Survival Games [เกมส์แห่งการเอาชีวิตรอด]

    SS2 No.56 โกลาหล [3]

    เมื่อกันต์ลงมาถึงชั้นล่างก็พบว่าห้องอาหารสุดหรูของโรงแรม ได้พังพินาศราบคาบจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลยแม้แต่น้อย กระทั่งผนังกระจกก็กลายเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่กว้างกว่า 3 เมตร ราวกับพึ่งโดนระเบิดมาสดๆ ร้อนๆ ถัดจากรูโหว่มาเล็กน้อยเขาก็พบคริสยืนจิบกาแฟอย่างใจเย็น แต่สายตาคอยจับจ้องมองไปยังด้านนอกของรูโหว่นั่น
    ไม่ทันได้คิดอะไรมากนัก กันต์ก็รีบพุ่งตัวเพื่อตรงเข้าไปสอบถามเรื่องราวจากคริสทันที ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้สอบถามอะไรเธอ สายตาของกันต์ก็เหลือบไปมองเห็นความวินาศสันตะโรด้านนอกของรูโหว่ ทำให้เขาแทบไม่ต้องสอบถามอะไรจากคริสอีก เพราะสิ่งที่เขาเห็นชัดเจนที่สุดก็คือ ฮานะกับคาเรนที่กำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย
    "นี่คริส ทำไมเธอถึงไม่คอยห้ามสองคนนั่นล่ะ!!" กันต์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เคืองๆ เล็กน้อย
    "ก็เจ้ามันไม่รู้จักกาละเทสะเองนี่นา ดันเอาแม่เสือสาวอีกตัวมาปล่อยไว้ในถ้ำเดียวกัน" คริสตอบด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากจะห้ามศึกในครั้งนี้ เพียงแต่เธอก็อดหมั่นไส้กันต์ไม่ได้เหมือนกัน เลยจงใจปล่อยให้สถานการณ์บานปลายเช่นนี้
    "ถ้างั้นช่วยดูแลพวกเธอด้วยแล้วกัน อย่าให้ออกไปนอกพื้นที่บริเวณนี้เด็ดขาด!?" กันต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ปลงๆ เพราะจากพื้นที่รอบๆ แล้ว ถึงเขาจะออกไปห้ามพวกเธอตอนนี้ ยังไงความเสียหายมันก็คงเท่าเดิมอยู่ดี
    "ข้าก็ยืนเฝ้าอยู่นี่ไง" คริสตอบรับด้วยน้ำเสียงยียวนเล็กน้อย
    "คร้าบ คร้าบบ!!" กันต์ได้แต่ตอบรับอย่างเซงๆ พลางมองไปทางเบื้องหน้าด้วยสีหน้าขมขื่น
    ----------------------------------------------------------
    ย้อนกลับไปตอนที่กันต์พาคาเรนไปทำภารกิจเลื่อนคลาสกับเปลี่ยนอาชีพ เมื่อคาเรนได้ผ่านเงื่อนไขการรับอาชีพแล้ว เธอก็รีบขอตีตัวจากไปทันที ทว่า ณ ตอนนั้นกันต์ต้องการให้คาเรนเข้าร่วมกลุ่มของเขา โดยได้วางแผนเอาไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว หากแต่นักล่าโซโล่อย่างคาเรน มีหรือจะยินยอมเข้าร่วมกลุ่มของเขาแต่โดยดี
    กันต์จำต้องขอท้าประลองโดยแลกเปลี่ยนเรื่องข้อมูลของอสูร ที่ดรอปตุ๊กตาอัญเชิญหรือก็คือไอเทมชุบชีวิตนั่นเอง ทำให้คาเรนยินยอมรับการเดิมพัน และมันก็ทำให้เขาได้รู้ว่า แท้ที่จริงแล้วคาเรนเองก็เป็นอีกหนึ่งคน ที่ได้รับอาชีพลับมาเหมือนกันกับเขา ทั้งยังผ่านเงื่อนไขทั้ง 3 ด่านได้อย่างง่ายดายอีกด้วย
    และอาชีพที่คาเรนได้รับก็คือ ซิลเวอร์บูลเล็ต ที่พัฒนาจนกลายมาเป็น จักรพรรดิแห่งการล่า ซึ่งน่าจะเป็นเพียงอาชีพเดียวที่ใช้อาวุธประเภทปืน แต่ที่น่ากลัวไปกว่านั้นก็คือ จักรพรรดิแห่งการล่า เป็นอาชีพที่มีพลังทำลายล้างรุนแรงมากที่สุดในบรรดาอาชีพทั้งหมดอีกด้วย
    ทว่าในความแตกต่างของเขากับคาเรนก็มีจุดใหญ่ๆ หนึ่งเรื่องก็คือ ถึงคาเรนจะมีพลังโจมตีที่รุนแรงและเป็นวงกว้างมากแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าตามความเร็วของเขาไม่ทัน การโจมตีที่ดุดันนั่นก็ไร้ผลไปโดยปริยาย
    การประลองของเขากับคาเรนในครั้งนั้น โชคดีที่พวกเขาเลือกที่จะต่อสู้กันในมิติอื่น มิเช่นนั้นความเสียหายนั่น คงรุนแรงมากพอที่จะลบประเทศนึงให้หายไปได้ในเสี้ยวพริบตา และการต่อสู้ครั้งนั้นทำเอากันต์ต้องทุ่มเทพลังทั้งหมดของเขา เพื่อที่จะเผด็จศึกเอาชนะเธอให้ได้ จะบอกว่าเป็นครั้งแรกที่เขาได้ต่อสู้อย่างสุดแรงเกิด กับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์เหมือนกันก็ว่าได้
    ----------------------------------------------------------
    กลับมาทางด้านกันต์ที่ยังคงมองการต่อสู้อย่างไม่ละสายตา เขาได้แต่ภาวนาในใจเงียบๆ ว่าขออย่าให้คาเรนใช้ท่าลับนั้นเด็ดขาด ถึงเขาจะสามารถช่วยฮานะเอาไว้ได้ทันก็จริง แต่อย่างน้อยๆ เมืองโตเกียวคงถูกลบหายไปเกินกว่าครึ่งเมืองอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นได้กลายมาเป็นชนวนของสงครามระหว่างประเทศอย่างแน่นอน
    "ช่วยหยุดการต่อสู้แต่เพียงเท่านี้ได้รึไม่!?"
    ทว่าจู่ๆ ก็มีเสียงของเด็กสาวที่ไพเราะราวกับกับธิดาเซียนบนสรวงสวรรค์ แต่กลับแลดูมีพลังอำนาจไม่น้อย เอ่ยขึ้นขัดการต่อสู้ระหว่างฮานะกับคาเรน พร้อมกับรอบๆ บริเวณ ที่มีกลุ่มนักล่ามากฝีมือปรากฏตัวขึ้นมานับพันคน ทำให้ฮานะกับคาเรนจำต้องหยุดการต่อสู้กลางคัน พลางมองไปยังผู้มาใหม่โดยสายตาที่แปลกใจ และเป็นฮานะที่อุทานขึ้นมาอย่างตกตะลึง
    "ท่านยาย!!"
    คราวนี้ฮานะถึงกับแสดงสีหน้าหวาดกลัวอย่างสุดขีด ซึ่งผิดจากตอนที่เจอหน้าแม่ของเธอครั้งแรกอย่างสิ้นเชิง กันต์ที่เฝ้ามองดูอยู่ห่างๆ แม้จะไม่ได้ยินคำพูดของฮานะ แต่กลับมีความรู้สึกแปลกๆ กับเด็กสาวที่งดงามดุจเทพธิดาผู้นี้ จนคริสต้องรีบเอ่ยปากเตือนขึ้นมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง
    "เจ้ารีบเข้าไปช่วยฮานะแก้ไขสถานการณ์ดีกว่า เธอคนนั้นเป็นตัวตนที่อันตรายพอๆ กับจอมมารรุ่นแรกเลยก็ว่าได้"
    "เด็กน้อยนั่นน่ะหรอ!?" กันต์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจเล็กน้อย
    "ห๊ะ!! เจ้าเรียกปีศาจที่มีอายุมากกว่า 10,000 ปี ว่าเด็กน้อยงั้นรึ!?"
    "เฮ้ย!! เอาจริงดิ!!"
    "ช่างเถอะ!! แต่เธอคนนั้นแข็งแกร่งมากจริงๆ หากเธอเข้าร่วมในมหาศึกสงครามของ 4 เผ่าพันธุ์ คงไม่มีใครที่เอาชนะเธอได้อย่างแน่นอน" คริสเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกปนหวาดกลัว
    "แต่เมื่อหลุดมาอยู่ที่โลกนี้ก็คงไม่แข็งแกร่งมากเท่าไหร่หรอกมั้ง!?"
    "เจ้าลืมไปรึไงว่าถึงพลังของพวกเราจะถูกจำกัดเอาไว้ก็จริง หากแต่ถ้าคนไหนที่แต่เดิมมีพลังที่มากพอ ต่อให้ถูกจำกัดพลังก็ยังแข็งแกร่งมากอยู่ดี ข้าไม่รู้ว่าเจ้าพัฒนาขึ้นไปมากแค่ไหนหรอกนะ ถึงแม้ว่าเจ้าจะฆ่าอาซาเซลได้ในเสี้ยวพริบตา แต่เธอคนนั้นที่เจ้าเห็นก็ทำได้เช่นกัน อาจเร็วกว่าเจ้าด้วยซ้ำไป" คริสเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
    "แล้วมีตัวตนที่อันตรายแบบผู้หญิงคนนั้นอีกกี่คนกันล่ะ!?" ทว่ากันต์เองก็อดสงสัยที่จะถามต่อไม่ได้
    "ใน 4 เผ่าพันธุ์มีเธอเพียงตนเดียวถ้าไม่นับพวกวงนอกอย่าง ราชันย์มังกร กับ เทพแห่งท้องทะเล แต่ตัวตนระดับนั้นไม่เคยเคลื่อนไหวกันง่ายๆ หรอกนะ รวมถึงตัวตนของเธอด้วย กระทั่งศึกของ 4 เผ่าพันธุ์เธอก็ไม่เคยคิดเข้าร่วม ปกติเธอมักจะชอบเก็บตัวอยู่อย่างสันโดษ ไม่สนใจสิ่งใดหรือแม้กระทั่งเผ่าพันธุ์ของเธอเอง น่าแปลกใจจริงๆ ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้กันนะ" คริสเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจังยิ่งกว่าเดิม
    "อืม!! พอเข้าใจล่ะ" กันต์ตอบรับพลางรีบดีดตัวไปทางฮานะกับคาเรนทันที
    กลับมาทางด้านของเด็กสาวผู้มาใหม่ ทันทีที่เธอได้ยินฮานะเอ่ยขานนามเรียกเธอว่าท่านยาย ก็ทำเอาคิ้วเรียวสวยของเธอกระตุกไปเล็กน้อยเหมือนกัน พลางมองไปทางฮานะที่ก่อเรื่องในเขตปกครองพันมิตรของบุตรสาวเธอ แม้จะไม่รู้สึกคุ้นหน้าเด็กคนนี้สักเท่าไหร่นัก เพราะตัวเธอเองมักจะเก็บตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับสงครามหรือการปกครองเผ่าพันธุ์เลย
    และเมื่อไม่นานมานี้ที่เธอถูกส่งมาที่โลกใบใหม่นี้ นั่นจึงเป็นการออกจากการเก็บตัวครั้งแรก จนกระทั่งได้มาพบกับบุตรสาวที่แม้แต่ตัวเธอเองก็แทบจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำ สุดท้ายก็เลยได้มาอาศัยอยู่ที่รอบนอกเขตปกครองเมืองโตเกียว แล้วเธอก็เอาแต่เก็บตัวเช่นเดิม จึงมีแค่บุตรสาวของเธอที่แวะเวียนมาพูดคุยด้วยบ่อยๆ เพื่อบอกเล่าเกี่ยวกับข้อมูลของโลกใบนี้เท่านั้น
    จะบอกว่าตัวเธอจำทายาทที่มีอยู่มากมายไม่หมดก็ว่าได้ เมื่อเธอมองจ้องไปลึกๆ ในดวงตาของเด็กสาวที่เอ่ยเรียกขานเธอว่าท่านยาย แล้วไม่พบว่ามีพิรุธใดใดซ่อนอยู่ เธอจึงมั่นใจได้ว่าเด็กสาวตรงหน้านั้นไม่ได้กล่าววาจาโป้ปดอย่างแน่นอน พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เรียบสงบ
    "เมื่อเจ้าเป็นทายาทของเรา เหตุใดจึงก่อเรื่องในเขตปกครองของพันธมิตร จนต้องมีคนไปตามเราออกมาห้ามศึกเช่นนี้" น้ำเสียงที่นิ่งเรียบจากผู้เป็นยายของฮานะ
    ทำเอาฮานะถึงกับตัวสั่นเทิ้มไม่หยุด จนคาเรนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก็อดที่จะแปลกใจในอาการของฮานะไม่ได้ และขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากเพื่อตอบแทนฮานะ ก็ถูกมือของใครไม่รู้ที่มากอดคอของเธอ ซึ่งเธอก็ไม่ได้แปลกใจหรือขัดขืนแต่อย่างใด เพราะคนที่ทำแบบนี้กับเธอได้คงไม่มีใครนอกจากชายที่เอาชนะเธอได้
    "เอาเป็นว่าเรื่องในครั้งนี้ผมจะเป็นคนรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดเองก็แล้วกันครับ เชิญคุณไปจัดการสะสางปัญหาอื่นแทนเลยก็แล้วกันครับ" กันต์ที่โผล่มาอย่างเงียบๆ เอ่ยตอบอย่างชิวๆ ในขณะที่มือขวากอดคอของคาเรนเพื่อปรามให้เธออยู่นิ่งๆ ส่วนมือซ้ายก็กอดคอของฮานะเพื่อปลอบโยนเธอที่กำลังตัวสั่นอยู่
    หากแต่สายตาของกลุ่มคนที่มองมาทางกันต์ กลับคิดเพียงแค่ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ ก็ไม่ต่างไปจากเด็กหนุ่มเจ้าสำราญเลยซักนิด ส่วนเด็กสาวผู้มาใหม่ที่เห็นชายหนุ่มกอดคอของหลานเธออยู่ ถึงกับเริ่มแสดงสีหน้าที่ไม่พอใจขึ้นมา ถึงแม้เธอจะไม่ค่อยสนใจอะไรก็ตาม ทว่าการกระทำแบบนี้ต่อหน้าของเธอ มันดูไม่มีความเคารพต่อเธอเลยซักนิด
    "พรึ่บ!!"
    ".........." ทว่าภาพต่อมาก็ทำเอากลุ่มคนรอบๆ ที่ติดตามมาถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กระทั่งคริสที่ตามมาสมทบเองก็ถึงกับเผยสีหน้าที่เคร่งเครียดขึ้นมา ในขณะที่ใบหม่อนเรียกนักรบเงาออกมาหมดทั้ง 3 ตัว ส่วนจางยี่อยู่ในสภาพง้างคันธนูพร้อมที่จะยิงได้ทุกเวลา
    แม้แต่คาเรนเองก็เล็งปืนคู่ไปทางเด็กสาวผู้มาใหม่ ที่กำลังใช้มือที่มีเล็บอันแหลมคมจ่อคอของกันต์ และอาจลงมือสังหารเขาได้ทุกเวลา ถ้าจะติดก็ตรงที่ในมือขวาของกันต์เอง ก็ถือดาบคุชินจ่อสวนไปที่ลำคอของเด็กสาวผู้มาใหม่เช่นเดียวกัน ขณะที่ทั้งคู่เผยรอยยิ้มอันเย็นยะเยือก ที่ไม่ได้เกรงกลัวสิ่งที่จ่อคอหอยของพวกเขาเลยสักนิด ก่อนที่เด็กสาวผู้มาใหม่จะเอ่ยขึ้นก่อน
    "เจ้าเป็นทายาทของโอลเดอุสรึนี่!?"
    "เปล่า!! ก็แค่มนุษย์ผู้แสนอ่อนแอในโลกที่พวกคุณมาอาศัยอยู่เท่านั้น" กันต์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
    "มีฝีมือไม่เบาเหมือนกันนี่เจ้าหนู!!"
    "คุณเองก็น่ากลัวใช่เล่นเหมือนกันนิครับ"
    แม้ทั้งสองจะพูดคุยกันเหมือนปกติ ทว่ากันต์กลับเป็นฝ่ายที่ต้องกดดันมากที่สุด เพราะเขารู้ว่าเมื่อครู่นั้นเด็กสาวตรงหน้า ยังไม่ได้ใช้พลังที่แท้จริงเลยด้วยซ้ำ แต่กลับสามารถเข้าประชิดตัวเขาได้ในเสี้ยวพริบตา หากต้องเกิดการต่อสู้ขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่แน่ว่าเขาจะสามารถเอาชนะเธอได้
    ในขณะที่เด็กสาวผู้มาใหม่ก็อดแปลกใจในความสามารถของมนุษย์ผู้นี้ไม่ได้ แต่นั่นก็เพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้น เพราะเป็นตัวเธอเองที่ประมาทมนุษย์ตรงหน้ามากเกินไป ทำให้อีกฝ่ายมีโอกาสสวนดาบคุชินกลับมาจ่อคอของเธอได้ ถึงมันจะทำอันตรายเธอไม่ได้ก็จริง แต่การที่ผู้ใหญ่อย่างเธอลงมือมารังแกเด็ก แล้วโดนสวนกลับมาแบบนี้ก็น่าอายมากพออยู่แล้ว
    ก่อนที่เธอจะลดมือลงพร้อมกับจากไปอย่างไม่สนใจ แต่ก็อดที่จะหันมาเอ่ยเตือนเด็กหนุ่มไม่ได้เช่นกัน "เจ้าหนู!! ว่างๆ ก็หาเวลาไปพบข้าที่พำนักด้วยล่ะ ดาบคุชินไม่ใช่ของที่ใครจะควบคุมมันได้อย่างแท้จริงหรอกนะ ลองไปถามยัยหนูเผ่าปีศาจนั่นดูแล้วกัน ว่าจอมมารรุ่นแรกตายเพราะอะไร!? หวังว่าพวกเราจะได้พบกันใหม่นะ"
    "ขอบคุณที่แนะนำครับ แน่นอนว่าผมต้องไปพบกับคุณอย่างแน่นอน" กันต์เองก็รับฟังและยอมรับแต่โดยดี เพราะเขารู้สึกว่าเธอไม่ได้ต้องการที่จะฆ่าเขา เพียงแค่ต้องการสั่งสอนเท่านั้น ไม่เช่นนั้นเขาคงตายไปแบบไม่รู้เรื่องแล้วด้วยซ้ำไป และเขาเองก็ยังคาใจกับเรื่องดาบที่เขาครอบครองเช่นเดียวกัน ก่อนที่กันต์จะหันไปเอ่ยเสียงดุใส่ฮานะกับคาเรน
    "พวกเธอสองคนกลับไปที่ห้อง ห้ามใครก่อเรื่องขึ้นอีก ไม่งั้นพวกเธอได้โดนดีทั้งคู่แน่ คริสดูแลพวกเธอดีๆ ด้วย"
    เมื่อกันต์เอ่ยจบสองสาวได้แต่ทำหน้าหงอยๆ ก่อนจะพากันกลับไปที่โรงแรม โดยมีคริสคอยคุมตัวไปราวกับนักโทษที่พึ่งกระทำผิดแล้วโดนจับมา ส่วนใบหม่อนกับจางยี่เองก็เหมือนจะรู้งานดี พวกเขาจึงรีบตามคริสกลับไปที่โรงแรมเหมือนกัน ก่อนที่กันต์จะถอนหายใจอย่างเพลียๆ พลางหันไปทางหัวหน้าของกลุ่มนักล่า และเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ปลงๆ
    "ค่าเสียหายทั้งหมดเท่าไหร่ครับ!?"

    คล้ายกับเรื่องSurvival Games [เกมส์แห่งการเอาชีวิตรอด] ที่คุณอ่าน