“ดะ..เดี๋ยว”
เด็กหนุ่มพยายามขัดขืนและดิ้นเล็กน้อย..แต่ว่าไม่ทันแล้ว
ริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกันทันที
“!” เด็กหนุ่มตาโตขึ้น..ด้วยความตกใจ
แต่หลังจากนั้นท่าทีของเขาก็ค่อยๆสงบลง
ริมฝีปากอันอ่อนนุ่มของเซซิเลีย..และกลิ่นหอมจากตัวเธอ ช่วยให้เด็กหนุ่มสงบลงอย่างน่าประหลาด
เซซิเลียกอดเด็กหนุ่มไว้แน่น..ราวกับไม่ยอมปล่อยให้เหินห่าง
เธอดันลิ้นเข้ามา..สัมผัสลิ้นของเด็กหนุ่ม
อุณหภูมิอันแสนอบอุ่นถ่ายทอดจากร่างกายสู่ร่างกาย
จากริมฝีปากสู่ริมฝีปาก
จากลิ้นสู่ลิ้น
และจากลมหายใจสู่ลมหายใจ
ทั้งหมดนี้ช่วยปัดเป่าความรู้สึกเจ็บปวดและเศร้าโศกในใจของเด็กหนุ่มให้หายไปได้ราวกับปาฎิหารย์
เด็กหนุ่มค่อยๆหลับตาลง..อย่างสงบ
ภาพตรงหน้าดำเนินไปยาวนานกว่า1นาที
เซซิเลียดันตัวเองออกมา..เธอหน้าแดงแล้วบอกความรู้สึกของตัวเธอไปอีกครั้ง
“นี่คือจูบแรกของฉันค่ะ..และสิ่งนี้คือคำมั่นสัญญาว่าในหัวใจฉันมีแค่คุณ”
เด็กหนุ่มเริ่มตัวสั่นเล็กน้อย
“ธะ..เธอ..ไม่ว่าจะ..ผ่านไปนานแค่ไหน..เธอจะไม่ทิ้งฉันใช่มั้ย…"
“ค่ะ”
“ธะ..เธอยินดีที่จะอยู่กับฉันในวันที่ฉันไม่เหลือใครใช่มั้ย”
“ค่ะ”
“แล้วเธอยินดีที่จะจูบฉัน..กอดฉัน..ปลอบโยนฉันในวันที่ตัวฉันรู้สึกเจ็บปวด…แบบนี้อีกรึป่าว..เธอน่ะ..ไม่รู้สึกรังเกียจฉันเลยใช่มั้ย…ฮึก..อึก” เด็กหนุ่มเริ่มกลั้นน้ำตาไม่อยู่..น้ำตาอุ่นๆเริ่มไหลอาบแก้ม
เด็กสาวใช้มือทั้งสองข้างของเธอค่อยๆปาดน้ำตาให้เด็กหนุ่ม..พร้อมกับยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“ไม่เลยค่ะ..ไม่ว่านานแค่ไหน..ฉันก็จะอยู่ข้างคุณ..กอดคุณ..จูบคุณ..หอมแก้มคุณ..จับมือกับคุณ..ร่วมทั้งปลอบโยนคุณในยามที่คุณรู้สึกเจ็บปวด..ไม่ว่าจะกี่หมื่นครั้งหรือ กี่ล้านครั้ง..ฉันก็จะก็จะทำค่ะ…”
“นั่นเพราะว่าอะไรล่ะ?” เด็กหนุ่มถาม
“…" เด็กสาวมองไปยังใบหน้าเขาแล้วยิ้มให้เล็กน้อย
“นั่นเพราะว่าตัวตนของคุณคือสิ่งที่ไม่อาจหาอะไรมาทดแทนได้สำหรับฉันไงล่ะ”
เด็กสาวพูดอย่างอ่อนโยน..แล้วซบหน้าลงไปที่หน้าอกของเด็กหนุ่มทันที
“ฉันไม่รู้ว่าอดีตของคุณผ่านอะไรที่น่าเศร้ามาบ้าง..แต่ว่าฉันสัมผัสได้ถึงความเศร้าในใจนั้นจากตัวคุณ..ฉะนั้นให้ฉันได้มีส่วนช่วยในการเยียวยา..และทำลายความเศร้านั้นด้วยเถอะนะคะ..ตัวฉันอยากก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับคุณค่ะ…ดังนั้นได้โปรดให้โอกาสฉันได้คบกับคุณเถอะนะคะ...ในฐานะคนรักที่คอยอยู่ข้างกายคุณ..ตลอดไป”
เซซิเลียพูดจบแล้วกอดเด็กหนุ่มแน่นขึ้นยิ่งความเดิม
สัมผัส..ของตัวอันนุ่มนิ่มและบอบบางของเธอในแบบผู้หญิง..ไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บหรืออึดอัดเลยแม้แต่น้อย..แต่กลับอบอุ่นยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ
“ฉะ..ฉัน..ฉะ..ฉัน”
อา..นั่นสินะ…เรื่องของเอลิเซ่น่ะ..มันคือความรักในอดีตที่ไม่มีวันสมหวัง..มันคือเรื่องราวอันแสนหวานและเจ็บปวดในอดีต..ที่เราควรก้าวข้ามมันไป
สำหรับตัวเราในตอนนี้ควรให้ความสำคัญกับสิ่งในปัจจุบันมากกว่าเพราะ
บางทีการที่ได้รักคนที่เขารักเราจริง..มันก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร เพราะสิ่งที่ฉันกลัวมากที่สุดนั้นไม่ใช่กลัวการถูกปฎิเสธ..แต่คือการกลัวที่จะต้องอยู่ตัวคนเดียวในวันที่ไม่มีใครต่างหาก
“ฉะ..ฉันน่ะ…”
"ฉันน่ะ.."
เด็กหนุ่มกำลังจะยื่นมือไปกอดเซซิเลียเป็นครั้งแรก
“ฉันน่ะ..ตก-”
“ท่านเซซิเลียครับ!!!!!!!!”
มีเมดผู้ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามา..แล้วตะโกนด้วยความร้อนรน
เด็กหนุ่มกับเด็กสาวแยกตัวออกจากกันทันทีด้วยความตกใจ..
“มะ..มีอะไรหรอคะ?…คุณโรเดอริก..”
“อาการของท่านไอรีนกำเริบหนักแล้วครับ..รีบมาดูเถอะ!!!”
เซซิเลียหน้าซีดทันที
“ไปตามเซบาสเตียนมาเร็วเข้า!!!…เดี๋ยวฉันจะรีบไปที่ห้องนั้นเดี๋ยวนี้แหละ”
“คะ..ครับ!!”
“มีอะไรงั้น..หรอเซซิเลีย!?” เด็กหนุ่มที่รู้สึกได้ถึงความผิดปกติอย่างรุนแรง..รีบถามเซซิเลียทันที
“เรื่องนี้มันยาวค่ะ…ให้คุณตามฉันมาแล้วจะเข้าใจเอง..ฉะนั้นรีบไปกันเถอะค่ะ” หลังพูดจบเด็กสาวรีบวิ่งไปด้วยความร้อนรน
“ครับ..เข้าใจแล้ว” เด็กหนุ่มรีบวิ่งตามไปทันที
ด้วยสเตตัสด้านกำลังและความเร็วระดับเลเวล15ทั้งคู่..จึงทำให้ทั้งสองคนวิ่งไปถึงอีกฟากหนึ่งของปราสาทอันกว้างใหญ่ในเวลาไม่นาน….จนกระทั่งมาถึงห้องๆหนึ่ง
เซซิเลียรีบเปิดประตูเข้าไปทันที
“ท่านแม่คะ!!!…”
“ท่านไอรีนครับ!!"
“ท่านไอรีนคะ!!…อดทนไว้ค่ะ”
“ท่านแม่คะ..เซบัสเตียนกำลังมาแล้วค่ะ!!..อดทนไว้นะคะ!!”
เซซิเลียจับมือคนๆหนึ่งด้วยใบหน้าซีดเผือก
ไม่สิ..นี่คือมือของมนุษย์แน่งั้นหรอ!?
“นี่มันอะไรกันน่ะ…!” เด็กหนุ่มมองภาพนั้นด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก
ผิวหนังของคนที่นอนอยู่บนเตียง..แข็งเป็นเกล็ดสีดำ คล้ายเกล็ดของมังกร
ดวงตาสีแดงฉานคล้ายสีเลือด..ราวกับดวงตาของปีศาจ..
และปีกสีดำ..คล้ายปีค้างคาวที่งอกออกมาจากกลางหลัง
“..ปะ..ปะ..ปีศาจงั้นหรอ!?” ปรากฎความหวาดกลัวขึ้นในแววตาของเด็กหนุ่มเป็นครั้งแรก..เพราะเขาไม่เคยเห็นปีศาจของจริงมาก่อน
“กะ..แก!!!!!!!” พวกเมดแต่ละคนมองเรเวลด้วยจิตสังหารในทันที
“มะ…ไม่ใช่นะคะ!!…เขาไม่ใช่ปีศาจนะคะ..นี่แม่ฉันเองค่ะ” เซซิเลียรีบปฎิเสธทันที..ด้วยความร้อนรนแล้วหันหน้ากลับไปที่เตียงเหมือนเดิมพร้อมกับหน้าซีดเผือก
“อั๊ก..อ่าา…ก๊าากกกก..”
คนบนเตียงนั่นดิ้นทุรนทุราย..ด้วยเสียงครวนครางราวกับไม่ใช่มนุษย์
“ท่านแม่คะ!…อย่าเป็นอะไรเลยนะคะ”
“ท่านไอรีนครับ…ผมมาแล้วครับ!!”
“เซบัสเตียน..รีบลงมือเลยค่ะ”
ชายแก่ดูมีอายุคนหนึ่ง..รีบเรียกอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองออกมาทันที
‘อาร์ติเฟกซ์-ลูกแก้วเทพสมุทร’
อาร์ติเฟกซ์ประเภทลูกแก้วสีฟ้าปรากฎขึ้นเบื้องหน้าชายแก่ผู้นั้น
‘เวทย์น้ำ-พรแห่งสมุทรล้างคำสาป’
ปรากฎแสงสีฟ้า..คลุมไปทั่วเตียงนั้นทันที
อาการของคนบนเตียงนั้นดูสงบลงเล็กน้อย ….แต่ว่า
“อั๊ก..อ่าา…ก๊าากกกก..”
“เอาไม่อยู่งั้นหรอ!…ทำไมกันล่ะ”
“ไม่ไหว..คำสาปเริ่มลุกลามมาถึงระยะสุดท้ายแล้วครับ…แม้กระทั่งอาร์ติเฟกซ์ของผมก็บรรเทาอาการเจ็บปวดนั้นไม่ไหวแล้ว..” ชายแก่คนนั้นร้องไห้ออกมาทันที..แล้วพูดต่อด้วยเสียงแผ่วเบา
“คืนนี้ท่านไอรีน..ไม่รอดแน่ครับ..”
“มะ..ไม่นะ..” เซซิเลียหน้าซีดหนักกว่าเดิม..แล้วร้องไห้ซบไปบนมือแม่ของตัวเองทันที
“คำสาปงั้นหรอครับ?” เรเวลถามไปยังชายแก่คนนั้น..พร้อมกับมองดูเซซิเลียจากระยะไกล
“คะ..ครับ..คุณคือ?”
“ผมเป็นเพื่อนของท่านเซซิเลีย..ชื่อว่าเรเวลครับ..ช่วยเล่าเรื่องนี้ให้ฟังหน่อยได้มั้ยครับ”
“ได้ครับ”
ชายแก่คนนี้เล่าทุกอย่างให้เด็กหนุ่มฟัง..ทำให้รู้ว่าสิ่งที่แม่เซซิเลียโดนคือคำสาประดับสูงประเภทหนึ่ง
“แล้วทำไมอาร์ติเฟกซ์ของคุณถอนคำสาปไม่ได้ล่ะครับ?”
“อาร์ติเฟกซ์ของผมถอนได้ถึงแค่คำสาประดับกลางเท่านั้นเองครับ..ระดับสูงถอนไม่ได้หรอก..ฉะนั้นที่ทำได้จึงแค่บรรเทาอาการ”
“ถ้างั้น..ทำไมถึงไม่ลองตามหาดูละครับ..คนที่มีอาร์ติเฟกซ์ที่ถอนคำสาประดับสูงได้น่ะ”
“คนแบบนั้นน่ะ..ไม่มีหรอกครับ…เพราะอาร์ติเฟกซ์ที่เคยมีในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเท่าที่บันทึกไว้..ถอนคำสาปได้สูงสุดแค่ระดับกลางเท่านั้นครับ…เกินกว่านั้นน่ะ..ไม่มีหรอก”
เซบัสเตียนพูดพร้อมกับกำมือแน่น..แล้วก้มร้องไห้ต่อทันที
เซบัสเตียน โคลว์ …ตระกูลโคลว์นั้นเป็นตระกูลที่รับใช้ตระกูลเชื้อพระวงศ์แคทเทอรีนมาช้านาน…ตัวเขาเองนั้น..ครอบครองอาร์ติเฟกซ์ประเภทลูกแก้ว..ที่สามารถถอนคำสาป..และรักษาโรคภัยต่างๆได้..
ที่ผ่านมาเขาถอนคำสาปและช่วยเหลือเหล่าขุนนางไว้มากมาย..เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตระกูลแคทเทอรีน..มีชื่อเสียง..และได้ใจจากเหล่าขุนนางทั้งระดับกลางและระดับสูงเป็นจำนวนมากในเมืองหลวง
แต่ว่าสิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือ..ตัวเขาที่มากความสามารถขนาดนี้กลับไม่สามารถช่วยเจ้านายตัวเองได้เลยแม้แต่นิดเดียว....ซึ่งถ้าหากเซบาสเตียนตายลง..ตัวเขาเองก็คงไม่มีวันไปมองหน้าบรรพบุรุษตัวเองในตระกูลโคลว์ได้ติดแน่
แม่ของเซซิเลียนั้นยังคงดิ้นทุรนทุราย
บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความเศร้า
“อึก…” เด็กหนุ่มกำหมัดแน่นทันที
นี่เรา…ต้องมามองดูแม่ของเซซิเลียตายงั้นหรอ…คำสาปลุกลามมาถึงระยะสุดท้ายแล้ว…มันหมดทางช่วยจริงๆงั้นหรอ
ทั้งที่อุตสาห์มีคนยอมรับในตัวเราแล้วแท้ๆ…
ทั้งที่อุตสาห์มีคนบอกว่าชอบเราจากใจจริงโดยไม่แบ่งแยกแล้วแท้ๆ
แต่สิ่งที่เราทำได้คือ…ต้องมามองดูบุคคลอันเป็นที่รักของคนๆนั้นตายเนี่ยนะ..
ตัวเรานี่มัน…
ตัวเรานี่มัน…
ไร้ประโยชน์สิ้นดี
ไหนบอกว่าอยากเป็นจักรพรรดิเวทย์มนต์ไงล่ะ..ทำไมแค่คนๆเดียวเรายังช่วยไม่ได้เลย…
โถเว้ยยยย…เจ็บใจนัก
“ตัวเราน่ะ..ตัวเราน่ะ” เด็กหนุ่มพึมพัมอยู่คนเดียวโดย..ที่ไม่มีใครได้ยิน
ขอร้องล่ะ..จะพระเจ้า..หรือเทพธิดา..หรืออะไรก็ได้…ได้โปรดมอบพลังที่ช่วยแก้ไขสถานการณ์อันสิ้นหวังนี้ทีเถอะ…ขอร้องล่ะ…ไม่ว่ายังไง
...ไม่ว่ายังไง
“ฉันก็ต้องช่วยคนๆนี้ให้ได้!!!!!”
ในตอนนั้นเองได้เกิดอนุภาคแสงสีขาวบริสุทธิ์เกิดขึ้นที่มือข้างขวาของเด็กหนุ่ม
เสียงระฆังอันไพเราะ..คล้ายเสียงระฆังของโบสถ์ดังกังวาลขึ้นทันที
“นะ…นี่มัน!”