ตกดึก...
เสียงทะเลาะดังทะลุออกมาถึงอีกห้อง
แน่นอนว่าฝ่ายสามีที่รับรู้เื่ดังกล่าวไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้เป็อย่างมาก หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเริ่มเป็ห่วงพี่สาวของตัวเองขึ้นมาทีละน้อย เพราะเสียงทะเลาะดูเหมือนจะไม่ยอมยุติลงง่ายๆ จนกระทั่งเสียงประตูห้องนอนถูกปิดดังปั้ง จากนั้นเสียงเดินลงบันไดก็ดังขึ้นตึงๆเรียกความสนใจให้น้ำผึ้งเปิดประตูออกมาดู
แกรก...
“เป็ยังไงล่ะพี่”
“เฮ้อ”
น้องสาวหันไปมองหน้าพี่พี่สาว
เมื่อทั้งคู่เดินลงมาจากบ้าน เสียงสตาร์ทเครื่องยนต์ก็ขับผ่านออกนอกรั้วไปแล้ว ดูเหมือนการอุ้มบุญครั้งนี้จะไม่ได้ราบรื่นเหมือนอย่างที่คิด สองพี่น้องนั่งปรับทุกข์กันอยู่ใต้บ้านสักพัก ก่อนที่พี่สาวจะขอตัวขึ้นไปนอน สถานการณ์เช่นนี้น้ำผึ้งดูออกว่าพี่เขยคงไปดื่มย้อมใจที่ไหนสักแห่ง ถ้าเกิดว่าวัตรกลับมาถึงบ้านเมื่อไหร่ แอลกอฮอล์และความเหงาหงอยอาจจะทำให้น้องสะใภ้เกลี้ยกล่อมได้ง่ายขึ้น!
กลางดึก...
เสียงรถยนต์ขับกลับเข้ามาจอดในบ้านอีกครั้ง...
ไฟด้านล่างเปิดสว่างพร้อมกับร่างสูงใหญ่โซเซ ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ แม้จะไม่ได้เมามาก แต่เครื่องดื่มก็ทำให้วัตรร้อนรุ่มไม่น้อย เขายังใเื่ที่ภรรยาทำอะไรไม่ปรึกษาก่อน ทั้งๆที่เื่ใหญ่ขนาดนี้ แต่น้ำหวานกลับเลือกที่จะคิดเองอยู่เพียงฝ่ายเดียวโดยที่ไม่หารือสักนิด
“เฮ้อออ”
ลมหายใจที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหล้าพ่นระบายออกมา จากนั้นชายร่างหนาก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาพร้อมกับข่มตานอน วัตรไม่อยากขึ้นไปบนห้องนอนตอนนี้ เพราะนี่ก็เลยเวลาเที่ยงคืนมาแล้ว ขืนกลับขึ้นไปมีหวังได้ทะเลาะกับภรรยาอีกแน่นอน
ชายวัยกลางคนถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือเพียงกางเกงบ๊อกเซอร์ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนพร้อมกับเอามือก่ายหน้าผากด้วยความเหน็ดเหนื่อย
“พี่วัตร….กลับมาแล้วหรอคะ”
“เชี้ย!”
“ผึ้งรบกวนหรือเปล่า”
วัตรดีดตัวขึ้นมาด้วยความใ
ชายร่างใหญ่ลืมไปเลยว่าบ้านหลังนี้ไม่ได้มีแค่เขาและภรรยาเพียงแค่สองคน มือหนากุมเป้ากางเกงบ๊อกเซอร์ของตัวเองเอาไว้ จากนั้นจึงหันไปทักทายน้องสะใภ้ที่อยู่ในชุดนอนแสนสั้น เสื้อกล้ามของเธอนั้นโอบรัดเต้าเนื้อสีน้ำผึ้งน่าลิ้มลอง เอวคอดโยกไปมาในขณะที่สะโพกกลมหนาโชว์เนินต้นขาเนียนละเอียดในกางเกงขาสั้น
“มีอะไรหรอผึ้ง”
“พอดี ผึ้งได้ยินเสียงพี่วัตรทะเลาะกันเื่…”
“อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก อย่าใส่ใจเลย”
“มีเื่อะไร…พี่วัตรคุยกับผึ้งได้นะคะ”
ไม่เพียงแค่พูด น้องสะใภ้หุ่นสะบึมกลับเดินเข้ามานั่งบนโซฟาข้างๆด้วย ระยะห่างของสายตากับเต้านมลูกั์มันทำให้สัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวหนุ่มใหญ่แข็งตั้ง วัตรขยับตัวให้ห่างน้องสะใภ้อีกครั้ง แต่กลิ่นอายหอมๆของสาววัยสะพรั่งมันไหลเข้าจมูกเสือหื่นแล้ว!
“ผึ้งเห็นใจพี่ทั้งสองนะคะ”
“ขอบใจนะ แต่เื่นี้พี่อยากคุยกับเมียพี่แค่สองคนมากกว่า”
“ขอโทษนะคะ ที่ผึ้งก้าวก่าย”
“ไม่ใช่อย่างนั้น พี่ยังไม่ได้ว่าอะไรผึ้งเลย”
พี่เขยรีบปฏิเสธ
เมื่อเห็นสีหน้าของน้องเมียรู้สึกไม่ดี ชายวัยกลางคนก็รีบแก้ต่างให้เธอสบายใจ แต่ระหว่างที่พูดอธิบาย สายตาของเขาก็ไม่อาจละไปจากเต้าเนื้อขนาดใหญ่ที่เด่นยิ่งกว่าไฟหน้ารถได้ มันอวบหนาราวกับลูกแตงโมสุกงอม แถมสียังเหลืองทองอร่ามเต่งตึงน่าขย้ำจนคันมือ
“พี่วัตร”
“….”
“พี่วัตรคะ”
“อ…อะไรหรอ”
“ผึ้งอยากจะบอกว่า….ผึ้งยินดีช่วยนะคะ ถ้าเกิดว่าพี่วัตรตกลง”
“อย่าบอกนะ ว่าผึ้งยอมจะอุ้มบุญให้ลูกพี่”
“…..ใช่ค่ะ”
วัตรแทบไม่อยากเชื่อส่ิงที่ตัวเองได้ยิน สาเหตุหนึ่งที่เขาเคร่งเครียดก็เพราะกลัวว่าจะทำให้น้องสะใภ้อึดอัด แต่สิ่งที่หญิงสาวกล่าวตกลงออกมานั้นมันทำให้ชายวัยกลางคนประหลาดใจไม่น้อย ทั้งคู่นั่งจ้องมองกันอยู่บนโซฟากลางบ้าน มีเพียงเสียงลมหายใจเท่านั้นที่พ่นระบายออกมาท่ามกลางความเงียบ
“ขอบใจนะผึ้ง แต่เื่นี้…พี่ว่าค่อยคุยกันน่าจะดีกว่า”
“พี่วัตร….ไม่อยากให้ผึ้งช่วยหรอคะ”
“ย…อยากสิ แต่พี่แค่รู้สึกว่าเื่นี้มันกระทันหันไปหน่อย”
“ผึ้งก็ไม่ได้กะจะท้องลูกของพี่ตอนนี้ซักหน่อย”
“…..”
“ค่อยๆเรียนรู้กันไปนะคะ”
“หมาย….ความว่ายังไงหรอ”
เมื่อดวงตาของพี่เขยและน้องสะใภ้ได้จ้องมองกัน มือเรียวของหญิงสาวนั้นก็ค่อยๆเอื้อมไปลูบหัวไหล่กลมแน่น วัตรไม่รู้ว่าสิ่งที่น้องเมียทำสื่อถึงอะไรกันแน่ แต่หลังจากที่มือเรียวเคลื่อนลงไปขย้ำเป้าเนื้ออันแข็งขืนด้านล่าง มันก็ทำให้ชายวัยกลางคนรู้ตัวว่าสายตาที่แสดงออกมานั้น้าอะไร!