“อรุณ? อรุณไหน? อรุณคือใคร? อรุณลูกใคร?” เทพไทพูดรัวออกมา
ไม่มีใครตอบคำถามของเขาแม้แต่ลูกเรือของรังสิมันต์ พวกเขาต่างรู้กันดีถึงชื่อเพื่อนร่วมงานกันทุกคน และพวกเขาไม่เคยได้ยินชื่ออรุณบนเรือบินลำนี้มาก่อน แต่ไม่กับดาริน คงมีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่พอจะเดาออกว่าอรุณที่ทหารศิขาพูดถึงคือใคร ส่วนปลายฝนเธอรู้สึกคลับคล้ายคลับคลากับชื่อ ๆ นี้
“นี่พวกมันบ้าไปงั้นเหรอ? ถึงขนาดใช้อสูรจักรราศีแบบนี้” เทพไทร้องออกมาอย่างหวาดกลัว
“พวกเราต้องรีบสละเรือเดี๋ยวนี้” ธัญญ่าก็เร่งรีบแก้ปัญหา
“องค์หญิง รีบกันไปเถิด” ดิเรกรีบเข้าหาปลายฝน
“แต่ฉันใช้อสูรจักรราศีมีนสู้กับเขาได้นะ” ปลายฝนดูไม่ได้ตื่นตกใจไปกับสถานการณ์เลย
“ไม่ได้นะองค์หญิง ถ้าศัตรูรู้ว่าอสูรจักรราศีมีนไม่ได้อยู่ที่อาณาจักรของพวกเรา พวกมันอาจตลบหลังช่วงจังหวะนี้โจมตีใส่อาณาจักรก็เป็นได้” ดารินรีบห้าม
“ใช่แล้วเจ้าหญิง รีบไปเถอะ” เทพไทช่วยโน้มน้าวใจ
“แต่ทุกคนบนเรือบินลำนี้จะตายนะ” ปลายฝนขมวดคิ้วพูดอย่างจริงจัง
“องค์หญิงได้โปรดเถิด ชีวิตองค์หญิงสำคัญกว่า...” ดิเรกพยายามอ้อนวอน หากไม่เกรงใจในความเป็นเจ้าหญิงของอาณาจักร เขาคงเลือกฉุดกระชากปลายฝนไปแล้ว
โดยไม่สนใจคำพูดของใครอีกต่อไป ปลายฝนหยิบกษาปณ์มีนออกมา แล้วเธอก็เอามันมาจ่อปากก่อนจะเริ่มพึมพำบางอย่างออกมา
แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ท่องสิ่งใดออกมาจากปาก มีมือหนึ่งมาฉุดรั้งและกดมือที่กำกษาปณ์มีนลง
“ไม่ต้อง” เสียงเย็นชาที่คุ้นหูของเธอดังมาพร้อมกับมือที่กดแขนของปลายฝนลง แล้วอานนท์ก็เดินไปทางหัวเรือเพื่อออกไปยังดาดฟ้าเรือ
“นั่น เธอจะไปไหน?” ดารินถามอย่างสงสัย แม้ว่าในใจจะมีคำตอบอยู่แล้วแต่ก็ยังถามเพื่อความแน่ใจ
แทนคำตอบ อานนท์ชูกล่องโลหะพร้อมเขย่าเล็กน้อยด้วยมือข้างหนึ่งโดยไม่หันหลังกลับมามอง ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าที่ลูกน้องของรังสิมันต์มาโยนทิ้งไว้ไปด้วย ช่างเป็นคำตอบที่ไม่ต้องพูดออกมาก็ทำให้หัวใจของดารินและปลายฝนรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยขึ้นมาทันที
“อะไรของเจ้านั่น? ทำเป็นเก๊กหล่อเสียงเข้ม” เทพไทยิ่งรู้สึกหมั่นไส้กับท่าทีของอานนท์
ธัญญ่ามองอย่างแปลก ๆ เมื่อเห็นท่าทีของอานนท์ “หมอนั่นจะไปไหนของเขา?”
“จะไปไหนอีกล่ะ มันก็คงจะรีบหนีอีกตามเคยน่ะสิ” เทพไทพูดจาเหน็บแนม ก่อนจะหันมาพูดมองทุกคนขณะพูด “อย่าไม่สนใจเจ้าหมอนั่นเลย พวกเรารีบหนีกันเถอะ เจ้าหญิง หัวหน้า”
“ไม่ เราต้องไปที่สะพานเรือ” ทันใดนั้นดารินก็ผุดความคิดบางอย่างขึ้นมา ก่อนจะออกตัววิ่งไม่พูดไม่กล่าว ถึงกระนั้นเหมือนมีใครบางคนจะเข้าใจความคิดของดาริน ธัญญ่าออกตัววิ่งตามไปทันที สร้างความสับสนให้กับทุกคนที่มองพวกเธอทั้งสองวิ่งจากไป
รังสิมันต์ยังพยายามเจรจาเพื่อประนีประนอม “ท่านผู้การ ท่านผู้พัน หรือใครก็แล้วแต่ที่กระผมกำลังพูดอยู่ด้วย ด้วยความสัตย์จริง บนเรือบินของกระผมไม่มีใครหรือนักแสดงคนใดที่มีชื่อหรือนามแฝงว่าอรุณเลย”
แทนที่จะได้รับคำตอบเป็นคำพูด กลับเห็นแพะปีศาจไฟรวบรวมพลังเพลิงจากมือทั้งสองข้างแทน มันค่อย ๆ ขยายขึ้นเหนือหัวของแพะปีศาจไฟ
“ไม่นะท่าน พวกเราไม่มีคนที่ชื่ออรุณอะไรนั่นจริง ๆ พวกเรายอมแล้ว” รังสิมันต์พูดอย่างตื่นตระหนก เขาไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะมุทะลุขนาดนี้
ในขณะที่เดียวกัน เรือบินที่ลอยนิ่งเลี้ยงตัวอยู่กลางอากาศจู่ ๆ ก็มีการเคลื่อนไหว ในตอนแรกรังสิมันต์คิดว่าลูกน้องของเขาเข้าใจคำพูดของเขาและพยายามจะร่อนเรือบินลงจอดเพื่อยอมจำนนต่ออีกฝ่าย แต่แทนเรือบินลดระดับเพดานบินลง มันกลับพุ่งไปข้างหน้า หนำซ้ำเหมือนจะลอยสูงกว่าเดิมขึ้นด้วยแถมยังเพิ่มความเร็วได้มากกว่าที่เคย ในขณะเดียวกันก็พยายามเลี้ยวเบี่ยงหนีกองเรือบินที่ขวางอยู่ข้างหน้าไปด้วย
เจ้าของเรือบินโวยวายอย่างตื่นตระหนกออกมาโดยไม่เหลือเค้าความเป็นสุภาพชนอีกต่อไป “เจ้าพวกบ้า! ใครใช้ให้พวกแกขับออกอย่างนี้ จอดสิ จอดเดี๋ยวนี้!!”
คงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการทำตามคำโวยวายของเจ้าของเรือบิน เพราะตอนนี้พลขับเรือบินกลายเป็นดารินไปแล้ว โดยมีธัญญ่าคอยคุมให้ทุกคนในห้องบังคับเรือทำตามอาจารย์ของเธอ
โดยไม่สนคำพูดของเจ้าของเรือบินเลย บอลเพลิงยักษ์ที่ถูกก่อขึ้นเหนือหัวของแพะปีศาจตอนนี้มีขนาดใหญ่กว่าเรือบินวิหคเหินหาวแล้ว ทันทีบอลเพลิงขนาดยักษ์ถูกอสูรจักรราศีเมษขวางมา เกิดเสียงกรีดร้องอย่างสิ้นหวังไปทั้งเรือวิหคเหินหาว
“เร็วเข้า มันมาแล้ว! เลี้ยว ๆ” เสียงโวยวายของเทพไทดังลั่น
ตูม!!