The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่47 คำขอเดตจากเซซิเลีย4

                 “ดะ..เดี๋ยว” 

                 เด็กหนุ่มพยายามขัดขืนและดิ้นเล็กน้อย..แต่ว่าไม่ทันแล้ว

                 ริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกันทันที 

                 “!” เด็กหนุ่มตาโตขึ้น..ด้วยความตกใจ

                 แต่หลังจากนั้นท่าทีของเขาก็ค่อยๆสงบลง 

                 ริมฝีปากอันอ่อนนุ่มของเซซิเลีย..และกลิ่นหอมจากตัวเธอ ช่วยให้เด็กหนุ่มสงบลงอย่างน่าประหลาด 

                 เซซิเลียกอดเด็กหนุ่มไว้แน่น..ราวกับไม่ยอมปล่อยให้เหินห่าง

                 เธอดันลิ้นเข้ามา..สัมผัสลิ้นของเด็กหนุ่ม  

                 อุณหภูมิอันแสนอบอุ่นถ่ายทอดจากร่างกายสู่ร่างกาย 

                 จากริมฝีปากสู่ริมฝีปาก 

                 จากลิ้นสู่ลิ้น

                 และจากลมหายใจสู่ลมหายใจ 

                 ทั้งหมดนี้ช่วยปัดเป่าความรู้สึกเจ็บปวดและเศร้าโศกในใจของเด็กหนุ่มให้หายไปได้ราวกับปาฎิหารย์ 

                 เด็กหนุ่มค่อยๆหลับตาลง..อย่างสงบ

                 ภาพตรงหน้าดำเนินไปยาวนานกว่า1นาที 

                 เซซิเลียดันตัวเองออกมา..เธอหน้าแดงแล้วบอกความรู้สึกของตัวเธอไปอีกครั้ง

                 “นี่คือจูบแรกของฉันค่ะ..และสิ่งนี้คือคำมั่นสัญญาว่าในหัวใจฉันมีแค่คุณ” 

                 เด็กหนุ่มเริ่มตัวสั่นเล็กน้อย

                 “ธะ..เธอ..ไม่ว่าจะ..ผ่านไปนานแค่ไหน..เธอจะไม่ทิ้งฉันใช่มั้ย…"

                  “ค่ะ” 

                  “ธะ..เธอยินดีที่จะอยู่กับฉันในวันที่ฉันไม่เหลือใครใช่มั้ย”

                  “ค่ะ”

                  “แล้วเธอยินดีที่จะจูบฉัน..กอดฉัน..ปลอบโยนฉันในวันที่ตัวฉันรู้สึกเจ็บปวด…แบบนี้อีกรึป่าว..เธอน่ะ..ไม่รู้สึกรังเกียจฉันเลยใช่มั้ย…ฮึก..อึก” เด็กหนุ่มเริ่มกลั้นน้ำตาไม่อยู่..น้ำตาอุ่นๆเริ่มไหลอาบแก้ม 

                   เด็กสาวใช้มือทั้งสองข้างของเธอค่อยๆปาดน้ำตาให้เด็กหนุ่ม..พร้อมกับยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

                  “ไม่เลยค่ะ..ไม่ว่านานแค่ไหน..ฉันก็จะอยู่ข้างคุณ..กอดคุณ..จูบคุณ..หอมแก้มคุณ..จับมือกับคุณ..ร่วมทั้งปลอบโยนคุณในยามที่คุณรู้สึกเจ็บปวด..ไม่ว่าจะกี่หมื่นครั้งหรือ กี่ล้านครั้ง..ฉันก็จะก็จะทำค่ะ…”  

                  “นั่นเพราะว่าอะไรล่ะ?” เด็กหนุ่มถาม

                  “…" เด็กสาวมองไปยังใบหน้าเขาแล้วยิ้มให้เล็กน้อย

                  “นั่นเพราะว่าตัวตนของคุณคือสิ่งที่ไม่อาจหาอะไรมาทดแทนได้สำหรับฉันไงล่ะ” 

                   เด็กสาวพูดอย่างอ่อนโยน..แล้วซบหน้าลงไปที่หน้าอกของเด็กหนุ่มทันที 

                   “ฉันไม่รู้ว่าอดีตของคุณผ่านอะไรที่น่าเศร้ามาบ้าง..แต่ว่าฉันสัมผัสได้ถึงความเศร้าในใจนั้นจากตัวคุณ..ฉะนั้นให้ฉันได้มีส่วนช่วยในการเยียวยา..และทำลายความเศร้านั้นด้วยเถอะนะคะ..ตัวฉันอยากก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับคุณค่ะ…ดังนั้นได้โปรดให้โอกาสฉันได้คบกับคุณเถอะนะคะ...ในฐานะคนรักที่คอยอยู่ข้างกายคุณ..ตลอดไป”

                   เซซิเลียพูดจบแล้วกอดเด็กหนุ่มแน่นขึ้นยิ่งความเดิม

                   สัมผัส..ของตัวอันนุ่มนิ่มและบอบบางของเธอในแบบผู้หญิง..ไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บหรืออึดอัดเลยแม้แต่น้อย..แต่กลับอบอุ่นยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ

                  “ฉะ..ฉัน..ฉะ..ฉัน” 

                 อา..นั่นสินะ…เรื่องของเอลิเซ่น่ะ..มันคือความรักในอดีตที่ไม่มีวันสมหวัง..มันคือเรื่องราวอันแสนหวานและเจ็บปวดในอดีต..ที่เราควรก้าวข้ามมันไป

                 สำหรับตัวเราในตอนนี้ควรให้ความสำคัญกับสิ่งในปัจจุบันมากกว่าเพราะ 

                 บางทีการที่ได้รักคนที่เขารักเราจริง..มันก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร เพราะสิ่งที่ฉันกลัวมากที่สุดนั้นไม่ใช่กลัวการถูกปฎิเสธ..แต่คือการกลัวที่จะต้องอยู่ตัวคนเดียวในวันที่ไม่มีใครต่างหาก 

                 “ฉะ..ฉันน่ะ…” 

                 "ฉันน่ะ.."

                 เด็กหนุ่มกำลังจะยื่นมือไปกอดเซซิเลียเป็นครั้งแรก  

                 “ฉันน่ะ..ตก-”

                 “ท่านเซซิเลียครับ!!!!!!!!” 

                  มีเมดผู้ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามา..แล้วตะโกนด้วยความร้อนรน 

                  เด็กหนุ่มกับเด็กสาวแยกตัวออกจากกันทันทีด้วยความตกใจ..

                  “มะ..มีอะไรหรอคะ?…คุณโรเดอริก..” 

                  “อาการของท่านไอรีนกำเริบหนักแล้วครับ..รีบมาดูเถอะ!!!” 

                   เซซิเลียหน้าซีดทันที

                   “ไปตามเซบาสเตียนมาเร็วเข้า!!!…เดี๋ยวฉันจะรีบไปที่ห้องนั้นเดี๋ยวนี้แหละ”

                    “คะ..ครับ!!”

                    “มีอะไรงั้น..หรอเซซิเลีย!?” เด็กหนุ่มที่รู้สึกได้ถึงความผิดปกติอย่างรุนแรง..รีบถามเซซิเลียทันที

                    “เรื่องนี้มันยาวค่ะ…ให้คุณตามฉันมาแล้วจะเข้าใจเอง..ฉะนั้นรีบไปกันเถอะค่ะ” หลังพูดจบเด็กสาวรีบวิ่งไปด้วยความร้อนรน

                     “ครับ..เข้าใจแล้ว”  เด็กหนุ่มรีบวิ่งตามไปทันที 

                     ด้วยสเตตัสด้านกำลังและความเร็วระดับเลเวล15ทั้งคู่..จึงทำให้ทั้งสองคนวิ่งไปถึงอีกฟากหนึ่งของปราสาทอันกว้างใหญ่ในเวลาไม่นาน….จนกระทั่งมาถึงห้องๆหนึ่ง 

                     เซซิเลียรีบเปิดประตูเข้าไปทันที

                     “ท่านแม่คะ!!!…”

                     “ท่านไอรีนครับ!!"

                     “ท่านไอรีนคะ!!…อดทนไว้ค่ะ”

                     “ท่านแม่คะ..เซบัสเตียนกำลังมาแล้วค่ะ!!..อดทนไว้นะคะ!!”

                     เซซิเลียจับมือคนๆหนึ่งด้วยใบหน้าซีดเผือก 

                     ไม่สิ..นี่คือมือของมนุษย์แน่งั้นหรอ!? 

                      “นี่มันอะไรกันน่ะ…!” เด็กหนุ่มมองภาพนั้นด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก 

                      ผิวหนังของคนที่นอนอยู่บนเตียง..แข็งเป็นเกล็ดสีดำ คล้ายเกล็ดของมังกร 

                      ดวงตาสีแดงฉานคล้ายสีเลือด..ราวกับดวงตาของปีศาจ..

                      และปีกสีดำ..คล้ายปีค้างคาวที่งอกออกมาจากกลางหลัง

                      “..ปะ..ปะ..ปีศาจงั้นหรอ!?” ปรากฎความหวาดกลัวขึ้นในแววตาของเด็กหนุ่มเป็นครั้งแรก..เพราะเขาไม่เคยเห็นปีศาจของจริงมาก่อน

                       “กะ..แก!!!!!!!” พวกเมดแต่ละคนมองเรเวลด้วยจิตสังหารในทันที

                       “มะ…ไม่ใช่นะคะ!!…เขาไม่ใช่ปีศาจนะคะ..นี่แม่ฉันเองค่ะ”  เซซิเลียรีบปฎิเสธทันที..ด้วยความร้อนรนแล้วหันหน้ากลับไปที่เตียงเหมือนเดิมพร้อมกับหน้าซีดเผือก

                        “อั๊ก..อ่าา…ก๊าากกกก..” 

                         คนบนเตียงนั่นดิ้นทุรนทุราย..ด้วยเสียงครวนครางราวกับไม่ใช่มนุษย์

                         “ท่านแม่คะ!…อย่าเป็นอะไรเลยนะคะ”

                         “ท่านไอรีนครับ…ผมมาแล้วครับ!!”

                         “เซบัสเตียน..รีบลงมือเลยค่ะ”

                          ชายแก่ดูมีอายุคนหนึ่ง..รีบเรียกอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองออกมาทันที

                          ‘อาร์ติเฟกซ์-ลูกแก้วเทพสมุทร’ 

                          อาร์ติเฟกซ์ประเภทลูกแก้วสีฟ้าปรากฎขึ้นเบื้องหน้าชายแก่ผู้นั้น  

                          ‘เวทย์น้ำ-พรแห่งสมุทรล้างคำสาป’

                           ปรากฎแสงสีฟ้า..คลุมไปทั่วเตียงนั้นทันที

                           อาการของคนบนเตียงนั้นดูสงบลงเล็กน้อย ….แต่ว่า

                  “อั๊ก..อ่าา…ก๊าากกกก..”  

                  “เอาไม่อยู่งั้นหรอ!…ทำไมกันล่ะ”

                  “ไม่ไหว..คำสาปเริ่มลุกลามมาถึงระยะสุดท้ายแล้วครับ…แม้กระทั่งอาร์ติเฟกซ์ของผมก็บรรเทาอาการเจ็บปวดนั้นไม่ไหวแล้ว..” ชายแก่คนนั้นร้องไห้ออกมาทันที..แล้วพูดต่อด้วยเสียงแผ่วเบา

                  “คืนนี้ท่านไอรีน..ไม่รอดแน่ครับ..” 

                  “มะ..ไม่นะ..” เซซิเลียหน้าซีดหนักกว่าเดิม..แล้วร้องไห้ซบไปบนมือแม่ของตัวเองทันที

                  “คำสาปงั้นหรอครับ?” เรเวลถามไปยังชายแก่คนนั้น..พร้อมกับมองดูเซซิเลียจากระยะไกล

                   “คะ..ครับ..คุณคือ?” 

                   “ผมเป็นเพื่อนของท่านเซซิเลีย..ชื่อว่าเรเวลครับ..ช่วยเล่าเรื่องนี้ให้ฟังหน่อยได้มั้ยครับ” 

                   “ได้ครับ”
                            ชายแก่คนนี้เล่าทุกอย่างให้เด็กหนุ่มฟัง..ทำให้รู้ว่าสิ่งที่แม่เซซิเลียโดนคือคำสาประดับสูงประเภทหนึ่ง 

                   “แล้วทำไมอาร์ติเฟกซ์ของคุณถอนคำสาปไม่ได้ล่ะครับ?”

                   “อาร์ติเฟกซ์ของผมถอนได้ถึงแค่คำสาประดับกลางเท่านั้นเองครับ..ระดับสูงถอนไม่ได้หรอก..ฉะนั้นที่ทำได้จึงแค่บรรเทาอาการ”  

                   “ถ้างั้น..ทำไมถึงไม่ลองตามหาดูละครับ..คนที่มีอาร์ติเฟกซ์ที่ถอนคำสาประดับสูงได้น่ะ”

                    “คนแบบนั้นน่ะ..ไม่มีหรอกครับ…เพราะอาร์ติเฟกซ์ที่เคยมีในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเท่าที่บันทึกไว้..ถอนคำสาปได้สูงสุดแค่ระดับกลางเท่านั้นครับ…เกินกว่านั้นน่ะ..ไม่มีหรอก” 

                      เซบัสเตียนพูดพร้อมกับกำมือแน่น..แล้วก้มร้องไห้ต่อทันที  

                     เซบัสเตียน โคลว์ …ตระกูลโคลว์นั้นเป็นตระกูลที่รับใช้ตระกูลเชื้อพระวงศ์แคทเทอรีนมาช้านาน…ตัวเขาเองนั้น..ครอบครองอาร์ติเฟกซ์ประเภทลูกแก้ว..ที่สามารถถอนคำสาป..และรักษาโรคภัยต่างๆได้..

                     ที่ผ่านมาเขาถอนคำสาปและช่วยเหลือเหล่าขุนนางไว้มากมาย..เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตระกูลแคทเทอรีน..มีชื่อเสียง..และได้ใจจากเหล่าขุนนางทั้งระดับกลางและระดับสูงเป็นจำนวนมากในเมืองหลวง

                    แต่ว่าสิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือ..ตัวเขาที่มากความสามารถขนาดนี้กลับไม่สามารถช่วยเจ้านายตัวเองได้เลยแม้แต่นิดเดียว....ซึ่งถ้าหากเซบาสเตียนตายลง..ตัวเขาเองก็คงไม่มีวันไปมองหน้าบรรพบุรุษตัวเองในตระกูลโคลว์ได้ติดแน่ 

                   แม่ของเซซิเลียนั้นยังคงดิ้นทุรนทุราย

                   บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความเศร้า

                   “อึก…” เด็กหนุ่มกำหมัดแน่นทันที

                   นี่เรา…ต้องมามองดูแม่ของเซซิเลียตายงั้นหรอ…คำสาปลุกลามมาถึงระยะสุดท้ายแล้ว…มันหมดทางช่วยจริงๆงั้นหรอ 

                  ทั้งที่อุตสาห์มีคนยอมรับในตัวเราแล้วแท้ๆ…

                  ทั้งที่อุตสาห์มีคนบอกว่าชอบเราจากใจจริงโดยไม่แบ่งแยกแล้วแท้ๆ  

                  แต่สิ่งที่เราทำได้คือ…ต้องมามองดูบุคคลอันเป็นที่รักของคนๆนั้นตายเนี่ยนะ..

                  ตัวเรานี่มัน…

                  ตัวเรานี่มัน…

                  ไร้ประโยชน์สิ้นดี

                 ไหนบอกว่าอยากเป็นจักรพรรดิเวทย์มนต์ไงล่ะ..ทำไมแค่คนๆเดียวเรายังช่วยไม่ได้เลย…

                 โถเว้ยยยย…เจ็บใจนัก

                “ตัวเราน่ะ..ตัวเราน่ะ” เด็กหนุ่มพึมพัมอยู่คนเดียวโดย..ที่ไม่มีใครได้ยิน 

                 ขอร้องล่ะ..จะพระเจ้า..หรือเทพธิดา..หรืออะไรก็ได้…ได้โปรดมอบพลังที่ช่วยแก้ไขสถานการณ์อันสิ้นหวังนี้ทีเถอะ…ขอร้องล่ะ…ไม่ว่ายังไง 

                ...ไม่ว่ายังไง

                “ฉันก็ต้องช่วยคนๆนี้ให้ได้!!!!!”             

                ในตอนนั้นเองได้เกิดอนุภาคแสงสีขาวบริสุทธิ์เกิดขึ้นที่มือข้างขวาของเด็กหนุ่ม

                เสียงระฆังอันไพเราะ..คล้ายเสียงระฆังของโบสถ์ดังกังวาลขึ้นทันที

               “นะ…นี่มัน!”