โบร๋ว!
ความรู้สึกคับแค้นใจผสมปนเปมากับเสียงร้องของสุนัข ต่อให้มันจะจากไปไกลหลายกิโลเมตรแล้วก็ตาม มันยังไม่หยุดส่งเสียงคำรามกลับมาให้คนที่สร้างบาดแผลสาหัสให้แก่มัน
โยฮันที่กลับมาถึงขบวนรถได้ใช้แรงกดดันไล่ซอมบี้ออกไปอีกครั้ง จนทุกคนมีเวลาพักหายใจ
เมื่อมองไปยังด้านหลัง เขาพบว่าซอมบี้ทั้ง 3 ที่กำลังต่อสู้กันเริ่มใช้สิ่งที่อันตราย ตั๊กแตนตำข้าวไม่ใช่ซอมบี้ตัวเดียวที่มีพลังงานภายในร่างกาย เต่ายักษ์ตัวใหญ่มีแถบพลังงานสีน้ำตาลเรืองแสงกระจายไปทั่วร่างกาย ทางฝั่งลิงมีแสงสีฟ้าไม่ต่างจากของสุนัข โยฮันไม่รู้เลยว่าแถบพลังงานจากซอมบี้ที่ต่างกันมีผลเช่นไร เขารู้แค่ว่าพลังงานเหล่านี้ทำให้ซอมบี้แข็งแกร่งขึ้น
ตู้ม!
ร่างของเต่าพุ่งออกไปไกลหลังจากถูกมือที่เหมือนเคียวตัดไปยังกระดองส่วนหน้าจนหนามแหลมบนกระดองในส่วนนั้น หลุดร่วงลงมาเสียบพื้นราวกับเสาเข็ม กระดองของเต่ากลับต้านทานการโจมตีของตั๊กแตนระดับ 7 หลังจากมันลุกตั้งท่าได้สำเร็จจึงบังคับหนามทั้งหมดให้ชี้ไปด้านหน้าแล้วพุ่งเข้าชนตั๊กแตน โดยมีลิงวิ่งอ้อมไปด้านหลังใช้มือทั้งสองที่คลุมด้วยแสงสีฟ้าหวังทุบอีกทาง
ตั๊กแตนระดับ 7 กลับกระพือปีกของมันพาร่างพุ่งข้ามศีรษะของลิงยักษ์จนอีกฝ่ายแหงนหน้ามองตาม ก่อนที่มันจะใช้มือที่เหมือนเคียวตัดไปยังแผ่นหลังของลิงยักษ์จนเกิดแผลขนาดใหญ่ เต่าที่พุ่งมาด้วยความเร็วไวไม่สามารถหยุดเท้าได้ หนามแหลมบนกระดองของมันจึงพุ่งแทงเข้ากลางลำตัวของลิงทำให้มันกรีดร้องหนักมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“ แม้ขนาดจะเท่ากัน แต่พละกำลังกลับต่างกันมากเลยสินะ ”
โยฮันกัดฟันด้วยความหวาดเสียว แขนทั้งสองข้างของตั๊กแตนตำข้าวดูไม่ค่อยมีความคมมากนัก เพียงแต่ว่ามันกลับสามารถตัดผ่านเนื้อหนังของลิงยักษ์ได้ง่ายดายราวกับตัดพื้น หลังจากที่ลิงกลิ้งหลบออกไปมันก็ปล่อยให้เต่าและตั๊กแตนปะทะกัน ส่วนตัวของมันเฝ้ารอคอยเข้าไปซ้ำเติมอีกฝ่ายหากว่าพลาดท่าถูกโจมตี
“ พี่คะแสงวิบวับพวกนั้นมันอะไรกัน ”
“ ไม่รู้สิ แต่ที่แน่ๆแสงพวกนั้นเป็นพลังงานที่ทำให้ซอมบี้แข็งแกร่งขึ้น ”
“ อืม ดูๆแล้วมันก็มีความพิเศษอยู่เหมือนกันนะคะ ของพี่และของตั๊กแตนตัวนั้นสีเดียวกัน มันน่าจะเป็นพลังงานธาตุไฟ ส่วนของสุนัขและของลิงสีฟ้าน่าจะเป็นธาตุน้ำ ส่วนของเต่าน่าจะเป็นธาตุดิน ”
“ ดูการ์ตูนมากไปไหม ”
“ ไม่นะ หนูรู้สึกแบบนั้น พี่ดูเต่าและลิงสิ พี่เห็นความต่างของมันหรือเปล่า ต่อให้เต่ามีกระดองมันกลับถูกตัดกระดองได้จนเห็นเลือดในจุดที่ใกล้ๆขาซ้ายของมัน แต่หลังจากที่มันใช้พลังสีน้ำตาล กระดองของมันกลับทนทานมากขึ้น หนูยังไม่เห็นรอยลึกใดอีกเลย ”
โยฮันลูบคางตนเอง สิ่งที่น้องสาวของเขาพูดดูน่าสนใจ หากพลังงานภายในร่างกายของเขาเป็นธาตุ หมายความว่ามันจะต้องมีธาตุมากกว่านี้ปรากฎออกมาอย่างแน่นอน
เขายังไม่เห็นธาตุของงูเหลือมจึงไม่รู้ว่ามันใช้ธาตุอะไรบ้าง ส่วนแมงมุมยักษ์เขาไม่รู้เช่นกันว่าสายฟ้าที่ปลดปล่อยออกมาจากก้นของมันคือธาตุหรือเปล่า แต่เมื่อรู้ว่าธาตุเป็นสิ่งที่น่าสนใจเขาที่ได้เนื้อสุนัขติดมือมาราว 1 กิโลกรัมจึงเก็บมันเอาไว้ในกระเป๋าสะพายด้านหลัง การกินเนื้อสุนัขในตอนนี้อาจจะทำให้ขบวนของเขาพบเจอกับอันตรายได้เมื่อไม่มีแรงกดดันของเขาคอยช่วยเปิดทาง
ขบวนรถบัสค่อยๆวิ่งไกลออกไปเรื่อยๆ ซอมบี้ทั้ง 3 ที่ต่อสู้กันได้เดินไปอีกฝั่ง ถึงอย่างนั้นโยฮันกลับไม่รู้สึกปลอดภัยมากนัก เนื่องจากตั๊กแตนตำข้าวมันสามารถใช้วิธีร่อนตัวได้ไกลหลายสิบกิโลเมตรจากการกระโดดเพียงครั้งเดียว จึงไม่ยากที่มันจะตามพวกเขามาทัน ดังนั้นเขาจึงหวังให้เต่าและลิงยักษ์ยื้อเวลาทางฝั่งนั้นให้ได้นานที่สุดจนพวกเขาเดินทางไกลเกินกว่าที่พวกมันจะมองเห็น
“ ทุกคนขึ้นรถ เราจะใช้ความเร็วกันแล้ว! ”
วินบอกให้นักสู้ขึ้นรถหลังจากที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องต่อสู้อีกต่อไปแล้ว ซอมบี้ระดับ 4 ทำได้เพียงยืนมองพวกเขาขับรถผ่านไป ท่ามกลางซอมบี้มากมายที่ทำได้เพียงมองขบวนรถวิ่งผ่าน ด้านหน้ากลุ่มยังคงมีลุงพลและคนของเขาพยายามเปิดทางให้รถสามารถวิ่งได้เร็วกว่า 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากเดิมต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียง ตอนนี้พวกเขากลับเร่งรีบผลักและเตะสิ่งกีดขวางลงไปจากถนน ทำให้รถบัสสามารถวิ่งได้เร็วโดยไม่ต้องหยุดพักแต่อย่างใด
“ ไม่ได้ยินเสียงของพวกมันแล้ว ”
แม้จะเห็นฝุ่นตลบอบอวลอยู่ไกลออกไป เสียงร้องคำรามของ 3 ยักษ์ใหญ่กลับส่งมาไม่ถึงจุดที่พวกเขาพักผ่อน นับเป็นสัญญาณดีบ่งบอกได้ว่าพวกเขาเดินทางออกมาไกลมากจนไม่ได้ยินเสียงของมัน นอกจากเสียงของเครื่องยนต์แล้วทุกคนไม่ได้ยินเสียงซอมบี้ทั้ง 3 ตัวเลยแม้แต่น้อย
“ ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนแล้ว ” ลุงพลสอบถามมือขวา เขาไม่ใช่คนของเมืองนี้ ต่อให้จะดูแผนที่มาคร่าวๆ เขากลับอยากรู้จุดที่ชัดเจนมากกว่านี้ ดังนั้นจึงให้มือขวาที่เชี่ยวชาญในการดูแผนที่ระบุพิกัด
เมื่อหันมองดูท้องฟ้าเพื่อดูพระอาทิตย์ มือขวาของลุงพลก็เริ่มมองหาจุดต่างๆที่จะใช้วางตำแหน่งสิ่งก่อสร้างสำคัญ กระทั่งเขามองเห็นทุกอย่างรอบด้านจึงบอกตำแหน่งที่พวกเขาอยู่
“ ตอนนี้เราน่าจะอยู่ห่างจากกองทัพราว 23 กิโลเมตร ”
“ ใกล้แล้วสินะ ด้วยความเร็วเท่านี้น่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง ”
ขบวนรถพยายามรักษาความเร็ว โดยให้คนที่เคลียร์เส้นทางคอยสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำงาน ขณะที่พวกเขามองเห็นเส้นทางด้านหน้า ภายในแววตาก็เกิดความสงสัยในทันที เมื่อจู่ๆมีซากรถหลายคันนำมากองรวมกันปิดเส้นทางไม่ให้พวกเขาผ่านไป มันไม่น่าจะใช่ฝีมือของซอมบี้ สิ่งๆนี้จะต้องเป็นฝีมือมนุษย์อย่างแน่นอน วินจึงพยายามมองหาเส้นทางใหม่ เพียงแต่ว่าบนแผนที่กลับไม่มีทางอื่นให้ไป เขาจึงบอกทุกคนให้เตรียมตัวต่อสู้ พวกเขาอาจจะเจอกลุ่มที่พยายามดักปล้นทุกกลุ่มที่คิดจะผ่านจุดๆนี้
ซากรถเหล่านี้ไม่สามารถกีดขวางซอมบี้ได้ สิ่งที่มันกีดขวางได้มีเพียงมนุษย์เท่านั้น ขณะที่ขบวนรถวิ่งเข้าไปใกล้กำแพงที่สร้างมาจากซากรถหลายสิบคัน โยฮันกลับบอกให้ทุกคนเงียบเสียง เขาต้องการตรวจสอบรอบด้าน เครื่องยนต์ของรถแต่ละคันปิดตัวกระทันหันเพื่อให้โยฮันได้ยินเสียงที่ชัดเจน ทันใดนั้นเองใบหน้าของโยฮันก็ได้หันมองไปทิศตะวันออกจนทุกคนต้องหันมองตามไป ภายใต้ความสงสัยของผู้คนมากมายว่าโยฮันได้ยินสิ่งใด พวกเขาก็พบว่ามีร่างหลายร่างกำลังวิ่งมาด้วยความเร็ว ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือด้านหลังของพวกเขาพกอาวุธที่ใช้ต่อต้านรถถังกันทุกคน
พรึ่บ!
เท้าทั้ง 10 คู่เหยียบลงไปหน้าซากรถที่นำมากองรวมกัน เพียงแต่คนที่เดินทางมากลับไม่แสดงท่าทีคุกคาม พวกเขายังคงสะพายอาวุธเอาไว้ด้านหลัง วินจึงยังไม่สั่งให้ใครโจมตี
ขณะที่ทุกสายตาจ้องมองไปยังชายปริศนาทั้ง 10 คนที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดด้านหลังสะพายปืนไรเฟิลที่น่าจะยิงทะลวงรถถังได้ง่ายดายก็ได้เปิดหมวกเผยให้เห็นใบหน้าหญิงสาวหน้าตาสะสวยกำลังสะบัดผมแล้วจ้องมองมา
โยฮันรวมไปถึงคนที่ทำงานอยู่ด้วยกันมาหลายปี หลังจากเห็นใบหน้าคนที่อยู่ภายใต้หมวกพวกเขาต่างแสดงใบหน้าเบิกบานเพราะคุณเลขาสุดสวยของพวกเขายังสบายดี
“ โย นั่นเลขาสาวที่ไปส่งแก เธอรอดมาด้วย ”
“ เธอไม่ได้แค่รอดหรอกนะพี่ ดูท่าเธอจะวิวัฒนาการครั้งที่ 4 แล้วด้วย ”
บนใบหน้าของบาสเต็มไปด้วยความตะลึงเมื่อรู้ว่าหญิงสาวสุดสวยดูอ่อนแอกว่าเขากลับวิวัฒนาการแซงหน้าไปถึง 1 ระดับ เขากลับไม่ได้เข้าไปทักทายเพราะสีหน้าอีกฝ่ายดูทางการเกินไปจึงปล่อยให้วินเป็นคนออกหน้ารับ
“ คุณเป็นใคร มาขวางเราต้องการอะไรอย่างนั้นเหรอครับ ”
ไอริสมองไปยังเด็กหนุ่มอายุยังไม่ถึง 20 ปี เธอรู้สึกตกใจไม่น้อยที่เด็กขนาดนี้เป็นหัวหน้ากลุ่มผู้รอดชีวิตที่มีจำนวนนับพัน
“ ข้างหน้าไปไม่ได้ ” เพียงประโยคเดียวที่เอ่ยออกมาจากไอริส ทำให้คนที่อยู่บนรถแสดงใบหน้าสงสัย พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่สามารถเดินทางไปต่อ เหลือระยะทางอีก 19 กิโลเมตรก็จะเดินทางไปถึงกองทัพ อีกฝ่ายกลับเข้ามาขวางทำให้พวกเขาเกิดความสงสัยว่าสิ่งใดขวางทางพวกเขาอยู่ถึงไม่สามารถไปกองทัพได้
“ ผมวิน คุณสามารถอธิบายให้พวกเราฟังได้ไหม ทำไมเราถึงไม่สามารถเดินทางไปข้างหน้าได้ มีซอมบี้อะไรขวางทางเราอยู่อย่างนั้นเหรอ ”
ไอริสไม่ได้เอ่ยชื่อกับกลุ่มคนที่จอดรถหน้าสิ่งกีดขวางที่เธอและคนของเธอสร้างขึ้น เพียงแต่ว่าเธอกลับตอบสาเหตุที่อีกฝ่ายไม่สามารถเดินทางไปด้านหน้าได้
“ ไม่มีซอมบี้ระหว่างทางทั้งนั้น แต่กองทัพที่พวกนายต้องการไปไม่เหลืออยู่แล้ว ”
“ คุณหมายความว่ายังไง ผมพึ่งคุยกับพวกเขาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน พวกเขาพึ่งบอกกับผมอยู่เลยว่าสังหารซอมบี้ระดับ 4 และระดับ 5 ที่บุกมาได้แล้ว ตอนนี้น่าจะอยู่ในช่วงป้องกัน ”
“ ไอ้หนู ที่นั่นไม่มีทหารตั้งแต่แรก สิ่งที่แกพูดด้วยไม่ใช่มนุษย์ มันคือซอมบี้ ถ้าแกไม่อยากให้ทุกคนตายอย่าได้คิดเดินทางไปที่นั่นเด็ดขาด ”
ชายคนหนึ่งดึงหมวกออกเผยให้เห็นหน้าตาดุร้าย ตาข้างซ้ายของเขามีรอยข่วนจากกรงเล็บ แผลยังคงดูสดใหม่ ทุกคนที่มองเห็นรอยแผลนี้จึงรู้ว่ามันจะต้องแสบอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าภายใต้ผ้าคลุมสีดำของเขากลับเป็นชุดลายพรางของทหาร หลายคนจึงเกิดความสงสัยมากยิ่งขึ้นไปอีก ตอนนี้พวกเขาไม่รู้อะไรจึงไม่รู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องหลอก
“ อย่างที่เขาพูด กองทัพถูกโจมตีตั้งแต่วันแรกไม่ต่างจากภายในเมือง ทหารภายในนั้นฆ่ากันตายไปมากมาย สุดท้ายคนกลุ่มหนึ่งก็หนีออกมา กองทัพจึงไม่เหลืออยู่อีกต่อไป ”
“ คุณจะบอกว่ากองทัพพังไปแล้ว คนที่คุยกับผมเป็นซอมบี้ ผมจะเชื่อคุณได้ยังไง หากมีคนตั้งคำถามว่าพวกคุณเป็นผู้ก่อการร้ายหลอกล่อเราไปในที่ที่พวกคุณเตรียมเอาไว้ แบบนี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้ไม่ใช่เหรอ ”
ไอริสไม่พูดให้มากความ เธอได้นำโทรศัพท์ที่บันทึกภาพภายในกองทัพให้อีกฝ่ายมองดู วินที่เห็นภาพการต่อสู้ของทหารและซอมบี้สวมใส่ชุดทหารบนใบหน้าของเขาถึงขั้นตะลึงงัน ในวันสิ้นโลกคงไม่มีใครทำ CG มาหลอกคนอื่นเช่นนี้แน่นอน
“ ตอนนี้ไม่มีที่ไหนปลอดภัยอีกแล้ว เมือง X จบสิ้นแล้ว แต่ยังมีอยู่อีกทางซึ่งโอกาสจะสำเร็จมีน้อยมาก ฉันและกลุ่มของฉันดักรอคนที่นี่ก็เพราะต้องการคนที่ต่อสู้ได้ให้ช่วยสู้กับซอมบี้เพื่อหลบหนี พวกนายคิดว่ายังไง อยากร่วมมือกับเราหรือเปล่า ”
“ คุณบอกว่าดักรอกลุ่มอื่นๆที่นี่ งั้นแสดงว่าพวกคุณก็ดักฟังวิทยุตลอดเวลาใช่ไหม ” พลเป็นฝ่ายถาม เขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายได้รับสัญญาณแจ้งเตือนของหน่วยทรราชหรือเปล่า อีกฝ่ายทำเพียงพยักหน้าเพียงแต่พวกเขาไม่รู้ว่าสัญญาณเป็นของหน่วยไหนเพียงเท่านั้น รู้แค่ว่าเป็นคนของตำรวจ หลังจากลุงพลได้คำตอบวินจึงถามต่อ
“ แล้วทำไมพวกคุณไม่บอกเราล่ะ ”
“ นั่นเป็นเพราะเราไม่อยากให้ซอมบี้ที่อยู่ในกองทัพ ส่งซอมบี้มาฆ่าเรา ทางเดียวที่เราจะอยู่รอดได้นานที่สุดจึงเป็นการดักฟังทุกคนคุยกันแล้วรอให้พวกเขาเดินทางมาที่นี่ เอาล่ะ เราวางแผนว่าจะหนีจากเมือง X เพราะที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว พวกคุณจะไปด้วยกันหรือเปล่า แต่โอกาสตายมีสูงเช่นกันเพียงแต่ว่ามันมีทางรอดถ้าทำสำเร็จ”.