48.....
นัฏนรี รีบสวมสร้อยคอให้กับเจ้าหมีพูด้วยความเห่อในขณะที่หมีพูพยายามดิ้นรนที่จะไม่สวม เพราะรู้ว่าคนที่เอามาฝากเป็นปัญจพลจนลิลลี่ ต้องเข้ามาช่วยจับเจ้าหมีพูเอาไว้เพื่อให้นัฏนรีได้สวมใส่คอมันได้อย่างสะดวก
“ลิลลี่ ปล่อยฉันนะ...เธอคิดจะเป็นแม่สื่อแม่ชักให้กับนายพีเจ.มาจีบดรีมใช่ไหมเนี่ย..ฉันรู้หรอกนะ”
ชวินร่างหมีพู หันไปมองหน้าลิลลี่ด้วยความหมั่นไส้และเห่าบอกไปอย่างที่คิด
“มองหน้าทำไมจ๊ะหมีพูฉันไม่ได้จับเธอแรงซะหน่อยอยากจะให้เธอสวย ๆ ไงจ๊ะ”
ลิลลี่พูดกับสุนัขของเพื่อนอย่างอ่อนหวานเป็นมิตร
“ฉันซื้อสร้อยคอของมาฝากแล้ว หวังว่าคงจะไม่แกล้งฉันอีกแล้วนะหมีพู..ดีกันนะ”
ปัญจพล ยื่นมือไปลูบหัวของหมีพูเบา ๆหวังจะให้มันรับรู้ และสร้างความคุ้นเคยให้เกิดขึ้น หมีพูหลับตาทำใจ
“อยากจะให้ดีด้วยก็เลิกเทียวมาหาดรีมสิ หันไปจีบยัยลิลลี่ แม่สื่อตัวดีแทนแล้วฉันถึงจะดีด้วย” ชวินร่างหมีพูเห่าสื่อสาร แต่ไม่มีใครสักคนที่จะเข้าใจ
“สวยมากหมีพู..ดูสิเป็นสาวน้อยไฮโซขึ้นมาเลยเชียว”
ลิลลี่ปรบมือชมเมื่อนัฏนรีสวมสร้อยคอให้หมีพูสำเร็จ
“ฉันไม่ใช่สาวโว้ย..เป็นหนุ่มต่างหากเอ๊ะ..ก็เราเป็นหมาตัวเมียนี่หว่า แต่จิตใจดันวิปริตท่าทางเราจะเป็นหมาทอมหรือเปล่าวะเนี่ย ไม่จริง..เราเป็นนายชวินที่มีร่างกายและจิตใจเป็นผู้ชาย”
ชวินร่างหมีพูคิดด้วยความเศร้าใจ
“ไม่ดีใจเหรอจ๊ะหมีพู”
นัฏนรีส่งเสียงถามสุนัขแสนรู้ที่นั่งบนตักด้วยน้ำเสียงรักใคร่เอ็นดู
“ตอนนี้วินเศร้าจะตายอยู่แล้วนะดรีม...รู้ว่าเป็นหมาก็แย่พอแล้ว นี่ต้องมารับรู้ว่านายพีเจ.มาจีบดรีมอีกก็ยิ่งเซ็งเมื่อไหร่นายปอนด์ จะมาหาดรีมสักทีก็ไม่รู้ กลับจากภูเก็ตแทนที่จะรีบมาหาดรีมก็ดันไปเฝ้าน้องเอม่ง เอมี่ ที่ไหนก็ไม่รู้ อุตส่าห์ทำใจยกแฟนให้ดูแลแล้วนะเนี่ย”
ชวินคร่ำครวญเพียงเดียวดายอยู่ในใจ
“คุณหนูขา...คุณปอนด์มาแน่ะค่ะ”
เสียงของป้าสมใจเดินมาบอกด้วยสีหน้าตื่นเต้นพลอยทำให้นัฏนรี กับ หมีพู ดีใจไปด้วย โดยเฉพาะเจ้าหมีพูนั้นแทบจะกระโดดตัวลอยวิ่งเห่าออกไปต้อนรับสิปปกรที่หน้าบ้านทันที
“ได้ยินชื่อปอนด์ เจ้าหมีพูวิ่งหน้าตั้งออกไปต้อนรับเลย”
ลิลลี่พูดหวังจะให้ปัญจพลรับรู้ด้วย
“ไม่แน่หรอกครับ..อาจจะวิ่งไปกัดก็ได้”
ปัญจพลรีบพูดขัดลิลลี่ทันที
“คนที่หมีพู อยากกัดคือคุณนี่แหละ..ไม่รู้รึไงว่าหมาไม่ชอบขี้หน้า”
ลิลลี่พูดตอกย้ำให้เขาฟัง
“หมาไม่ชอบไม่เป็นไรขอให้คนแถวนี้ชอบก็พอครับ”
ปัญพล พูดพร้อมกับแกล้งปรายตาไปที่นัฏนรีเพื่อให้ลิลลี่หมั่นไส้ ลิลลี่เข้าใจว่าปัญจพลพูดปากหวานเพื่อจีบเพื่อนเธอมากกว่า
สิปปกรเดินอุ้มเจ้าหมีพูเข้ามาด้วยนัฏนรีมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เธอกับสิปปกรไม่ได้พบหน้ากันมาตั้งหลายวัน ถึงเขาจะโทรมาทุกวันก็ไม่เหมือนมาหาด้วยตัวเองแบบนี้ ดูแต่เจ้าหมีพูก็ยังแสดงความดีใจที่เห็นสิปปกรเลย สิปปกรกล่าวทักทายปัญจพลเป็นคนแรก ก่อนจะส่งยิ้มทักทายลิลลี่และไปส่งประกายตาสื่อความหมายว่าคิดถึงเป็นพิเศษให้กับนัฏนรี
“ทำไมมาซะค่ำเลยล่ะปอนด์ยัยน้องเอมี่ปล่อยให้มาได้แล้วเหรอ”
ลิลลี่ อดที่จะแขวะเพื่อนไม่ได้
“เอมี่ ไม่สบายแต่ตอนนี้คุณแม่กลับจากทำงานอยู่เป็นเพื่อนแล้วล่ะ ปอนด์ก็เลยรีบมาหาดรีมนี่แหละ”
สิปปกรอธิบายโดยหันไปมองหน้านัฏนรีเป็นพิเศษหวังให้เธอเข้าใจในตัวเขานัฏนรีพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะพาทุกคนเข้าไปคุยกันในบ้าน แต่ปัญจพลขอตัวกลับก่อนโดยลิลลี่ก็ตามไปด้วย ลิลลี่รู้สึกพอใจที่เห็นปัญจพลไม่นั่งเป็นก้างขวางคอสิปปกร
แต่เมื่อมาถึงที่รถแล้วลิลลี่ก็อดที่จะถามเขาไม่ได้ว่าเหตุใดเขาจึงยอมปล่อยให้นัฏนรีกับสิปปกรอยู่กันตามลำพัง
“ผมไว้ใจคุณดรีมว่าเธอจะไม่หวั่นไหวไปกับคุณปอนด์”
เขาบอกอย่างคนใจป้ำแต่แอบขำตัวเองที่โกหกลิลลี่
“พูดยังกะว่ายัยดรีมมีใจให้คุณแล้วอย่างนั้นแหละ..แต่ก็ดีแล้วล่ะที่คุณรู้จักยอมแพ้”
“ผมแพ้ที่ไหน..ที่ผมถอยให้นี่ มันเป็นเทคนิคส่วนตัวครับ” เขาคุย
“เทคนิคอะไรมิทราบคะเจ้านาย”
“คุณไม่ต้องรู้หรอก เพราะผมไม่ได้ใช้เทคนิคนี้กับคุณเอาไว้ผมคิดจีบคุณเมื่อไหร่ค่อยรู้แล้วกัน”
“แค่คิด คุณก็ไม่มีสิทธิ์ เพราะฉันไม่มีทางที่จะให้คนอย่างคุณจีบ”
ลิลลี่ พูดเสียงสะบัดก่อนจะขึ้นไปนั่งรถคู่กับเขาเพื่อให้เขาไปส่งที่บ้าน
“ดรีมเข้าใจปอนด์ใช่ไหมที่มาหาดรีมทันทีไม่ได้”
สิปปกรรีบพูดให้นัฏนรีเข้าใจเมื่ออยู่กันสองคนภายในห้องรับแขกโดยมีเจ้าหมีพูนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสิปปกรลูบหลังให้หมีพูเบา ๆ จนมันหลับตาพริ้ม ทำให้ทั้งสองคนเข้าใจว่ามันหลับแล้วแต่ไม่มีใครรู้ว่าหมีพู แอบเงี่ยหูฟังการสนทนาของทั้งสองอยู่อย่างเงียบ ๆ
“ปอนด์โทร.บอกดรีมแล้วนี่..”
“แต่ปอนด์อยากจะบอกอีก ไม่อยากให้ดรีมกังวลหรือคิดมากเรื่องของ..น้องเอมี่”
“ดรีมเข้าใจ..วันก่อนที่น้องเขาโทรมาก็บอกดรีมแล้วว่าเธอเป็นใคร”
“เอมี่ไม่ได้ทำให้ดรีมไม่สบายใจใช่ไหม”
“เปล่าเลย..น้องเขาก็น่ารักดีนี่วันหลังก็ชวนน้องเขามาเที่ยวที่บ้านดรีมด้วยสิ”
“จ๊ะ..แล้วปอนด์จะชวนน้องเขาดู”
“ท่าทางคงจะสวยน่ารักดีนะชื่อเอมี่..ชื่อฝรั่งซะด้วยสิ”
ชวินในร่างหมีพูดคิดในใจเขาฟังการสนทนาจนกระทั่งสิปปกรได้เวลากลับบ้าน
“คืนนี้ปอนด์ขอยืมตัวเจ้าหมีพูไปค้างด้วยได้ไหม..แล้วจะเอามาคืน”
สิปปกรเอ่ยปากตอนจะกลับ
“จะเอาไปคืนนี้เลยเหรอ..ปอนด์จะค้างที่ไหน”
“บ้านสวน”
“คุณยายกันยา กลับจากอินเดียแล้วหรือจ๊ะ”
“เปล่า..แต่ปอนด์อยากจะเอาเจ้าหมีพูไปค้างด้วยก็ต้องไปที่บ้านสวนเพราะที่คอนโดห้ามเลี้ยงสัตว์”
“ดรีม อนุญาตเถอะนะ..” เสียงของสิปปกรอ้อนวอน
“ทำไมปอนด์ถึงอยากจะเอาหมีพูไปค้างด้วยล่ะ”
“ปอนด์รู้ว่าหมีพูฉลาดแสนรู้ปอนด์ก็อยากจะเอาไปนอนเป็นเพื่อนแก้เหงาสักคืนก็เท่านั้นเอง”
“เป็นคนขี้เหงาไปตั้งแต่เมื่อไหร่วะนายปอนด์..แต่ก็ดีเหมือนกันแฮะจะได้สื่อสารกับนายปอนด์ดู เผื่อจะรู้เรื่องกันบ้าง ดรีมให้วินไปกับนายปอนด์นะ นะ”
ชวินร่างหมีพู หันไปเห่าสื่อสารให้นัฏนรีรับรู้ สิปปกรมองดูเจ้าหมีพูที่อยู่บนตักเขาเห็นมันกำลังมองสบตาขึ้นมาพอดี แววตานั้นเหมือนจะบอกให้เขารู้ว่ามันยินดีที่จะไปกับเขาด้วย
“ก็ได้”
สิ้นคำอนุญาตทั้งสองคนก็เห็นเจ้าหมีพูกระดี้กระด้าใช้ขาหน้าทำท่าโอบเอวสิปปกร เพียงเท่านี้นัฏนรีก็รู้แล้วว่าเจ้าหมีพูนั้นยินดีอยากจะไปกับสิปปกร
“แล้วปอนด์ไม่ไปอยู่ดูแลน้องเอมี่ที่คอนโดแล้วเหรอ”
นัฏนรีอดที่จะถามไม่ได้
“พรุ่งนี้คุณแม่หยุด ให้เอมี่อยู่กับคุณแม่ได้จ๊ะแล้วพรุ่งนี้สาย ๆ ปอนด์จะเอาเจ้าหมีพู มาส่งคืนนะ”