ตอนที่ 95 สถาบันมังกร กาติรัสยังคงเม่อมองออกไปบนท้องฟ้ายามราตรีที่มืดมิดสนิทก่อนก้มสายตาต่ำมองนิสเวมที่นอนพิงอยู่ข้างกาย ชายหนุ่มแย้มยิ้มอีกครั้งด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ ฝ่ามือของจักรพรรดิลูบศีรษะของสาวน้อยอย่างอ่อนโยน “ข้าจะปกป้องคนที่ข้ารัก นิสเวม… ลาซิเฟีย…” … แสงอรุณสาดส่องผืนแผ่นดิน ท้องฟ้ากระจ่างใสไร้มวลเมฆบดบัง ในขณะนี้เองที่บริเวณตลาดเบญจราชครึกครื้นเป็นพิเศษ ท่ามกลางผู้คนมากหน้าหลายตาเดินสวนกันไปมา ในกลุ่มคนเหล่านั้นต่างเต็มไปด้วยเหล่ารุ่นเยาว์เป็นส่วนมาก สีหน้าของเหล่ารุ่นเยาว์ส่วนใหญ่แสดงออกถึงความตื่นเต้น หากแต่บางคนกลับเต็มไปด้วยอารมณ์เคร่งเครียด หากสังเกตดูให้ดี เหล่ารุ่นเยาว์ทั้งหมดกำลังมุ่งตรงไปยังทิศทางเดียวกัน สุดปลายทางของเส้นทางนั้น เป็นสถาบันมังกร… แน่นอน พวกเขาไม่ได้สวมเครื่องแบบของสถาบันมังกรซึ่งบ่งบอกว่าพวกเขาไม่ใช่นักเรียนของที่นั่น ถนนหนทางยามนี้ต่างอัดแน่นไปด้วยผู้คน กาติรัสขมวดคิ้วมุ่น ฝ่ามือของจักรพรรดิกำลังกุมฝ่ามืออันบอบบางของสาวน้อยฟีนิกซ์ไว้แน่น ชายหนุ่มเปรยตามองไปทางนิสเวมด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง สาวน้อยมองกาติรัสกลับด้วยใบหน้าซื่อใสบริสุทธิ์ นิสเวมเคียงคอเล็กน้อยคล้ายกำลังสงสัย ทันใดนั้น เสียงของฝูงชนมิอาจเล็ดลอดประสาทสัมผัสของจักรพรรดิไปได้ กาติรัสสดับฟังอย่างตั้งใจ “ไปเร็ว! ก่อนแถวมันจะยาวยิ่งกว่านี้ ข้าคาดหวังกับการทดสอบนี้ไว้มาก!!” “เจ้าไม่รู้รึ? วันนี้เป็นวันที่สถาบันมังกรเปิดรับสมัครศิษย์ โดยผู้สมัครจำเป็นต้องเข้าร่วมการทดสอบ ดังนั้นเจ้าอย่าได้แปลกใจไปเลยที่ผู้คนมีมากเป็นพิเศษ” “เตรียมของเสร็จยัง!! วันนี้คงได้กำไรเป็นกอบเป็นกำแน่ๆ ผู้คนมากมายเช่นนี้เราอย่าได้พลาดโอกาสที่จะขายของ!!” เสียงสนทนาของผู้คนมากมายดังก้องราวกับอยู่ข้างหู กาติรัสคัดกรองเพียงข้อมูลที่น่าสนใจเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ชายหนุ่มเข้าใจสถานการณ์ดียิ่งขึ้น แท้จริงแล้ว วันนี้เป็นวันที่สถาบันมังกรเปิดรับสมัครศิษย์โดยมีจัดขึ้นปีละครั้งเท่านั้น โดยส่วนใหญ่แล้ว การจะเข้าร่วมสถาบันมังกรมีอยู่ด้วยสามเส้นทางด้วยกัน อันดับแรก-ถูกยอมรับโดยอาจารย์ในสถาบันจึงได้รับเข้ามาเป็นศิษย์ หรือเป็นจดหมายแนะนำตัวของผู้ที่มีอำนาจ อันดับสอง-ถูกทางสถาบันเชิญเข้าร่วมด้วยตัวเอง โดยสถานการณ์นี้มักเกิดขึ้นกับเหล่าลูกหลานตระกูลใหญ่หรือพรรคที่ใหญ่โตเนื่องเพราะมีพรสวรรค์ อันดับสาม-ทดสอบเข้ามาดังเช่นในช่วงเวลานี้ ถึงกระนั้น มันยังมีหนทางอื่นอยู่อีก แต่ทว่า เหล่าผู้คนในดินแดนเทพมนุษย์ต่างดูแคลนและเหยียดหยามเส้นทางนี้อย่างสุดฤทธิ์ เส้นทางนั้นคือคว้าชัยชนะจากการประลองของมหาแผ่นดิน จะได้รับการเข้าร่วมเป็นกรณีพิเศษ แน่นอน เหล่าผู้คนในดินแดนเทพมนุษย์ต่างเหยียดหยามดูถูกเหล่าผู้คนที่มาจากมหาแผ่นดิน จนพากันเรียกเส้นทางนี้ว่าหนทางแห่งมลทิน “บังเอิญเข้าร่วมได้ถูกจังหวะเสียจริง” กาติรัสกล่าวน้ำเสียงไร้อารมณ์ อย่างไรเสีย ชายหนุ่มตั้งใจจะยื่นจดหมายเชิญเพื่อเข้าร่วมอยู่แล้ว หากแต่เขาไม่รู้ว่าวันที่ตนจะเข้าร่วมนั้น จะตรงกับวันรับสมัครศิษย์ใหม่ประจำปี กาติรัสเดินตรงไปทางสถาบันมังกรไม่ได้เร่งรีบอันใด ตลอดทางชายหนุ่มมักจะสังเกตสาวน้อยฟีนิกซ์อยู่เงียบๆ นิสเวมล้วนกวาดตามองบริเวณโดยรอบด้วยแววตาใคร่รู้ ความอยากรู้อยากเห็นของเด็กสาวยากจะหักห้ามได้ สิ่งของและสภาพแวดล้อมในดินแดนมนุษย์ล้วนเป็นสิ่งแปลกใหม่ มันทำให้คิ้วงามของสาวน้อยเลิกสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจ การค้าขาย การเรียกหาผู้คน เล่ห์กลและวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องแปลกใหม่อย่างยิ่ง มันทำให้โลกของนิสเวมเปิดกว้างขึ้น จักรพรรดิมองไปที่นิสเวมด้วยตาเปี่ยมเอ็นดู การได้ดูการเติบโตของสาวน้อย มันกลับกลายเป็นความสุขเล็กๆของจักรพรรดิไปแล้ว กาติรัสและนิสเวมเดินเท้าอยู่พักใหญ่ จนในที่สุด ชายหญิงทั้งสองพลันมาปรากฏกายอยู่หน้าประตูของสถาบันมังกร ป้ายขนาดใหญ่แขวนไว้ด้วยตัวอักษรอันเด่นชัด “สถาบันมังกร” เบื้องหลังประตูบานใหญ่ จนสุดครรลองสายตาของจักรพรรดิ ตลอดเส้นทางต่างเต็มไปด้วยผู้คนชุกชม ในกลุ่มฝูงชนเหล่านั้นล้วนแต่เป็นรุ่นเยาว์โดยทั้งสิ้น ส่วนใหญ่ล้วนมีอายุไม่เกินสิบแปดปี กาติรัสและนิสเวมเดินผ่านฝูงชนจนเข้าไปสู่อาณาเขตของสถาบัน ในช่วงเวลานี้กาติรัสสามารถสังเกตเห็นเหล่ารุ่นเยาว์ที่รุมล้อมลานประลองได้อย่างชัดเจน ณ แถวลานประลองนั้น ฝูงชนกำลังพูดคุยกันสนุกปากถึงผู้ท้าชิงบนแท่นประลอง เสียงดังอึกทึกครึกโครมลั่นสนั่น ตามมาด้วยเสียงกระทบของโลหะหนักไม่ขาดสาย “มีแรงแค่นี้งั้นรึ!!” บุรุษหนุ่มตะโกนเสียงกึกก้อง ขณะที่ฝ่ามือกวัดแกว่งกระบี่งาม ชายหนุ่มผู้นี้ดูอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปี ร่างกายสูงใหญ่กำยำแข็งแรง มือข้างขวากุมกระบี่แน่น อาภรณ์สวมใส่เป็นเครื่องแบบของสถาบันมังกร ลวดลายมังกรสีขาว เขาเป็นศิษย์ปีที่สองของสถาบันมังกร โดยรับสั่งจากผู้อำนวยการให้มาเป็นผู้ทดสอบการรับสมัครศิษย์ใหม่ เขาได้รับกำชับอย่างหนักแน่นว่า “ห้ามออมมือ” หนึ่งมือฟาดกระบี่เข้าใส่ผู้ท้าชิง ยังดีที่ผู้ท้าชิงสามารถนำกระบี่ของตนมาป้องไว้ได้ทันกาล ถึงกระนั้น แรงฟาดฟันกลับพาให้เขาปลิวกระเด็นตกจากแท่นประลอง “ฮ่าฮ่าฮ่า---เจ้าไม่ผ่าน!!” บุรุษหนุ่มผู้นั้นตะโกนใส่หน้าผู้ท้าชิงที่ลงไปนอนจมกับพื้นเบื้องล่าง มันหมดสภาพในการโจมตีเดียว ชายหนุ่มกวาดตาไปทางฝูงชนพลันเอ่ยขึ้นเสียงดังสนั่น “ผู้สมัครปีนี้อ่อนแอและกระจอกสิ้นดี! ถ้ามีแรงกันแค่นี้กลับบ้านไปช่วยมารดาจับปลาขายเถอะ!!” ถ้อยคำดูถูกสาดใส่ฝูงชนไม่หยุดยั้ง ทุกครั้งที่เขาสามารถชิงชัยเหนือผู้ท้าชิงได้ คำสถบด่าทอดอันร้ายกาจจะติดตามมา เหล่ารุ่นเยาว์ต่างพากันคอตก หากให้เทียบด้านระดับความยากแล้ว โดยปกติสถาบันมังกรจะส่งศิษย์ปีที่หนึ่งมาเป็นผู้ทดสอบ หากแต่ปีนี้กลับเพิ่มมาตรการความเข้มงวดขึ้น โดยส่งศิษย์ปีที่สองมาแทน อีกทั้ง ศิษย์ปีที่สองคนนี้ยังติดหนึ่งในร้อยอันดับหลักศิลาแห่งสถาบันมังกรซึ่งเป็นลำดับที่99 มันบ่งบอกว่าชายหนุ่มผู้นี้เก่งกาจเพียงใด ติดลำดับศิลาของสถาบันมังกร มันเทียบเท่ากับติดลำดับรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในสี่แดนเทพมนุษย์ เนื่องจากว่า ไม่มีสถาบันใดเก่งกาจหรือเทียบเท่ากับสถาบันมังกรอีกแล้ว “ข้าจะพูดทวนซ้ำอีกครั้ง! ใครที่มองหาสถานที่รับศิษย์ พวกเจ้าเจอแล้ว! บนแท่นประลองนี่!” บุรุษหนุ่มอธิบายก่อนกล่าวต่อ “ใครอยากจะเข้าร่วมสถาบันมังกรเพียงทะยานร่างของเจ้าขึ้นมาบนแท่นประลองและประมือแลกวรยุทธ์กับข้า หากเจ้าสามารถแตะต้องตัวข้าได้ นับว่าพวกเจ้าสอบผ่าน!!” เสียงของศิษย์ปีสองดังสะท้านทั่วบริเวณ เหล่ารุ่นเยาว์ทั้งหมดล้วนได้ยินเสียงของเขาโดยทั่วกัน ไม่เว้นแม้แต่ตัวของจักรพรรดิเอง ถึงกาติรัสจะได้ยินเช่นนั้นหากแต่เขาไม่มีความสนใจเลยสักนิดเดียว จักรพรรดิไม่จำเป็นต้องเสียเวลา ในเมื่อเขาสร้างตัวตนของเซียนอาภรณ์ดำไว้เป็นผู้หนุนหลังและในเมื่อมีจดหมายเชิญจากปรมาจารย์ เหตุใดจะต้องเสียเวลาด้วยเล่า? ท่ามกลางลานกว้างใหญ่ในตัวของสถาบัน ในบริเวณนี้มีแท่นประลองเพียงเท่านั้น ไม่ว่าจะกวาดตามองทั่วทั้งแปดทิศล้วนมิอาจมองหาสิ่งก่อสร้างอื่นได้ แต่ทว่า ตรงไปจากบริเวณลานประลองราวหนึ่งกิโลเมตรเต็ม สถานที่ตรงนั้นปรากฏเป็นประตูสีน้ำตาลเข้มบานใหญ่และกำแพงสีขาวครอบคลุมเป็นบริเวณกว้าง กำแพงนั้นบดบังสิ่งที่อยู่ภายมิดชิด หากไม่เปิดประตูเข้าไปก็มิอาจจะรับรู้ถึงสิ่งที่อยู่ภายในได้ ราวกับว่า เป็นเส้นตัดผ่านระหว่างสถาบันมังกรและโลกภายนอก เป็นการแบ่งแยกโดยสมบูรณ์ กาติรัสเดินตรงไปทางประตูบานสีน้ำตาลเข้มโดยมีนิสเวมเดินตามหลังต้อยๆ ทุกครั้งที่สาวน้อยมองไปรอบๆ เธอมักจะเผยแววตาประหลาดใจอยู่เสมอ หลังจากถูกจับไปเป็นทาส มันเป็นครั้งแรกเลยที่เธอได้เห็นโลกภายนอก ไม่ทราบว่าเหตุอันใดทั้งที่ปลอกคอและโซ่ตรวนถูกปลดพันธนาการ เธอกลับไม่มีความคิดที่จะหนีเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่เดินเท้าเข้าสู่ระยะห้าร้อยเมตร ผู้คนจะเริ่มพบเห็นได้น้อยลงและทันทีที่เข้าสู่ระยะแปดร้อยเมตร มันก็ไม่มีผู้คนอีกเลย อาณาบริเวณกว้างขวางปรากฏเพียงชายหญิงสองคน กาติรัสไร้ซึ่งความลังเลใดๆ ในขณะที่นิสเวมเป็นกังวลอยู่มาก ยิ่งไม่มีผู้คนสาวน้อยอีกเป็นกังวล ฝ่ามือเรียวงามขาวผ่องดุจหยกจับชายเสื้อกาติรัสอย่างเบามือ ทันใดนั้น กาติรัสหันขวับมองมาทางสาวน้อยฟีนิกซ์ เพียงแค่เห็นสีหน้าของเธอ กาติรัสล้วนเข้าใจเป็นอย่างดี “ไม่ต้องกังวลไป ในเมื่อมีข้าอยู่ ต่อให้เป็นเทวราชก็ไม่สามารถแตะต้องตัวเจ้าได้” กาติรัสกล่าวอย่างนุ่มนวลพลางลูบศีรษะของนิสเวมอย่างอ่อนโยน การกระทำของชายหนุ่มทำให้ความกังวลของนิสเวมคลายกว่าแปดส่วน ทั้งที่ถ้อยคำเหล่านั้นล้วนดูเกินจริงเป็นอย่างมาก ทว่า นิสเวมกลับเชื่อใจบุรุษเบื้องหน้าด้วยศรัทธาอันเปี่ยมล้น ต้องเข้าใจก่อนว่านิสเวมยังเป็นเด็กน้อยวัยสิบสองปีเท่านั้น ถึงแม้อายุจะห่างกับกาติรัสถึงสามปี แต่มันเป็นสามปีที่มีช่องว่างอยู่มหาศาล เป็นความต่างของประสบการณ์ที่มากมายอย่างยิ่งยวด หากนิสเวมเป็นหนึ่งเม็ดทราย กาติรัสจะเป็นหาดทราย หากนิสเวมเป็นหนึ่งหยดน้ำ กาติรัสจะกลับกลายเป็นเจ็ดคาบสมุทร ด้วยเหตุนี้เองที่นิสเวมเชื่อใจผู้อื่นโดยง่ายเพราะสาวน้อยยังนับว่าอ่อนต่อโลกนัก ขอแค่ทำดีกับเธอ เธอล้วนเชื่อใจคนผู้นั้นทันที เพราะเธอยังไม่รู้จักกับคำว่า “การหักหลัง” นิสเวมมองกลับไปที่กาติรัสด้วยแววตาซื่อใสบริสุทธิ์ สาวน้อยยังคงเดินตามกาติรัสต้อยๆ จวบจนกระทั่ง ชายหญิงทั้สองได้เดินมาถึงหน้าประตูสีน้ำตาลเข้ม ข้างหน้าประตูนั้นกลับมีบุคคลอยู่ด้วยกันถึงสี่คน แม้กาติรัสจะเดินมาถึงข้างหน้าของพวกเขาแล้ว ทว่า สายตาเหล่านั้นกลับแสดงออกถึงความเบื่อหน่าย “ข้าบอกแล้วศิษย์พี่ยง ถ้าเราไม่ขโมยข้าวจากตำหนักหลัก พวกเราคงไม่ต้องมาเป็นยามเฝ้าประตูอยู่เช่นนี้” ฮู่ไป๋กล่าวพลางถอนลมหายใจยาว ชายหนุ่มผู้นี้เป็นศิษย์ปีที่หนึ่งของสถาบันมังกร ร่างกายสูงเพรียวหากแต่ดูบอบบาง “จะให้ข้าทำไงได้ล่ะ แต้มพวกเราก็หมด! ความก้าวหน้าด้านเลเวลยังเชื่องช้าอีก!” ยงกล่าวบ่น ศิษย์ผู้นี้เป็นศิษย์ปีที่สองของสถาบันมังกร ชายหนุ่มรูปร่างสมส่วนสูงกำลังพอดี ในช่วงเวลานี้ ทางซ้ายสุดของกาติรัสคือบุรุษนามว่ายง ทางขวามือของเขาคือบุรุษนามว่าฮู่ไป๋ และยังมีอีกสองคนที่กำลังพิงประตูสีน้ำตาลเข้ม สายตาที่พวกเขามองมาที่จักรพรรดิกลับมีเพียงความเบื่อหน่าย บุคคลแรกที่พิงประตูมีนามว่านูริ เป็นศิษย์ปีที่หนึ่งของสถาบันมังกร หญิงสาววัยสิบหกปี ใบหน้าสะสวยที่มิอาจทานทนต่อรสชาติของอาหารตำหนักหลักจนต้องขโมยมากิน ทำให้ต้องมาถูกทำโทษอยู่เช่นนี้ บุคคลที่สองที่พิงประตูมีนามว่าปง บุรุษหนุ่มผู้นี้เป็นศิษย์ปีที่สองของสถาบันมังกร เขาปิดปากเงียบไม่เอ่ยกล่าวกับใคร ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าเขาถูกทำโทษเพราะสาเหตุอะไร แม้จนกระทั่งกาติรัสมายืนต่อหน้าพวกเขา สีหน้าของศิษย์สถาบันมังกรทั้งสี่ล้วนยังคงเดิม ยงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงลากยาวคล้ายเบื่อหน่าย “ไปทดสอบกับศิษย์พี่ลู่ผังให้ผ่านก่อนจึงเข้าไปได้” ยงกล่าวพลางชี้นิ้วไปทางแท่นประลองที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งกิโลเมตรถ้วน สี่ศิษย์ของสถาบันมังกรมองสำรวจกาติรัสและนิสเวมอย่างละเอียด สายตาของพวกเขามีความกริ่งเกรงกาติรัสอยู่บ้าง หากแต่เมื่อสายตาเหล่านั้นเคลื่อนมองไปที่นิสเวม มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นสายตาเหยียดหยามโดยฉับพลัน ยังดีที่ยง,ฮู่ไป๋,นูริ รีบเก็บสีหน้ารังเกียจโดยเร็วไว หากแต่ ศิษย์ปงนั้นกลับเผยใบหน้าออกมาอย่างโจ่งแจ้ง อาจเป็นเพราะอาภรณ์ทาสบริวารของสาวน้อยฟีนิกซ์ซึ่งดูทรอมโซ่สกปรก เมื่อวานบังเอิญเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นก่อน กาติรัสจึงไม่ได้พาสาวน้อยไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ กาติรัสขมวดคิ้วมุ่น ชัดแล้วว่าจักรพรรดิไม่พอใจกับท่าทางเหล่านั้น “ข้ามีจดหมายแนะนำตัว” กาติรัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ ในสายตาของเขา คุณค่าของพวกมันทั้งสี่ล้วนตกลงยิ่งกว่าเดิม หากยังเป็นตัวเขาในสมัยก่อน พวกมันคงดับดิ้น “ไหนนำมาดูซิ” ยงกล่าวพลางยื่นมือออกไป ท่าทางของเขาไร้ซึ่งความน่าเคารพนับว่าไม่ให้เกียรติอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ สีหน้าเบื่อหน่ายจับจ้องกาติรัสไม่กระพริบตา “พวกเจ้าไม่มีคุณสมบัติพอจงเปิดทางให้ข้า” คำกล่าวของกาติรัสกลับทำให้สี่ศิษย์ของสถาบันมังกรหางคิ้วกระตุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับศิษย์ปีที่สองปง ใบหน้าของเขากลับกลายเป็นบิดเบี้ยวในทันที “เจ้ากล้าหยามเกียรติของข้างั้นรึ!!” ปงกล่าวอย่างเดือดดาล “ข้ามีนามว่าปง!! เหตุผลที่ข้าต้องมาเป็นยามโง่ๆที่นี่คือข้าเพิ่งอัดพวกหน้าโง่มา ถ้ามันไม่มีผู้อาวุโสหนุนหลังอยู่ข้าคงเชือดมันอย่างสบายใจแล้ว! มา! บิดากำลังคันไม้คันมือ” ทันใดนั้น สีหน้าของฮู่ไป๋,ยง,นูริพลันเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ แท้จริงแล้ว เขามีนามว่าปง!! ศิษย์ปีสองผู้ดำรงตำแหน่งหนึ่งในร้อยศิษย์ที่แข็งแกร่งแห่งศิลาสถาบันมังกร บุรุษผู้เหี้ยมโหด ปงลำดับที่88แห่งศิลาสถาบันมังกร!! การได้พานพบกับผู้แข็งแกร่งร้อยอันดับไม่ใช่เรื่องง่ายเลย “แท้จริงแล้ว เขาคือศิษย์พี่ปงนี่เอง…” ฮู่ไป๋กล่าวอย่างตะลึง เขายืนอยู่ที่นี่ทั้งวันกับผู้แข็งแกร่งร้อยอันดับแรก แค่คิดก็รู้สึกขนลุกชูชันแล้ว!! “เจ้าเห็นเจ้านั่นไหม” ปงชี้ไปทางศิษย์ปีที่สองซึ่งกำลังทดสอบผู้สมัครคนอื่นอยู่ “เจ้านั่นคือศิษย์น้องของข้า มันมีนามว่าลู่ผิง ข้าแข็งแกร่งกว่ามันนับสิบเท่า” กาติรัสมองไปทางแท่นประลองที่อยู่ห่างออกไปถึงหนึ่งกิโลเมตรถ้วน ชายหนุ่มหันมองกลับมา สายตาที่จับจ้องมายังเหล่าศิษย์ทั้งสี่ของสถาบันมังกรราวกับเบื้องหน้ามิใช่คนหากแต่เป็นวัชพืชต้นหนึ่ง “มดปลวกเปรียบเทียบกันเอง ผลลัพธ์ย่อมไม่ต่างอะไรไปจากมดปลวกตัวหนึ่ง” ..สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:11,019 พลังกาย:76,454,800 พลังเวทย์:78,070,406 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ