ดวงนารีปกป้อง ขอเป็นผู้กล้าสักครั้ง

    ปราบจรเข้ยักษ์ ไคโด

    กองกำลังของพวกเราออกเดินทางทันทีหลังกินข้าวเสร็จ มันประกอบไปด้วย ทหารเดินเท้า 500 คน ทหารเวทย์ 50คน และโบเก็นฉะ 20 คนที่มีพวกเอลซ่ารวมอยู่ในนั้นด้วย พวกเราเดินทางโดยรถม้า โดยมีอาราเอล นักรบมังกรเป็นผู้นำขบวน


    ตลอดทาง ฟีน่าส่งเสียงไม่หยุดจนผมรำคาญ เธอเล่าเรื่องที่เธอไปขุดสมบัติ กับ เอลซ่า ซะมันหยด แบบเรียกว่าโม้ฟองน้ำลายแตก หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า ชุยหนิว ( แปลว่าเป่าวัวลอยครับ มันหมายถึง ขี้โม้ ) แม้ว่าสุดท้ายแล้วจะไม่ได้สมบัติมาซักชิ้นมาเลยก็ตาม
    ในขณะที่ ฟีน่าเล่าเรื่อง เอลซ่าที่นั่งข้างๆผมเริ่มสับปะหงก เพราะความง่วง เธอเอาตัวเข้ามาคลอเคลียผม โดยเอาหัวมาพิงผมแบบเสียไม่ได้ จนหัวของเธอเริ่มเลื่อนลงต่ำมานอนตักผม โดยมีน้ำลายไหลหยดออกมา แน่นอน สัดส่วนของเธอเริ่มทำให้ผมวิตก เพราะเธอน่ารักนั่นเอง แถมหน้าตอนนอนหลับยังน่าทะนุถนอม อีกด้วย และการเดินทางครั้งนี้ยังอยู่อีกไกล ผมคงต้องอยู่ในนรกสาวงามนี้อีกยาว
    นาจิมิ ที่ไม่รุ้ว่าจะทำอะไร เธอก็เลยหยิบหินลับมีดขึ้นมาลับ จนดาบของเธอคมกริบ จนผมกลัวว่า จะเป็นการไม่ดีที่จะเรียกเธอให้ช่วยเอาตัวเอลซ่าที่นอนหลับออกไปหน่อย ผมยังคงอิจฉาคนขับรถม้าเสียเหลือเกินที่ใช้ชีวิตสบายๆโดยการขับรถม้า โดยไม่ต้องมายุ่งกับภารกิจของเหล่าสาวๆ
    " นี่ริวจิคุง ให้ชั้นป้อนเหล้าทางปากนายมะ " ฟีน่ากล่าวแบบยิ้มๆ เธอได้เหล้าโบราณ ปี80 มาจากบ้านญาติของเธอ และเธอต้องการเปิดฉลองล่วงหน้า แต่ผมปฏิเสธไป เพราะงานที่กำลังจะมาถึงนี้เป็นภารกิจสำคัญในชีวิตผม ผมต้องปกป้องชีวิต อาสึกะให้ได้
    หลายชั่วโมงต่อมา.........
    พวกเราก็มาถึงรูปปั้นยักษ์ ของเทพเจ้าโปปุรอน มันเป็นรูปปั้นที่ชาวโปปุรอน สักการะมาเป็นเวลากว่าร้อยปี และรูปปั้นนี้สูงเท่ากับตึก 30ชั้น หนักหลายร้อยตัน ดูแล้วช่างน่าเกรงขามนัก
    " หยุด ทุกคนพักผ่อนได้"สิ้นเสียงอาราเอล อัศวินมังกร คณะทหารก็เริ่มตั้งค่ายพักแรมกันแถวนี้ และลากปืนใหญ่เวทย์มนต์ ไปติดตั้งบริเวณ ขาของรูปปั้นเทพเจ้า โปปุรอน อาราเอลสั่งการอย่างหนักหน่วง ราวกับ ผู้พันทหารในกองทัพ เขาใช้ให้พวกเอลซ่า พาทหารส่วนหนึ่งไปปิดถนน เพื่อกันคนสัญจรไปมา เอลซ่า ฟีน่า และนาจิมิ รับคำแล้วพาทหารจากไป
    พวกเราพักผ่อนกัน จนใกล้เวลา 3ทุ่มเข้ามาแล้ว เมื่อสายลมพัดผ่าน ทหารทุกคนก็เตรียมตัวออกรบ เมื่อได้ยินเสียงกลองสัญญาณรวมพล ไม่นานนักทุกคนก็มารวมตัวกันที่ด้านข้างของรูปปั้นเทพเจ้า โปปุรอน และกำลังหวาดเสียวในสิ่งที่จะ ปรากฏ ในอีกชั่วอึดใจ
    โฮ่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    เสียงของ จรยักษ์ ไคโดดังขึ้นเป็นระยะ ระยะ พร้อมกลับหมอกหนา เกิดขึ้นทั่วบริเวณ ทำให้เราคิดถึงนรกที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่หมอก
    จรเข้ยักษ์ ไคโด แสยะยิ้มให้กับพวกเรา มันเห็นมนุษย์อย่างพวกเราเป็นแค่อาหารและของเล่นเท่านั้น มันเริ่มโจมตีเข้ามา ด้วยคลื่นเสียงที่ฟังแล้ว เสียดแก้วหูยิ่งนัก ถ้าใครโดนเข้าไปตรงๆ จะติดสถานะ อัมพาตและเป็นบ้าชั่วขณะ
    " ยิงได้ " ผู้วิเศษสาวของสมาคมเวทย์มนต์ มาเฟลก้าออกคำสั่งยิง [ปัดเป่าราตรี] ขึ้นไปบนฟ้า ทำให้ทุกที่ ที่อยู่บริเวณโดยรอบ สุกสว่างราวกับกลางวัน
    ย้ากกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ทหารทุกคนชักดาบ และอาวุธประจำกายเข้าโจมตี จรเข้ ยักษ์ ไคโดทันที แม้ว่ามันจะเป็นถึงขุนพลปีศาจก็ตาม แต่ทุกคนก็หากลัวเกรงไม่ สมแล้วที่เป็นนักรบที่อาราเอลฝึกมาเป็นอย่างดี
    ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    เสียงของปืนใหญ่เวทย์มนต์ดังเป็นระยะๆ การยิงชนิดเผาขนดำเนินไปอย่างทุลักทุเล เพราะจรเข้ยักษ์ ไคโดมีขนาดใหญ่มาก จนทหารย์เวทย์ต้องใส่มานาเพิ่มเข้าไปจนถึงระดับอันตรายต่อชีวิตของตัวเอง
    " อารีอา แมมบู คาซัน ราโจ ขอประกายแสงแห่งร็อคน่า จงทำลายเหล่าวิญญาณร้ายด้วยเถอะ" ซีบรา ฟาลามี ก็เอากะเขาบ้าง เธอปล่อยเวทย์มนต์ แสงเข้าทำลายดวงตาของ จรเข้ยักษ์ไคโด จนมันคำรามด้วยความเจ็บปวด
    ในขณะที่ทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยดีนั้นเอง อยู่ๆก็ปรากฏ มอนสเตอร์ จรเข้ ที่มีสามง่ามกว่าร้อยตัว มันเข้ามาโจมตีพวกทหารอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย จนอาราเอลต้องสั่งการให้ ทหารของกองพันที่2 ไปต้านทาน
    โฮ่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    จรเข้ยักษ์ ไคโด ที่แหวกว่ายในอากาศคำราม มันเริ่มมองมาที่ผมแล้วพึมพำเสียงที่ฟังดูอู้อี้อีกครั้ง
    " เจ้าลูกชายของผู้กล้าโทคิ ข้าจะกินเจ้า " ว่าแล้วมันก็บินตรงมาทางผม พร้อมกับปล่อยพลังเสียงอันดังกังวาล แต่อาราเอล กระโดดมารับพลังนั้นด้วยโล่มังกรของเขา พร้อมกล่าวกับผมว่า
    " ไม่เป็นไรนะ " ผมละอึ้งไปเลย ไม่นึกว่าเวลาอยู่ในสงคราม อาราเอลจะรักพวกพ้องขนาดนี้ ถ้าเขาไม่ใช่ศัตรูของผมก็ดีนะสิ
    หลายชั่วโมงผ่านไป.......การต่อสู้ยังคงไม่ยุติ
    จรเข้ยักษ์ไคโด บาดเจ็บหลายแห่งและเสียลูกตาข้างซ้ายไปดวงหนึ่ง แต่มันก็ได้ฆ่าทหารไปกว่าครึ่งนึงแล้ว ด้วยการปล่อยหมอกพิษ สีเขียวออกมา หากใครสูดดมเข้าไปจะกลายเป็นบ้า หันอาวุธเข้าใส่เพื่อนพ้อง ราวกับซอมบี้
    " เราเอามันไม่ลงแน่ๆ ถึงมันจะบาดเจ็บสาหัส แต่มานาของชั้นใกล้หมดแล้ว " มาเฟลก้ากล่าว
    ซีบรา ฟาลามีเองก็เหงื่อตก ไม่นึกเลยว่า ศัตรูที่อยู่ตรงหน้าจะแข็งแกร่งขนาดนี้ เธอทำได้แค่ฆ่าลูกจ๊อกของ ไคโด เท่านั้นเอง และมานาก้กำลังจะหมดเช่นเดียวกับผุ้วิเศษหญิง มาเฟลก้า
    โฮ่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    ไคโดคำรามอีกครั้งและครั้งนี้ มันพุ่งตรงไปยังหัวหน้ากลุ่มของพวกเราอาราเอล และโจมตีใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง อาราเอลตั้งโล่รับราวกับขุนเขา แล้วสะบัดดาบอย่างหนักหน่วงฝากรอยแผลเป็นไว้บนหน้า ไคโด แม้ตัวเขาเองจะบาดเจ็บสาหัสจากการถุกกระแทก ก็ตาม ในนาทีวิกฤตินั้นเอง ก็ได้มีทหารมารายงานความสิ้นหวังที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เขาคือ ฟาโก้
    " พวกมอนสเตอร์จรเข้ ออกมาเรื่อยๆ เราจะต้านไม่ไหวแล้วครับ ท่านอาราเอล " ฟาโก้กล่าวอย่างสิ้นหวัง พวกเราค่อยๆถูกล้อมโดยฝูงจรเข้ ที่มาจากไหนก็ไม่รุ้ ดูเหมือนมันจะเป็นเวทย์มนต์บทหนึ่งของ ขุนพลปีศาจ ไคโด
    เพื่อแก้สถานการณ์วิกฤติ ผมรีบไปกระซิบ แผนข้างหู ของมาเฟลก้าในทันที ผมจะล่อ จรเข้ยักษ์ ไคโดเอง แล้วให้ มาเฟลก้าระเบิดขาของรุปปั้นเทพเจ้าโปปุรอนให้ล้มลงมาทับ เจ้าไคโดมัน มาเฟลก้าพยักหน้าเข้าใจ และเสี่ยงกับโอกาสที่มีเล็กน้อยนี้ แม้ต้องแลกกับคำตำหนิที่จะตามมาของชาวบ้านก็ตามที่ทำลายรูปปั้นเทพเจ้าที่ทุกคนสักการะมาหลายร้อยปี
    " มาทางนี้สิ เจ้าไคโด " ผมตะโกนยั่วประสาทมัน และดูเหมือนมันจะได้ผล ไคโด เลิกสนใจอาราเอล และหันตรงมาทางผม โดยไม่สนใจทหารที่พยายามาสกัดตามทาง
    "เจ้าลุกชายของผุ้กล้า โทคิ ต้องตาย " ไคโดกล่าวแล้วอ้าปากใหญ่ขึ้นมา ผมนี่หวาดเสียวไปเลยคมเขี้ยวของมันนับร้อยๆ กำลังจะเข้ามาเขมือบผม แต่ตอนนั้นเองก็ได้มีเสียงดังขึ้น
    ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    เสียงระเบิดเกิดขึ้นที่เท้าของ รุปปั้นเทพเจ้าโปปุรอน ก่อนมันจะค่อยๆ ถล่มลงมา ทับจรเข้ยักษ์ ไคโด ที่กำลังจะเข้ามากินผม เสียงของมันดังสนั่น จนทุกคนต้องหันมามอง
    ครืนนนนนนนนนนนนนนน
    รุปปั้นยักษ์หนักเป็นร้อยๆตัน ถล่มลงมาทับร่างของ จรเข้ยักษ์ไคโด จนมันร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด มันดิ้นทุรนทุรายอยู่หลายวินาที และร้องไห้ออกมาราวกับเสียดายชีวิต ที่ไม่น่ามาแพ้พวกมนุษย์ตัวกระจ้อยได้ ก่อนจะสิ้นใจตายในเวลาไม่นาน
    " ยัตตา ยัตตา ( ทำได้แล้ว ทำได้แล้ว ) " พวกทหารต่างดีใจที่ผม กับ ผุ้วิเศษ มาเฟลก้าประสบความสำเร็จในการกำจัด ขุนพลปีศาจ ไคโดจรเข้ยักษ์ เมื่อมันตาย พวกจรเข้ ลูกจ๊อก ก็หายเข้ากลีบเมฆ ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี จนกระทั่ง ผู้วิเศษสาว มาเฟลก้า มาคอนเข้ามาแล้วกล่าวกับผมว่า
    "แค่เรื่องนี้เจ้าก็สามารถแต่งเข้าตระกูล มาคอนของเราได้ เจ้าจะรับเราเป็นภรรยาหรือไม่ " ผมถึงกับตัวชาไปเลยไม่นึกว่า ผู้หญิงสาวสวยแบบนี้จะมาบอกรักง่ายๆ ผมรีบส่ายหน้าและบอกเธอว่า ผมมีคนรักอยู่แล้ว นั่นคือ อาสึกะ ที่ผมต้องไปช่วย ในเวลาอันใกล้นี้
    ================================================โปรดติดตามตอนต่อไป
    ในที่สุดก็จบกันไปอีกตอนแล้ว ว้าวพระเอกฉลาดจริงๆที่ใช้รูปปั้นยักษ์มาแก้สถานการณ์ แม้ว่ามันจะถูกชาวบ้านด่าและสาปแช่งก็ตาม แต่ถ้าไม่ทำทุกคนจะตายหมด ภารกิจจะล้มเหลว และตัวพระเอกเองคงไม่รอด และตอนนี้ พระเอกก็มีสาวมาบอกรักอีกแล้วครับ ซึ่งพระเอกที่เป็นโรคกลัวผุ้หญิง ก็ได้วิ่งหนีไปอีกเช่นเคย 55555+ สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยเป็นกำลังใจให้ผมนะครับ สวัสดีครับ จ้ายเจี้ยน






    คล้ายกับเรื่องดวงนารีปกป้อง ขอเป็นผู้กล้าสักครั้ง ที่คุณอ่าน