“เ้าว่าอย่างไรนะ เ้าจะลบชื่ออาเจ๋อออกจากผังตระกูลอย่างนั้นหรือ ดี...ดีจริงๆ ฟู่เต๋อหย่ง เ้าเป็ถึงรองเ้ากรมอาญา นอกจากเ้าจะไม่สืบสวนเื่ราวให้แน่ชัด แต่กลับโยนความผิดทั้งหมดมาให้อาเจ๋อ ตั้งใจจะเอาชีวิตของอาเจ๋อให้ได้เลยหรือไร เ้ายังเป็คนแซ่ฟู่อยู่หรือไม่” ปู่ใหญ่ฟู่ะโขึ้นด้วยความโกรธ แต่เพราะร่างกายที่แก่ชราไปมากแล้ว ทำให้เขายืนทรงตัวไม่ไหวจนเกือบจะล้มลงไป ยังดีที่ฟู่เจ๋อเข้ามาประคองไว้ได้ทัน
“ท่านปู่!” ฟู่เจ๋อร้องเรียกท่านปู่ด้วยความใ
“ไม่เป็ไรนะอาเจ๋อ แม้ไม่มีใครเชื่อเ้า แต่ปู่เชื่อเหลือเกินว่าเ้าไม่มีทางไปหาเื่ใครก่อน” ปู่ใหญ่ฟู่ตบหลังมือหลานชายเบาๆ ก่อนที่จะหันไปพูดกับฟู่เต๋อหย่ง “ข้ารู้จักเ้าดีฟู่เต๋อหย่ง คนอย่างเ้าไม่เคยทำอะไรโดยไม่หวังผล คุณชายฉินเสนอผลประโยชน์ใดให้เ้า เขาเสนอตำแหน่งงานในราชสำนักหรือเสนอว่าฟู่วั่งเสียนจะสอบจวี่เหรินผ่านในรอบนี้”
ฟู่เต๋อหย่งแม้จะใที่ปู่ใหญ่ฟู่เดาเื่ออก แต่เขายังต้องพยายามระงับท่าทีเอาไว้ เื่นี้เขาจะให้ผู้อื่นรู้ไม่ได้
“ท่านกำลังพูดอะไรหรือขอรับท่านลุง ความผิดของฟู่เจ๋อไม่ใช่มีแค่ข้าคนเดียวที่รู้เสียเมื่อไหร่ พยานหลักฐานที่มีก็ชี้มาที่เขาทั้งหมด ตัวข้าขึ้นเป็รองเ้ากรมอาญามาได้เพราะความสามารถ ท่านอย่ารักหลานชายจนมองไม่เห็นความดีของผู้อื่นเลย”
“เหอะ...เื่ที่ข้าพูดมา ต่อให้เ้าปฏิเสธอย่างไรมันก็คือเื่จริง ฟู่วั่งเสียนเป็คนเช่นไรไม่ใช่ข้าคนเดียวที่มองเห็น คนไร้ความสามารถอย่างเขาที่อยู่ๆ ก็สอบซิ่วไฉผ่านโดยไม่เคยท่องตำรา เื่นี้ก็น่าสงสัยพอดูแล้ว ที่เ้าทุ่มเทไปทุกอย่างนี้ก็เพราะเ้าไม่อยากให้ใครมาตำหนิเ้าได้ที่วันนั้นเ้าตัดสัมพันธ์กับซีซวนไปใช่หรือไม่ เมื่อก่อนข้ายังเคยนึกเสียดายที่เมล็ดพันธุ์ที่ดีถูกเ้าบีบบังคับจนเขาต้องตัดสินใจออกจากตระกูลไป แต่วันนี้ข้ากลับดีใจที่เขาไปจากตระกูลนี้ได้เสียที บุตรชายที่ดีมีอนาคตไกลเช่นนั้นเ้าไม่้า แต่กลับคิดจะเชิดชูสวะตัวหนึ่ง คิดแล้วมันน่าสมเพชจริงๆ” ปู่ใหญ่ที่เป็บัณฑิตมาตลอดชีวิต ไม่มีใครคิดว่าเขาจะต่อว่าฟู่เต๋อหย่งด้วยคำพูดรุนแรงเช่นนี้ แม้แต่ฟู่เต๋อหย่งเองก็ไม่เคยคิดว่าเขาจะได้รับเกียรตินี้เช่นกัน
“ท่านไม่ต้องพูดให้มากความ หากท่านไม่ขับฟู่เจ๋อออกจากตระกูล ท่านก็รอเห็นเขาถูกส่งเข้ากรมราชทัณฑ์เสียเถิด โทษฐานทำร้ายขุนนางมีโทษเยี่ยงไรคงไม่ต้องให้ข้าอธิบาย”
“เ้า...” ปู่ใหญ่ฟู่กระอักเืออกมาด้วยความโกรธ
“ท่านโมโหไปก็เปล่าประโยชน์ เพราะสิ่งที่ข้าพูดไปคือความจริงไม่ใช่การข่มขู่ เวลานี้คุณชายฉินมีตำแหน่งในกองทัพแล้ว ในเมื่อหลานชายของท่านไปล่วงเกินคนที่ไม่ควรล่วงเกิน เขาก็ต้องรับผิดชอบกับการกระทำของเขาเอง” ฟู่เต๋อหย่งยังข่มขู่ต่อ ทีแรกเขายังมีความเกรงใจท่านลุงใหญ่คนนี้อยู่บ้าง แต่พอได้ยินอีกฝ่ายยกเื่ลูกชายคนโตขึ้นมาทับถมเขาให้เจ็บใจ จากความเกรงใจที่เคยมี ในใจของเขาตอนนี้กลับนึกไปถึงว่าจะทรมานฟู่เจ๋ออย่างไรให้หายแค้น
“ท่านปู่โปรดส่งข้าเข้ากรมราชทัณฑ์เถิดขอรับ ข้าไม่เคยทำผิด หากข้าจะต้องตายอยู่ในนั้นข้าก็ไม่เสียใจ แต่จะให้ข้าถูกขับออกจากตระกูลก็เท่ากับข้ายอมรับความผิดแล้ว” ฟู่เจ๋อคุกเข่าลงตรงหน้าผู้าุโด้วยท่าทางเด็ดเดี่ยว
“จะนับว่าท่านถูกขับออกจากตระกูลได้อย่างไรพี่ชาย หากท่านจะก้าวออกไปก็เพราะความสมัครใจของท่านเอง ตระกูลที่ดีเช่นนี้ไม่เหมาะกับท่านหรอก ท่านลองมองไปรอบๆ สิ ท่านเห็นใครที่ยืนอยู่เคียงข้างท่านบ้าง” ฟู่ซีซวนพูดเสียงเข้มพร้อมกับมองผู้าุโหลายคนที่นั่งอยู่ด้วยสายตาไม่เป็มิตร
“เ้าหมายความว่าอย่างไรซีซวน อาเจ๋อไม่ต้องไปรับโทษแล้วหรือ” ปู่ใหญ่ฟู่ถามฟู่ซีซวนอย่างมีความหวัง
“วันนั้นข้ากับซื่อจื่อก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วยขอรับท่านปู่ แต่ไม่เห็นคุณชายฉินพูดถึงเื่หยกประจำตัวอะไรนั่นเลย หากมันจะหายก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพี่เจ๋อ และดูเหมือนตอนนี้ซื่อจื่อจะให้คนนำหยกประจำตัวของคุณชายฉินไปคืนเขาแล้ว” ฟู่ซีซวนหันไปมองฟู่เต๋อหย่ง “แต่มันเป็เื่ที่น่าขันอยู่เล็กน้อย เพราะหยกชิ้นนั้นกลับไม่ได้ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ แต่เป็ฟู่วั่งเสียนเอาเข้าไปฝากไว้ที่โรงรับจำนำของสกุลหลี่ ไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้ว่าโรงรับจำนำสกุลหลี่เป็คนผู้ใด”
“โรงรับจำนำสกุลหลี่?” ปู่ใหญ่ฟู่หันไปมองฟู่เต๋อหย่งอย่างโมโห “นั่นไม่ใช่โรงรับจำนำของตระกูลพ่อตาเ้าหรือ ดีจริงๆ คิดจะจับหลานชายของข้าเข้าคุก แต่คงนึกไม่ถึงว่าลูกชายที่แสนดีของเ้าจะเกิดความโลภเสียเอง ข้าจะเอาชื่อของเขาไปร้องเรียนกับทางการ ชั่วชีวิตนี้เ้าก็อย่าได้หวังว่าฟู่วั่งเสียนจะได้เป็ขุนนางอีกเลย”
“ท่านกล้าทำลายอนาคตลูกชายข้าหรือ?” ฟู่เต๋อหย่งถามเสียงเข้ม
“เ้ายังคิดที่จะเอาชีวิตของหลานชายข้าได้ แล้วข้าจะทำลายชีวิตลูกชายเ้าบ้างไม่ได้หรือ” ปู่ใหญ่ฟู่ะโกลับ
“ผู้าุโขอรับ” พ่อบ้านสกุลฟู่วิ่งเข้ามาด้วยท่าทางใ
“มีเื่อะไร ทำไมเ้าถึงได้ดูร้อนรน” ปู่ใหญ่ฟู่ถามอย่างไม่พอใจ “ทำงานกับข้ามาหลายปี ทำไมคราวนี้ไม่รู้จักรักษามารยาท”
“ขออภัยขอรับ เวลานี้คุณชายฉินรออยู่ด้านนอก ท่านจะให้บ่าวเชิญเขาเข้ามาด้านในหรือไม่ขอรับ”
“เขามาที่นี่ทำไม?” ปู่ใหญ่ฟู่หันไปมองฟู่ซีซวน แต่อีกฝ่ายก็ส่ายหน้าไม่รู้เื่เช่นเดียวกัน
“ข้าอยากมาขออภัยผู้าุโที่ข้ากับคุณชายฟู่เจ๋อมีเื่เข้าใจผิดกันขอรับ” ฉินซีหลางเดินเข้าจวนฟู่มาอย่างถือวิสาสะ
ปู่ใหญ่ฟู่พูดไม่ออกไปชั่วขณะ เขาเป็เพียงบัณฑิตชราที่คนรุ่นหลังในตระกูลนับถือว่าเป็ผู้าุโเท่านั้น ทั้งก่อนหน้านี้ที่เขากล้าะโต่อว่าฟู่เต๋อหย่งก็เพราะฟู่เต๋อหย่งเป็หลานชายของเขา แต่เวลานี้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคือคุณชายฉิน คนตระกูลฉินเป็ผู้ใด ตัวเขาจะไปล่วงเกินคนแข็งแกร่งเช่นนี้ได้อย่างไร และถ้าหากเขาไปล่วงเกินอีกฝ่ายเข้า แล้วต่อไปภายหน้าหลานชายของเขายังจะใช้ชีวิตในเมืองหลวงได้อีกหรือ
“คุณชายท่านนี้ ท่านบอกว่าเื่ระหว่างเราเป็เพียงเื่เข้าใจผิด แต่ตอนที่ข้าพยายามอธิบายทำไมท่านถึงไม่ฟัง ท่านกลับสั่งให้ผู้คุ้มกันของท่านมาทำร้ายข้า ทั้งเวลานี้ยังให้รองเ้ากรมอาญาฟู่มาจับข้าไปรับโทษอีก ท่านไม่คิดว่าคำขอโทษของท่านมันไม่ง่ายไปหน่อยหรือ” ฟู่เจ๋อพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
“อาเจ๋อ” ปู่ใหญ่ฟู่ดึงแขนหลานชายไว้
ฟู่ซีซวนพอจะเอาความคิดของปู่ใหญ่ฟู่ออก เขาหันไปมองฟู่เจ๋อ “พี่เจ๋อ...ท่านใจเย็นก่อน ทำไมเราไม่ฟังคำอธิบายของคุณชายฉินก่อนเล่า”
“ขอบคุณคุณชายรอง แต่ข้าไม่มีอะไรต้องอธิบาย เข้าใจผิดก็คือเข้าใจผิด เหตุใดต้องมีคำอธิบาย” ฉินซีหลางมองฟู่ซีซวนกลับอย่างไม่พอใจ ก่อนหน้านี้ซ่งอี้เซวียนให้คนนำกิ่งดอกเหมยส่งไปให้เขาที่จวน นั่นก็หมายความว่าซ่งอี้เซวียนกำลังเตือนเขาว่าหากเขาแตะต้องฟู่เจ๋อ เื่ที่เขาแอบเลี้ยงเด็กหญิงหลายคนไว้ทรมานเพื่อกระตุ้นอารมณ์ความ้าดิบเถื่อนของเขาจะต้องถูกเปิดโปง เพราะเรือนที่เขาแอบเลี้ยงเด็กหญิงเหล่านี้ไว้จะปลูกต้นเหมยไว้โดยรอบ และคนที่ดูแลเื่นี้ให้เขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็ฟู่วั่งเสียนและคนสกุลหลี่นั่นเอง
“คุณชายฉินพูดเช่นนี้ก็ไม่ถูก หยกประจำตัวของท่านหายไปเชียวนะขอรับ ก่อนหน้านี้ท่านยังให้รองเ้ากรมอาญาฟู่เอาผิดกับพี่ชายของข้าให้ได้ แต่คราวนี้คดีพลิกเสียแล้ว เพราะไม่ใช่พี่ชายของข้าที่ทำหยกของท่านเสียหาย แต่เป็คุณชายฟู่วั่งเสียนที่เอาหยกของท่านไปฝากไว้ที่โรงรับจำนำสกุลหลี่ ถึงแม้ท่านไม่อยากจะอธิบายให้พวกเราฟัง แต่ท่านควรอธิบายให้รองเ้ากรมอาญาฟู่ฟังสักหน่อยไม่ใช่หรือ” ฟู่ซีซวนยิ้ม
ฟู่เต๋อหย่งที่เวลานี้กำลังกังวลเื่ของลูกชายอยู่พอดี เขาหันไปมองฉินซีหลางอย่างรอคำตอบ
“เื่นั้นก็เป็เื่เข้าใจผิด ข้าให้ฟู่วั่งเสียนนำหยกของข้าไปให้โรงรับจำนำสกุลหลี่ช่วยตรวจสอบให้ว่าหยกของข้าเป็ของจริงหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้บ่าวรับใช้ข้างกายของข้าเคยขโมยแหวนหยกของข้าไป แล้วมันยังเอาหยกปลอมมาไว้แทน ข้ากลัวว่าหยกที่อยู่กับตัวจะถูกบ่าวชั่วคนนั้นเปลี่ยนเอาของปลอมมาแทนที่ ข้าก็เลยให้ฟู่วั่งเสียนไปช่วยตรวจสอบให้ เพราะอย่างไรโรงรับจำนำสกุลหลี่ก็มีผู้เชี่ยวชาญที่จะตรวจสอบหยกให้ข้าได้ ข้าจึงไว้ใจมอบหยกของข้าให้ฟู่วั่งเสียนไปตรวจสอบแทนก็เท่านั้น” ฉินซีหลางพยายามอธิบาย เขาจะพูดออกไปได้อย่างไรว่าเขามีปัญหากับฟู่เจ๋อเพราะฟู่เจ๋อช่วยเหลือเด็กสาวที่เขาหมายตาไว้ ทั้งหยกชิ้นนั้นก็เป็เขาที่สั่งให้ฟู่วั่งเสียนนำไปเป็หลักประกันที่โรงรับจำนำสกุลหลี่ เพราะเขามีธุระที่ต้องใช้เงินด่วน ครั้นจะกลับไปเอาที่จวนก็กลัวว่าบิดาจะสงสัย
“คำอธิบายค่อนข้างจะข้างๆ คูๆ ไปสักหน่อย แต่เห็นแก่ความพยายามในการหาเหตุผลมาอธิบายของท่าน ข้าจะช่วยพูดกับพี่ชายของข้าให้ก็แล้วกัน เผื่อเขาจะใจดียกโทษให้” ฟู่ซีซวนพูดกับฉินซีหลางจบก็หันไปพูดกับฟู่เจ๋อ “เื่นี้ท่านเห็นว่าอย่างไร ท่านเป็ผู้เสียหาย ข้าตัดสินใจแทนท่านไม่ได้”
“ในเมื่อคุณชายฉินขอโทษแล้ว เช่นนั้นข้าก็จะถือว่าเื่นี้ให้เลิกแล้วต่อกันไป แต่รองเ้ากรมอาญาฟู่ที่เอาแต่ล่วงเกินท่านปู่ของข้า ก็ให้เขามาคุกเข่าขอโทษท่านปู่ของข้าก่อน เื่นี้จึงจะถือว่าจบ” ฟู่เจ๋อเมื่อเห็นสถานการณ์คลี่คลายก็ไม่คิดที่จะต่อความยาวสาวความยืดไปอีก เพราะเขารู้ดีว่าหากยังฝืนไม่ยอมให้เื่นี้จบ ไม่แน่ว่าฉินซีหลางอาจจะเปลี่ยนใจ เื่ต่างๆ อาจจะแย่ลงกว่าเดิม
“รองเ้ากรมอาญาฟู่ ในเมื่อฟู่วั่งเสียน ‘ไม่เป็อะไรแล้ว’ ท่านก็ขอโทษผู้าุโของท่านเถอะ” ฉินซีหลางมองฟู่เต๋อหย่งอย่างดุดัน เขาอยากจะจบเื่นี้ให้ไว หากให้บิดาทราบเื่ที่เขาสร้างปัญหาขึ้นคราวนี้ บิดาอาจเรียกคืนตำแหน่งในกองทัพของเขาก็เป็ได้ การใหญ่ที่เขาคิดไว้ก็จะทำไม่ได้อีก ซึ่งเขาไม่มีวันยอม