่ากับบ้านสองชั้นที่มีใบไม้ปกคลุมอยู่มากมายที่ตั้งตะหง่าดอยู่ที่ตรงกลางเนิน
และที่ตรงด้านล่างของต้นไม้ใหญ่นั้นเฟยกับหวัง ลี่นั้นกำลังยืนอยู่ที่ตรงหน้าแผ่นป้ายไม้ที่แกะสลักตัวอักษรชื่อที่อ่านว่าจาง ลี่ เจินอยู่ที่บนนั้น
“นี่ก็ผ่านมากเกือบ 5 ปีแล้วสินะั้แ่วันที่เธอจากไป”
(ทุกครั้งที่ฉันมาที่นี่ฉันน่ะคิดถึงเธอมากๆเลยล่ะ...)
เฟยได้คุกเข่าลงที่หน้าแผ่นไม้ที่เป็ป้ายหลุมศพของภรรยาที่จากไป
ตัวเขาได้วางกระถางธูปลงไปที่ตรงด้านหน้าของแผ่นไม้นั้นพร้อมกับปักธูปที่ตัวเขาถืออยู่ลงไปที่ในนั้นด้วย
“แต่เธอไม่ต้องเป็ห่วงหรอกนะ ถึงเธอจะไม่อยู่แล้วแต่พวกเราก็ยังสามารถอยู่ต่อไปได้อย่างมีความสุขนะ เพราะงั้นเธอไม่ต้องเป็ห่วงแล้วหลับให้สบายเถอะนะ”
เฟยได้หันไปหาลูกสาวที่ยืนอยู่ที่ด้านหลัง เธอนั้นได้ถือธูปที่จุดแล้วเอาไว้ในมือขวาและในมือซ้ายนั้นได้ถือกล่องข้าวขนาดกลางเอาไว้
“เอาล่ะถึงตาลูกแล้วนะ”
“อือ...”
เด็กสาวได้เดินเข้ามาคุกเข่าลงที่ตรงหน้าของแผ่นป้ายไม้ตรงที่ข้างๆกับพ่อของเธอแล้วเธอนั้นก็ได้วางกล่องโลหะที่ถืออยู่ในมือลงตรงหน้าแผ่นป้ายหลุมศพของแม่ที่ข้างๆกับกระถางธูปที่วางอยู่ก่อน
“คุณแม่ค่ะวันนี้หนูกับพ่อจ๋าก็ยังสบายดีอยู่เหมือนกับทุกๆวันที่ผ่านมา ทั้งเล่นด้วยกัน ทั้งกินข้าวด้วย ทั้งอ่านนิทานด้วยกัน ทั้งนอนด้วยกัน ใช้ชีวิตรวมกันอย่างมีความสุขค่ะ”
หลังจากที่เธอพูดจบเด็กน้อยก็ได้ปักธูปลงไปในกระถางธูปที่ข้างๆกับธูปของพ่อของเธอที่ปักเอาไว้ในตอนแรก
หลังจากนั้นเธอก็ได้เปิดกล่องข้าวโลหะขนาดกลางที่วางเอาไว้ออก ที่ด้านในนั้นมี ข้าวปั้นใส่อยู่สามก้อน
“นี่คือข้าวปั้นที่หนูทำเองเลยนะ หวังว่าคุณแม่คงจะชอบนะ”
“โอ้! เธอต้องชอบแน่นอนอยู่แล้ว นั่นก็เพราะว่าลูกสาวที่รักเป็คนทำขึ้นมาเองด้วยความรักยังล่ะ”
“อือ!”
เด็กน้อยได้พยักหน้าพร้อมกับได้ยื่นกล่องข้าวโลหะนั้นเข้าไปใกล้หน้าแผ่นป้ายหลุมศพของแม่ของเธอ
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ได้พนมมือไหว้ปลายหลุมศพไปทั้งหมดสามครั้งก่อนที่จะลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปนั่งลงที่ข้างๆกับต้นไม้ใหญ่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากแผ่นป้ายหลุมศพนั้นนัก
เด็กสาวตัวน้อยได้หยิบกล่องข้าวโลหะขนาดกลางที่มีสองชั้นอีกกองที่เหลืออยู่ในตะกล้าออกมาวางเอาไว้ที่ด้านหน้าของพวกเขาทั้งสองที่นั่งอยู่ข้างๆกัน
เด็กสาวตัวน้อยได้เปิดมันออกมาที่ด้านในนั้นมีข้าวปั้นขนาดพอดีคำ 6 ก้อนที่วางอยู่ที่ด้านใน เด็กน้อยได้เอาชั้นบนที่มีข้าวปั้นอยู่ออกมาวางไว้บนพื้นเผยให้เห็นกับข้าวที่อยู่ในชั่นล่างที่ถูกวางแบ่งออกเป็สามส่วน ส่วนที่หนึ่งเป็ไข่เจียวที่ทำมาจากไข่ที่ได้มาจากไก่ที่พวกเขาเลี้ยงเอง ส่วนที่สองเป็ผัดผักรวมที่ทำมาจากผักหลากหลายชนิดที่พวกเขานั้นปลูกเอง ส่วนที่สามเป็ผัดเผ็ดหมูทรงเครื่องที่ดูเหมือนจะเผ็ดมากแต่กับมีรสชาติที่กลมกล่อมกำลังพอๆ
หลังจากนั้นเธอก็ได้หยิบกระติกนํ้าที่ด้านในนั้นใส่ซุปผักที่มีรสจืดที่สามารถตัดรสเลี่ยนได้เป็อย่างดีออกมาจากตะกล้าวางเอาไว้ที่ข้างๆกับกล่องข้างทั้งสองกล่องอันนั้น
“อาหารทั้งหมดนี่หนูทำเองเลยนะ พ่อจ๋ากินให้เต็มที่เลยนะ”
เด็กสาวตัวน้อยได้ยื่นข้าวปั้นขนาดพอดีคำที่ทำเองให้กับพ่อของเธอที่นั่งอยู่ข้างๆ
“โอ้! แน่นอนอยู่แล้วล่ะสาวน้อย จะกินให้เต็มที่เลย!”
เฟยในวัยหนุ่มได้หยิบข้าวปั้นอันนั้นมาแล้วเริ่มกินมันอย่างเอร็ดอร่อย
“งั่มๆงั่มๆงั่มๆ”
“พ่อจ๋าอร่อยมั้ย?”
“อื่อ! แน่นอนอยู่แล้วล่ะ อาหารของลูกน่ะอร่อยมากที่สุดในจักรวาลเลยล่ะ งั่มๆงั่มๆงั่มๆ555!”
“อือ หนูก็ว่างั้นแหละงั่มๆงั่มๆ”
“อร่อยใช้มั้ยล่ะ”
“อืออร่อยที่สุดในจักรวาลเลยล่ะ555!”
“งั้นเหรออร่อยที่สุดในจักรวาลเลยสินะ555!”
ทั้งสองคนพ่อลูกได้เริ่มรับประทานอาหารกลางวันกันอย่างสนุกสนานด้วยลอยยิ้มแห่งความสุขที่แสดงออกมาบนใบหน้าของพวกเขาทั้งสองอย่างชัดเจน
จนเวลาเที่ยงวันนั้นผ่านเลยไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากมื้ออาหารแห่งความสุขได้จบลงทั้งสองคนก็ได้เดินจูงมือกันกลับไปยังบ้านของพวกเขาพร้อมกับได้ฮัมเพลงเบาๆไปมาด้วย
“ฮือ...ฮือ~ฮื๋อ~ฮื๊อ~ฮื่อ~ฮือ~”
“ฮือ...ฮือ~ฮื๋อ~ฮื๊อ~ฮื่อ~ฮือ~”
จนในที่สุดทั้งสองคนก็ได้เดินมาจนถึงหน้าบ้านของพวกเขา มันเป็บ้านชั้นเดียวที่ทำมาจากไม้และดินเหนี่ยวที่มีอยู่ 3 ห้องหลัก ประกอบไปด้วยห้องนอน,ห้องนํ้าและห้องครัวโดยรวมแล้วมันเป็บ้านที่หน้าอยู่สำหรับหนึ่งครอบครัว
เฟยได้วางกล่องข้าวโลหะเอาไว้ในอ่างล้างจานแล้วเปิดนํ้าแช่เอาไว้ก่อนแล้วค่อยกลับมาล้างในตอนเย็นหลังเลิกงาน
“เดี๋ยนพ่อจะออกไปทำงานต่อลูกรออยู่ที่บ้านนะ”
“อือ ไปดีมาดีค่ะ”
“โอ้! แล้วเดี๋ยวจะรีบกลับมานะ”
เฟยได้ออกมาจากบ้านโดยที่มีลูกสาวของเขาที่กำลังโบกมือบังบายตัวเขาที่เดินไปทางไร่นาหน้าหมูบ้านเพื่อไปทำงานต่อใน่บ่าย
(เฮ้อ~ลูกสาวของเรานี่น่ารักและเป็เด็กดีจริงๆเลยนะ สงสัยตอนขากลับจะต้องหาซื้อขนมมาเป็ของฝากให้สักหน่อยซะแล้วสิ เอาอะไรดีนะ)
ในขณะที่เฟยนั้นกำลังเดินคิดอยู่ว่าจะซื้อขนมอะไรกลับมาเป็ของฝากให้กับลูกสาวดีในตอนนั้นก็ได้เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นรอบทิศทาง
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
พวกมันเป็เสียงของะเิที่เกิดขึ้นรอบทิศทางทั่วทั้งหมูบ้านในเวลาเดียวกันจนทำให้ทั่วทั้งหุบเขานั้นสว่างไปด้วยแสงสว่างของเปลวเพลิงที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น
“อ่า-!”
เฟยที่โดดลูกหลงจากแรงของะเิจนตัวเขานั้นกระเด็นลอยออกไปชนเข้ากับผนังของบ้านแถวนั้นเข้าอย่างแรงจนตัวเขานั้นได้สลบไป
“อือ….”
เฟยได้ลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากที่สลบไปได้พักนึ่งและสิ่งแรกที่ตัวเขาเห็นนั้นก็คือหมู่ที่กำลังกลายเป็ทะเลเพลิงไปแล้ว
“นะ...นี่มัน? หวัง ลี่!”
เฟยที่ตั้งสติได้ตัวเขาได้ลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปโดยที่ไม่สนใจกับาแมากมายบนร่างกายของเขาเลย สิ่งที่ตัวเขาสนใจอย่างเดียวในตอนนี้นั้นก็คือความปลอดภัยของหวัง ลี่ลูกสาวอันเป็ที่รักของเขาเท่านั้น
เฟยได้วิ้งผ่านซากศพมากมายที่ไหม้เป็กองะโหรือไม่ก็แหลกเป็เสี่ยงที่กระจัดกระจายอยู่เกลื่อนกลาดพื้นที่รุกไหม้ไปด้วยเปลวเพลิงที่ลุกโชน
(หวัง ลี่! หวัง ลี่! หวัง ลี่! ขอให้ปลอดภัยด้วยเถอะ...)
เฟยที่ในที่สุดก็ได้วิ่งมาจนถึงบ้านของตัวเขาได้สำเร็จ แต่ทว่าสิ่งที่ตัวเขาเห็นอยู่ตรงหน้านั้นกลับเป็เศษซากบ้านที่ลุกไหม้ไปด้วยเปลวเพลิง
“มะ...ไม่นะ ไม่จริงน่า...”
เฟยที่ได้เห็นภาพนั้นตัวเขาได้คุกเข่าลงไปกับพื้นด้วยความสิ้นหวังและร้องไห้ออกมาด้วยความโศกเศร้า
“หวัง ลี่ หวัง ลี่ หวัง ลี่…..”
ในตอนนี้นั้นเฟยได้ไร้ซึ้งสติใดๆ สิ่งที่ตัวเขาทำอยู่นั้นมีเพียงแค่พูดชื่อของลูกสาวที่รักซํ้าไปมาอยู่เพียงเท่านั้น
“พ่อจ๋า! พ่อจ๋า!....”
แต่ในขณะที่ตัวเขานั้นกำลังสติเลื่อนลอยก็ได้มีเสียงเล็กๆดังขึ้นมาจากทางด้านซ้ายห่างออกไปจากตัวเขาไม่ไกล
“สะ….เสียงนี่มัน”
เฟยที่ได้ยินเสียงนั้นได้หันไปในทิศทางนั้นในทันทีและสิ่งที่ตัวเขาเห็นอยู่นั้นนั่นก็คือลูกสาวของเขาที่กำลังวิ่งเข้ามาหาตัวเขาทั้งนํ้าตาด้วยร่างกายที่รอดมาจากการะเิได้โดยไร้ซึ้งาแใดๆราวกับปาฏิหาริย์
“หวัง ลี่….หวัง ลี่!”
เฟยที่ได้เห็นลูกสาวของตนที่กำลังวิ่งเข้าจึงได้ลุกขึ้นแล้ววิ่งเข้าไปหาลูกสาวของตนในทันทีด้วยใบหน้าที่เริ่มปรากฎรอยยิ้มออกมา
(ยะ...ยังปลอดภัยอยู่ ลูกสาวของเราเธอยังคงปลอดภัยดีอยู่ราวกับปาฏิหาริย์เลย)
“หวัง ลี่! หวัง ลี่! หวัง ลี่!”
“พ่อจ๋า! พ่อจ๋า! พ่อจ๋า!”
ทั้งสองคนนั้นที่วิ่งเข้ามาหากันด้วยความรู้สึกโล่งอกที่คนที่ตนรักนั้นยังคงมีชีวิตอยู่ ปั้ง! แต่ว่าในวินาทีนั้นก็ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นหลังสิ้นสุดเสียงนั้นเด็กสาวตัวน้อยที่วิ่งอยู่ก็ได้ค่อยๆล้มลงสู่พื้น
“หวัง ลี่!”
เฟยที่ได้เห็นลูกสาวของตนนั้นกำลังล้มลงได้เพิ่มความเร็วในการวิ่งเข้าไปหาตัวเธอในทันที และใน่จังหวะที่ตัวเขานั้นกำลังวิ่งเข้าไปตัวเขาก็ได้เหลือกไปเห็นชายคนหนึ่งที่กำลังเล็งปื่นมาทางนี้ด้วยปื่นที่ปากกระบอกของมันมีควันลอยออกมา
“แก----!”
เฟยที่เห็นแบบนั้นตัวเขาได้โกรธจัดจนเืขึ้นหน้าและได้ใช้มือหยิบเศษไม้ที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงที่ปักอยู่แถวนั้นขึ้นมาในขณะที่วิ่งอยู่แล้วใช้แรงและความโกรธทั้งหมดขว้างมันออกไปเข้าใส่ชายคนนั้น จึ๊ก!
“อ่า!...”
ไม้ที่ขว้างไปนั้นได้เสียบเข้าไปที่กลางร่างกายของชายคนนั้นจนทะลุทำให้ตายในทันที ไม้นั้นได้ปักร่างของชายคนนั้นคาอยู่กับพื้นทั้งๆแบบนั้น
เฟยได้วิ้งมาถึงร่างของลูกสาวแล้วใช้มือคว้าประคองร่างกายของเธอเอาไว้ได้ทันก่อนที่จะตกลงถึงพื้น
“หวัง ลี่! หวัง ลี่! หวัง ลี่! หวัง ลี่! หวัง ลี่!…..”
เฟยได้ส่งเสียงร้องเรียกลูกสาวของตนไปมาเลื่อยๆแต่กลับไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมาจากเธอเลย มีเพียงแค่ความเงียบเท่านั้นที่ตอบตัวเขากลับมา
เฟยได้จ้องมองไปยังใบหน้าของลูกสาวที่ชุ่มไปด้วยเลือกแดงๆที่ไหล่ออกมาจากหัวของเธออาบลงบนใบหน้าทั้งหมดจนแดงกํ่าพร้อมกับดวงตาสีนํ้าทะเลที่ไร้ซึ่งประกายใดๆและร่างกายที่เริ่มเย็นลงเลื่อยๆจนไม่หลงเหลือความอบอุ่นใดๆอีกต่อไปแล้ว
“อ่า----------!!!ทำไมล่ะ ทำไมกันโชคชะตาถึงได้ทำกับฉันแบบนี้ได้ คราวที่แล้วก็จาง ลี่คราวนี้หวัง ลี่อีกงั้นเหรอทำไมกัน ทำไมกัน! ทำไมกัน! ทำไมกัน! ทำไมโชคชะตาของฉันถึงต้องเป็แบบนี้ด้วยล่ะ-----!!!”
เฟยได้ะโกู่ร้องออกมาด้วยความเจ็บป่วด,สิ้นหวัง,โศกเศร้าและโกรธแค้นต่อทุกสรรพสิ่งนั้นได้กอดร่างกายอันไร้ซึ่งวิญญาญของลูกสาวของเขาเอาไว้แน่นในอ้อมกอดของตนที่เต็มไปด้วยนํ้าตาและสายฝนที่เริ่มตกลงมาจากฝากฟ้าที่ค่อยๆมืดครึ้มลงไปทุกที
ณ ที่อีกด้านหนึ่งในเวลาไล่เลี่ยกันท้ามกลางสายฝนที่ตกลงมามากมายนั้นได้มีกลุ่มคนติดอาวุธนับ 20 คนเดินเข้ามาในหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยเถ่าถานและควันหนาที่เกิดขึ้นมาจากเปลวเพลิงที่เริ่มมอดดับลงเพราะสายฝนที่ตกลงมา
“ค้นหาผู้รอดชีวิตทุกซอกทุกมุมแล้วกำจัดพวกมันทิ้งให้หมดซะ”
หนึ่งในนั้นที่ดูเหมือนเป็หัวหน้าได้พูดขึ้นมา
“รับทราบคำสั่งครับ!”
คนทั้งหมดได้ตอบรับก่อนที่จะเริ่มแยกยายกันไปเริ่มค้นหารอบๆหมู่บ้านในทันที
“หึ!”
หนึ่งในกลุ่มคนเ่าั้ได้พบเข้ากับชายร่างใหญ่คนหนึ่งที่กำลังนั่งกอดร่างของเด็กสาวตัวน้อยเอาไว้ในอ้อมแขนของเขาอยู่ท้ามกลางซากประหักพังมากมาย
ชายถืออาวุธที่ได้เห็นแบบนั้นตัวเขาจึงได้หันหน้าไปที่เครื่องมือสื่อสารที่ติดเอาไว้ที่ข้อมือก่อนที่จะเริ่มรายงานไปยังหัวหน้าของตนผ่านเครื่องมือนั้น
“ค้นพบผู้รอดชีวิต จะทำการกำจัดเปล่าหมายทิ้ง”
หลังจากการรายงานเสร็จสิ้นตัวเขาก็ได้ยกปื่นในมือขึ้นแล้วเล็งไปที่ชายคนนั้น แต่เมื่อเขามองไปยังชายคนนั้นอีกครั้งเขากลับหายไปจากที่ตรงนั้นเเล้ว
“ฮะ….หายไปไหนวะ….”
ในขณะที่ชายถืออาวุธกำลังสับสนก็ได้มีมือขนาดใหญ่เข้ามาจับล็อกตัวเขาเอาไว้แน่นจากทางด้านหลัง
“อือ...อือ...อือ...”
“อยู่เงียบๆแล้วตอบคำถามมาซะ! ทำไมพวกแกถึงได้ทำลายหมู่บ้านแห่งนี้กันแล้วที่สำคัญทำไมถึงฆ่าลูกสาวของฉันกัน!”
เฟยที่ได้ล็อกคอของชายคนนั้นเอาไว้แน่นขึ้นเลื่อยๆจนชายคนนั้นเริ่มตาเหลือกได้พยายามถามหาความจริงจากตัวเขา
“ระ...เราได้...รับคำสั่ง...กว้าดล้าง...”
“กว้าดล้าง?จากใครกัน! บอกฉันมาให้หมดซะว่าพวกแกนั้นเป็ใครกันแน่!”
“...สะ...ไซเรน...”
ชายผู้นั้นได้ขาดอากาศตายไปเสียก่อนที่ตัวเขาจะได้พูดจนจบ
“ชิ!”
เฟยที่เห็นแบบนั้นจึงได้ขว้างร่างของชายคนนั้นลงกับพื้นด้วยความหงุดหงิดก่อนที่จะเดินจากไปจากตรงนั้น เดินไปอุ้มร่างกายของลูกสาวที่วางเอาไว้อย่างดีบนเศษซากของบ้านที่ฟังลงมาขึ้นมา
เฟยที่อุ้มร่างของลูกสาวอยู่ได้เดินผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยเศษซากของบ้านและศพมากมายที่ปกคลุมไปด้วยกลุ่มควันหนาไปสู่ต้นไม้ใหญ่ที่ปลายนานอกหมู่บ้าน
เฟยที่ได้เดินมาจนถึงต้นไม้ใหญ่ ได้คุกเข่าลงตรงหน้าหลุมศพของภรรยาที่จากไป
“ขอโทษด้วย! ขอโทษด้วย! ขอโทษด้วย!ที่ฉันไม่อาจทำตามสัญญาณที่ว่าจะปกป้องเธอเอาไว้ได้...ต้องขอโทษจริง….”
เฟยได้หลังนํ้าตาแห่งความสำนึกผิดและโศกเศร้าออกมามากมายไม่หยุดต่อหน้าหลุมศพของภรรยาที่ชุ่มไปด้วยนํ้าฝนที่หยดลงมาจากต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งอยู่ที่ด้านหลัง
แต่ในท้ามกลางบรรยาการที่โศกเศร้าเ่าั้ก็ได้มีชายคนหนึ่งเดินผ่านหมอกควั่นหนานั้นเข้ามาทางเฟยที่กำลังคุกเข่าหลังนํ้าตาอยู่ต่อหน้าหลุมศพของภรรยา
เข้าคือหนึ่งในกลุ่มคนติดอาวุธที่เข้าจู่โจมหมู่บ้านที่ได้ยินเสียงร้องของเฟยจึงได้เดินเข้ามาดู แต่พอเขาเดินผ่านหมอกควั้นหนาเข้ามาเขากับพบเพียงแค่ต้นไม้ใหญ่ที่มีแผ่นป้ายหลุมศพปักอยู่กับร่างของเด็กสาวตัวน้อยที่นอนกองอยู่เท่านั้น
“13นายพบอะไรบ้างมั้ย”
เสียงจากเครื่องมือสื่อสารได้ดังขึ้นมาชายคนนั้นจึงยกข้อมือขึ้นแล้วตอบกลับไป
“13ตอบกับหัวหน้า ไม่พบอะไรครับ”
เมื่อชายคนนั้นพูดจบก็ได้มีมือขนาดใหญ่เข้ามาล็อกคอตัวเขาเอาไว้จากด้านหลัง
“อือ...อือ...อือ...อือ...”
“จงบอกที่อยู่หัวหน้าของพวกแกมาซะ!...”
“ระ...ลานกว้างกลางหมู่บ้าน...คะ..ขอร้องล่ะอย่าฆ่าฉันเลย..”
ชายคนนั้นได้ข้อร้องออกมาด้วยหวาดกลัว แต่พอเฟยได้ยินคำๆนั้นตัวเขาถึงกับโกรธจัดจนเืขึ้นหน้าพร้อมกับพูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่ว่างเปล่าๆว่า
“ไปบอกกับลูกสาวของฉันในโลกหน้าเถอะ”
เมื่อเฟยพูดจบตัวเขาก็ได้ใช้มือทั้งสองข้างบิดคอของชายคนนั้นไปมาจนหลุดออกจากร่างกายอย่างง่ายด้ายแล้วโยนมันทิ้งลงไปที่พื้น
“ที่กลางหมู่บ้านสินะ...”
จากนั้นเฟยที่รับรู้ถึงตำแหน่งหัวหน้าของพวกมันแล้วตัวเขาจึงได้ตัดสินใจจะมุ่งหน้าไปที่ลานกว้างใจกลางหมู่บ้านในทันที เพื่อจะได้ไปฆ่ามันแล้วล้างแค้นให้กับลูกสาวอันเป็ที่รักของตัวเขาที่จากไป
“รอก่อนเถอะ ฉันกำลังจะไปหาแกเดียวนี้แหละ!”
(ขอโทษด้วยหวัง ลี่ช่วยนอนรอพ่ออยู่ตรงนั้นอีกสักพักเถอะ ไว้เดียวพ่อจะกลับมาแล้วจะสร้างหลุมศพให้กับลูกนะ ระหว่างนั้นช่วยรออีกซักพักหนึ่งเถอะนะ….)
เฟยได้เดินจากไปจากต้นไม้ใหญ่ จากไปจากหน้าหลุมศพ จากไปจากร่างกายของเด็กสาวตัวน้อยที่นอนอยู่ มุ่งตรงเข้าไปในหมอกควันหนาตรงหน้าและหายลับไปโดยที่ตัวเขานั้นไม่คิดที่จะหันหลังกลับมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว