ดาบของแม่ทัพเผ่าเยว่ที่เงื้อง้างหมายปะาชีวิตเมื่อครู่ ยามนี้กลับหลุดร่วงลงพร้อมหัวของมัน ที่กลิ้งมาหยุดอยู่ตรงหน้าของพ่อพญานั่งเมือง
เ้าศรีศักดิ์ที่สติกำลังจะหลุดลอย แว่วได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ชายผู้เหน็ดเหนื่อยเหลือกำลังพยายามปรือตาขึ้นมองดูธงสีแดงชาดลายทองของสุวรรณโคมคำ ที่ปลิวไสวอยู่เหนือศีรษะตน รอยยิ้มขื่น ๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากที่แห้งผาก ก่อนที่ร่างของเ้าเมืองสูงศักดิ์จะเอียงวูบล้มลงสู่พื้นดิน ที่เจิ่งนองไปด้วยเืและซากศพ ท่ามกลางการปะทะอันดุเดือดที่กำลังเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
สติดับวูบไปแล้ว แต่ภายในหัวกลับยังได้ยินเสียงสหายออกคำสั่งบัญชาการรบดังกึกก้อง เสียงโห่ร้องของเหล่าขุนพล เสียงช้างเสียงม้าที่พร้ะบันหน้ารุกไล่ข้าศึกศัตรู ให้พ้นไปจากแผ่นดินเวียงชัยและขอบเขตดินแดนสุวรรณโคมคำ ยังคงดังกึกก้องอยู่ในหัว
“ไอ้ศรีมึงอย่าหลับ กูมาช่วยมึงแล้ว ตื่นขึ้นเถิด…เร็วเข้า ฟังคำกูไอ้ศรีศักดิ์ มึงต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป อย่าหลับเชียวมึง”
เ้ามหาอุปราชขุนคำหลวง หันไปสั่งทหารของตน ให้ช่วยกันนำร่างคนใกล้ตายกลับไปรักษายังพลับพลาของตน ที่ตั้งค่ายอยู่ชายป่านอกกำแพงเมืองเวียงชัย
“พวกมึงช่วยกัน พญาศรีศักดิ์ยังมิสิ้นชีพ จงเร่งนำตัวไปมอบให้หมอยารักษา ไอ้ศรีมึงจงวางใจ กูมาถึงบ้านเรือนมึงแล้ว แลจักเก็บกวาดไอ้พวกคนพาลเหล่านี้ ให้สิ้นแทนมึงเอง”
พญาศรีศักดิ์ ทำได้เพียงปรือตามองดูสหาย ที่พูดจบก็กำง้าวคู่ใจเร่งควบม้าจากไป จากร่างเงาของสหายกลายเป็ยอดองค์พระเจดีย์หลวงกลางเวียงชัย ที่แม้รอบด้านจะวุ่นวายไปด้วยการศึกแย่งชิงแผ่นดิน ที่คละเคล้าหยาดน้ำตาและกลิ่นคาวเื แต่องค์ธาตุเจดีย์ใหญ่ศูนย์รวมจิตใจของผู้คนชาวเวียงชัย กลับยังคงตั้งตระหง่านนิ่งสงบแผ่รัศมีทองอร่ามคุมฟ้าคุมดิน
‘สาธุ…หากแผ่นดินสุวรรณโคมคำนี้ จักยังคงรุ่งเื่ร่มเย็นสืบต่อไปภายหน้า ขออำนาจแห่งองค์พุทธะ จงโปรดช่วยปกปักรักษาสหายกูคำหลวง แลบ้านเมืองลูกเมียกู ให้จงรอดพ้นโพยภัยครั้งนี้ไปด้วยเทอญเ้าข้า…’
ภายในพลับพลาหลวงที่ตั้งมั่นอยู่ภายในค่ายทหารจากสุวรรณโคมคำ กลิ่นอายความตายยังคงไม่จางหายไปไหน กลิ่นคาวเืสด ๆ คละคลุ้งปนไปกับกลิ่นกำยานแลสมุนไพรที่กำลังต้มเดือด ที่ถูกจุดขึ้นเพื่อสมานจิตและดูแลคนเจ็บป่วยให้ผ่อนคลาย ร่างของพญาศรีศักดิ์ถูกหามมาบนแคร่ไม้ไผ่หนา ใบหน้าที่เคยกร้านแดดบัดนี้ซีดสลดราวคนไร้ิญญา
ปลายหอกสำริดที่ปักคาสีข้างนั้นเป็ปัญหาใหญ่ ด้วยดูแล้วคงหักคาอยู่เช่นนี้มาแล้วหลายวัน หมอหลวงเหงื่อไหลโทรมกาย ขณะที่ใช้คีมเหล็กค่อย ๆ คีบเอาชิ้นส่วนโลหะและเนื้อเยื่อที่เริ่มเน่าเปื่อยจนส่งกลิ่นออกมา ทุกครั้งที่ปลายมีดคมบางกรีดลงบนาแ ร่างของพญาศรีศักดิ์จะกระตุกเฮือกด้วยความเ็ป าแนั้นลึกจนเห็นซี่โครงขาวที่หักร้าว แลอวัยวะภายในที่เต้นตุ๊บตามแรงเต้นของหัวใจ ลมหายใจที่พ่นออกมาจากปากแลจมูกมีคราบเืปะปน จนผู้ช่วยหมอทหารต้องค่อยซับเช็ดออกทั้งจากแผลที่กำลังผ่าสด ๆ รวมทั้งปากและจมูก
ความเ็ปนั้นแสนสาหัส เสมือนดั่งมีใครเอาเหล็กหลอมแดงมานาบทับซ้ำ ๆ ลงบนรอยแผลเดิม พ่อพญานั่งเมืองเวียงชัยขบกรามแน่น กัดผ้าที่หมอทหารม้วนยัดใส่ปาก จนได้ยินเสียงฟันบดเบียดกัน กรงเล็บมือทั้งสองข้าง กดจิกลงบนขอบแคร่จนไม้ไผ่แทบแตกสลาย บ่าวไพร่ร่างกำยำสี่คนที่ช่วยกันจับกดมือตีนของท่าน ต่างรับรู้ได้ถึงความเ็ปทรมานนี้ได้เป็อย่างดี จากแรงกล้ามเนื้อที่เปล่งเกร็งแข็งขืน แต่ถึงกระนั้น พ่อพญานั่งเมืองก็มิยอมส่งเสียงร้องออกมา ให้ต้องเสียขวัญเหล่าทหารแม้แต่กระเบียดนิ้วเดียว มีเพียงหยาดน้ำตาที่ไหลซึมออกมาจากหางตา ที่แสดงออกถึงความเวทนาในสังขารที่กำลังจะแตกดับของตน
ในขณะที่ภายในพลับพลาคือความเงียบงันที่แสนเ็ป ภายในกำแพงเวียงชัยกลับเป็ขุมนรกบนดิน เ้ามหาอุปราชคำหลวงมิได้เพียงแต่ใช้กำลังเข้าหักหาญเพียงอย่างเดียว แต่ทรงใช้กลศึกหลุมพรางซ้อนกล เพื่อจัดการกับพวกเผ่าเยว่ที่ชำนาญหน้าไม้
ทรงรับสั่งกำชับให้กองทัพม้าส่วนหนึ่ง แสร้งทำเป็เสียที แล้วเร่งถอยร่นเข้าไปในหุบเขาท้ายเวียง ซึ่งมีชัยภูมิเป็ช่องเขาแคบขนาบข้างด้วยผาสูง พวกเผ่าเยว่ที่ลำพองใจด้วยคิดว่าตนนั้นตีเอาเมืองเวียงชัยสำเร็จ ต่างเร่งรุดไล่ติดตามหวังปลิดชีพเชื้อพระวงศ์สุวรรณโคมคำ เอาไปสร้างผลงานต่อทัพตน โดยมิรู้เลยว่านั่นคือแผนลวงที่ถูกวางไว้!
เมื่อข้าศึกหลงกลพากันแห่แหนเข้าไปในช่องเขา เ้ามหาอุปราชคำหลวงที่ซุ่มกำลังรอท่าอยู่บนที่สูง ก็ทรงสั่งให้ตัดสายน้ำ โดยการทำลายฝายชั่วคราว ที่สร้างขึ้นจากท่อนซุงแลดินเลนเหนือหุบเขาก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวัน ตามแผนที่ทรงวางเอาไว้ น้ำจากลำพอกสายน้ำหลักของเวียงชัยที่ถูกกักเก็บเอาไว้ ต่างพากันไหลบ่าลงมาดุจพญานาคีพิโรธ จากช่องเขาทางดินแห้งแล้งกลับมีมวลกระแสน้ำซัดเอากองทัพหน้าไม้ของเผ่าเยว่ให้แตกกระเจิง ดินโคลนทำให้พื้นถนนดินแห้งก่อนหน้า กลายสภาพเป็สายน้ำและโคลนเหนียวที่ลื่นไถล จนพวกมันมิอาจตั้งหลักยิงเกาทัณฑ์ได้ตามความเคยชิน
“บุก!"
เสียงคำรามของเ้ามหาอุปราชคำหลวงดังกึกก้องไปทั่วทั้งช่องเขา ทรงควบม้าศึกลงจากเนินเขาในจังหวะที่ศัตรูกำลังสับสน ทรงมิได้บุกเข้าไปตรงใจกลาง แต่ทรงใช้การรุกแบบวงพระจันทร์ ตีโอบล้อมจากด้านข้าง บีบให้ข้าศึกที่เหลือน้อยต้องถอยกรูไปรวมกันในที่แจ้ง ซึ่งเป็จุดที่พลธนูของสุวรรณโคมคำ ตั้งแถวรอท่าอยู่ก่อนแล้ว
ข้าศึกที่หลงกลลวง บ้างสาบสูญในสายน้ำ บ้างสับสนหวาดวิตก พอดิ้นรนหนีออกมาจากช่องเขาได้ กลับต้องมาพบกับพลธนูที่ง้างคันศรรอสังหาร ลูกธนูนับร้อยพุ่งแหวกอากาศเข้าปักร่างข้าศึกศัตรูทันทีที่คำสั่งแล่นออกจากพระโอษฐ์ของมหาอุปราชขุนคำหลวง
ข้าศึกเผ่าเยว่ผู้ไม่ชำนาญชัยภูมิ แลขาดสติด้วยหลงระเริงคิดว่าทัพตนนั้นมีชัย สุดท้ายต้องกลายมาเป็ศพนอนกองอยู่หน้าช่องเขาแคบท้ายเวียง เ้ามหาอุปราชคำหลวง ไม่มีเวลาชื่นชมผลงานตน ด้วยกองทัพข้าศึกหนานเยว่ที่บุกมา หาได้มีเพียงแค่คนเพียงกลุ่มเดียวไม่ พระองค์ทรงเร่งกลับไปสมทบกับน้องชายต่างมารดา ที่สู้อยู่บนคอช้างในอีกด้านของกำแพงเมืองเวียงชัย หมายขับไล่ศัตรูให้หวนคืนแผ่นดินตน
ง้าวเล่มใหญ่ในพระหัตถ์ของเ้ามหาอุปราชขุนคำหลวงตวัดฟาดฟัน ดั่งอสนีบาตที่กวาดแกว่งกลางอากาศ ผู้นำหน่วยรบของเยว่ถูกบั่นเศียรขาดกระเด็นในฉับเดียว เืสาดกระเซ็นเปื้อนพระพักตร์ที่เคร่งขรึม ทรงต่อสู้ดุจพญาราชสีห์ที่คุ้มคลั่ง แม้ภายในใจจะห่วงพะวงหา ถึงสหายที่นอนร่อแร่อยู่ในพลับพลาค่ายนอกเวียงก็ตาม
“แผ่นดินนี้…บรรพบุรุษกูบุกเบิกไว้ หาใช่ที่หลับนอนกินอยู่ของพวกมึง…” เ้ามหาอุปราชะโก้อง ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของทหารสุวรรณโคมคำที่เริ่มได้เปรียบ ต่างช่วยกันขับไล่พวกข้าศึกศัตรูให้ถอยร่นออกไปจากประตูเวียงชัย ทิ้งไว้เพียงซากศพและควันไฟที่ค่อย ๆ มอดดับลงด้วยหยาดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา ราวกับจะช่วยล้างคาวเืที่เจิ่งนองทาแผ่นดินเวียงชัย และดับไฟาในครานี้
หน่วยลาดตระเวนสุวรรณโคมคำ พากันควบม้าวนเวียนสอดส่องทัพข้าศึกที่ตั้งค่ายอยู่ในอีกฝากของแผ่นดินเวียงชัย แม้นพวกมันจะยอมถอยร่นออกจากเขตแนวกำแพงเมือง แต่ก็ยังมิยอมยกทัพกลับคืนแผ่นดินตน การเฝ้าระวังและเตรียมแผนรับมือเป็สิ่งที่ละเลยมิได้
เ้ามหาอุปราชคำหลวงแลเ้าเมืองเชียงลาว ที่เพิ่งยกทัพทางเรือมาสมทบ ต่างเข้าไปเฝ้าดูอาการของพญาศรีศักดิ์ ที่มิสู้ดีนัก แม้จะดึงเอาหอกสำริดที่หักคาออกไปแล้วก็ตาม แต่เพราะาแมีความลึกและถูกทิ้งไว้เช่นนั้นมานาน จนเนื้อเยื้อรอบแผลเน่าเสีย และพระวรกายที่อ่อนแอซมพิษไข้ ทั้งหมดจึงล้วนแต่ทำให้พญานั่งเมืองเวียงชัยมีแต่ความทรุดโทรมไม่ดีขึ้น
“ศรีศักดิ์...กูรู้ว่ามึงได้ยินเสียงกู แข็งใจไว้สหาย ข้าศึกถอยร่นออกไปจากกำแพงเวียงแล้ว แลอีกไม่นาน มันจะต้องยกทัพกลับไปบ้านเมืองมัน”
“อือ!” เสียงร้องครางแ่เบาในลำคอดังขึ้น พร้อมนิ้วมือที่ขยับเคลื่อนไหว “เอื้อ…”
เ้าขุนคำหลวงแลเ้าโยนเ้าเมืองเชียงลาว ต่างหันมามองหน้ากัน ด้วยคำที่หลุดออกมา ดูเหมือนจะเป็ชื่อใครบางคน