ชายชุดจักรพรรดิในภาพอดีตอุ้มห่อผ้าสีขาวไว้แนบอก
เขาเดินฝ่าห้องซึ่งสั่นสะเทือน ทุกก้าวทิ้งรอยเลือดบนพื้นหินแต่เลือดกลับลอยขึ้นแทนที่จะซึมลง ประตูแสงเหนือแท่นดึงทุกสิ่งเข้าหาตน ทั้งฝุ่นเศษอักขระ และเสียงศึกซึ่งดังมาจากหลังภาพ
เยี่ยซิงเหอยืนอยู่ในวงค่ายกลใต้โม่เหอรู้ว่าตนกำลังมองเพียงความทรงจำ ทว่าลมจากประตูนั้นกลับพัดชายเสื้อเขาจริง ๆ
ผู้เฒ่าโม่กระชับมือบนไม้เท้า “ออกจากวงเดี๋ยวนี้”
“ท่านรู้จักเขา”
“ข้ารู้ว่าภาพนี้ไม่ควรเปิด”
“มิใช่คำตอบเดียวกัน”
ชายชราไม่โต้ เขาวางตราปิดลงบนแท่นอีกครั้งแสงสีหม่นคลุมขอบภาพ แต่ชายชุดจักรพรรดิในอดีตพลันเงยหน้าราวกับมองผ่านกาลเวลามายังคนทั้งสอง
ห่อผ้าในอ้อมแขนขยับ
เสียงเด็กร้องดังแผ่วเบา
เยี่ยซิงเหอก้าวเข้าใกล้โดยไม่รู้ตัวรากฐานทองคำที่แตกร้าวตอบสนองต่อเสียงนั้น หยดอมฤตกลางทะเลปราณสั่นหนึ่งครั้งแสงจากผนึกภาพจึงขยายจนทั่วโพรง
“หยุดปราณ!” ผู้เฒ่าโม่ตวาด
เยี่ยซิงเหอกดพลังทันที แต่ช้าไป ภาพอดีตจับคลื่นทองไว้แล้วประตูแสงในภาพเปิดกว้างกว่าเดิม และเศษเลือดของนักฆ่าบนผนังก็เรืองแดงตอบรับ
ฝ่ายศัตรูกำลังมองอยู่
“ข้าจะตัดเส้นมัน” เยี่ยซิงเหอยกกระบี่
“ถ้าตัดตอนนี้ ภาพจะแตกพร้อมเส้น”
“ท่านต้องการให้ข้าไม่เห็น”
“ข้าต้องการไม่ให้ผู้ที่อยู่อีกปลายเห็นเด็กในห่อนั้น”
คำว่าเด็กทำให้ความเงียบหนักขึ้นผู้เฒ่าโม่มิได้ปฏิเสธความเกี่ยวข้อง เขาเพียงกลัวหลักฐานหลุดไปถึงศัตรู
เยี่ยซิงเหอมองเส้นแดงบนผนังมันไหลจากเลือดนักฆ่าเข้าสู่ภาพทีละน้อย หากปล่อยต่อ อีกฝ่ายจะได้ความทรงจำทั้งหมดหากทำลายทันที เขาอาจสูญเสียคำตอบเพียงชิ้นเดียวที่ไม่ผ่านปากผู้เฒ่าโม่
เขาต้องเลือกระหว่างคำถามของตนกับอันตรายซึ่งจะตามถึงหมู่บ้าน
“ปิดเส้นแดงก่อน” เขากล่าว “แต่เก็บภาพไว้ให้นานที่สุด”
ผู้เฒ่าโม่มองเขา “อาจเหลือเพียงไม่กี่ลมหายใจ”
“ก็ยังมากกว่าคำตอบที่ท่านเคยให้”
ชายชราใช้ไม้เท้าขีดครึ่งวงบนพื้นเยี่ยซิงเหอคุกเข่าตรงอีกด้าน ทั้งสองต้องปิดเส้นเลือดพร้อมกันจากคนละทิศหากไม่สมดุล ค่ายกลจะเลือกทางที่แรงกว่าและฝ่ายศัตรูจะตามปราณย้อนกลับถึงรากฐานของเขา
“อย่าใช้พลังเกินรอบเดียว” ผู้เฒ่าโม่เตือน
“หากไม่พอ?”
“ให้ภาพหายไป”
เยี่ยซิงเหอไม่รับปาก
พวกเขาลงมือพร้อมกัน ปราณสีหม่นของผู้เฒ่าโม่ปิดทางซ้ายปราณทองจากเยี่ยซิงเหอไหลตามคมกระบี่กรีดทางขวา เส้นแดงบิดตัวหนีมันแตกเป็นแขนงสิบสาย พยายามเลื้อยผ่านรอยแตกบนพื้น
พื้นที่ในภาพอดีตกลับเคลื่อนไหวต่อ
ชายชุดจักรพรรดิถึงหน้าแท่น เขาคุกเข่าข้างหนึ่งมิใช่ด้วยความอ่อนน้อม แต่เพราะบาดแผลใต้ชายโครงทำให้ยืนไม่ไหวเลือดสีทองคล้ำหยดลงพื้น แต่ค่ายกลในอดีตไม่ดูดมันกลับเปิดทางให้ราวกับจำเจ้าของได้
ห่อผ้าคลายออกเล็กน้อย
ทารกชายมีผมดำ ดวงตาปิดสนิทหน้าผากมีรอยแสงรูปดาวซึ่งถูกเส้นผนึกหลายชั้นล้อมไว้
เยี่ยซิงเหอรู้สึกเจ็บตรงตำแหน่งเดียวกัน
เขายกมือแตะหน้าผากตนเอง รอยซึ่งมองไม่เห็นใต้ผิวสั่นรับภาพ
“เด็กคนนั้น...”
ผู้เฒ่าโม่ไม่ตอบ มือที่ถือไม้เท้ากลับสั่นเพียงเล็กน้อย
ชายในภาพถอดผ้าไหมผืนหนึ่งจากอกผืนผ้ามีลายเงินเหมือนของซึ่งเยี่ยซิงเหอพกอยู่ทุกประการ เขาพันทับห่อเด็กแล้วกดนิ้วลงบนลายหนึ่ง ลายดาวเจ็ดจุดหมุนกลายเป็นเส้นทาง
ผ้าไหมตรงอกเยี่ยซิงเหอร้อนขึ้น
เขาไม่ได้เรียกมัน แต่ผืนผ้าเลื่อนออกจากเสื้อเองครึ่งหนึ่งแสงเงินจากสองกาลเวลาตอบกันผ่านค่ายกล
เส้นแดงของศัตรูพลันเปลี่ยนทิศ จากเดิมที่พยายามอ่านภาพมันกลับพุ่งเข้าหาผ้าไหมในปัจจุบัน
เยี่ยซิงเหอสะบัดกระบี่ตัดแขนงแรกแต่แขนงที่สองเลื้อยผ่านเงาของคมกระบี่ ผู้เฒ่าโม่ใช้ด้ายขาวพันไว้เส้นที่สามแทรกเข้ารอยร้าวของแท่น
“มันต้องการตรารหัส” ชายชรากล่าว “เก็บผ้า”
“มันไม่ยอมกลับ”
ผ้าไหมลอยสูงขึ้น ลายเงินเผยแผนที่เพียงเสี้ยวเดียวประตูในภาพอดีตจึงส่งเสียงกังวาน ห้องทั้งสองสั่นพร้อมกัน
เสียงฝีเท้าและโลหะกระทบกันดังจากอีกด้านของภาพชายชุดจักรพรรดิหันกลับ สีหน้าซึ่งเคยสงบปรากฏความเร่งร้อนเขายกมือสร้างม่านแสงปิดทาง แต่เงาคมหลายสายแทงทะลุเข้ามา
ม่านแสงแตก
รอยบาดเพิ่มขึ้นบนแผ่นหลังเขา
เยี่ยซิงเหอก้าวเข้าหาภาพอีกก้าว ทั้งที่รู้ว่าแตะไม่ได้เขาเห็นคนผู้หนึ่งกำลังเสียเลือดเพื่อปกป้องเด็กและความรู้สึกบางอย่างซึ่งไร้ชื่อก็กดอกหนักยิ่งกว่ารากฐานแตก
“เขาหนีผู้ใด”
“ภาพไม่บอก” ผู้เฒ่าโม่ตอบ
“แต่ท่านรู้”
“ข้ารู้เพียงว่าหากชื่อหนึ่งหลุดออกไปผู้ตามล่าจะรู้ว่าเด็กยังมีชีวิต”
“เด็กคือข้าหรือไม่”
ชายชราเงียบ
ความเงียบครั้งนี้มิได้เป็นเพียงการปิดบังมันคือความกลัวตอบแทนคำพูด
ในภาพ ชายชุดจักรพรรดิวางทารกลงกลางแท่น ประตูแสงเปิดออกภายในไม่มีพื้นดินหรือท้องฟ้า มีเพียงดารานับไม่ถ้วนเรียงเป็นทางไกลสุดตา
อีกฝั่งของประตู เงาคนชราปรากฏขึ้น
ผมขาว เสื้อคลุมเก่าไม้เท้าซึ่งปลายมีรอยแตกตำแหน่งเดียวกับไม้เท้าในมือผู้เฒ่าโม่
เยี่ยซิงเหอหันมองคนข้างกาย แล้วมองกลับไปในภาพ
ไม่อาจผิดได้
ผู้เฒ่าโม่ในอดีตยืนอยู่อีกด้านของประตู เขายังดูชราเช่นวันนี้แต่สายตาคมกว่ามาก ปราณรอบกายทำให้ดาวบนทางสั่นเขายื่นมือไปรับเด็กโดยไม่ก้าวข้ามธรณี
ชายชุดจักรพรรดิอุ้มทารกขึ้นอีกครั้ง ลังเลเพียงชั่วครู่นิ้วที่เปื้อนเลือดลูบหน้าผากเด็กเบา ๆ
ริมฝีปากเขาขยับ
ตอนแรกไม่มีเสียง เพราะค่ายกลส่วนหนึ่งแตกหายเยี่ยซิงเหอใช้ปราณทองประคองลายตรงแท่น เสียงจึงกลับมาเป็นช่วง ๆ
“ทาง...ปิด...อย่าให้...”
ผู้เฒ่าโม่ในอดีตกล่าวบางอย่างซึ่งภาพไม่เก็บไว้ชายชุดจักรพรรดิส่ายหน้า แล้วผลักห่อเด็กผ่านประตู
ก่อนมือทั้งสองปล่อยจากกันเสียงประโยคหนึ่งดังชัดเจนราวกับผู้พูดยืนอยู่ตรงหน้า
“ฝากลูกข้าด้วย”
รากฐานทองคำของเยี่ยซิงเหอหยุดหมุน
โลกทั้งห้องเหลือเพียงคำว่า “ลูกข้า”
เขามองใบหน้าชายผู้ส่งเด็กใบหน้านั้นยังถูกแสงจากประตูบดบังครึ่งหนึ่ง ไม่ชัดพอให้จดจำแต่ความเจ็บปวดในดวงตาชัดยิ่งกว่าอักขระใดมันเป็นสายตาของคนซึ่งรู้ว่าการส่งลูกไปหมายถึงอาจไม่ได้พบกันอีก
เยี่ยซิงเหอถามเสียงต่ำ “ชายคนนั้นคือใคร”
ผู้เฒ่าโม่ในปัจจุบันไม่ตอบ เขากำลังใช้กำลังทั้งหมดปิดเส้นแดงฝ่ามือถูกอักขระบาดจนเลือดไหล แต่ยังไม่ยอมปล่อยไม้เท้า
เส้นของศัตรูเหลือเพียงสายเดียวมันลอดใต้แท่นและพุ่งตรงเข้าหาภาพทารก
หากมันแตะใบหน้า หลักฐานจะรั่วถึงผู้ควบคุมอีกปลาย
เยี่ยซิงเหอจำเป็นต้องตัดทันทีแต่ดวงตาเขายังจับใบหน้าเด็กไม่ชัด ทารกหันข้างอยู่ในอ้อมแขนผู้เฒ่าโม่เขาเห็นเพียงแก้มกับรอยผนึกบนหน้าผาก
คำตอบอยู่ห่างเพียงหนึ่งลมหายใจ
เส้นแดงห่างภาพหนึ่งคืบ
เยี่ยซิงเหอยกกระบี่ แล้วหยุด
มิใช่เพราะลังเลจะปกป้องตนเองแต่เพราะเขามองเห็นว่าหากเส้นนั้นผ่านภาพมันจะไหลต่อไปตามประตูถึงผู้เฒ่าโม่ในอดีตและอาจเปิดพิกัดของโม่เหอทั้งหมดแก่ศัตรู
เขาไม่อาจแลกชีวิตชาวบ้านกับความแน่ใจของตน
กระบี่เงาดาราฟันลง
คมตัดเส้นแดงก่อนมันแตะทารกแต่แรงสะท้อนจากเส้นซึ่งเชื่อมค่ายกลเก่ากระแทกกลับ กระบี่ส่งเสียงร้องรอยดำลามขึ้นหนึ่งช่วงคม เยี่ยซิงเหอเจ็บถึงไหล่รากฐานทองคำหมุนโดยไม่ตั้งใจเป็นรอบที่สอง
รอยร้าวเปิด
แสงทองรั่วเข้าภาพอดีต
ทารกในอ้อมแขนผู้เฒ่าโม่พลันลืมตา
ดวงตาสีดำสะท้อนแสงดาวแต่ตรงกลางมีวงทองบางเหมือนทะเลปราณของเขา เด็กหันหน้ามาทางเยี่ยซิงเหอราวกับกาลเวลาสองช่วงซ้อนตรงกัน
ใบหน้าทั้งหมดปรากฏชัด
คิ้ว รูปตา สันจมูก และปานเล็กใต้ใบหูซ้าย
เยี่ยซิงเหอยกมือแตะใต้ใบหูตน
เขามีปานตำแหน่งเดียวกัน
มิใช่เด็กที่คล้ายมิใช่คนร่วมสายเลือดซึ่งบังเอิญมีร่องรอยเหมือนกัน
เขากำลังมองตนเองเมื่อยังเป็นทารก
ความจริงนั้นไม่ได้มาพร้อมชื่อของบิดาไม่ได้บอกว่าประตูมาจากไหน หรือเหตุใดต้องส่งเขาไปแต่มันทำลายความเข้าใจเดิมทั้งหมด—เขาไม่ได้ถูกพบโดยบังเอิญในโม่เหอผู้เฒ่าโม่รับเขาจากมือชายชุดจักรพรรดิผ่านประตูแห่งดารา
“ท่านรับข้ามา” เยี่ยซิงเหอกล่าว
ผู้เฒ่าโม่หลับตา “ใช่”
คำยอมรับสั้นเกินกว่าสิบแปดปีแต่หนักพอให้พื้นใต้เท้าเหมือนเอียง
“เหตุใดไม่เคยบอก”
“เพราะทุกคนที่รู้ทางของประตูอาจถูกตามพบ”
“แล้วชายคนนั้น?”
“อย่าถามชื่อในค่ายกลนี้”
“เขาเป็นบิดาข้าหรือ”
คำว่า “ลูกข้า” ยังสะท้อนอยู่ ไม่จำเป็นต้องมีผู้เฒ่าโม่รับรองทว่าซิงเหอต้องการได้ยินว่าความทรงจำไม่ได้หลอกเขา
ชายชรามองเส้นเลือดนักฆ่าซึ่งถูกตัด มันไม่ดับแต่รวมตัวใหม่เป็นจุดแดงบนเพดาน
“เราไม่มีเวลา”
เยี่ยซิงเหอเกือบหัวเราะ “ท่านมีคำนี้เสมอ”
“ครั้งนี้พื้นกำลังจะฆ่าเรา มิใช่ข้าหลีกเลี่ยง”
โซ่ดำทุกเสากระตุกอีกครั้งแขนที่นักฆ่าทิ้งไว้แห้งลงอย่างรวดเร็ว โลหิตทั้งหมดถูกดูดเข้าสู่จุดแดงบนเพดานจุดนั้นเปิดเป็นดวงตาแคบ เงาคนหลายเงาปรากฏอีกด้าน
หลักฐานบางส่วนรั่วไปแล้ว
เยี่ยซิงเหอมองขึ้น ดวงตาแดงจับภาพผ้าไหมซึ่งยังลอยอยู่จับประตูในอดีต และจับใบหน้าเด็ก แม้เส้นหลักถูกตัดศัตรูก็ได้เห็นมากพอจะรู้ว่าค่ายกลใต้โม่เหอเชื่อมกับการส่งทารก
เขาพลาดไปหนึ่งลมหายใจเพื่อมองหน้าตนเอง
ราคานั้นอาจกลายเป็นกองกำลังทั้งกองที่มาถึงหมู่บ้าน
“ปิดทั้งหมด” เยี่ยซิงเหอกล่าว
ผู้เฒ่าโม่มองเขา “เจ้าจะเสียภาพ”
“ข้าเห็นสิ่งที่ต้องเห็นแล้ว”
“และยังไม่ได้ชื่อ”
“หากชื่อมีค่ามากกว่าชีวิตคน ข้าก็ไม่ควรรู้มันวันนี้”
คำตอบนั้นทำให้ผ้าไหมตรงกลางอากาศสั่นลายเงินขยับเองหนึ่งครั้ง แต่ยังไม่เปิดต่อ ราวกับรับรู้การเลือกแล้วเก็บไว้
ผู้เฒ่าโม่แทงไม้เท้าลงวงกลางเยี่ยซิงเหอวางกระบี่เงาดาราขวางรอยแตก ทั้งสองปล่อยพลังสวนทิศกับค่ายกลมิได้ประคองภาพอีกต่อไป
แสงสีเงินบนแท่นเริ่มแตกจากขอบ
อดีตสั่นไหว ชายชุดจักรพรรดิถอยไปอีกฝั่งของประตูผู้เฒ่าโม่ในอดีตอุ้มทารกแนบอก ก่อนประตูปิดเยี่ยซิงเหอเห็นชายคนนั้นยกมือเหมือนจะกล่าวคำสุดท้าย
แต่เสียงหายไป
เงาศัตรูบนเพดานส่งปราณแดงกดลง หวังยื้อภาพไว้ค่ายกลทั้งห้องกลายเป็นสนามดึงคนละทิศ รากฐานทองคำของเยี่ยซิงเหอสั่นรอยร้าวสายที่สองเปิดกว้าง เขาไอเลือดแต่ไม่เพิ่มรอบพลัง
กระบี่เงาดารารับแรงส่วนหนึ่ง รอยดำบนคมขยายอีกคืบมันช่วยเขาปิดผนึก แต่ทิ้งแรงสะท้อนซึ่งจะไม่หายเพียงเก็บกระบี่เข้าฝัก
ผู้เฒ่าโม่ปล่อยเลือดจากนิ้วลงบนตราสีหม่นตราปิดสมบูรณ์เป็นครั้งแรก
“ตอนนี้!”
เยี่ยซิงเหอกดกระบี่ลงสุดแรง
แท่นหินแตกเป็นสี่ส่วน
ภาพทารก ประตูดารา และชายชุดจักรพรรดิแตกตามรอยแสงนับพันชิ้นลอยค้างอยู่ชั่วขณะ หนึ่งชิ้นสะท้อนใบหน้าชายคนนั้นใกล้ชัดแต่ก่อนเยี่ยซิงเหอจะเห็น ดวงตาแดงบนเพดานยิงเส้นลงมาทำลายมัน
เสียงระเบิดก้องทั่วโพรง
ความมืดกลืนทุกสิ่ง
เยี่ยซิงเหอถูกแรงกระแทกเหวี่ยงชนเสาเขาได้ยินผู้เฒ่าโม่เรียกชื่อ ได้ยินหินถล่มและได้ยินเสียงหนึ่งจากอีกปลายค่ายกลกล่าวผ่านรอยแตก
“เด็กยังมีชีวิต”
จากนั้นเส้นเชื่อมก็ดับ
เมื่อฝุ่นจาง ภาพอดีตไม่เหลือแม้เศษเดียวแท่นกลางห้องกลายเป็นกองหิน ผ้าไหมตกลงบนอกเยี่ยซิงเหอกระบี่เงาดาราหนักจนเขายกไม่ขึ้น
ผู้เฒ่าโม่คุกเข่าข้างเขา เลือดไหลจากฝ่ามือถึงข้อมือชายชรามองกองหินด้วยสีหน้าซึ่งไม่อาจเรียกเพียงเสียดาย
เยี่ยซิงเหอพยายามลุก “พวกมันเห็นข้า”
“เห็นว่าเด็กคนนั้นยังอยู่ แต่ยังไม่เห็นชื่อของผู้ส่ง”
“ท่านรู้ชื่อ”
ผู้เฒ่าโม่ไม่ปฏิเสธ
“เมื่อกลับขึ้นไป ข้าจะถามอีกครั้ง”
“ข้ารู้”
เบื้องบนมีเสียงอาเหวินตะโกนผ่านอุโมงค์ เขายังรอพวกเขาอยู่และหมู่บ้านยังไม่พัง แต่ศัตรูได้หลักฐานใหม่ไปแล้ว
เยี่ยซิงเหอเก็บผ้าไหมเข้าชายเสื้อเขามองกองแสงซึ่งดับสนิทเป็นครั้งสุดท้าย
เชือกเส้นหนึ่งถูกหย่อนลงมาจากช่องด้านบนปลายเชือกแกว่งอยู่เหนือกองหิน ผู้เฒ่าโม่ผูกมันรอบอกเยี่ยซิงเหอแต่เขาแกะออกแล้วส่งให้ชายชราก่อน
“มือท่านเสียเลือดมากกว่า”
“รากฐานเจ้าเปิดสองรอย”
“ข้ายังปีนได้”
ผู้เฒ่าโม่มิได้เถียง เขาผูกเชือกเข้ากับไม้เท้าแทนเพื่อให้คนด้านบนดึงอาวุธกับถุงขี้เถ้าขึ้นไปก่อนทั้งสองไม่ยอมทิ้งสิ่งที่อาจใช้ปิดค่ายกลไว้ใต้ดิน
ระหว่างรอ เยี่ยซิงเหอมองแขนซ้ายของนักฆ่าซึ่งโซ่ยังรัดอยู่เนื้อแห้งจนเหลือหนังหุ้มกระดูก แต่ตรงข้อมือมีรอยตราแดงครึ่งวงหากเอาขึ้นไปอาจเป็นหลักฐาน ทว่าเส้นแดงซึ่งดับแล้วอาจฟื้นตามมันถึงเรือนกลาง
เขาจึงใช้ก้อนหินทับแขนนั้นไว้ใต้ตราปิดไม่พากุญแจของศัตรูกลับไปหาชาวบ้านเพียงเพราะอยากศึกษามัน
ผู้เฒ่าโม่เห็นการเลือกนั้น“เจ้าเริ่มรู้ว่าไม่ใช่ทุกหลักฐานควรเก็บ”
“ข้าเพิ่งเสียหลักฐานซึ่งอยากเก็บที่สุด”
“เพราะเช่นนั้นเจ้าจึงจำราคาได้”
ทั้งสองปีนกลับตามทางเดิม อุโมงค์สั่นทุกสิบก้าวรอยอิฐเก่าปิดตัวหลังพวกเขาทีละช่วง ราวกับสถานที่กำลังกลบความทรงจำของตนเองเยี่ยซิงเหอพยายามทบทวนใบหน้าชายชุดจักรพรรดิ แต่ยิ่งนึก รายละเอียดกลับยิ่งพร่าเหลือเพียงดวงตาและมือซึ่งลูบหน้าผากเด็ก
เมื่อถึงปากหลุม อาเหวินกับชาวบ้านช่วยดึงทั้งสองขึ้นมาไม่มีผู้ใดถามสิ่งที่อยู่ข้างล่างทันทีพวกเขาเห็นเลือดบนเสื้อและรีบใช้หินปิดช่องตามแผนเสบียงอีกส่วนถูกนำมาเผาเป็นไฟอุ่นให้คนเจ็บแม้ไม่มีใครรู้ว่าภาพหนึ่งช่วงใต้ดินเพิ่งทำให้ศัตรูแน่ใจว่ากำลังตามล่าใคร
เยี่ยซิงเหอทรุดข้างเสา รากฐานทองคำสั่นช้าลงแต่โลกตรงหน้าซ้อนเป็นสองชั้นผู้เฒ่าโม่กดจุดชีพจรเขาแล้วบอกอาเหวินให้พาไปเรือนกลาง
ก่อนสติพร่า เยี่ยซิงเหอยังได้ยินเสียงหินก้อนสุดท้ายปิดหลุม
เขาได้เห็นหน้าตนเองในวัยทารก
แต่ในชั่วพริบตาเดียวกันภาพซึ่งอาจบอกว่าชายผู้ส่งเขามาคือใครก็ถูกทำลายจนไม่เหลือทางเรียกคืน