บทที่ 117 หลังพายุฝน
การต่อสู้ของพวกระดับสูงดำเนินต่อเนื่องมาครึ่งวันแล้ว
แม้พวกเขาจะถอยรั้งเข้าไปในป่าลึกจนแรงกดดันจากมานาลดลงแต่ผมกับเหล่านักล่ากลับมีสภาพสะบักสะบอมไม่ต่างกันเพราะต้องรับมือกับฝูงมอนสเตอร์ที่แตกตื่นถาโถมเข้ามาแทน
ทั่วเนินเขาที่พวกเราปักหลักอยู่เต็มไปด้วยซากมอนสเตอร์ตั้งแต่เวอร์เดียร์ไปจนถึงพวกโทรลล์ นับด้วยตาคร่าวๆ ก็ไม่ต่ำกว่า 30 ตัว
เมื่อกระสุนมานาความหนาแน่นสูงพุ่งทะลุหัวแบทเทิลโทรลล์ตัวสุดท้ายเสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นพร้อมกับการอัปเลเวล
[คุณสังหาร แบทเทิลโทรลล์ เลเวล 42สำเร็จ]
[เลเวล 45 > เลเวล 46]
ผมทรุดฮวบลงกับพื้นพลางถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยล้า
เมื่อหันไปมองนักล่าคนอื่นๆ ผมก็เห็นพวกเขานอนแผ่หราหมดสภาพเพราะมานาแห้งเหือด
แม้ผมจะยังมีมานาเหลือเฟือจากปริมาณมานาที่ผิดปกติแต่ร่างกายในตอนนี้ล้าจนแทบขยับไม่ไหวแล้ว
ผมปาดเหงื่อบนใบหน้าก่อนจะกดจัดสรรแต้มสถานะที่ได้มาใหม่ลงค่ามานา 2 แต้ม และค่าความทนทาน 1 แต้ม
ถึงแม้ตอนนี้ผมจะยังเสพติด และต้องการมานาเพิ่มอีกมากแต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่าปริมาณมานาที่มีอยู่มันเกินขีดจำกัดที่ร่างกายจะรับไหวแล้ว
การแบ่งแต้มมาลงความทนทานในตอนนี้จึงทำได้แค่ประคองไม่ให้มานาหลุดการควบคุมเท่านั้น
อันที่จริงผมควรจะทุ่มแต้มทั้งหมดลงค่าความทนทานไปเลยเพื่อรักษาเสถียรภาพของร่างกาย...แต่ก็นั่นแหละ ผมทำใจสละแต้มมานาไม่ได้จริงๆ
ผมสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไปแล้วเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเลเวลทักษะต่อทันที
สมาธิ (สมาธิคู่ขนาน) - เลเวล 14
การควบคุมมานา - เลเวล 15
การรับรู้มานา - เลเวล 13
การสั่นพ้อง - เลเวล 9
การจัดสรรพลังงานจลน์ - เลเวล 10
อาวุธมานา - เลเวล 9
มานาปะทุ - เลเวล 5
การสลายเวท - เลเวล 6
ตอนนี้เลเวลทักษะของผมเพิ่มขึ้นมามากโดยเฉพาะการสั่นพ้อง และ อาวุธมานา ที่ต่างก็แตะเลเวล 9 แล้วอีกแค่นิดเดียวผมก็จะทำเควสรองสำเร็จ
แม้ทักษะการสั่นพ้องจะยังไม่มีเบาะแสในการทลายคอขวดแต่สำหรับอาวุธมานา ผมเริ่มจับทางได้แล้ว ถ้าพอมีเวลาได้นั่งวิเคราะห์ดีๆก็คงทำสำเร็จได้ไม่ยาก
และเมื่ออาวุธมานาทะลุเลเวล 10ผมคงต้องคิดหนักว่าจะยกระดับทักษะไหนต่อ
ถ้าเลือกพัฒนาอาวุธมานาหรือการสั่นพ้องมันก็จะกลายเป็นอาวุธที่ร้ายกาจมากแน่ๆ
หากเป็นเมื่อก่อนผมคงเลือกหนึ่งในสองทักษะนี้ไปแล้วแต่หลังจากได้สัมผัสการจัดสรรพลังงานจลน์ เลเวล 10ผมต้องยอมรับเลยว่ามันเป็นทักษะที่ทรงพลังมาก
หากยกระดับขึ้นไปอีกความสามารถของผมอาจจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ทว่ามันก็มีข้อเสียใหญ่หลวง เพราะโหมดการควบคุมพลังงานจลน์ชั้นสูงนั้นใช้พลังสมองในการประมวลผลสูงมาก และมักทำให้มานาในร่างกายปั่นป่วนจนคุมยาก
ผมไม่แน่ใจว่าถ้าระดับทักษะเพิ่มขึ้นจนเทียบเท่าสมาธิคู่ขนานผลกระทบจากการใช้พลังจะรุนแรงขนาดไหน และนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้ผมต้องชั่งใจ
นอกจากนี้ปริมาณมานาของผมในตอนนี้ก็เพิ่มขึ้นจนเกินขอบเขตที่ร่างกายจะรับไหวแล้ว
หากหาทางควบคุมมันไม่ได้ผมอาจจะไม่มีชีวิตอยู่จนจบเควสของชั้นนี้ด้วยซ้ำ ดังนั้น ทักษะการควบคุมมานาจึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ผมต้องเก็บมาคิดอย่างจริงจัง
ในระหว่างที่ผมกำลังคิดทบทวนเรื่องทักษะเสียงกระทืบเท้าอย่างรุนแรงก็ดังสนั่นมาจากทางชายป่า
“มอนสเตอร์!”
โคลมที่สภาพอ่อนแรงราวกับศพเดินได้ตะโกนขึ้นด้วยสีหน้าหวาดหวั่น
ผมขมวดคิ้วแน่นพลางยันตัวลุกขึ้นยืนทันทีต้องขอบคุณแต้มความทนทานที่เพิ่งแบ่งลงไป มันช่วยพยุงให้ร่างกายเหนื่อล้าของผมขยับได้อีกครั้ง
ผมสูดหายใจเข้าเต็มปอด เปิดใช้มานาปะทุออกมาเพื่อเตรียมพร้อมก่อนจะสร้างกระสุนมานาชนิดพิเศษแล้วเร่งวงโคจรจนมันกลายเป็นลำแสงสีฟ้าหมุนวนรอบตัวราวกับดาวบริวาร
เพียงไม่กี่อึดใจต้นไม้ตามแนวชายป่าที่หักโค่นอยู่ก่อนแล้วก็ถูกกระแทกจนกระเด็นเปิดทางพร้อมกับมีเสียงคำรามลั่นดังสวนออกมา ก่อนที่เขากวางยักษ์สีแดงฉานจะค่อยๆเผยให้เห็นอย่างช้าๆ
[แบทเทิลเวอร์เดียร์ลายโลหิต - เลเวล 57]
ผมจ้องมองข้อความบนหัวของมันแล้วลอบกลืนน้ำลายลงคอเจ้าตัวนี้เป็นถึงมอนสเตอร์มีชื่อ แถมเลเวลของมันยังสูงลิบจนน่าขนลุก
ขนาดตัวของมันใหญ่โตราวกับกระท่อมหลังย่อมตามลำตัวมีลวดลายคล้ายรอยสักสีแดงเลือดพาดผ่านดวงตาทั้งคู่แดงก่ำด้วยความคลุ้มคลั่ง และตื่นตระหนก
เมื่อสังเกตุดี ผมพบว่าตามตัวของมันกลับเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์กลางหลังมีรอยไหม้เกรียมเป็นสีดำส่งกลิ่นเหม็นไหม้โชยมาแต่ไกล
ดูท่ามันน่าจะบาดเจ็บสาหัสเพราะโดนลูกหลงจากการปะทะของพวกสัตว์ประหลาดระดับมาสเตอร์เข้าให้
แต่ถึงจะอยู่ในสภาพปางตายรังสีคุกคามที่แผ่ออกมาก็ยังรุนแรง จนผมไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าจะไล่มันไปได้ยังไง
ทันทีที่หลุดพ้นจากชายป่าแบทเทิลเวอร์เดียร์ลายโลหิตก็ตวัดสายตามาทางผม และเหล่านักล่าทันที
มันแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นก่อนจะกระทืบกีบเท้าลงบนพื้นจนเนินเขาสั่นสะเทือน!
ผมกัดฟันแน่นก้าวไปข้างหน้าพลางเล็งเวกเตอร์ของกระสุนมานาตรงไปยังร่างมหึมาเพื่อเปิดฉากโจมตี
ทว่าพริบตาก่อนที่ผมจะปลดปล่อยกระสุนเจ้าแบทเทิลเวอร์เดียร์มีชื่อก็จับสัมผัสอันตรายได้ทันที
มันแผดเสียงคำรามจนร่างเปล่งแสงสีแดงฉาน ก่อนจะใช้กีบเท้าทั้งสี่ถีบส่งร่างให้วิ่งซิกแซกสลับไปมาด้วยความเร็วสูง
บ้าเอ๊ย!
ผมสบถในใจ
ผมรู้อยู่แล้วว่ามอนสเตอร์ระดับสูงมักมีความฉลาดและสัญชาตญาณที่ว่องไว แต่ไม่คิดว่ามันจะตอบสนองได้เร็วขนาดนี้
ถึงมุมยิงจะยังไม่แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ผมก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องปล่อยกระสุนออกไป เพราะขืนปล่อยให้ตัวอันตรายแบบนี้ประชิดตัวได้ทุกอย่างคงลงไปอีก
ฟิ้ว!
เสียงฉีกอากาศดังลั่นกระสุนมานาพุ่งทะยานออกไป
ทว่าเจ้าแบทเทิลเวอร์เดียร์กลับโยกหลบได้อย่างฉิวเฉียดส่งผลให้กระสุนมานาชนิดพิเศษพุ่งทะลวงเข้าปะทะกองไม้ในป่าลึก และระเบิดแรงดันออกมาเสียงดังสนั่น
หลังจากหลบกระสุนได้ เจ้าเวอร์เดียร์ก็ชะงักฝีเท้าลงพริบตาต่อมาศรแสงสีแดงเลือดขนาดใหญ่ยักษ์ก็พลันควบแน่นขึ้นเหนือศีรษะของมัน
ในสถานการณ์ที่ไร้ทางหนีผมทำได้เพียงเค้นมานาทั้งหมดเพื่อเปิดใช้ทักษะการจัดสรรพลังงานจลน์เลเวล 10โดยหวังจะเบี่ยงทิศทางของศรแสงนั้น
พริบตาที่ทักษะทำงานโลกแห่งเส้นแรงเวกเตอร์ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
ทว่าเมื่อผมพยายามจะบิดเบือนทิศทาง ผมกลับพบปัญหาใหญ่เพราะศรแสงของเจ้าเวอร์เดียร์ไม่ได้ใช้แรงทางกายภาพในการเคลื่อนที่เลย
มันไม่เหมือนกับลูกธนูของนักธนูเงามายาที่มีเส้นแรงชัดเจนให้เข้าแทรกแซงได้
ผมกัดฟันแน่นพยายามหาทางออกทว่ายังไม่ทันจะคิดหาวิธีประตูมิติสีทองก็พลันเปิดออกเบื้องหน้าของเจ้าแบทเทิลเวอร์เดียร์เสียก่อน
หญิงสาวผมแดงก้าวเท้าออกมาจากความว่างเปล่าเธอเอี้ยวตัวเหวี่ยงหมัดเสยเข้ากึ่งกลางคางของเจ้าแบทเทิลเวอร์เดียร์อย่างจัง
ตูม!
เสียงหมัดปะทะร่างดังสนั่นร่างยักษ์ลอยละลิ่วขึ้นเหนือพื้นดินเกือบสามเมตร ก่อนจะร่วงลงกระแทกพื้นดังโครม!
ศรแสงสีแดงที่อยู่บนเขากวางเกิดการย้อนกลับและระเบิดกระจายทันที
คลื่นมานาอันบ้าคลั่งฉีกกระชากทั้งเขา และศีรษะของแบทเทิลเวอร์เดียร์จนแหลกละเอียด และปลิวว่อนไปทั่วทุกทิศทาง
“แหวะ! อะไรเนี่ย?เศษสมองงั้นเหรอ?”
เสียงแอนนาอุทานออกมาด้วยความขยะแขยงเธอรีบดึงผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดเศษซากของมอนสเตอร์ ออกจากชุดเดรสตัวโปรดอย่างเร่งรีบ
ผมยืนค้างอยู่กับที่มองดูเศษเขาสีแดงที่ตกลงมารอบตัวด้วยความรู้สึกว่างเปล่า
ใจหนึ่งก็รู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง ที่เธอโผล่มาช่วยชีวิตในยามวิกฤติแต่อีกใจหนึ่ง...
ด้วยท่าทางสบายๆเหมือนเพิ่งตบยุงตายแบบนั้น มันช่างทำร้ายจิตใจนักล่าระดับต่ำอย่างผมเหลือเกิน!
เมื่อกี้พวกเราแทบจะกระอักเลือดเพื่อดิ้นรนเอาชีวิตรอดกันนะ
อย่างน้อยก็ช่วยให้เกียรติความพยายามของพวกเราหน่อยเถอะแม่คุณ!
หลังจากเช็ดเศษซากของเวอร์เดียร์เสร็จแอนนาก็เดินตรงเข้ามาหาผม
ผมสังเกตุเห็นว่าตามเนื้อตัวของเธอมีร่องรอยการต่อสู้ปรากฏอยู่บ้างแม้จะไม่มากแต่มันก็แสดงให้เห็นว่า การรับมือกับตัวตนระดับมาสเตอร์ของจักรวรรดิคงตึงมือไม่น้อย
“เอาละ กลับกันเถอะพวกเราเสียเวลามามากแล้ว ข้าอยากกลับไปแช่น้ำอุ่นๆ จะแย่อยู่แล้ว”
ผมลอบถอนหายใจพลางสลายมานาในร่างกาย
“แล้วท่านลอร์ดกับอัศวินคนนั้นละครับ?”
ผมเอ่ยถามเพราะไม่เห็นวี่แววของทั้งสองคนเลย
แอนนายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
“กำลังไล่กวดตาแก่พายุนั่นอยู่น่ะการต่อสู้ของพวกระดับสูงถ้าไม่คิดจะฆ่ากันจริงๆ มันไม่จบง่ายๆ หรอก อีกอย่างตัวตนระดับมาสเตอร์นะกว่าจะฝึกมาได้ต้องทุ่มเทไปมหาศาล คงไม่มีใครโง่สู้จนตัวตายหรอก”
ผมพยักหน้าเข้าใจคงมีแค่พวกระดับล่างอย่างพวกเรานี่แหละ ที่สะกิดนิดเดียวก็ตายส่วนสัตว์ประหลาดพวกนั้นคงตายยากตายเย็นอยู่แล้ว
“ว่าแต่เราจะกลับไปที่ค่ายชายป่าเลยใช่ไหมครับ”
แอนนาส่ายหน้า
“ไม่ กลับคฤหาสน์เลยข้าไม่อยากเสียเวลาแวะสถานที่เน่าๆ แบบนั้น”
“แต่ว่า...”
ผมมองไปรอบๆ ตัวด้วยความลำบากใจ
แม้ตอนนี้พวกทหารจักรวรรดิจะถอยไปหมดแล้วแต่ด้วยสภาพร่อแร่ของพวกนักล่า การจะฝ่าดงมอนสเตอร์ออกไปเองคงไม่ต่างจากฆ่าตัวตาย
แอนนาเหมือนจะอ่านใจผมออก
“เอาเถอะ ข้าคิดค่าช่วยเหลือไปแล้วนี่เดี๋ยวจะสงเคราะห์พาพวกนี้กลับไปด้วยแล้วกัน บอกให้พวกมันมารวมตัวกันซะ”
ผมรีบส่งสัญญาณให้ทุกคนทันทีนักล่าที่ยังพอมีแรงต่างช่วยพยุงคนเจ็บเข้ามาล้อมวง ทว่าหางตาของผมดันเหลือบไปเห็นเอม่อนกำลังมองซากหมูป่ากับเวอร์เดียร์ด้วยความเสียดาย
ใจจริงผมก็อยากจะเก็บชิ้นส่วนพวกมันไปด้วยอย่างน้อยจะได้ไม่กลับมือเปล่า
แต่ก็นะ... ผมเดาใจยัยแอนนาไม่ออกหรอกขืนทำอะไรให้เธอหงุดหงิดแล้วโดนทิ้งไว้ที่นี่คงจบไม่สวยแน่
เอม่อนถอนหายใจก่อนจะก้าวเท้ามารวมกลุ่มทว่าจังหวะนั้นเท้าเขาเกิดไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่าง จึงก้มลงเก็บมันขึ้นมา
ผมตามลงไปจนพบว่ามันคือเศษเขากวางเวอร์เดียร์ลายโลหิตที่ถูกแอนนาฆ่าไป!
ผมลืมคิดเรื่องนี้ไปเลยถึงพวกเราจะไม่มีเวลาชำแหละซากตัวอื่นแต่ถ้าแค่ตามเก็บเศษเขาสีแดงที่ตกอยู่ก็น่าจะทำได้สบายๆ
แถมของจากมอนสเตอร์มีชื่อแบบนี้ย่อมมีมูลค่ามหาศาลคงทำเงินให้พวกเราได้ไม่น้อยเลย!
ทว่ายังไม่ทันที่ผมจะได้ดีใจเสียงเฉียบขาดของแอนนาก็ดังขัดขึ้น
“ไอ้หนูตัวเหม็นข้าเห็นนะว่าแกแอบหยิบของของข้า”
เอม่อนตัวแข็งทื่อ ค่อยๆหันมายิ้มแห้งพลางแบมือโชว์เศษเขากวางสีแดง
“นั่นมันของข้า”
แอนนาเน้นเสียงเข้มก่อนจะสะบัดนิ้วชี้มาทางผม
“แนท! ไปเก็บเศษเขามาให้หมดทุกชิ้นถ้าเจอใครแอบซุกไว้ก็ตัดมือมันซะ พวกนักล่ายากจนมักจะโลภมากแบบนี้แหละ!”
ผมทำได้แค่ฝืนยิ้มแห้งสลัดคราบนักล่าผู้หยิ่งทะนงแล้วสวมวิญญาณคนรับใช้ผู้ซื่อสัตย์วิ่งออกไปไล่เก็บเศษเขากวางสีแดงรอบสนามรบอย่างบ้าคลั่ง โดยไม่สนสายตาเวทนาจากพวกนักล่าคนอื่นๆเลยแม้แต่น้อย
เอาเถอะ พวกนายจะมองยังไงก็มองไปเถอะ!
ลองพวกนายเคยโดนยัยบ้านี่ซัดจนสลบเหมือดดูบ้างสิเชื่อฉันเถอะ ต่อให้สั่งให้ไปคาบเขากวางกลับมา พวกนายก็ต้องยอมทำ ไม่ต่างจากฉันหรอก!