ทลายภพสยบหมื่นดารา

    ตอนที่ 38 ชายผู้ส่งเขามา

    ชายชุดจักรพรรดิในภาพอดีตอุ้มห่อผ้าสีขาวไว้แนบอก

    เขาเดินฝ่าห้องซึ่งสั่นสะเทือน ทุกก้าวทิ้งรอยเลือดบนพื้นหินแต่เลือดกลับลอยขึ้นแทนที่จะซึมลง ประตูแสงเหนือแท่นดึงทุกสิ่งเข้าหาตน ทั้งฝุ่นเศษอักขระ และเสียงศึกซึ่งดังมาจากหลังภาพ

    เยี่ยซิงเหอยืนอยู่ในวงค่ายกลใต้โม่เหอรู้ว่าตนกำลังมองเพียงความทรงจำ ทว่าลมจากประตูนั้นกลับพัดชายเสื้อเขาจริง ๆ

    ผู้เฒ่าโม่กระชับมือบนไม้เท้า “ออกจากวงเดี๋ยวนี้”

    “ท่านรู้จักเขา”

    “ข้ารู้ว่าภาพนี้ไม่ควรเปิด”

    “มิใช่คำตอบเดียวกัน”

    ชายชราไม่โต้ เขาวางตราปิดลงบนแท่นอีกครั้งแสงสีหม่นคลุมขอบภาพ แต่ชายชุดจักรพรรดิในอดีตพลันเงยหน้าราวกับมองผ่านกาลเวลามายังคนทั้งสอง

    ห่อผ้าในอ้อมแขนขยับ

    เสียงเด็กร้องดังแผ่วเบา

    เยี่ยซิงเหอก้าวเข้าใกล้โดยไม่รู้ตัวรากฐานทองคำที่แตกร้าวตอบสนองต่อเสียงนั้น หยดอมฤตกลางทะเลปราณสั่นหนึ่งครั้งแสงจากผนึกภาพจึงขยายจนทั่วโพรง

    “หยุดปราณ!” ผู้เฒ่าโม่ตวาด

    เยี่ยซิงเหอกดพลังทันที แต่ช้าไป ภาพอดีตจับคลื่นทองไว้แล้วประตูแสงในภาพเปิดกว้างกว่าเดิม และเศษเลือดของนักฆ่าบนผนังก็เรืองแดงตอบรับ

    ฝ่ายศัตรูกำลังมองอยู่

    “ข้าจะตัดเส้นมัน” เยี่ยซิงเหอยกกระบี่

    “ถ้าตัดตอนนี้ ภาพจะแตกพร้อมเส้น”

    “ท่านต้องการให้ข้าไม่เห็น”

    “ข้าต้องการไม่ให้ผู้ที่อยู่อีกปลายเห็นเด็กในห่อนั้น”

    คำว่าเด็กทำให้ความเงียบหนักขึ้นผู้เฒ่าโม่มิได้ปฏิเสธความเกี่ยวข้อง เขาเพียงกลัวหลักฐานหลุดไปถึงศัตรู

    เยี่ยซิงเหอมองเส้นแดงบนผนังมันไหลจากเลือดนักฆ่าเข้าสู่ภาพทีละน้อย หากปล่อยต่อ อีกฝ่ายจะได้ความทรงจำทั้งหมดหากทำลายทันที เขาอาจสูญเสียคำตอบเพียงชิ้นเดียวที่ไม่ผ่านปากผู้เฒ่าโม่

    เขาต้องเลือกระหว่างคำถามของตนกับอันตรายซึ่งจะตามถึงหมู่บ้าน

    “ปิดเส้นแดงก่อน” เขากล่าว “แต่เก็บภาพไว้ให้นานที่สุด”

    ผู้เฒ่าโม่มองเขา “อาจเหลือเพียงไม่กี่ลมหายใจ”

    “ก็ยังมากกว่าคำตอบที่ท่านเคยให้”

    ชายชราใช้ไม้เท้าขีดครึ่งวงบนพื้นเยี่ยซิงเหอคุกเข่าตรงอีกด้าน ทั้งสองต้องปิดเส้นเลือดพร้อมกันจากคนละทิศหากไม่สมดุล ค่ายกลจะเลือกทางที่แรงกว่าและฝ่ายศัตรูจะตามปราณย้อนกลับถึงรากฐานของเขา

    “อย่าใช้พลังเกินรอบเดียว” ผู้เฒ่าโม่เตือน

    “หากไม่พอ?”

    “ให้ภาพหายไป”

    เยี่ยซิงเหอไม่รับปาก

    พวกเขาลงมือพร้อมกัน ปราณสีหม่นของผู้เฒ่าโม่ปิดทางซ้ายปราณทองจากเยี่ยซิงเหอไหลตามคมกระบี่กรีดทางขวา เส้นแดงบิดตัวหนีมันแตกเป็นแขนงสิบสาย พยายามเลื้อยผ่านรอยแตกบนพื้น

    พื้นที่ในภาพอดีตกลับเคลื่อนไหวต่อ

    ชายชุดจักรพรรดิถึงหน้าแท่น เขาคุกเข่าข้างหนึ่งมิใช่ด้วยความอ่อนน้อม แต่เพราะบาดแผลใต้ชายโครงทำให้ยืนไม่ไหวเลือดสีทองคล้ำหยดลงพื้น แต่ค่ายกลในอดีตไม่ดูดมันกลับเปิดทางให้ราวกับจำเจ้าของได้

    ห่อผ้าคลายออกเล็กน้อย

    ทารกชายมีผมดำ ดวงตาปิดสนิทหน้าผากมีรอยแสงรูปดาวซึ่งถูกเส้นผนึกหลายชั้นล้อมไว้

    เยี่ยซิงเหอรู้สึกเจ็บตรงตำแหน่งเดียวกัน

    เขายกมือแตะหน้าผากตนเอง รอยซึ่งมองไม่เห็นใต้ผิวสั่นรับภาพ

    “เด็กคนนั้น...”

    ผู้เฒ่าโม่ไม่ตอบ มือที่ถือไม้เท้ากลับสั่นเพียงเล็กน้อย

    ชายในภาพถอดผ้าไหมผืนหนึ่งจากอกผืนผ้ามีลายเงินเหมือนของซึ่งเยี่ยซิงเหอพกอยู่ทุกประการ เขาพันทับห่อเด็กแล้วกดนิ้วลงบนลายหนึ่ง ลายดาวเจ็ดจุดหมุนกลายเป็นเส้นทาง

    ผ้าไหมตรงอกเยี่ยซิงเหอร้อนขึ้น

    เขาไม่ได้เรียกมัน แต่ผืนผ้าเลื่อนออกจากเสื้อเองครึ่งหนึ่งแสงเงินจากสองกาลเวลาตอบกันผ่านค่ายกล

    เส้นแดงของศัตรูพลันเปลี่ยนทิศ จากเดิมที่พยายามอ่านภาพมันกลับพุ่งเข้าหาผ้าไหมในปัจจุบัน

    เยี่ยซิงเหอสะบัดกระบี่ตัดแขนงแรกแต่แขนงที่สองเลื้อยผ่านเงาของคมกระบี่ ผู้เฒ่าโม่ใช้ด้ายขาวพันไว้เส้นที่สามแทรกเข้ารอยร้าวของแท่น

    “มันต้องการตรารหัส” ชายชรากล่าว “เก็บผ้า”

    “มันไม่ยอมกลับ”

    ผ้าไหมลอยสูงขึ้น ลายเงินเผยแผนที่เพียงเสี้ยวเดียวประตูในภาพอดีตจึงส่งเสียงกังวาน ห้องทั้งสองสั่นพร้อมกัน

    เสียงฝีเท้าและโลหะกระทบกันดังจากอีกด้านของภาพชายชุดจักรพรรดิหันกลับ สีหน้าซึ่งเคยสงบปรากฏความเร่งร้อนเขายกมือสร้างม่านแสงปิดทาง แต่เงาคมหลายสายแทงทะลุเข้ามา

    ม่านแสงแตก

    รอยบาดเพิ่มขึ้นบนแผ่นหลังเขา

    เยี่ยซิงเหอก้าวเข้าหาภาพอีกก้าว ทั้งที่รู้ว่าแตะไม่ได้เขาเห็นคนผู้หนึ่งกำลังเสียเลือดเพื่อปกป้องเด็กและความรู้สึกบางอย่างซึ่งไร้ชื่อก็กดอกหนักยิ่งกว่ารากฐานแตก

    “เขาหนีผู้ใด”

    “ภาพไม่บอก” ผู้เฒ่าโม่ตอบ

    “แต่ท่านรู้”

    “ข้ารู้เพียงว่าหากชื่อหนึ่งหลุดออกไปผู้ตามล่าจะรู้ว่าเด็กยังมีชีวิต”

    “เด็กคือข้าหรือไม่”

    ชายชราเงียบ

    ความเงียบครั้งนี้มิได้เป็นเพียงการปิดบังมันคือความกลัวตอบแทนคำพูด

    ในภาพ ชายชุดจักรพรรดิวางทารกลงกลางแท่น ประตูแสงเปิดออกภายในไม่มีพื้นดินหรือท้องฟ้า มีเพียงดารานับไม่ถ้วนเรียงเป็นทางไกลสุดตา

    อีกฝั่งของประตู เงาคนชราปรากฏขึ้น

    ผมขาว เสื้อคลุมเก่าไม้เท้าซึ่งปลายมีรอยแตกตำแหน่งเดียวกับไม้เท้าในมือผู้เฒ่าโม่

    เยี่ยซิงเหอหันมองคนข้างกาย แล้วมองกลับไปในภาพ

    ไม่อาจผิดได้

    ผู้เฒ่าโม่ในอดีตยืนอยู่อีกด้านของประตู เขายังดูชราเช่นวันนี้แต่สายตาคมกว่ามาก ปราณรอบกายทำให้ดาวบนทางสั่นเขายื่นมือไปรับเด็กโดยไม่ก้าวข้ามธรณี

    ชายชุดจักรพรรดิอุ้มทารกขึ้นอีกครั้ง ลังเลเพียงชั่วครู่นิ้วที่เปื้อนเลือดลูบหน้าผากเด็กเบา ๆ

    ริมฝีปากเขาขยับ

    ตอนแรกไม่มีเสียง เพราะค่ายกลส่วนหนึ่งแตกหายเยี่ยซิงเหอใช้ปราณทองประคองลายตรงแท่น เสียงจึงกลับมาเป็นช่วง ๆ

    “ทาง...ปิด...อย่าให้...”

    ผู้เฒ่าโม่ในอดีตกล่าวบางอย่างซึ่งภาพไม่เก็บไว้ชายชุดจักรพรรดิส่ายหน้า แล้วผลักห่อเด็กผ่านประตู

    ก่อนมือทั้งสองปล่อยจากกันเสียงประโยคหนึ่งดังชัดเจนราวกับผู้พูดยืนอยู่ตรงหน้า

    “ฝากลูกข้าด้วย”

    รากฐานทองคำของเยี่ยซิงเหอหยุดหมุน

    โลกทั้งห้องเหลือเพียงคำว่า “ลูกข้า”

    เขามองใบหน้าชายผู้ส่งเด็กใบหน้านั้นยังถูกแสงจากประตูบดบังครึ่งหนึ่ง ไม่ชัดพอให้จดจำแต่ความเจ็บปวดในดวงตาชัดยิ่งกว่าอักขระใดมันเป็นสายตาของคนซึ่งรู้ว่าการส่งลูกไปหมายถึงอาจไม่ได้พบกันอีก

    เยี่ยซิงเหอถามเสียงต่ำ “ชายคนนั้นคือใคร”

    ผู้เฒ่าโม่ในปัจจุบันไม่ตอบ เขากำลังใช้กำลังทั้งหมดปิดเส้นแดงฝ่ามือถูกอักขระบาดจนเลือดไหล แต่ยังไม่ยอมปล่อยไม้เท้า

    เส้นของศัตรูเหลือเพียงสายเดียวมันลอดใต้แท่นและพุ่งตรงเข้าหาภาพทารก

    หากมันแตะใบหน้า หลักฐานจะรั่วถึงผู้ควบคุมอีกปลาย

    เยี่ยซิงเหอจำเป็นต้องตัดทันทีแต่ดวงตาเขายังจับใบหน้าเด็กไม่ชัด ทารกหันข้างอยู่ในอ้อมแขนผู้เฒ่าโม่เขาเห็นเพียงแก้มกับรอยผนึกบนหน้าผาก

    คำตอบอยู่ห่างเพียงหนึ่งลมหายใจ

    เส้นแดงห่างภาพหนึ่งคืบ

    เยี่ยซิงเหอยกกระบี่ แล้วหยุด

    มิใช่เพราะลังเลจะปกป้องตนเองแต่เพราะเขามองเห็นว่าหากเส้นนั้นผ่านภาพมันจะไหลต่อไปตามประตูถึงผู้เฒ่าโม่ในอดีตและอาจเปิดพิกัดของโม่เหอทั้งหมดแก่ศัตรู

    เขาไม่อาจแลกชีวิตชาวบ้านกับความแน่ใจของตน

    กระบี่เงาดาราฟันลง

    คมตัดเส้นแดงก่อนมันแตะทารกแต่แรงสะท้อนจากเส้นซึ่งเชื่อมค่ายกลเก่ากระแทกกลับ กระบี่ส่งเสียงร้องรอยดำลามขึ้นหนึ่งช่วงคม เยี่ยซิงเหอเจ็บถึงไหล่รากฐานทองคำหมุนโดยไม่ตั้งใจเป็นรอบที่สอง

    รอยร้าวเปิด

    แสงทองรั่วเข้าภาพอดีต

    ทารกในอ้อมแขนผู้เฒ่าโม่พลันลืมตา

    ดวงตาสีดำสะท้อนแสงดาวแต่ตรงกลางมีวงทองบางเหมือนทะเลปราณของเขา เด็กหันหน้ามาทางเยี่ยซิงเหอราวกับกาลเวลาสองช่วงซ้อนตรงกัน

    ใบหน้าทั้งหมดปรากฏชัด

    คิ้ว รูปตา สันจมูก และปานเล็กใต้ใบหูซ้าย

    เยี่ยซิงเหอยกมือแตะใต้ใบหูตน

    เขามีปานตำแหน่งเดียวกัน

    มิใช่เด็กที่คล้ายมิใช่คนร่วมสายเลือดซึ่งบังเอิญมีร่องรอยเหมือนกัน

    เขากำลังมองตนเองเมื่อยังเป็นทารก

    ความจริงนั้นไม่ได้มาพร้อมชื่อของบิดาไม่ได้บอกว่าประตูมาจากไหน หรือเหตุใดต้องส่งเขาไปแต่มันทำลายความเข้าใจเดิมทั้งหมด—เขาไม่ได้ถูกพบโดยบังเอิญในโม่เหอผู้เฒ่าโม่รับเขาจากมือชายชุดจักรพรรดิผ่านประตูแห่งดารา

    “ท่านรับข้ามา” เยี่ยซิงเหอกล่าว

    ผู้เฒ่าโม่หลับตา “ใช่”

    คำยอมรับสั้นเกินกว่าสิบแปดปีแต่หนักพอให้พื้นใต้เท้าเหมือนเอียง

    “เหตุใดไม่เคยบอก”

    “เพราะทุกคนที่รู้ทางของประตูอาจถูกตามพบ”

    “แล้วชายคนนั้น?”

    “อย่าถามชื่อในค่ายกลนี้”

    “เขาเป็นบิดาข้าหรือ”

    คำว่า “ลูกข้า” ยังสะท้อนอยู่ ไม่จำเป็นต้องมีผู้เฒ่าโม่รับรองทว่าซิงเหอต้องการได้ยินว่าความทรงจำไม่ได้หลอกเขา

    ชายชรามองเส้นเลือดนักฆ่าซึ่งถูกตัด มันไม่ดับแต่รวมตัวใหม่เป็นจุดแดงบนเพดาน

    “เราไม่มีเวลา”

    เยี่ยซิงเหอเกือบหัวเราะ “ท่านมีคำนี้เสมอ”

    “ครั้งนี้พื้นกำลังจะฆ่าเรา มิใช่ข้าหลีกเลี่ยง”

    โซ่ดำทุกเสากระตุกอีกครั้งแขนที่นักฆ่าทิ้งไว้แห้งลงอย่างรวดเร็ว โลหิตทั้งหมดถูกดูดเข้าสู่จุดแดงบนเพดานจุดนั้นเปิดเป็นดวงตาแคบ เงาคนหลายเงาปรากฏอีกด้าน

    หลักฐานบางส่วนรั่วไปแล้ว

    เยี่ยซิงเหอมองขึ้น ดวงตาแดงจับภาพผ้าไหมซึ่งยังลอยอยู่จับประตูในอดีต และจับใบหน้าเด็ก แม้เส้นหลักถูกตัดศัตรูก็ได้เห็นมากพอจะรู้ว่าค่ายกลใต้โม่เหอเชื่อมกับการส่งทารก

    เขาพลาดไปหนึ่งลมหายใจเพื่อมองหน้าตนเอง

    ราคานั้นอาจกลายเป็นกองกำลังทั้งกองที่มาถึงหมู่บ้าน

    “ปิดทั้งหมด” เยี่ยซิงเหอกล่าว

    ผู้เฒ่าโม่มองเขา “เจ้าจะเสียภาพ”

    “ข้าเห็นสิ่งที่ต้องเห็นแล้ว”

    “และยังไม่ได้ชื่อ”

    “หากชื่อมีค่ามากกว่าชีวิตคน ข้าก็ไม่ควรรู้มันวันนี้”

    คำตอบนั้นทำให้ผ้าไหมตรงกลางอากาศสั่นลายเงินขยับเองหนึ่งครั้ง แต่ยังไม่เปิดต่อ ราวกับรับรู้การเลือกแล้วเก็บไว้

    ผู้เฒ่าโม่แทงไม้เท้าลงวงกลางเยี่ยซิงเหอวางกระบี่เงาดาราขวางรอยแตก ทั้งสองปล่อยพลังสวนทิศกับค่ายกลมิได้ประคองภาพอีกต่อไป

    แสงสีเงินบนแท่นเริ่มแตกจากขอบ

    อดีตสั่นไหว ชายชุดจักรพรรดิถอยไปอีกฝั่งของประตูผู้เฒ่าโม่ในอดีตอุ้มทารกแนบอก ก่อนประตูปิดเยี่ยซิงเหอเห็นชายคนนั้นยกมือเหมือนจะกล่าวคำสุดท้าย

    แต่เสียงหายไป

    เงาศัตรูบนเพดานส่งปราณแดงกดลง หวังยื้อภาพไว้ค่ายกลทั้งห้องกลายเป็นสนามดึงคนละทิศ รากฐานทองคำของเยี่ยซิงเหอสั่นรอยร้าวสายที่สองเปิดกว้าง เขาไอเลือดแต่ไม่เพิ่มรอบพลัง

    กระบี่เงาดารารับแรงส่วนหนึ่ง รอยดำบนคมขยายอีกคืบมันช่วยเขาปิดผนึก แต่ทิ้งแรงสะท้อนซึ่งจะไม่หายเพียงเก็บกระบี่เข้าฝัก

    ผู้เฒ่าโม่ปล่อยเลือดจากนิ้วลงบนตราสีหม่นตราปิดสมบูรณ์เป็นครั้งแรก

    “ตอนนี้!”

    เยี่ยซิงเหอกดกระบี่ลงสุดแรง

    แท่นหินแตกเป็นสี่ส่วน

    ภาพทารก ประตูดารา และชายชุดจักรพรรดิแตกตามรอยแสงนับพันชิ้นลอยค้างอยู่ชั่วขณะ หนึ่งชิ้นสะท้อนใบหน้าชายคนนั้นใกล้ชัดแต่ก่อนเยี่ยซิงเหอจะเห็น ดวงตาแดงบนเพดานยิงเส้นลงมาทำลายมัน

    เสียงระเบิดก้องทั่วโพรง

    ความมืดกลืนทุกสิ่ง

    เยี่ยซิงเหอถูกแรงกระแทกเหวี่ยงชนเสาเขาได้ยินผู้เฒ่าโม่เรียกชื่อ ได้ยินหินถล่มและได้ยินเสียงหนึ่งจากอีกปลายค่ายกลกล่าวผ่านรอยแตก

    “เด็กยังมีชีวิต”

    จากนั้นเส้นเชื่อมก็ดับ

    เมื่อฝุ่นจาง ภาพอดีตไม่เหลือแม้เศษเดียวแท่นกลางห้องกลายเป็นกองหิน ผ้าไหมตกลงบนอกเยี่ยซิงเหอกระบี่เงาดาราหนักจนเขายกไม่ขึ้น

    ผู้เฒ่าโม่คุกเข่าข้างเขา เลือดไหลจากฝ่ามือถึงข้อมือชายชรามองกองหินด้วยสีหน้าซึ่งไม่อาจเรียกเพียงเสียดาย

    เยี่ยซิงเหอพยายามลุก “พวกมันเห็นข้า”

    “เห็นว่าเด็กคนนั้นยังอยู่ แต่ยังไม่เห็นชื่อของผู้ส่ง”

    “ท่านรู้ชื่อ”

    ผู้เฒ่าโม่ไม่ปฏิเสธ

    “เมื่อกลับขึ้นไป ข้าจะถามอีกครั้ง”

    “ข้ารู้”

    เบื้องบนมีเสียงอาเหวินตะโกนผ่านอุโมงค์ เขายังรอพวกเขาอยู่และหมู่บ้านยังไม่พัง แต่ศัตรูได้หลักฐานใหม่ไปแล้ว

    เยี่ยซิงเหอเก็บผ้าไหมเข้าชายเสื้อเขามองกองแสงซึ่งดับสนิทเป็นครั้งสุดท้าย

    เชือกเส้นหนึ่งถูกหย่อนลงมาจากช่องด้านบนปลายเชือกแกว่งอยู่เหนือกองหิน ผู้เฒ่าโม่ผูกมันรอบอกเยี่ยซิงเหอแต่เขาแกะออกแล้วส่งให้ชายชราก่อน

    “มือท่านเสียเลือดมากกว่า”

    “รากฐานเจ้าเปิดสองรอย”

    “ข้ายังปีนได้”

    ผู้เฒ่าโม่มิได้เถียง เขาผูกเชือกเข้ากับไม้เท้าแทนเพื่อให้คนด้านบนดึงอาวุธกับถุงขี้เถ้าขึ้นไปก่อนทั้งสองไม่ยอมทิ้งสิ่งที่อาจใช้ปิดค่ายกลไว้ใต้ดิน

    ระหว่างรอ เยี่ยซิงเหอมองแขนซ้ายของนักฆ่าซึ่งโซ่ยังรัดอยู่เนื้อแห้งจนเหลือหนังหุ้มกระดูก แต่ตรงข้อมือมีรอยตราแดงครึ่งวงหากเอาขึ้นไปอาจเป็นหลักฐาน ทว่าเส้นแดงซึ่งดับแล้วอาจฟื้นตามมันถึงเรือนกลาง

    เขาจึงใช้ก้อนหินทับแขนนั้นไว้ใต้ตราปิดไม่พากุญแจของศัตรูกลับไปหาชาวบ้านเพียงเพราะอยากศึกษามัน

    ผู้เฒ่าโม่เห็นการเลือกนั้น“เจ้าเริ่มรู้ว่าไม่ใช่ทุกหลักฐานควรเก็บ”

    “ข้าเพิ่งเสียหลักฐานซึ่งอยากเก็บที่สุด”

    “เพราะเช่นนั้นเจ้าจึงจำราคาได้”

    ทั้งสองปีนกลับตามทางเดิม อุโมงค์สั่นทุกสิบก้าวรอยอิฐเก่าปิดตัวหลังพวกเขาทีละช่วง ราวกับสถานที่กำลังกลบความทรงจำของตนเองเยี่ยซิงเหอพยายามทบทวนใบหน้าชายชุดจักรพรรดิ แต่ยิ่งนึก รายละเอียดกลับยิ่งพร่าเหลือเพียงดวงตาและมือซึ่งลูบหน้าผากเด็ก

    เมื่อถึงปากหลุม อาเหวินกับชาวบ้านช่วยดึงทั้งสองขึ้นมาไม่มีผู้ใดถามสิ่งที่อยู่ข้างล่างทันทีพวกเขาเห็นเลือดบนเสื้อและรีบใช้หินปิดช่องตามแผนเสบียงอีกส่วนถูกนำมาเผาเป็นไฟอุ่นให้คนเจ็บแม้ไม่มีใครรู้ว่าภาพหนึ่งช่วงใต้ดินเพิ่งทำให้ศัตรูแน่ใจว่ากำลังตามล่าใคร

    เยี่ยซิงเหอทรุดข้างเสา รากฐานทองคำสั่นช้าลงแต่โลกตรงหน้าซ้อนเป็นสองชั้นผู้เฒ่าโม่กดจุดชีพจรเขาแล้วบอกอาเหวินให้พาไปเรือนกลาง

    ก่อนสติพร่า เยี่ยซิงเหอยังได้ยินเสียงหินก้อนสุดท้ายปิดหลุม

    เขาได้เห็นหน้าตนเองในวัยทารก

    แต่ในชั่วพริบตาเดียวกันภาพซึ่งอาจบอกว่าชายผู้ส่งเขามาคือใครก็ถูกทำลายจนไม่เหลือทางเรียกคืน